น.328 ๑๘ ปัญหาข้อ ๔ ถาม : การปฏิบัติที่จะให้ ศีล สมาธิ ปัญญาดำรงอยู่ได้ เสมอนั้น จะกระทำอย่างไร ? ตอบ : ต้องเจริญไว้เสมอ ๆ เป็นธรรมดาอย่างยิ่ง เช่นเดียว กับที่เมื่อไม่อยากให้ไฟดับ ก็ต้องคอยเพิ่มพื้นไว้เสมอ. ศีล สมาธิ ปัญญา ในขั้นนี้ คือ ขั้นที่มักจะไม่ค่อยมีเสียเสมอนี้ ยังเป็นฝ่ายสังขารธรรม คือต้องมีอะไรเป็นปัจจัยปรุงแต่งมัน ไว้ จึงว่าเหมือนกับต้องใส่พืนเพิ่มเข้าไว้. หิริโอตตัปปะเป็น พืนของ ศีล, ธรรมปิติเป็นพื้นของสมาธิ, และสมาธิเป็นพื้น ของปัญญา. ถ้าเติมถ่านเติมฟืนไว้เสมอ มันก็ดำรงอยู่ได้เรื่อย. แต่ควรทราบไว้ด้วยว่า ศีล สมาธิ ปัญญา นั้น เปรียบ เหมือนเรือ สำหรับขี่ข้ามไปฟากที่ปราศจากทุกข์ ไม่มีทุกข์ ที่นี้หากขึ้นจากเรืออยู่บนฝั่งแล้ว กิจที่จะดำรงศีล สมาธิ ปัญญา ก็ไม่มีอีกต่อไป. จะขี่เรือกันเรื่อยไม่ยอมขึ้นบกนั้นเป็นไปไม่ได้ คนโดยมากที่สุด ไม่คำนึงถึงการไปข้างหน้า เฝ้าเกาะแต่ในสิ่ง ที่ตนกำลังยึดถืออยู่เกินไป ก็ไปไม่ได้เหมือนกัน ; แต่ที่อวดดี หรือประมาท จนจับอะไรไม่ติดเลย ก็มีมาก. ฉะนั้น ที่ว่า
น.329 ๑๙ ให้ดำรงศีล สมาธิ ปัญญา ไว้เสมอในที่นี้ ขอให้หมายความ แต่เพียงว่า ในขั้นที่ยังกำลังต้องใช้เรืออยู่, จึงต้องบำรุงบูรณะ ให้สมบูรณ์และสะดวกอยู่เสมอ. มิฉะนั้น จะมัวแต่จมแล้วจม อีกอยู่ในทะเล คือ ความทุกข์โศกของการเกิดมาเป็นสัตว์แห่ง วัฏฏสงสาร. ในการสำรวมระวังรักษาสิ่งทั้งสามนี้ต้องใช้สติเป็นผู้ทำ การ ไม่เผลอจนดับไปเสียหรือหรี่ไป, ถ้าเผลอไป ต้องรีบ ก่อขึ้นใหม่โดยถูกต้อง ไม่ลืมความบกพร่องผิดพลาดที่แล้ว ๆ มา ไม่มากไม่น้อย ไม่ช้าไม่เร็ว. และต้องไม่ลืมด้วยว่า เรา มีที่ซึ่งจะต้องไปให้ถึง อันจะไม่ต้องมัวลำบากเรื่องบำรุงเรือกัน อยู่ร่ำไป ฉะนี้. รู้แต่วิธีบำรุงเรืออย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้จัก เดินทางไปโดยเร็วด้วย. และความหมายในข้อปัญหาที่ถามนั้น คงหมายถึงการรีบไปอยู่บ้าง. ศีล พอเปรียบได้กับลำเรือ, สมาธิ เปรียบได้กับเสบียงหรือเครื่องใช้สอย อันอำนวยความ สุขสบายไปในเรือ, ปัญญา คือเครื่องจักรหรือกำลังที่ทำให้ เรือแล่นไปโดยเร็ว. ทั้งสามนี้ย่อมเป็นสิ่งสำคัญด้วยกันทั้งนั้น, แต่ ปัญญา เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าในการถึง, อย่างที่ตรัสว่า คน ย่อมหลุดพ้นด้วยปัญญา . สมาธิ สำคัญกว่าในการอดทนหนัก
น.330 ๒๐ แน่น ทำไปจนกว่าจะถึง, ศีล สำคัญกว่าในการที่จะทรงตัวอยู่ ให้ได้ ในเมื่อไปไม่ได้ ก็อย่าให้ล่มเสียก่อน. รวมความว่า มีสติเติมฟืนเลี้ยงไฟไปจนกว่าจะเผากิเลส และความทุกข์ให้หมดสิ้นไปจนกว่าจะ "นั่งพัก" ได้. ต่อจาก นั้นก็หมดหน้าที่, ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ย่อมจัดการของตัวมันเอง.
Buddhadasa