Buddhadasa.org

การปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา ตอนที่ ๕ — ความหมายของคำว่าปฏิบัติธรรม

การปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — การปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา (๗ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.22 ๑๗ นี้ลองคิดดูเถอะว่า ให้สละชีวิตเสียแล้วจะได้ชีวิต อย่างนี้, ถ้าคนนั้นรู้จักแต่ชีวิตเดียว แล้วมันจะได้อะไร, จะ ทำได้อย่างไร, มันต้องรู้จักทั้งสองชีวิต. ชีวิตชนิดไหนที่เรียกว่า ว่าชีวิตหลอกลวงเป็นมายา เป็นเรื่องเนื้อหนัง แล้วก็ไม่จริง ที่สุดเลย แล้วชีวิตชนิดไหนมันจริง มันสูงสุด ควรจะเรียกได้ ว่าชีวิตจริง นี่มันจึงจะปฏิบัติได้โดยหลักอันนี้. นี้เรากำลังพูดถึงว่า วิธีปฏิบัติมันก็มีหลักที่จะสละ อันหนึ่งออกไป แล้วได้อันที่สองเข้ามาแทน ซึ่งว่าถูกต้อง หรือว่าดีหรือว่าหมดปัญหา. ในเมื่อชีวิตนี้ มันเต็มไปด้วย ปัญหา ก็สลัดทิ้งไป ก็ได้มาซึ่งชีวิตใหม่ ซึ่งไม่มีปัญหาเลย ผลจะเป็นอย่างไร ไว้พูดกันในการบรรยายครั้งต่อไปที่เรียกว่า วิปากธรรม. เดี๋ยวนี้จะพูดแต่คำว่า ปฏิบัติธรรม คือต้อง กระทำหน้าที่ที่ต้องกระทำ. ความหมายของคำว่าปฏิบัติธรรม. คำว่า ปฏิบัติธรรม มัน แปลว่าเดินไป , คำว่า จริยา นี้ก็แปลว่า เดินไป . เมื่อเราพูดกันถึงรากศัพท์ คำว่า ปฏิบัติ มันมาจากคำว่าเดินไป ๆ , คำว่า จริยา จริตะ จริยะ นั้นก็ แปลว่า เดินไป ๆ . ถ้าไม่เรียนบาลีบ้างก็ไม่รู้ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือ ว่า ตามข้อเท็จจริงเป็นไปมาแต่ต้นจนบัดนี้ภาษาธรรมะภาษา ศาสนานี้ต้องยืมภาษาชาวบ้าน ภาษาชาวโลกนั้นมาใช้. เรื่อง

น.23 ๑๘ นี้ผมเคยพูดหลายหนหรือหลายสิบหนแล้ว แต่คุณบางคนนี้ ไม่เคยได้ยิน จึงต้องพูดอีกหรือเตือนกันอยู่อีกว่ามันเป็นความ จริง หรือเป็นข้อเท็จจริงอันหนึ่งที่เป็นความลับอยู่, ไม่ค่อยรู้ ว่าภาษาธรรมะที่มันยุ่งยากลำบากนั้น ที่แท้มันก็ไปยืมภาษา ชาวบ้านกลางถนนมาใช้. เช่นยืม คำว่า ถนน มาใช้เป็นชื่อของการปฏิบัติ สำหรับจะไปนิพพาน, คำว่า มรรค นั้นแปลว่า หนทาง, ชาว บ้านเขารู้จักดี เรียกกันมาก่อนว่า มรรค มรรคา อะไรก็ตามใจ แปลว่าถนนสำหรับ เท้าเดิน ควายเดิน วัวเดิน อะไรเดินเรียกว่า ทาง แต่พอค้นพบวิธีปฏิบัติให้จิตใจมันเดินไปสู่นิพพานได้ ก็ ไม่มีคำจะใช้ ต้องไปเอาคำชาวบ้านกลางดินมาใช้ เลยคำว่า ทาง นี้ก็ เปลี่ยนมาเป็นคำบัญญัติเฉพาะในทางศาสนา คือทาง ที่ใจจะเดินไปสู่นิพพาน. ฉะนั้นคำว่า ปฏิบัติ นี้ก็แปลว่า เดิน ที่ไปกลางถนน นั่นแหละ, แต่ทีนี้ ใจมันเดิน ก็ เรียกว่าปฏิบัติธรรม. จะระ ก็ แปลว่า ไปหรือเดิน ภาษาไทยที่เรียนมาแล้วว่า, บทจร นี้มันก็ เดินไปด้วยเท้า มันแปลว่าเดินคำนั้น แต่มาใช้เป็นชื่อของการ ปฏิบัติ แล้วใจมันก็เดิน, เดินจากจุดนี้ไปยังจุดนั้น. ฉะนั้นคำว่า ปฏิบัติ ก็ดี, คำว่า จริยา ก็ดี มันแปลว่า เดิน. พอเรารู้อย่างนี้ เราก็เข้าใจได้ง่ายขึ้น ว่า เราต้องปฏิบัติ จนมีการเดิน ไม่ใช่หยุดอยู่กับที่, ไม่ใช่ซ้ำที่, ไม่ใช่เหมือนที่

น.24 ๑๙ อยู่อย่างนี้. มันต้องไป ก้าวหน้าไป นั้นคือตัวกิริยาอาการของ การปฏิบัติ. คำว่า เดินไปด้วย เท้ามันก็ เป็นเรื่องธรรมดา สามัญ ที่มนุษย์รู้จักแล้วมาตั้งแต่สมัยแรกเป็นมนุษย์ หรือว่าละจาก สภาพของความเป็นลิงมาเป็นมนุษย์ก็รู้แล้ว, แต่พอว่า เดิน หรือปฏิบัติไปนิพพาน นี้ไม่รู้ มัน เป็นเรื่องทางวิญญาณ, นี่เกิด คำว่าฝ่ายวิญญาณ ขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร, ผมก็เรียกว่า วิญญาณ ไปตามความรู้สึกของผม. คำว่า spiritual นั้น ไม่รู้ว่า จะแปลว่าอะไรกัน, เดี๋ยวนี้ขอเรียกว่าวิญญาณ ทางวิญญาณ. เดินด้วยเท้า นั่นคือเดินทางเนื้อหนัง ทางวัตถุ, เดินด้วยจิต ก็ เป็นเรื่อง spiritual, เดินทางวิญญาณ คนสมัยนี้ไม่รู้จักไม่อยาก จะรู้จัก มีอะไรมาชักชวนให้ไม่อยากรู้จัก ก็เพราะเรื่องเห็น แก่ปากแก่ท้อง เห็นแก่เรื่องเนื้อหนัง เห็นแก่ความเพลิดเพลิน ทางเนื้อทางหนัง ก็เลยไม่อยากจะได้รู้จักเรื่องทางวิญญาณ. ขอให้นึกถึง การเดินทางจิตทางวิญญาณ ที่เรียกว่า ตัวการปฏิบัติ, ถ้าเป็นจริงเป็นจังก็ เรียกว่าการปฏิบัติธรรม คือ หน้าที่ที่จะต้องประพฤติกระทำตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ. แต่เดี๋ยวนี้มันเป็นเรื่องทางจิตใจมันสูงขึ้นมา ก็ เพื่อจะดับความ- ทุกข์ทั้งหลายจะบรรลุมรรคผลนิพพาน เรียกว่าการเดินหรือ การปฏิบัติ ในที่นี้.

น.25 ๒๐ ถ้า เดินถูกต้องเรียกว่า ปฏิบัติถูกต้อง, ต้องไม่ออก ริมทางใช่ไหม. เหมือนกับควายวัวมันเดินไปตามทางนี้ ถ้า มันถูกต้องมันไม่ต้องออกริมทาง, จะทางซ้ายก็ได้ทางขวาก็ได้ ไม่ต้องออกไปริมทาง, จึงจะเรียกว่าเดินถูกต้อง นี่ เดินทาง จิตใจ นี้ก็เหมือนกัน ต้องไม่ออกไปริมทาง ทางซ้ายก็ไปบ้า เรื่องกามารมณ์, ทางขวาก็ไปบ้าเรื่องขลัง เรื่องศักดิ์สิทธิ์ เรื่อง ทรมานตน ให้ลำบากอย่างนี้. มีชื่อเรียก ในพระบาลี กามสุขัลลิกานุโยค - ไป พัวพันอยู่แต่เรื่องกามารมณ์ นี้ไป ทางซ้าย , ทางนี้ก็เรียกว่า ทางเปียก คือเปียกชุ่ม เรียกว่า อาคาฬหปฏิปทา - การปฏิบัติ ที่เปียกชุ่มจมอยู่ในกามารมณ์ นี้มันไปซ้ายแล้ว. นี้ อีกทางหนึ่ง มันไปทางตรงกันข้ามทางขวา ไปขลังไปศักดิ์สิทธิ์ ไปทำตน ให้ลำบาก, นี่เรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค - ทำตนให้ลำบาก, บางทีก็เรียกว่านิชฌามปฏิปทา - คือ ข้อปฏิบัติที่ทำให้ไหม้ เกรียม , เอามาย่างให้เกรียมให้ไหม้ไปเลย นี่ไปอีกทางแล้ว ขวาแล้ว แล้วแต่จะสมมติ, นี่มันออกริมทางแล้ว ออกทางแล้ว ก็เรียกว่าไม่ถูกทาง. นี้ ต้องให้ มัน อยู่ตรงกลาง ที่มันถูกทาง อย่าไปข้าง โน้นอย่าไปข้างนี้ บางทีเขาก็เรียกว่า ไม่ตึง หรือ ไม่หย่อน ถ้าหย่อนไปทางกามารมณ์ ; ถ้าตึงก็เป็นการทำตนให้ลำบาก โดยไม่รู้เหตุผล ไม่มีเหตุผลแล้วงมงาย เดี๋ยวนี้ไม่ไปข้างซ้าย, ไม่ไปข้างขวา ไม่ออกไปริมทาง, ก็เดินอยู่ตรงกลาง ก็เรียกว่า

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต