Buddhadasa.org

ปรมัตถธรรมกลับมา ตอนที่ 4 ตอนที่ ๖ — ๗๘. ความสุขและความสนุกนั้น เป็นของคนละอย่างต่างกัน

ปรมัตถธรรมกลับมา ตอนที่ 4 — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ปรมัตถธรรมกลับมา ตอนที่ 4 (๑๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.86 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าว โดยหัวข้อว่า ความสุขกับความสนุกนั้น เป็นของคนละ อย่างต่างกัน. เรื่องนี้ก็เป็นลักษณะแห่งปรมัตถธรรม ในการที่จะ มองเห็นความต่างกัน ระหว่างความสุขกับความสนุก มี ความหมายลึกซึ้งอยู่ ซึ่งจะต้องมองกันให้ลึก จึงจะมองเห็น ; ๘๐

น.87 ๘๑ ถ้ารู้ความจริงระหว่างความสุขกับความสนุกแล้ว ก็จะ ทำให้ศีลธรรมกลับมาโดยง่าย นี้เรียกว่า ศีลธรรมนี้มี ปรัชญาเป็นรากฐาน ไม่ว่าจะมองกันในแง่จิตวิทยา หรือ ปรัชญา หรือตรรกวิทยา ชนิดตื้นลึกอย่างไร ก็ยังเป็นสิ่ง ที่แตกต่างกันอยู่นั่นเอง จะเป็นสิ่งเดียวกันไม่ได้. เดี๋ยวนี้ ปัญหากำลังมีอยู่ในโลก เกิดมาจากสิ่งที่ เรียกว่า ความสนุก; เพราะ คนในโลกเอาความสนุกมา เป็นความสุข, และแม้แต่ในสวรรค์ก็ดูจะเป็นเช่นนั้นด้วย เหมือนกัน. ดังนั้น มาทำความเข้าใจกันให้ดี ในระหว่าง ความแตกต่างของความสุขกับความสนุก, แล้วก็จะไม่ ต้องตกเป็นทาสของอะไร นี้เราจะได้เปรียบเทียบกันดูเป็น ข้อ ๆ ไป. ความสุขกับความสนุกมีความหมายต่างกัน. ความสนุก กับ ความสุข ถ้าดูโดยพยัญชนะก็จะ มีผู้เห็นว่า คำว่าสนุกนั้นขยายออกไปจากสุข, สุขก็กลายเป็น สนุก เช่นสวยกลายเป็นสำรวย, ตรวจกลายเป็นตำรวจ อย่างนี้เป็นต้น, แล้วก็ จะถือเสียว่า มีความหมายอย่าง

น.88 ๘๒ เดียวกัน, ข้อนี้เป็นไปไม่ได้ ; ดังจะเห็นได้เช่นคำว่า สวย เมื่อขยายรูปคำออกเป็นสำรวย มันก็ต่างกันเสียแล้ว. สวยกับสำรวย แม้จะมีทางมาเดียวกัน, แต่ความหมายมัน คนละชั้นเสียแล้ว. คำว่า สุข แม้จะขยายออกเป็น ความ สนุก มันก็มี ความหมายที่ต่างกัน ; แต่ถ้าว่าโดยพยัญชนะ โดยตัวหนังสือ จะคิดว่าเหมือนกัน ก็พอจะไปได้ ; แต่ โดยอรรถะคือความหมายแล้ว เป็นเช่นนั้นไม่ได้ มันต่างกัน. ความสนุกนี้เป็นฝักฝ่ายแห่งกิเลส, แต่ความ สุขนี้เป็นฝักฝ่ายแห่งโพธิ. ความสนุกเป็นไปเพื่อวัฏฏะ คือเวียนไปในความรู้สึกอันนั้นด้วยความพอใจ, แต่ ความสุข นั้นเป็นบาทฐานของสมาธิ และเป็นไปเพื่อนิพพาน. ดูกันง่าย ๆ ความสนุกนี้ใช้เงินไม่รู้พอ, หามาทุ่มเทลงไป เพื่อความสนุก เท่าไร ๆ ก็ไม่พอ ; ส่วน ความสุข นั้นไม่ ต้องหรือ เกือบจะไม่ต้องใช้เงินเลย เพราะหาได้จากความ พอใจในการทำงาน ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ต้องใช้เงิน, ความพอใจในการทำหน้าที่ ก็ทำให้เกิดความสุขเสียแล้ว.

น.89 ๘๓ ดูต่อไป ความสนุกนั้นส่งเสริมกิเลส แล้วก็ทำให้ คนเป็นทาสของกิเลส ; ส่วน ความสุขนั้นหยุดยั้งกิเลส หรือจะเรียกว่าปรามกิเลสก็ได้ ไม่ทำให้ต้องเป็นทาสของกิเลส. ความสนุก นั้นมีลักษณะอาการ หวั่นไหว โลด โผน ซู่ซ่า ไปตามแบบของความสนุก ; ส่วน ความสุข นั้นมัน สงบ หรือมัน หยุด มันต่างกันมากอย่างนี้. ความสนุก นั้นมีลักษณะ ร้อน, อย่างน้อยก็กรุ่น หรืออุ่นด้วยความร้อน ; ส่วน ความสุขนั้นมันเย็น. ความสนุก นั้นตื้น ๆ อยู่แค่ ระบบประสาท หรือ แค่อายตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ; ส่วน ความสุขนั้น เป็นระบบจิต อยู่ในส่วนลึกของจิต ดูดดื่มลงไปในระบบ ของจิต, ไม่ผิวเผินอยู่เพียงแค่ระบบประสาท. ความสนุกนั้นขึ้นอยู่กับอนุสัย, คือความเคยชิน, ความพอใจ ในรสของความสนุก ; ส่วน ความสุขนั้นขึ้น อยู่กับบารมี คือการบำเพ็ญกระทำมาอย่างถูกต้อง. ความสนุกนั้นอาศัยความอร่อย เป็นรากฐาน, หลงใหลไปในความเอร็ดอร่อย ; ส่วน ความสุขนั้นไม่ต้อง เกี่ยวกับความอร่อย ก็ได้.

น.90 นั้นอาศัยอวิชชา หรือตัณหาชั้นเลว, เป็นความไม่รู้ เป็นความอยาก ด้วยอำนาจของความไม่รู้ ก็ เป็นความสนุก. ส่วน ความสุข นั้นต้อง อาศัยวิชชาหรือ ปัญญา กระทำมาอย่างถูกต้อง, แล้วรู้สึกอยู่ด้วยวิชชาหรือ ปัญญานั้นเอง จึงจะเป็นความสุข. ความสนุกนั้นเป็นของหลอกลวง, ความสุข เป็นของไม่หลอกลวง. ความสนุกเป็นของพรางตาหรือ หลอกลวง เอายาพิษซ่อนไว้ข้างใน ; ส่วนความสุขนั้นเปิด เผยไม่หลอกลวง. สรุปความว่า ความสนุกนี่เป็นของเมาได้ มึน เมาได้ เสพติดได้ ; ส่วน ความสุขนั้นไม่ต้องถึงกับมึนเมา และก็ไม่มีลักษณะเป็นการเสพติด โดยกิเลสตัณหา. นี่เทียบ กันดูแล้วก็จะเห็นได้ว่า มันคนละอย่างต่างกัน ในลักษณะที่ จะกล่าวได้ว่า ตรงกันข้ามเอาเสียทีเดียว. ดูผลจากความสนุก. ทีนี้ก็จะได้ดูกันต่อไป ถึงผลอันเนื่องหรือสืบต่อไป ถึงเรื่องอื่น ๆ โดยเหตุการณ์ปัจจุบันเฉพาะหน้า ที่มีอยู่ใน ประเทศเรา.

น.91 ๘๕ ๑. ความสนุกนั้นทำลายเศรษฐกิจ ทั้งของ บุคคลและของส่วนรวม. เศรษฐกิจของบุคคลประสบความ ยุ่งยากลำบาก เมื่อเจ้าของหลงใหลในความสนุก, ประเทศชาติ ของประชาชนที่ลุ่มหลงในความสนุก มันก็หาเศรษฐกิจ ที่ดีได้ยาก. มูลเหตุแห่งการขาดดุลการค้าหรือการเงิน อะไรของประเทศชาติ มีมูลมาจาก ความเห็นแก่ความ สนุกสนาน ของประชาชน เป็นรากฐานของอบายมุข. อบายมุขตั้งอยู่ได้ เพราะมีความสนุกเป็นเครื่องล่อ, จะ เป็นเรื่อง ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านทำการงาน อะไรก็ตาม, มัน มีความสนุกนั่นแหละเป็นรากฐาน. ประเทศชาติที่มี ประชาชน เป็นทาสของความสนุก ย่อมประสบปัญหา เศรษฐกิจเหลือประมาณ. ทีนี้ก็ดูต่อไปถึง ๒. เรื่อง สุขภาพอนามัย, ความ สนุกนั้นทำลายสุขภาพอนามัยโดยไม่รู้ตัว ทั้งทางกายและ ทั้งทางจิต ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม, รสของความสนุกก็ กลบเกลื่อนไม่ให้รู้สึกว่า เป็นการทำลายสุขภาพอนามัยขอให้ สังเกตดูให้ดี ว่า ความสนุกนี้ทำให้ประพฤติหรือกระทำ

น.92 ๘๖ ในเรื่องที่มีรสเป็นที่พอใจนั้น มากมายไม่มีที่สิ้นสุด จน สุขภาพกายเสื่อมเสียก็ไม่รู้สึก ; ส่วนสุขภาพทางจิตนั้นไม่ ต้องพูดถึง. เพราะ ความสนุกเป็นสิ่งเสพติด อันหนึ่ง ทำ อันตรายแก่จิต ทั้งโดยตรงทั้งโดยอ้อม. ทีนี้ก็จะดูต่อไป ๓. ในชั้นสูง จะเห็นว่า ความ สนุกนั้นขวางหนทางแห่งพระนิพพาน. คนไม่สนใจเรื่อง นิพพาน ก็เพราะเห็นแก่ความสนุกในสวรรค์เป็นต้น, คนไม่ อยากจะสนใจธรรมะธัมโม เข้าวัดเข้าวา ก็เพราะเห็นแก่ความ สนุกที่บ้าน. ข้อนี้เอง เป็นเหตุให้ทางวัดขบถต่อหลัก ของธรรมะ คือจัดความสนุกหรืออบายมุขขึ้นในวัดเสีย เอง ดังนี้; เพราะอำนาจของความสนุกหรือความเห็นแก่ ความสนุก ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น, จึงถือว่า ความสนุกนี้ ขวางหนทางแห่งพระนิพพาน, มัน เป็นฝักฝ่ายแห่งกิเลส และวัฏฏะ, ไม่เป็นฝักฝ่ายแห่งโพธิหรือนิพพาน. เมื่อ มีกิเลสแล้วก็ทำความสนุกเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ได้รับผลของ ความสนุก ก็เพิ่มกิเลส คือความอยากในความสนุกนั้นให้ยิ่ง ขึ้นไป, แล้วก็ทำอีก เป็นวงกลมอยู่อย่างนี้ เรียกว่าวัฏฏะ.

น.93 จึงเป็นรากฐานของกิเลส มีอยู่ เป็นแกนกลาง ของวัฏฏะ, จึงเป็นไปเพื่อวัฏฏะ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน. ส่วน ความสุขนั้นตรงกันข้าม ; พิจารณาดูก็จะ เห็นได้โดยนัยกลับกัน เป็นปฏิบักขนัยกับสิ่งที่กล่าวมาแล้ว ; ไม่ทำลายเศรษฐกิจของใคร, ไม่เป็นเหตุให้ประเทศชาติขาด ดุลการค้า, ไม่ทำลายสุขภาพอนามัย, ไม่ขวางหนทางพระ นิพพาน, เป็นผักฝ่ายแห่งการละกิเลส ทีนี้ก็จะได้ดูกันต่อไปอีกสักนิดหนึ่งว่า แม้เรา จะได้ปรับปรุงเนื้อความของถ้อยคำนี้กันเสียใหม่ ให้ความ สนุกมีความหมายมาในทางที่ว่าไม่เป็นอันตราย มันก็ทำได้, แต่ต้องเป็นเรื่องผืนทำหรือหลอกลวงตัวเองอยู่ในตัว. จะ พูดว่า ความสนุกอย่างดี ความสนุก อย่างถูกต้อง ความ สนุก อย่างไม่ผิดกฎหมาย มันก็ยังเป็นที่ตั้งแห่งความมัว เมา ไปเสียทั้งนั้น. นี่จะให้เป็นความสนุกอย่างดีหรืออย่าง บริสุทธิ์อย่างไร ก็ยังคงเป็นที่ตั้งแห่งความเมา สนุกในการ ทำบุญ มันก็บ้าบุญ, สนุกในการทำดี มันก็บ้าดี. นี่เพราะ เรื่องสนุกหรือตัวสนุกมันเข้ามาแทรกแซงอยู่ด้วย. ท่านทั้ง

น.94 ๘๘ หลายลองพิจารณาดูเถิดว่า บ้าบุญ หรือบ้าดี หรือบ้าอะไร ก็ตามนี้ มันอันตรายเท่าไร, มันซ่อนเร้นลึกลับอยู่อย่างไร. รวมความว่า จะจัดให้ความสนุกถูกต้องหรือบริสุทธิ์ อย่างไร ในความหมาย มันก็ยังเป็นการโง่เขลาไม่รู้จักตัวเอง ตลอดเวลาที่บูชาความสนุก มันก็ไม่รู้จักตัวเองอย่างถูก ต้อง, เป็นการหลอกตัวเองอยู่เสมอ. การไม่รู้จักตัวเอง นี้เป็นอันตรายมาก คือมันไม่รู้เอาเสียทีเดียวว่า จะต้องทำ อะไร, เกิดมาทำไม, ควรจะได้อะไรที่แท้จริง มันก็ไม่รู้เอา เสียเลย, แล้วก็ไปหลอกให้หลงใหลอยู่ในความรู้สึกของความ สนุก. ข้อที่ควรระวังเกี่ยวกับความสนุก. เอ้า, ทีนี้ก็จะได้ดูกันต่อไป ถึงข้อที่ควรระวังเกี่ยว กับเรื่องนี้ สิ่งแรกก็อยากจะพูดถึง ขนบธรรมเนียมวัฒน- ธรรมประเพณี ที่มีกันอยู่โดยมากนั้น เป็น เรื่องสนุก สนานอย่างหลับหูหลับตา, แล้วก็ อ้างว่าเป็นวัฒนธรรม อ้างว่าเป็นประเพณี เพื่อไม่ให้ใครติเตียน, แต่ ผลที่ได้ รับ มันก็ยังคงเดิม คือว่าความหลงใหลมัวเมา หรือ เป็นทาส

น.95 ๘๙ ของกิเลส แล้วก็อย่างหลับหูหลับตา คือว่า ไม่รู้สึกตัว. ดังนั้น วัฒนธรรม หรือ ประเพณี บางอย่างเป็นสิ่งที่ ต้อง ระวัง เป็นสิ่งที่ ต้องปรับปรุง หรือ แก้ไข ; บางอย่าง จะต้องเลิกละ เอาเสียทีเดียวก็ยังมี, แต่ขอให้พิจารณาดูเอง เถิด อาตมาไม่อยากจะพูดให้มันรุนแรง. ทีนี้ถ้าจะดูกัน ในแง่ของการพัฒนาบ้านเมือง พัฒนาเศรษฐกิจ เป็นต้น มัน พัฒนาไม่ได้ ถ้าประชาชน ยังเป็นโรคเสพติดในความสนุก, มันก็เห็นแต่ความสนุก อย่างไม่มีขอบเขต นับตั้งแต่ยุวชน. ยุวชนที่กำลังเป็น ปัญหาอย่างยิ่ง เดี๋ยวอย่างนั้นเดี๋ยวอย่างนี้, เดี๋ยวสูบกัญชา, เดี๋ยวขี่รถเหมือนกับคนบ้า, แข่งรถเหมือนกับคนบ้า, เข้าไป ในสถานที่ที่ไม่ควรจะเข้าไป ซึ่ง ล้วนแต่ให้ความสนุก ทั้ง นั้น, แล้วจะพัฒนาอะไรได้อย่างไร ? การขาดดุลการค้าทาง เศรษฐกิจนั้น มีมูลมาจากสินค้าที่ฟุ่มเฟือย ที่ไม่จำเป็น ที่ เป็นไปเพื่อความสนุกเสียเป็นส่วนใหญ่, จนถึงกับกล่าวได้ว่า หยุดการกระทำเช่นนี้เสียอย่างเดียวเท่านั้น คือ หยุดใช้ของ ฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นเท่านั้นเศรษฐกิจหรือดุลการค้าของ ประเทศชาติ ก็จะไม่มีปัญหา.

น.96 ๙๐ ทีนี้ก็ดูไปถึงสิ่งที่เรียกกันว่าศิลปะ ๆ เดี๋ยวนี้ก็กำลัง แตกตื่นกันนักทั้งโลกทีเดียว ว่าศิลปอย่างนั้นศิลปอย่างนี้ ก็แลกเปลี่ยนศิลปในระหว่างประเทศ ยกย่องศิลปะ, แต่ ไม่ได้ดูให้ดีว่าศิลปะนั้น เป็นศิลปของอะไรกัน ; เป็น ศิลปของกิเลสหรือเป็นศิลปของสติปัญญา. ดูเหมือนว่า ยิ่งหาวิธี หาเคล็ด หาเล่ห์เหลี่ยม ให้มันสนุกสนานหัวหก ก้นขวิดไปทีเดียว, ระบุไปยัง เพลง ดนตรี การเต้นรำ สาม อย่างเท่านี้ก็พอ. เพลงเป็นศิลปะ ; ถ้าศิลปะของกิเลส ก็ส่งเสริม กิเลสได้เหลือประมาณ จนถึงกับมีจิตใจสูญเสียความเป็น มนุษย์. แม้ว่าบทเพลงจะเคยใช้ในโบสถ์ เพื่อความสงบ เย็น ; แต่ก็ไม่ เห็นเป็นศิลปะ ไม่ถือเป็นศิลปะ, เพลง ส่งเสริมกิเลสให้มีจิตทรามกลายเป็นศิลปะ ดนตรี ก็ เหมือนกัน, ดนตรีกระตุ้น ดนตรีเร่าร้อนเป็นที่พอใจ, ดนตรีที่ทำความสงบเย็น ชวนให้หลับ ไม่มีใครสนใจ. การเต้นรำ ชนิดที่ว่า ผู้เฒ่าผู้แก่ดูแล้วเป็นลม นั่นแหละ พอใจกันนัก ในหมู่ลูกหลาน.

น.97 ๙๑ นี่ ความสนุกมันนำไปสู่ความไม่รู้จักตัวเอง, ความไม่สามารถควบคุมตัวเอง, แล้วก็จมติดอยู่ในรสชาติของ ความสนุก จนเงินไม่พอใช้ จนต้องคดโกง หรือยุวชนต้อง รบกวนบิดามารดาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนี้. นี่ก็เป็นข้อที่ ควร ระวัง ในแง่ของสิ่งที่เรียกกันว่าศิลปะ. ทีนี้ ในแง่ของการศึกษา, ในการที่จะให้การศึกษา แก่ยุวชนนั้น ก็ต้องระวังให้ดี อย่าให้เขาตกไปเป็นทาส ของความเอร็ดอร่อยสนุกสนาน ทางเนื้อทางหนัง. การศึกษาในโลกเวลานี้ อยู่ในลักษณะสุนัขหางด้วน คือให้ เรียนแต่หนังสือกับวิชาชีพ ก็ฉลาดในการที่จะหาเงินมาบำรุง บำเรอตนเอง ให้กลายเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง อย่างที่ไม่รู้จะเรียก กันว่าอะไร. ทำงานเพื่อเงินทั้งนั้น, เงินนั้นก็ไม่ใช่ เพื่อประโยชน์อะไร นอกจาก เพื่อบำรุงความสนุกสนานแก่ เนื้อหนัง. นี่เราจะต้องให้การศึกษาที่ถูกต้อง ที่สามารถจะ ควบคุมความลุ่มหลงเหล่านี้ได้ หรือไม่ให้มีมาเจือปน ; แม้ เด็กทารกที่จะเติบโตขึ้นมา ก็ ควรจะอบรมไม่ให้ตกเป็น ทาสของความเอร็ดอร่อย สนุกสนาน, ให้เขารู้จักสิ่งที่

น.98 ๙๒ มีประโยชน์ และให้รู้ถึงกับว่า มันจะถูกหรือมันจะแพง, ถ้า มันมีประโยชน์นั่นแหละมันเป็นส่วนสำคัญ. ถ้า เราหา ประโยชน์ได้จากสิ่งที่ไม่แพง ดีกว่าที่จะต้องหาจากสิ่งที่ แพง และ เสียเงินมากมาย. แต่ว่าบิดามารดาที่รักลูก อย่างหลับหูหลับตา ก็ทำลูกให้มึนเมา มอมลูกให้มึนเมา ไป ในความสนุกสนานเอร็ดอร่อย ยิ่งแพงยิ่งดี เพาะนิสัยให้ หลงใหลในความอร่อยที่แพง อย่างนี้ผลอะไรเกิดขึ้น ก็เป็นที่ รู้กันอยู่ดีแล้ว. ระวังให้ดีว่า ความสนุกนี้มันเป็นสมบัติของ ปุถุชน, ไม่ใช่ของอารยชน, ไปใคร่ครวญดูเถิด อย่างไร ๆ เท่าไร เพียงไหน, มันก็จะพบว่า ความสนุกนี้เป็นสมบัติของ ปุถุชนคนธรรมดา คนมีอวิชชา มีกิเลสตัณหา, ไม่ใช่ สมบัติของอารยชน ควรจะได้รับการปรับปรุงกันเสีย ใหม่. นี้ควรจะทำอย่างไร ในที่สุดนี้ ควรช่วยกันระวัง อย่าให้วัฒนธรรมไทยนี้ตกไปเป็นทาสของความสนุก, จะต้องเพิ่มความรู้ทางจิตวิทยาเป็นต้น ในการศึกษาให้เพียง พอ ถือธรรมะกันให้มากกว่าที่แล้วมา หรือเรียกว่าเป็น พุทธบริษัทกันเพิ่มขึ้นอีก ดีกว่า.

น.99 ๙๓ แก้ปัญหาด้วยฆราวาสธรรม. ถ้าตั้งใจที่จะเอาชนะกิเลสข้อนี้ ก็ต้องอาศัยธรรมะ ที่มีอำนาจเพียงพอ กันทีเดียว. หมวดธรรมะหมวดหนึ่งซึ่ง เรียกว่า ฆราวาสธรรม ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า จำเป็นสำหรับฆราวาส, แล้วก็ทรงท้าทายว่า ให้ไปถาม สมณพราหมณ์ครูบาอาจารย์พวกอื่นดูเถิด ว่าธรรมะหมวดไหน สำหรับฆราวาส เหมาะสมสำหรับฆราวาส ยิ่งไปกว่าธรรมะ ทั้ง ๔ นี้, นั้นคือ สัจจะ-ความจริงใจ. ทมะ - การบังคับ ตัวเอง, ขันตี - ความอดกลั้นอดทน, จาคะ - สละสิ่งที่ ไม่ควรจะ มีอยู่ในตน. นี้เป็นธรรมะซึ่ง พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงฝากไว้เป็น ของขวัญกับประชาชนทั่วไป ; แต่ก็มีคนเพียงแต่ฟัง แล้วก็ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถึงที่สุด. ความจริงใจในการที่จะ ละสิ่งเสพติดนั้นไม่พอ, ความจริงใจไม่พอ. การบังคับตน เองก็ไม่พอ. เมื่อการบังคับตนเองไม่พอ สิ่งที่จะอดกลั้นอดทน มันก็มากเกินไป จนอดทนไม่ไหว ก็ปล่อยเลยตามเลย, และ ตลอดเวลานั้น ไม่มีการระบายถ่ายเท ความรู้สึกอันเลวร้าย เหล่านี้ออกไปเรื่อยๆ ขาดสัจจะ ทมะ ขันตี จาคะ กันถึง

น.100 ๙๔ ขนาดนี้ มันก็กลายเป็นเรื่องล้มละลาย ไม่ได้รับประโยชน์ อันสูงสุด ที่ ฆราวาสควรจะได้รับ . ดังนั้นขอเน้น สัจจะ - ความจริงใจ, ทมะ - บังคับ ตนเอง ให้ทำตามความจริงใจที่อธิษฐานไว้, อดกลั้นอดทน เมื่อจะต้องอดกลั้นอดทน, แล้วก็ ระบายความรู้สึกอันชั่ว ร้าย หรือเป็นอุปกรณ์แห่งความชั่วร้ายออกเสียจากจิตใจของ ตนอยู่เป็นประจำ. นี่เรียกว่า ธรรมะสำหรับฆราวาสโดย ตรง. ถ้าจะเอาธรรมะชั้นสูงสำหรับโลกุตตระ ก็เรียก ว่า ตั้งอยู่ในทางสายกลาง ซึ่งมันอาจจะสูงเกินไปก็ได้ ; แต่ก็ควรจะฟังไว้ ว่าสายกลางนั้นเป็นอย่างไร ; สายกลาง นั้นอยู่ระหว่างความแพ้และความชนะ, ไม่เอาทั้งแพ้ ไม่ เอาทั้งชนะ, ไม่เอาทั้งกำไร ไม่เอาทั้งขาดทุน, ไม่เอาทั้งดี ไม่เอาทั้งชั่ว, ไม่เอาทั้งได้ ไม่เอาทั้งเสีย, ไม่เอาทั้งบุญ ไม่ เอาทั้งบาป, ไม่เอาทั้งสุข ไม่เอาทั้งทุกข์, ไม่เอาสิ่งที่เป็นคู่ ๆ เหล่านั้น แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง. อยู่ตรงกลางระหว่างนั้น อย่างนี้เรียกว่าอยู่ในทางสายกลาง อยู่เหนือกิเลส, อยู่เหนือ เหยื่อของกิเลส, อยู่เหนืออิทธิพลแห่งเหยื่อของกิเลส. ความ

น.101 ๙๕ สนุกก็เลยเป็นของจืดชืด หรือถึงกับว่าน่าขยะแขยง ไม่ไป ทำให้เสียเวลา ไม่ไปทำให้โง่ เพื่อจะหลอกลวงตัวเอง ด้วยความสนุก แสวงหาแต่ความสงบเย็นซึ่งพอจะเรียกได้ ว่าเป็นความสุข, ไม่ถูกรบกวนด้วยอารมณ์ใด ๆ, ไม่บ้า อะไร ไม่บ้าแม้แต่บ้าดีหรือบ้าบุญ ก็ไม่บ้า. นี่เรียกว่า มันไม่มีอันตรายใด ๆ อันเกิดมาจากความสนุก. เดี๋ยวนี้เราเผลอ ประมาท หรือเข้าใจผิด เกี่ยว กับเรื่องนี้กันมากเกินไป จึงเกิดปัญหานานาประการเกี่ยว กับการตกเป็นทาสของความสนุก; เช่นปัญหาทาง เศรษฐกิจเป็นต้น ส่งเสริมกันอย่างหัวหกก้นขวิด อย่างหลับ หูหลับตา, ไม่ดูให้ดี พูดกันไม่รู้เรื่องในการพัฒนาประเทศ ; แม้ที่สุดแต่ที่จะชักชวน ให้ซื้อสินค้าที่ผลิตขึ้นในประเทศ ก็ ยังไม่สำเร็จ เพราะว่าผู้ถูกชักชวนบูชาความสนุกสนานเอร็ด อร่อยทางเนื้อทางหนัง, การพัฒนาบุคคลก็เป็นไปไม่ได้, พัฒ- นาครอบครัวก็เป็นไปไม่ได้, พัฒนาบ้านเมืองก็เป็นไปไม่ได้. ขอให้เราทั้งหลายเตรียมตัวพร้อม เพื่อมา รู้จักศัตรู อันร้ายกาจของมนุษยชาติ ในนามของคำว่าความสนุก นี้กันเสียให้เพียงพอ, มันเป็นศัตรูของมนุษยชาติ ที่จะ

น.102 ๙๖ ทำลายความเป็นมนุษย์ให้ร่อยหรอ ถึงความไม่เป็นมนุษย์เสีย เป็นส่วนใหญ่, แล้วเราก็จะไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ และ พบพระพุทธศาสนา. ขอให้สนใจในการที่จะมีอำนาจ เหนืออิทธิพลของความสนุกทุกๆ อย่าง แล้วมีความสุข สวัสดีอยู่ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต