Buddhadasa.org

เขียนมา-ตอบไป ตอนที่ ๒๕ — ๒๓. ตัดสังโยชน์ไม่ได้ เพราะอะไร?

เขียนมา-ตอบไป — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — เขียนมา-ตอบไป (๓๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.408 ๙๘ ปัญหาข้อ ๒๓ ถาม : เพราะอะไร เราจึงยังละสังโยชน์ให้ขาดไม่ได้ ? ตอบ : เพราะเครื่องมือยังไม่พอ หรือไม่มีกำลังพอ. (อัน ที่จริงสังโยชน์นั้นต้องตัดมิใช่ละ, เพราะเป็นสิ่งผูกพันเราอยู่ : เราจะวิ่งไปข้างไหนย่อมติดไปด้วย. จะแก้ก็ไม่ออก เพราะ ไม่แสดงให้เห็นเงื่อนปมที่มันผูก, มันเป็นสิ่งที่รั้งดึงจิตให้ติด อยู่กับโลกิยธรรม เกลือกกลั้วอยู่แต่กับโลกิยธรรม ถอนออกไป ไม่ไหว. โลกิยธรรมเป็นสิ่งให้เกิดทุกข์เสมอ จึงเลยกล่าวเสีย ว่ามันผูกเราไว้กับกองทุกข์ ต้องทำลายมันเสีย จิตก็หลุดพ้น ออกไปเอง. ทำลายด้วยปัญญาเครื่องตรัสรู้, ฉะนั้น น่าจะใช้ คำว่า ตัด มากกว่า ละ ). ที่ว่าเครื่องมือไม่พอ คือมรรคมีองค์แปด หรือ ศีล สมาธิ ปัญญา ยังมีไม่พอ ต้องศึกษาเพิ่มขึ้นให้ถูกทาง. การ ทำให้ถูกทางเป็นของสำคัญ, เพราะถ้าผิดทางแม้จะทำมากทำจริง ก็ไร้ผล เช่นเรือวิ่งเร็ว แต่วิ่งผิดทางวนเวียนก็ไปไม่ถึงเหมือน กัน, ถึงจะวิ่งช้า แต่ขอให้หนักแน่นและถูกทาง จะได้รับผล อันน่าชื่นใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ทีละนิด ก็มีค่าสูง. สังโยชน์คือ สายระยางของอวิชชาผูกจิตให้หลงติดในโลกิยธรรม อันเป็น

น.409 ๙๙ อารมณ์, ต้นเหตุของการไปไม่ได้นั้น อยู่ที่สังโยชน์ มิใช่อยู่ ที่อารมณ์. บางคนตรงไปจัดการกับอารมณ์ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีใครสามารถทำอารมณ์ให้หมดไปจากโลก, ถ้าตนยัง ยึดถืออะไร ๆ ก็เป็นอารมณ์ไปหมด เลยวนเวียนอยู่ ณ ที่นั่น เอง. จิตเหมือนกับนักโทษหรือเชลยที่ถูกจับตัวไปผูกมัดไว้โดย ข้าศึก. จงหาวิธีเจาะคุกหรือตัดตรวนหนี โดยสร้างเครื่องมือ ให้พอเพียงด้วยวิธีอับแยบคาย, มีเหตุผลของตนเองจริง ๆ เป็น หลักคำนวณ, ทำไปเรื่อยตามวิธีที่ทำเป็นผลดีมาแล้ว แม้ คราวละน้อย ด้วยความฉลาดที่ข้าศึกไม่สามารถต้านทานได้ หรือล่วงรู้. ทำไมจิตของเราชอบตกไปในความรู้สึกที่ อยาก, โกรธ, มัวเมา, ซึ่งมีความทุกข์แนบเนื่องอยู่ด้วย. นั่นเพราะ สังโยชน์นี่เองเป็นเหมือนเชือกที่โยงถึงกันไว้, ถ้าจิตหยุดนิ่งเสีย ก็แล้วไป, ถ้าเคลื่อนไหวก็ต้องไหลไปตามกระแส ไปยังความ โลภ โกรธ หลง อันนั้นเป็นธรรมดา. นี่เป็นลักษณะประจำตัว จิตในเมื่อยังมีสังโยชน์. ครั้นตัดได้แล้วตรงกันข้าม, หลุดเป็น อิสระ อยู่เหนือโลกิยธรรม เรียกว่า โลกุตตรจิต หรือจิตที่ พ้นแล้วจากโลก ประสพกันแล้วกับ ที่สุดทุกข์. บางทีอาจเข้าใจผิดไป คือ ไม่ได้ตัดหรือละ เป็นแต่ ข่มไว้ด้วยกำลังใจหรือสมธิ หรือการส่งใจไปเสียในอารมณ์ที่

น.410 ๑๐๐ เป็นกุศล. ซึ่งเป็นการข่มหรือกลบไว้ มิใช่การ ละ หรือ ตัด. แล้วก็เข้าใจว่าทำไมจึงตัดได้ไม่ขาด. ความจริงถ้าจะละหรือตัดย่อมขาดเลย ไม่กลับอีก. ส่วนที่ข่มหรือกลบเกลื่อนไว้ด้วยสิ่งอื่นนั้น กลับมาปรากฏอีก เพราะมันไม่ถูกทำลาย เป็นแต่หลบหน้าไปชั่วคราว, และบ่อยที่สุดก็ได้. ถ้าละได้ก็ต้องขาด.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต