Buddhadasa.org

การใช้อานาปานสติให้เป็นประโยชน์ในบ้านเรือน ตอนที่ ๒ — อานาปานสติกับสุขภาพ — มนุษย์โบราณรู้จักใช้ลมหายใจ

การใช้อานาปานสติให้เป็นประโยชน์ในบ้านเรือน — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — การใช้อานาปานสติให้เป็นประโยชน์ในบ้านเรือน (๕ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.11 ๕ เมื่อไร ? ในอินเดีย มีระบบจัดการกับลมหายใจแบบโบรม โบราณนานที่สุด เขาเรียกกันว่า ปราณายามะ, ปราณา- ยามะ ตัดบท เป็นปราณะ+อายามะ แปลว่า การควบคุมบังคับ ลมปราณ ลมปราณ คือลมหายใจ ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่สมัยเป็นคนป่า. มนุษย์รู้จักจัดการเกี่ยวกับลมหายใจ ทำ อย่างไรจะให้ได้รับประโยชน์ที่สุด, แล้วระบบนี้ก็ได้รับการ ปรับปรุงแก้ไขมาเรื่อย ๆ เรื่อยมา ดีขึ้น ๆ กว้างขวางขึ้น ละเอียดลออออกไปเป็นปราณายามะ ปราณายามะ. ครั้น มาเป็น ลัทธิธรรมะลัทธิศาสนา ก็ใช้เป็นเบื้องต้น เบื้อง ต้นของการทำสมาธิ, ควบคุมลมหายใจเป็นเบื้องต้นของการ ทำสมาธิด้วยกันทุกลัทธิ แม้ว่ามันจะต่างกันโดยวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ใจความมันเหมือนกัน คือการควบคุมลมหายใจให้ เกิดผลตามที่เราต้องการ. ฉะนั้น อย่าเข้าใจว่ามีแต่ใน พุทธศาสนาในลัทธิโยคะ โยคี ลัทธิใด ๆ ก็ตาม เขาใช้ ปราณายามะเป็นพื้นฐาน เป็นหลักการพื้นฐาน, หรือว่า เป็นบุพพภาคแห่งการกระทำ นี่เรียกว่า เรื่องลมหายใจ นี่ รู้จักกันมาแต่ดึกดำ- บรรพ์, รู้จักทำให้เป็นประโยชน์เท่าที่จะทำได้ จนมากลาย

น.12 ๖ เป็นเรื่องทางธรรมทางศาสนา, เป็นสมาธิที่เป็นบาทฐานของ วิปัสสนา จนกระทั่งเป็นตัววิปัสสนาเสียเอง, เป็นอานาปาน- สติสูงสุด เป็นวิปัสสนาเสียเอง ก็รู้ธรรมะอันสูงสุดได้. นี้ เรียกว่าการใช้ระบบลมหายใจให้เป็นประโยชน์นี้ ได้ใช้กันมา แล้วตั้งแต่ต่ำที่สุดจนถึงสูงสุด, โดยเฉพาะในพระพุทธ- ศาสนาเป็นอานาปานสติ ๑๖ ขั้น แล้วก็ได้ผลเป็นมรรค ผล นิพพาน ดังที่ได้บรรยายมาแล้วโดยพิสดาร ทีนี้เราก็จะต้องมาดูกันบ้างในแง่ของธรรมชาติล้วน ๆ ธรรมชาติล้วนๆ ลมหายใจมันเกี่ยวข้องกันกับระบบ กลไกต่าง ๆ ในร่างกาย, การจัดการลงไปที่ลมหายใจ มัน จะมีผลเนื่องกันไปถึงอะไรก็ได้ ที่เรียกว่ามันเนื่องกัน แล้ว ก็มากมายเสียด้วย. ลมหายใจจะขับไล่ความรู้สึกเลวร้ายใด ๆ ออก ไปได้, เมื่อกลัวขึ้นมา เอ้า, เมื่อกลัวขึ้นมา ขอให้ ลอง หายใจแบบอานาปานสติช้าๆ ละเอียด ๆ เดี๋ยวมัน จะขับไล่ความกลัวให้หายไป, หรือว่ามัน ประหม่า ประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก ก็กำหนดลมหายใจให้ดี ๆ ทำให้

น.13 ๗ ถูกต้องตามวิธี เดี๋ยว ความประหม่าก็จะหายไป. อาตมา ได้เห็นเป็นครั้งแรกแล้วก็สะดุดตา แล้วก็ติดใจ จำได้กระทั่ง วันนี้ คือ นักบวชญี่ปุ่นคนหนึ่ง เขาเชิญมาบรรยายปาฐกถา เรื่องพุทธศาสนาในประเทศญี่ปุ่น ที่สามัศคยาจารย์ยุคเก่า ๆ โน่น แกขึ้นไปบนเวที ไปยืนนิ่งอยู่ที่หน้าไมโครโฟน นิ่งอยู่ สงสัยว่านี้ทำไมแกจึงนิ่งเหมือนกับเป็นใบ้เป็นบ้าอย่างนี้ ตั้ง ๒-๓ นาที หรือตั้ง ๕ นาทีแล้วจึงค่อยพูด, เห็นได้ชัดว่า เป็นการสำรวมที่ดีที่สุด แล้วก็พูดได้ดีที่สุด, คงจะ ประหม่า แล้วก็หายไป ขับไล่ไปด้วยการหายใจที่อย่างถูก ต้องวิธี. . นี่เรียกว่าขับไล่ความประหม่า ธรรมชาติมันก็ สร้างมาอย่างนั้น. เมื่อเรารู้สึกโศกเศร้าอัดอั้นตันใจ ก็มีการ ถอนหายใจใหญ่, ไม่สังเกตเห็นบ้างหรือ การถอนหายใจ ใหญ่น่ะ มันถอนได้เอง มันเป็นได้เอง. เมื่อสิ่งต่าง ๆ มัน ขัดข้องในภายใน ร่างกายมันก็จัดการของมันเอง ถอน หายใจใหญ่ ให้ยาวให้คล่อง, ความอึดอัดความขัดแค้น ความจะร้องไห้มันหายไป นี่ ลมหายใจมันช่วยแก้กันได้ อย่างนี้.

น.14 ๘ ดังนั้น เกี่ยวกับสุขภาพอนามัย มนุษย์โบราณจึง ได้รู้เรื่องนี้มาก, ใช้ลมหายใจแก้ปัญหาในการเป็นอยู่ อย่างสบาย, หรือเด็กมันจะร้องไห้ หรือเด็กมัน จะสะอึก นี่เอาให้มันหายใจยาวๆ หายใจแบบอานาปานสติ เดี๋ยวมัน ก็หาย มันก็สบาย, รู้เรื่องธรรมชาติสร้างกันมา กำหนดกัน มาอย่างนั้น. ถ้าว่า เลือดมันออกมาก ก็หายใจให้ละเอียด บังคับลมหายใจให้ละเอียดเข้า เลือดมันก็จะออกน้อย, หรือบางทีมันอาจจะหยุดไปเลย. นี้เรียกว่า เขารู้เรื่องลมหายใจกันมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่มนุษย์ที่ยังเป็นคนป่าอยู่ก็ได้ บังคับลมหายใจโดยวิธี ต่าง ๆ สืบกันมา สืบกันมาจนถึงยุคพระพุทธเจ้านี้ เรียกว่าใช้ กันทั่วไปหมด, ใช้เป็นการอิทธิฤทธิ์ สมาธิเหาะเหินเดิน อากาศ อย่างพวกยักษ์พวกมารในหนังสือเรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ นี้ บริกรรมคาถาแล้วก็เป่าไป ๓ คาบ ลุกขึ้นรบได้อีก, ใคร ไม่เคยอ่านบ้างหรือหนังสืออย่างนี้. นี้มัน เกี่ยวกับลมหายใจ ทั้งนั้น เป็นมนต์ขับไล่ความขี้ขลาด ความไม่กล้าหาญ ความไม่สง่าผ่าเผย ความอะไรต่าง ๆ นี่ ขับไล่ออกไป.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต