Buddhadasa.org

พระคุณของแม่ ตอนที่ ๓ — พระพุทธคุณ ๙ — แม่ผู้ปฏิบัติตามพระพุทธคุณ

พระคุณของแม่ — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — พระคุณของแม่ (๕ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.15 ๗ ๙ อย่าง ๙ ประการด้วยกัน เรียกว่าพระพุทธคุณ บางทีก็ เรียกว่า นวหรคุณ ประกอบอยู่ด้วยคำสำคัญที่เป็นคำกิริยาของ ศัพท์ : อรหะ นี่เป็นการ หักสังสารวัฏฏ์ หักสังสารจักรนี้ เป็นไป, และคำว่า อาราหะ แปลว่า เว้นไกล เว้นไกลจาก ความชั่ว ความทุกข์ หรือความบาปทั้งหลาย, อารหะ แปลว่า ผู้ควร ควร ๆ ควรแก่การบรรลุธรรม ควรแก่การเคารพบูชา, แล้วอรหะอีกคำหนึ่ง แปลว่า ไม่มีความลับ ไม่มีเรื่องลับ ไม่มีความลับ คือไม่มีความชั่วที่ต้องปกปิด มีแต่การเปิดเผย. พระคุณข้อที่ ๑ เรียกว่า อรหะ มีใจความอย่างนี้ แปลว่าหักเสีย ซึ่งสังสารวัฏฏ์ก็ได้, ควรแก่การกราบไหว้บูชาก็ได้, เว้นไกล จากสิ่งที่ควรจะเว้น, แล้วก็ไม่มีความลับ. พระคุณข้อที่ ๒ ของหมวดนี้ก็คือว่า สัมมาสัมพุทธะ ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง. ขอให้แม่ทุกคนมีการตรัสรู้ หรือมีการรู้ มีความรู้โดยสมควรแก่การดับทุกข์ได้ของตนเอง. วิชชาจรณสัมปันนะ มีทั้งความรู้และมีทั้งการ ปฏิบัติ พูดอย่างเป็นศัพท์เป็นแสงก็ว่า มีทั้งทฤษฎีและมีทั้ง

น.16 ๘ ปฏิบัติ อย่างภาษาฝรั่งพูดกันหน่อยก็ว่า มีทั้ง technic และ technique นี่เรียกว่า วิชชาจรณสัมปันนะ. ต่อมาเรียกว่า สุคตะ แปลว่า ไปดี, ไปดี ไปตรง ประพฤติดี ประพฤติชอบ แล้วก็ไปได้ตรง. ต่อมาเรียกว่า โลกวิทู เป็นผู้รู้โลก เป็นผู้รู้เท่า ทันโลก. ต่อมาเรียกว่า อนุตตระ ปุริสทัมมสารถิ ยอด เยี่ยมในการฝึกคน แม้จะฝึกลูกฝึกหลานฝึกทุกคน กระทั่ง ว่าให้เป็นสาวกที่ดี เป็นผู้ดับทุกข์ได้ด้วยการฝึกนั้น. ต่อมาเรียกว่า สัตถา เทวมนุสสานัง เป็นครู สั่งสอนได้ทั้งเทวดาและมนุษย์ ; พูดให้ตรงก็ว่า ทั้งคน ชั้นต่ำและคนชั้นสูง มนุษย์ยังเป็นคนชั้นต่ำ เทวดาเป็นคน ชั้นสูง ท่านฝึกได้ทั้งคนชั้นต่ำและคนชั้นสูง เพราะเป็นพระ ศาสดาทั้งเทวดาและมนุษย์. ข้อต่อมาก็เป็น พุทธะ คือเป็น ผู้รู้ รู้สิ่งที่ควรรู้, แล้วก็ ตื่น จากความหลับคือกิเลส, แล้วก็ เบิกบาน เบิกบาน คือเป็นสุข.

น.17 ๕ บทสุดท้ายว่า ภควา เป็น ผู้แจก แจกคือทำให้คน อื่นรู้ แจกธรรมะ แจกความรู้ ; พูดเป็นธรรมดาหน่อยก็ว่า แจกของส่องตะเกียง พัสดุสิ่งของก็แจก ส่องตะเกียงคือแสง สว่างหรือความรู้ก็แจก. นี้เรียกว่าพุทธคุณ ๙ อย่าง อรหัง เป็นผู้หัก เป็นผู้ ควร เป็นผู้ ไม่เร้นลับ, สัมมาสัมพุทโธ ตรัสรู้ ได้ด้วยตนเอง, วิชชาจรณสัมปันโน เป็นผู้สมบูรณ์ทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ, สุคโต ไปดี ไปตรง ไปตรงจุด ไปตรงจุดที่ดับทุกข์ได้, แล้ว โลกวิทู รู้แจ้งโลก รู้เท่าทันโลก ไม่มีอะไรที่ไม่รู้ในบรรดา เรื่องที่เกี่ยวกับโลก สิ่งที่เรียกว่าโลกก็คือทุกข์ รู้โลกก็คือรู้ทุกข์, อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ เป็นผู้ฝึกคนอย่างยอดเยี่ยม, สัตถา เทวมนุสสานัง เป็นครูได้ทั้งคนชั้นต่ำและคนชั้นสูง, พุทโธ เป็นผู้รู้ เป็นผู้ตื่น เป็นผู้เบิกบาน, ภควา เป็นผู้แจก ๆ ๆ. ซ้ำอีกทีหนึ่ง ขอย้ำซ้ำอีกทีหนึ่ง เพราะว่าถ้าคนไหน จำไม่ได้ มันก็โง่เต็มที ที่จำพระพุทธคุณ ๙ ไม่ได้ : อรหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควา.

น.18 ๑๐ แม่ของเราประกอบอยู่ด้วยการปฏิบัติถูกต้องตามพระ พุทธคุณทั้ง ๙ ประการ, แม่ของเราประพฤติถูกต้อง ประพฤติ ปฏิบัติดีอยู่ด้วยคุณ ๙ ประการอย่างนี้ นี่เรียกว่า พุทธคุณ ๙ ประการ. ก้าวที่ ๓ โลกุตตรธรรม ๙ ทีนี้ก็มาถึงผลที่ได้บรรลุ เรียกได้ว่า โลกุตตรธรรม ๙ โลกุตตรธรรม ๙ อย่าง เป็นผลแห่งการบรรลุ คือ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ก็รวมกันเป็น ๙; แม่ของเราประกอบ อยู่ด้วยโลกุตตรธรรม ๙, ขวนขวายเพื่อบรรลุโลกุตตรธรรม ๙, แล้วก็บรรลุโลกุตตรธรรม ๙ ตามสัดส่วนของท่าน นี่เรียกว่า มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑. ท่านทำให้มีความรู้ในเรื่องมรรค แล้วปฏิบัติให้ดับ ทุกข์เป็นผลลงมา แล้วก็ปรากฏอยู่เป็นพระนิพพาน. ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ปริยัติก็เป็นเรื่องของปริยัติ ปฏิบัติก็เป็นเรื่อง การปฏิบัติ และปฏิเวธก็เป็นตัวผลของการปฏิบัติ ; มันมีทั้ง ปริยัติคือความรู้ มีทั้งปฏิบัติคือการปฏิบัติ มีทั้งปฏิเวธคือความ ที่เป็นผลของการปฏิบัติ.

น.19 ๑๑ ตกลงกำลัง พูดถึงมรรค ๔ ก็จะรวมเรียกว่า วิราคะ คือทำให้ กิเลสลดถอยลงไป, พูดถึงผล ๔ ก็คือผลที่เป็น นิโรธะ ดับ ทุกข์ได้, ปฏิเวธะ เป็นเรื่องของการรู้แจ้งแทงตลอด ดับสิ้น แห่งความทุกข์ เรียกว่าที่สิ้นสุดแห่งความทุกข์. ถ้าเรายกเอาธรรมะหมวดวิราคะทั้งหลายมาเป็นเรื่อง ปริยัติ ก็เป็นเรื่องของความรู้ ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายคลาย กำหนัด มีผลเป็นการปฏิบัติ แล้วก็มีผลเป็นพระนิพพาน คือ ปฏิเวธ. นับทางมรรคก็ ๔ ทางผลก็ ๔ ทางนิพพานก็ ๑ รวมกันเป็น ๙ อย่าง เป็นพระคุณของแม่ เป็นพระคุณของแม่ พระคุณของแม่ก็มี ๙ อย่าง ; นี่มันเป็น สิ่งที่มีอยู่ในจิตใจ ของแม่. จงสังเกตดูให้ดีๆ ว่า อาตมาได้เรียงหมวดธรรม เหล่านี้อย่างลึกซึ้ง หรือว่าอย่างละเอียดลออที่สุด. ๙ อย่างทีแรกเรียกว่า นวังคสัตถุศาสน์ คือเป็นสุตตะ เคยยะ เวยยากรณ์ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูต- ธรรมะ เวทัลละ เป็น ๙ ประการ ; นี้จำไว้ให้ดี ๆ ว่า ตัวสูตร, ตัวสูตรที่เจือกันด้วยคาถา, ตัวเวยยากรณ์คือร้อยแก้ว.

น.20 ๑๒ ตัวคาถา, ตัวอุทานคือสิ่งที่เปล่งออกมา, อิติวุตตกะหลักที่กล่าว ไว้อย่างชัดเจนว่า พระพุทธเจ้าท่านกล่าวไว้อย่างนี้, ชาดกคือ เรื่องหนหลัง เรื่องอุทาหรณ์ นิทัศน์อุทาหรณ์ต่าง ๆ, อัพภูต- ธรรมะ คือเรื่องน่าอัศจรรย์ต่าง ๆ, เวทัลละ ตอบเอง ถามเอง เรียกว่า นวังคสัตถุศาสน์ สมบูรณ์อยู่ในพระคุณของแม่ จำ ไว้นะว่า ๙ แล้วนะ ๙ ๙ ๙ เป็น นวังคสัตถุศาสน์. นี้ ๙ ๙ ๙ ที่ปรากฏอยู่โดยพระคุณ เป็นหลักปฏิบัติ ให้เห็นชัดอยู่ เรียกว่าปฏิบัติ ๙ อย่าง ก็คือพระพุทธคุณ ๙ นั่นแหละ : อรหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควา ก็ ๙ อีกเหมือนกัน. จะพูดให้นึกกันสักหน่อยว่า มันขลังดี มันขลังดี เพราะมัน ๙ ทั้งนั้น แล้วมันยังมีโลกุตตรธรรม ๙ เข้ามาอีก มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ เป็น ๙ มันก็กลายเป็น สาม ๙ ขึ้นมา อะไร ๆ ก็กลายเป็น ๙ ๙ ๙. พระคุณของแม่เป็นสถาบัน นี้เป็น สถาบันแท้จริง, เป็นสถาบันแท้จริง แล้ว ก็ของคุณแม่ ของคุณแม่ คุณแม่มีสถาบันอันแท้จริง. แต่คุณ

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต