Buddhadasa.org

ปรมัตถธรรมกลับมา ตอนที่ 4 ตอนที่ ๓ — ๗๕. ผู้ประกอบด้วยธรรมะ ย่อมทำการงานอย่างเป็นสุข

ปรมัตถธรรมกลับมา ตอนที่ 4 — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ปรมัตถธรรมกลับมา ตอนที่ 4 (๑๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.40 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมครั้งนี้ อาตมาก็ยังคง บรรยายในชุดที่เรียกว่า ปรมัตถธรรมกลับมา ต่อไปตามเดิม. ในครั้งที่แล้วมา ได้บรรยายโดยหัวข้อว่า ธรรมะที่ใช้เฉพาะกรณี มีชื่อว่าธรรมสัจจะ. ครั้งนี้ว่า ผู้ประกอบด้วยธรรมะ ย่อมทำการงานอย่างเป็นสุข หมายความว่า ถ้ารู้จักว่า ธรรมะคือหน้าที่หน้าที่คือธรรมะ แล้วก็จะทำการงานเป็นสุข หรือสนุก. ๓๔

น.41 ๓๕ ขอให้เลิกกล่าวอย่างที่เคยกล่าวกันเสียทีว่า อิ่มปาก อิ่มท้องเสียก่อนจึงค่อยไปสนใจธรรมะ, นี้เป็นคำกล่าวของผู้ ที่ไม่รู้จักธรรมะ. ที่จริงที่ ไม่อิ่มท้อง หรือไม่มีอะไรจะ รับประทานนั้น นั่นเพราะขาดธรรมะ; คนที่มีธรรมะ จะได้มากกว่าอิ่มปากอิ่มท้อง คือจะอิ่มใจด้วย ; นี่แหละ ใจความแห่งปรมัตถธรรมในข้อนี้. ชีวิตทุกระดับต้องทำหน้าที่. ขอให้รู้จัก ธรรมะ กันเสียที จะช่วยแก้ปัญหา ยากจน ของบุคคลหรือของประเทศชาติ ก็แล้วแต่, จะแก้ ปัญหายากจน ไม่มีอะไรจะกินหรือหิวโหยนั้นได้. ธรรมะ คือหน้าที่ หน้าที่ คือสิ่งจำเป็นจะต้องทำ สำหรับชีวิต ทุกระดับ ; เพราะหน้าที่คือสิ่งที่ช่วยให้รอด ทั้งทางกาย และทางใจ, ช่วยได้จริง เป็นพระเจ้าแท้จริง. สิ่งมีชีวิต ทุกชนิดทุกระดับ จะต้องทำหน้าที่ หรือมีธรรมะตามสถานะ แห่งตน. ธรรมะแปลว่าหน้าที่, เรามักจะแปลกันว่า ธรรมะคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า. ข้อนี้มันขัดต่อข้อ

น.42 ๓๖ เท็จจริง ซึ่งมีอยู่ว่า คำว่า ธรรมะ ธรรมะนี้ เขาพูดถึงหรือ ใช้พูดกันอยู่ตั้งแต่ก่อนพุทธกาล, ก่อนพระพุทธเจ้าเกิด เขาก็มีสิ่งที่เรียกว่าธรรมะมาพูดจากัน. เมื่อบุคคลคนแรกที่สุดที่จะเอ่ยคำนี้ขึ้นมา ได้สังเกตเห็นว่า มนุษย์หรือสิ่งที่มีชีวิตนี้ มีสิ่งสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จะต้องทำให้ดี คือหน้าที่ : หน้าที่ทำไร่ทำนาเลี้ยงสัตว์ หรือ หน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติอยู่เป็นประจำวัน, เขาสังเกตเห็นสิ่งนั้น ซึ่งเป็นหน้าที่ แล้วก็ เรียกด้วยภาษาโบราณสมัยนั้น ว่า ธรรมะ, ธรรมะจึงแปลว่าหน้าที่, ใช้คำว่าธรรมะในความหมายว่าเป็นหน้าที่กันเรื่อย ๆ มา. ครูบาอาจารย์เกิดเพิ่มขึ้น ๆ ก็สอนเรื่องหน้าที่ได้แปลก หรือพิสดาร หรือสูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป จนกว่าจะมาถึง ยุคพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็ทรงใช้คำนี้ คือคำว่า ธรรมะในความหมายว่าเป็นหน้าที่ : หน้าที่คือสิ่งที่จะต้องปฏิบัติเพื่อดับทุกข์, ดับทั้งอย่างความทุกข์ของชาวบ้าน คือเรื่องมีกินมีใช้ไม่ยากจน สะดวกสบาย, แล้วก็ยังจะดับทุกข์ที่สูงขึ้นไปในทางจิตใจ คือการบรรลุมรรค ผล นิพพาน. สิ่งที่เรียกว่า กัมมัฏฐาน ที่ตั้งแห่งการงานนั่นแหละ คือหน้าที่อันสูงสุด ของมนุษย์เรา.

น.43 ๓๗ ทุกชีวิตทุกชนิดทุกระดับล้วนแต่มีหน้าที่ และต้องทำหน้าที่นั้น ๆ ; ถ้าไม่ทำหน้าที่ก็ต้องตาย หรือรับทุกข์เจียนตายอยู่ตลอดเวลา : ต้นไม้มันก็มีชีวิต ต้นไม้ก็ทำหน้าที่, สัตว์เดรัจฉานทั่วไปก็ต้องทำหน้าที่ ทำหน้าที่ของสัตว์เดรัจฉาน, จะกินหญ้าหรือจะกินเนื้อ ก็ต้องทำหน้าที่หามากิน, ขึ้นมาถึงมนุษย์ นับตั้งแต่คนขอทานขึ้นไปถึงมหาจักรพรรดิ ก็ล้วนแต่ต้องทำหน้าที่. ขอทานก็ทำหน้าที่ ขอทาน ประพฤติธรรมะของคนขอทาน จนกว่าจะพ้นจากสภาพขอทาน, ถ้าทำได้ถูกต้องก็พ้นจากความเป็นคนขอทาน. กรรมกรกวาดถนน, ล้างท่อถนน, แจวเรือจ้างก็ตาม ก็มีหน้าที่ตามแบบของกรรมกร ทำหน้าที่แล้วก็จะพ้นจากปัญหาเรื่องดำรงชีวิต. ชาวนา ชาวสวน พ่อค้า ข้าราชการ ก็ล้วนแต่ มีหน้าที่เฉพาะอย่าง, เฉพาะอย่าง ซึ่งทำแล้วจะเป็นการขจัดปัญหาเรื่องการดำรงชีวิต.

น.44 ๓๘ มหาจักรพรรดิ จะเป็นจักรพรรดิอย่างไร ครองโลกได้ ก็ยังมีหน้าที่ที่จะต้องทำ ในเรื่องบริหารร่างกาย หรือกระทำทุกอย่างเพื่อคงความเป็นจักรพรรดิเอาไว้ได้. เทวดาก็ต้องทำหน้าที่ ของเทวดา จึงจะเป็นเทวดาอยู่ได้ ; แม้เทวดาชั้นสูงสุดคือพวกพรหม ก็ต้องมีการทำหน้าที่อย่างพวกพรหม จึงจะยังคงเป็นพรหมอยู่ได้, ทุกชนิดทุกระดับของชีวิต ล้วนแต่อยู่ได้เพราะการทำหน้าที่อย่างนี้. สำหรับ คนทั่วไปก็แบ่งได้เป็น ๒ ขั้นตอน : คือ หน้าที่ เพื่อมีชีวิตอยู่ และ หน้าที่เพื่อให้รอดจาก ความทุกข์ทั้งปวง. เรื่องโลก ๆ เป็นเรื่องที่ทำให้รอดชีวิตอยู่. เรื่องดับกิเลสดับทุกข์ทั้งปวงได้นั้น เป็นเรื่องโลกุตตระคือเหนือโลก หน้าที่มีอยู่เป็น ๒ ขั้นอย่างนี้. ทำหน้าที่อันถูกต้อง จะดับทุกข์ ได้. ทีนี้จะได้พิจารณากันถึงสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่ หรือธรรมะในที่นี้ ให้ละเอียดออกไปอีกสักหน่อย. หน้าที่คือ

น.45 ๓๙ การกระทำอย่างถูกต้องแก่การดับทุกข์ของตน ๆ, การกระทำที่ถูกต้องแก่การดับทุกข์ของตน ๆ. ความทุกข์ ขั้นโลกๆ ก็ดับด้วยหน้าที่อย่างโลก ๆ, ความทุกข์อย่างเหนือโลก ก็ต้องดับด้วยธรรมะที่เหนือโลก, ประพฤติกระทำอย่างถูกต้องในหน้าที่นั้นแล้ว ก็จะเกิดการดับทุกข์ได้ตามความประสงค์. คำว่า หน้าที่นี้ หมายถึงหน้าที่ที่ถูกต้อง ; หน้าที่ที่คดโกง เช่น คนอันธพาลทั้งหลาย จะมาอ้างว่า ข้าพเจ้ามีหน้าที่ปล้นจี้ ขโมย ก็ทำหน้าที่ของข้าพเจ้า, นั่นก็ถูกแล้ว หน้าที่ของอันธพาล, เป็นธรรมะของคนพาล, เป็นพาลธรรม ธรรมะของคนพาล คนอ่อน คนโง่เขลา ; ไม่ใช่ธรรมะในที่นี้ เพราะว่ามันไม่ดับทุกข์. การทำหน้าที่อย่างอันธพาลนั้นไม่ดับทุกข์, ในที่สุดก็จะเพิ่มความทุกข์ และไปจบชีวิตด้วยอยู่ในคุกในตะราง หรือถูกประหารชีวิต เป็นต้น. หน้าที่อันธพาลอย่างนี้ ไม่ใช่ธรรมะในที่นี้, ธรรมะในที่นี้หมายถึงการกระทำที่ถูกต้องแก่การดับทุกข์ของตน ๆ. ธรรมะหรือหน้าที่ แล้วแต่จะเรียก ย่อม ทำหน้าที่ เหมือนกัน คือ ทรงผู้ปฏิบัติไว้ ไม่ให้จมลงไปในความ

น.46 ๔๐ ทุกข์. ธรรมะ ตามตัวหนังสือก็แปลว่า ทรงผู้ปฏิบัติไว้ ไม่ให้จมลงไปในความทุกข์. หน้าที่ หน้าที่ โดยความ หมาย ก็คือสิ่งที่จะทรงผู้ปฏิบัติไว้ ไม่ให้จมลงไปในความทุกข์ หน้าที่ นั่นแหละ จะรักษาผู้ปฏิบัติไว้ ไม่ให้จมลงไปใน ความทุกข์. เมื่อรู้ความจริงข้อนี้แล้ว ทุกคนจะพอใจในธรรมะ หรือหน้าที่ มีความรักในหน้าที่อย่างสุดชีวิตจิตใจ; ดังนั้น พอทำหน้าที่ก็พอใจ, พอได้ ทำการงานในหน้าที่ก็พอใจ ก็เป็นธรรมะที่จะทรงผู้ปฏิบัติไว้ ไม่ให้ตกต่ำลงไปในกองทุกข์. เมื่อพอใจก็มีความสุขโดยอัตโนมัติ หมายความว่า ถ้าพอใจแล้ว มันก็ เป็นสุขเอง : ความสุขเกิดมาจากความ พอใจ, เมื่อพอใจก็เป็นสุข, พอใจน้อย พอใจมาก พอใจต่ำ พอใจสูง ก็เป็นสุขไปตามขนาด ตามลักษณะของความพอใจ. แต่ถ้าหมายถึง ความพอใจของคนอันธพาล ก็เป็นสุขอันธพาล, ความพอใจอย่างอันธพาล ก็ให้เป็นสุขอย่างอันธพาล, ถ้าพอ ใจบริสุทธิ์ ความสุขนั้นก็บริสุทธิ์ ; ดังนั้นจึงถือเอาหลักของ วิญญูชนหรือสัตบุรุษทั่วไปเป็นเกณฑ์.

น.47 ๔๑ เมื่อทำหน้าที่บริสุทธิ์ก็ได้รับความพอใจบริสุทธิ์ ความพอใจบริสุทธิ์ก็ให้เกิดความสุขบริสุทธิ์, สุขจริง, และยิ่งกว่านั้น ก็คือ ไม่ต้องใช้เงินซื้อ. ทำงานพอใจใน งานที่ทำ ก็เกิดความสุขเสียแล้ว ตั้งแต่เมื่อทำการงานนั้น แหละ, ไม่ต้องมีเงินเข้ามาช่วยซื้อความสุขที่ไหน. นิพพาน สุขขั้นสุดก็เป็นของให้เปล่า ดังพระบาลีว่า ลทฺธา มุธา นิพฺพุติ ภุญฺชมานา ; ผู้ปฏิบัติธรรม ดังกล่าวแล้ว ย่อมได้ นิพพานมาบริโภคอยู่เปล่า ๆ ไม่ต้องใช้เงินซื้อ. นี่ลอง คิดดูว่า ถ้าความสุขยิ่งแท้จริง ยิ่งไม่ต้องใช้เงินซื้อ เพราะ เกิดจากความพอใจ ในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่นั้น ๆ, แล้วก็จะ เป็นสุขซึมซาบอยู่ในจิตใจลึกซึ้งยิ่งกว่าความสุขอย่างใด และมี อยู่ตลอดเวลา. แต่คนไม่สนใจความสุขที่แท้จริง คือที่เกิดมา จากการทำหน้าที่, เขาไปสนใจในสิ่งหลอกลวง คือความ เพลิดเพลินทางวัตถุ ทางเนื้อทางหนัง, แล้วก็นิยมบูชากัน ทีเดียว เรื่องความสุขทางวัตถุทางเนื้อหนัง ซึ่งที่แท้มันไม่ใช่ ความสุข มันเป็นเพียงความเพลิดเพลินที่หลอกลวง แล้วต้อง

น.48 ๔๒ ใช้เงินมาก, ที่เงินไม่พอใช้ เงินเดือนไม่พอใช้ ต้องคดโกง หน้าที่การงานราชการ ก็เพราะบูชาความหลอกลวงของความ เพลิดเพลิน หรือบูชาความเพลิดเพลินซึ่งเป็นความหลอก ลวง. ขอให้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่ ๆ กันให้ถูกตรง. ทำหน้าที่ได้ถูกต้องด้วยมีสติ. ในการทำงานหรือ ทำหน้าที่ที่ถูกต้อง ต้องทำด้วย สติ, สติต้องกำหนดความถูกต้อง จนเป็นที่พอใจ มีสติ ระลึกอยู่ในความถูกต้องกระทำการงาน ทุกวินาที หรือว่าทุก กระเบียดนิ้ว คือโดยกาละก็ดี โดยเทศะก็ดี มีความถูกต้อง อยู่อย่างนี้. ตัวอย่าง เช่นว่า ตื่นนอนก็รู้ความถูกต้องและพอใจ ที่ได้ทำมาวันหนึ่งคืนหนึ่ง, จะไปล้างหน้า ก็เต็มไปด้วยสติที่รู้ สึกในความถูกต้อง ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ล้างหน้า, หน้าที่ คือธรรมะ แล้วก็พอใจตลอดเวลาที่ล้างหน้า แล้วก็ จะไป ห้องน้ำ ไปอาบน้ำ ก็ด้วยความรู้สึกพอใจอยู่ทุก ๆ อิริยาบถ แห่งการอาบน้ำ, ไปแต่งตัว ก็แต่งตัวด้วยความรู้สึกที่ถูกต้อง

น.49 ๔๓ ไม่หลงใหลมัวเมาในเรื่องแต่งตัว, รู้สึกแต่ความถูกต้อง ๆ อยู่ตลอดเวลา กระทั่งว่าไปห้องอาหาร ก็รับประทานอาหารด้วยความรู้สึกว่าถูกต้องอยู่ตลอดเวลา, ลงเรือน ไปทำงาน ก็รู้สึกว่าถูกต้องอยู่ตลอดเวลา, ทำงานอยู่ ก็ถูกต้องอยู่ตลอดเวลาแม้ จะพักผ่อนบ้าง ก็เป็นความถูกต้อง เพราะว่าการพักผ่อนนั้นทำให้มีเรี่ยวแรงสำหรับทำงานต่อไป หรือทำงานได้ดียิ่งขึ้นก็ถูกต้อง. แม้ที่สุดแต่ว่า พ่อบ้านจะช่วยทำงาน ล้างจาน ล้างส้วม กวาดบ้าน ถูบ้าน ก็ยังเป็นธรรมะที่จะให้เกิดความพอใจและเป็นสุข ; ถ้ามีจิตใจเป็นปรกติแล้ว ก็จะทำได้ แล้วก็ทำอยู่ด้วยความรู้สึกพอใจและเป็นสุข : เมื่อล้างจานอยู่ก็พอใจ ๆ ล้างส้วมอยู่ก็พอใจ ๆ ถูบ้านกวาดบ้านอยู่ก็พอใจ ๆ, เรียกว่า พอใจอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนจนไปทำธุระต่าง ๆ แล้วจะกลับมานอนใหม่ ก็พอใจยกมือไหว้ตัวเองได้ ว่ามีแต่ความถูกต้อง, ยกมือไหว้ตัวเองเมื่อไร ก็เป็นสวรรค์เมื่อนั้น, เกลียดชังตัวเองเมื่อไร ก็เป็นนรกเมื่อนั้น. ทีนี้พิจารณาดูถึงสิ่งที่บุคคลโดยทั่วไปไม่ปรารถนาเช่นถ้าเผอิญ เกิดมีการเจ็บไข้ได้ป่วย ขึ้นมา ก็มีสติต้อน

น.50 ๔๔ รับว่าถูกต้องและพอใจ, ถูกต้องตามธรรมชาติ, ถูกต้องตามกฎธรรมชาติ มาให้เราศึกษาเพื่อจะเอาชนะสิ่งเหล่านี้, ก็ ทำใจในการที่จะพอใจในการที่ถูกต้องตามเรื่องของธรรมชาติ และมาให้เราฉลาด. แม้ ในกรณีที่ถูกใครเขากลั่นแกล้ง จนเราเดือดร้อนบอบช้ำ หรือถึงกับพินาศ ก็ยังพอใจ ว่ามัน ถูกต้องตามเรื่องของธรรมชาติ, ในโลกนี้มันต้องเป็นอย่างนี้ ; มันมาสอนเรา มันมาสอบไล่เรา, เราก็พอใจ แล้วก็จะปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องถึงที่สุด ที่จะเผชิญหน้ากับความเดือดร้อนเสียหายนั้น. ดังนั้น ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ก็ถูกมองเห็นเป็นความถูกต้องของธรรมชาติ มีเพื่อสอนเราให้ฉลาด จะต้อนรับเอามาเป็นการศึกษา, ในที่สุดก็จะพ้นจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย. อย่าไปเสียเวลากลัว แล้วก็ไม่ทำอะไร, ไม่ต้องกลัว แต่ว่าทำให้ เอาชนะให้ได้. การทำงานในหน้าที่มีลักษณะอย่างนี้ จึงเรียกว่าเป็นธรรมะ คือดำรงทรงผู้ปฏิบัติไว้ ไม่ให้ตกลงไปในความชั่ว, ในจิตใจรู้สึกอย่างนี้ ก็ทำการงานนั้นอย่างสนุก เป็น

น.51 ๔๕ สุขและพอใจ, มีความสุขในขณะที่กำลังทำงานอยู่ นั่นเอง ; ไม่ใช่ว่ารอรับเอาผลงานไปซื้อหาสิ่งบำรุงบำเรอ อย่างที่กระทำกันอยู่ เพราะว่าเขาไม่สนุกไม่เป็นสุขในการทำงาน เพราะไม่รู้ว่าการทำงานนั้นคือธรรมะสูงสุด. มีความสุขเสียในขณะที่ทำงาน ก็ไม่ต้องไปหาความสุขอะไรที่ไหนอีก จึงทำได้มาก เพราะมันเป็นสุขและสนุกในการทำงาน จึงทำได้มาก, มันก็เหลือกิน ก็มีเหลือสำหรับช่วยผู้อื่น หรือช่วยส่วนรวม. เขา ไม่หลงใหลในอบายมุข, ไม่เพลิดเพลินในสิ่งที่หลอกลวง ซึ่งจะมีผลเป็นความ ยากจน. ขอให้เห็นตามที่เป็นจริงลงไปว่า การทำงานในหน้าที่ นั่นแหละ คือการปฏิบัติธรรม. เท่าที่กล่าวมานี้ ก็พอจะเห็นได้ว่า ที่หิวหรือ ไม่มีอะไรจะรับประทานนั้น เพราะขาดธรรมะคือขาดหน้าที่ การงาน ; ถ้าทำหน้าที่การงานแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะเกิดปัญหาชนิดนั้น. สัตว์เดรัจฉานยังไม่เกิดปัญหาชนิดนั้น เพราะ มันทำหน้าที่เป็นปกติ, ต้นไม้ ซึ่งเรียกว่าจะโง่ที่สุด ก็ยังทำหน้าที่ทั้งกลางวันและกลางคืน. คนนี้มีความฉลาดในทางที่จะหลีกเลี่ยงหน้าที่ แล้วก็ จะเรียกร้องสิทธิ เอานั่นเอานี่

น.52 ๔๖ โดยที่ไม่ต้องทำหน้าที่ ; นี้เป็นบาปของคน, เป็นความคดโกงของคน จึงขอให้ เลิกกล่าว อย่างหลับหูหลับตา ผิด ๆ กันเสียทีว่า อิ่มท้องแล้วจึงสนใจธรรมะ, ให้อิ่มปากอิ่มท้องเสียก่อน จึงค่อยสนใจธรรมะ เป็นคำพูดที่หลับตาพูด. ถ้าไม่มีธรรมะหรือหน้าที่แล้ว ไม่มีทางที่จะอิ่มปากอิ่ม ท้องได้ นอกจากขโมย ซึ่งเป็นหน้าที่ของอันธพาล ; นี่มันร้าย เลวร้าย ยิ่งกว่าไม่มีอะไรจะกินเสียอีก. เมื่อทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว ท้องก็อิ่ม จิตใจก็อิ่ม, อิ่มทั้งสองอย่างนี้แล้วก็เป็นความอิ่มที่สมบูรณ์. พึงทำงานให้สนุกทุกหน้าที่. ในที่สุดนี้ ก็อยากจะบอกและ ให้ช่วยกันบอกต่อ ๆ ไป, บอกคนยากจน ให้มองเห็นความจริง ข้อนี้แล้ว ทำงานสนุก จะได้ไม่เป็นภาระแก่ ใคร, ไม่ต้อง ให้ใครเลี้ยงดู, จะไม่มีคนยากจนในโลก. เช่นเดียวกับสัตว์เดรัจฉาน ไม่มีใครเป็นภาระแก่ใคร เพราะทุกคนทำหน้าที่, แม่ไก่ลูกอ่อนทำหน้าที่เขี่ยให้ลูกกินตลอดวันก็ยังทำ

น.53 ๔๗ ได้ ; แต่คนทำหน้าที่สัก ๘ ชั่วโมง ก็บ่นกันอู้ไปหมด แล้ว. ขอให้บูชาหน้าที่หรือการงาน ว่าเป็นตัว ธรรมะที่จะช่วยคนให้รอดได้, บูชาอย่างกับพระเจ้า ถือ เอาเป็นพระเป็นเจ้าที่แท้จริง ; จะลงมือทำงานก็แสดงความ เคารพต่องานเสียก่อน, พนมมือให้การงาน และรู้สึกว่าเป็น พระเจ้าที่ช่วยให้รอด, มีสติทำการงานถูกต้องสนุกสนาน อยู่ตลอดเวลา, ไม่มีความจริงในข้อที่ว่า อิ่มปากอิ่มท้องเสีย ก่อนจึงจะมีธรรมะ. แต่จะมีธรรมะสำหรับขับไล่ความ ยากจน หรือป้องกันความยากจน, ความไม่อิ่มปากอิ่ม ท้องนั่นแหละ ไปให้หมดสิ้น. ที่ใดมีการทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ที่นั่นมีธรรมะ ไม่ว่าจะเป็นในวัดหรือกลางทุ่งนา, ที่ไหนมีการทำหน้าที่ถูก ต้อง ที่นั้นมีธรรมะ, แม้ที่สุดแต่ในโบสถ์ ถ้าไม่มีการทำ หน้าที่ มีแต่สั่นเซียมซี หรือบนบานอ้อนวอนแล้ว นั่นก็ ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่ธรรมะ. แม้ในโบสถ์ก็จะไม่มีธรรมะได้ เพราะการไม่ทำหน้าที่ จึงต้องมีการทำหน้าที่อย่างถูกต้อง ตามความหมายของการที่มีโบสถ์ มีวัดวาอาราม หรือมีพระ

น.54 ๔๘ ศาสนา. การบนบานขอร้องนั้น มันเป็นการเรียกร้อง สิทธิ ไม่ใช่การทำหน้าที่, เดี๋ยวนี้ก็ถือลัทธิบนบาน เรียก ร้องกันโดยไม่ต้องทำหน้าที่, มันก็ไม่ตรงตามเรื่องของธรรม- ชาติ หรือตามกฎของธรรมชาติ หวังว่าท่านผู้ฟังทั้งหลาย จะได้พบปรมัตถธรรม ข้อนี้ เห็นความจริงแห่งปรมัตถธรรมข้อนี้ คือข้อที่ว่า หน้าที่นั่นแหละคือธรรมะ, ธรรมะนั่นแหละคือหน้าที่. การปฏิบัติหน้าที่คือการปฏิบัติธรรมะ การปฏิบัติธรรมะ ก็คือการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะต้องทำกัน นับตั้งแต่ว่าต้นไม้ ต้นไล่ สัตว์เดรัจฉาน คนขอทานถึงมหาจักรพรรดิ ถึงพวก เทวดา ถึงพวกพรหม. บรรดาที่มีชีวิตแล้วจะต้องทำหน้าที่ แล้วหน้าที่นั้นจะช่วยดำรง หรือ ทรงบุคคลผู้ปฏิบัติไว้ ไม่ให้ตกต่ำ คือไม่ให้ตกลงไปในกองทุกข์. หวังว่าท่านทั้งหลาย จะสามารถทำงานให้สนุก บูชาการงานว่าเป็นพระเจ้าผู้ช่วยให้รอด ไม่ต้องเป็นภาระแก่ ใคร แล้วเป็นสุขสวัสดี อยู่ได้ด้วยตนเอง ทุกทิพาราตรีกาล เทอญ. —————————

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต