น.347 ๓๗ ปัญหาข้อ ๘ ถาม : การทำสติให้มีความรู้เท่าสังขารนั้น ทำอย่างไร ? ตอบ : อย่ารับเอาทันที สำหรับสิ่งที่เป็นภายนอก; กำหนด สติไว้เสมอจนเคยชิน กลายเป็นนิสัยหรือสันดานไป สำหรับ ที่เป็นภายใน. ที่เป็นภายนอก ไม่รับเอาทันที คือเมื่ออารมณ์อันใด มากระทบ ต้องปฏิเสธไว้ที่ก่อนว่า ไม่ได้เกิดขึ้นแก่เรา เพราะ ไม่มีเรา, หรือถ้าอยากจะมีเรา ก็ต้องคิดว่าสิ่งนั้นไม่ใช่เพื่อเรา ดอกกระมัง. อาจเป็นเพราะคนโง่ ๆ หลับตาขว้างอะไรเล่นก็ได้, หรือถ้าเขาส่งมาเพื่อเรา เราก็มีสิทธิที่จะเลือกว่า เอา หรือ ไม่เอา ได้. การหลีกอารมณ์ในโลกหลีกไม่พ้น แต่ถ้าเราไม่ รู้สึกในสิ่งนั้น ๆ หรือไม่รับเอา มันก็เท่ากับไม่มี, เราจึงควร เกิดความรู้สึกพิจารณาเสียก่อนทุกครั้งไป. ถ้าอารมณ์นั้นเป็น ความดี และเรายังอยู่ในขั้นที่ต้องการความดี (ยังไม่หลุดพ้น) ก็เอาไว้ก่อน เพื่อเป็นเรือเป็นแพข้ามปวงโลกิยธรรม หรือ ความทุกข์. ถ้าอารมณ์นั้นไม่ดี ก็คืนให้ธรรมชาติเสีย, เหมือน ไปเลือกซื้อผลไม้ในตลาด. ที่เป็นภายใน เช่นความคิดนึกของตัวเองที่เกิดขึ้น ต้องปล่อยให้สติเกิดนำหน้าก่อนเสมอ สำเร็จได้ด้วยการฝึก,
น.348 ๓๘ หรือเมื่อเกิดเสียแล้ว และไม่ดี สตินั่นอีก จะเป็นเครื่องกั้น กัน ให้ไปในทางที่ดี หรือดับเสียด้วยอุบายแห่ง วิขัมภนปหาน คือสมาธิอย่างง่าย ๆ ได้แก่การเปลี่ยนเรื่องนึก สลดใจ เกลียด กลัว สิ่งที่ไม่ดี เหมือนนึกถึงเรื่องที่เคยถูกลงโทษมาแล้ว เป็นต้น. การฝึกจิต เป็นเรื่องทางฝ่ายจิต คนธรรมดา มักไม่ เคยคิดว่าจะฝึกได้ถึงเพียงนั้น เพียงนี้, เพียงแต่เห็นละครสัตว์ ก็ยังอัศจรรย์ ว่าเขาฝึกเก่งเสียมากแล้ว หรือสัตว์นั้นไม่น่าจะ ฝึกได้ถึงเพียงนั้น, แต่จิตยังไปได้ไกลเกินคาดกว่านั้น คือถึง กับตรงกันข้ามทีเดียว, ยึดถือเป็นไม่ยึดถือ, ติดเป็นหลุด, ร้อนเป็นเย็น, ต้องการแต่ให้ฝึกให้มากพอเท่านั้น. สังขารที่เป็นภายในอันละเอียดแท้จริงยิ่งขึ้นไปนั้น หมาย ถึงกิเลสอันละเอียดที่ปรุงแต่งอยู่เงียบ ๆ ในสันดาน, สังขาร ประเภทนี้ต้องอาศัยการศึกษา ชนิดปัญญาสิกขา อย่างเดียว; พยายามไปจนกว่าจะรู้ เมื่อรู้ก็รู้เท่า. รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เป็น สังขารภายนอกโดยตรง ๆ, ธรรมารมณ์ เป็น ภายนอก โดยอ้อม, อกุศลเจตสิก เช่น นิวรณ์ห้าอย่างเป็น ภายใน ชั้นหยาบ, สังโยชน์อนุสัยเหล่านี้ เป็น ภายในอันละเอียด, เมื่อสังขารมีเป็นชั้น ๆ ต่างกันอย่างนี้ การรู้เท่าจึงต้องมีอุบาย ต่าง ๆ กันตามชั้นด้วย.
Buddhadasa