Buddhadasa.org

ความสุขกับความหิว ตอนที่ ๗ — รู้ดีรู้ชั่วแล้วติดยึดในความดีความชั่ว

ความสุขกับความหิว — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ความสุขกับความหิว (๑๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.14 ๗ แล้วแม้ว่ามันจะ ได้มา มันก็ยังหิวอยู่นั่นเองแหละ เพราะว่ามันยัง มีตัวตน ตัวตนที่ต้องการจะมีสิ่งที่ดีที่สุด เรื่องมันไม่จบ ได้สิ่งที่ดีที่สุดนั้นไม่ใช่จุดจบ ดีที่สุด เรามี คำพูดว่าดีที่สุด (Summum Bonum) แต่มันมีความหมายต่างกัน มาก ของลูกเด็ก ๆ ทารกมันก็เป็นอย่างหนึ่ง ของคนหนุ่มสาวมัน ก็เป็นอย่างหนึ่ง ของคนแก่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ในทางโลกเป็น อย่างหนึ่ง ทางศาสนาเป็นอีกอย่างหนึ่ง แล้วมันก็เหมือนกันตรง ที่ว่า ยิ่งดีที่สุดมันก็ยิ่งทำให้หิวมากที่สุด หิวลึก หิวละเอียด หิว อย่างประณีตมากที่สุด ทั้งหมดนี้จึงจัดเป็นเรื่องโลกียสุข มันจะ ต้องตรงกันข้าม คือ เป็นโลกุตตรสุข คือไม่มีการหิว แม้ดีที่สุดก็ ไม่ต้องการ ที่ชั่วก็วุ่นวายไปตามแบบชั่ว ที่ดีก็วุ่นวายไปตามแบบดี ดังนั้นถ้าจะไม่มีความทุกข์เลยต้องเหนือชั่วเหนือดี จึงจะหมด ความทุกข์คือว่าง ขอให้เข้าใจว่า จากชั่วมาถึงดี จากดีมาถึงว่าง มาถึงว่างที่หยุดความหิว รู้ดีรู้ชั่วแล้วติดยึดในความดีความชั่ว ถ้าท่านเป็นคริสเตียน ได้อ่านคัมภีร์ไบเบิลมาบ้างแล้ว มันจะง่ายขึ้นอีกมาก ถ้าท่านเข้าใจข้อความตอนต้น ๆ ที่พระเจ้า ห้ามไม่ให้ผัวเมียคู่แรกคืออาดัมกับอีฟกินผลไม้ของต้นไม้ที่ทำ ให้รู้เรื่องดีและชั่ว บอกว่าถ้ากินแล้วจะต้องตาย ถ้าท่านเข้าใจ เรื่องนี้ ท่านจะเข้าใจพุทธศาสนาได้ เว้นไว้แต่จะตีความกันเสีย คนละอย่าง เมื่อเราไม่รู้ว่าชั่วว่าดี เราก็ไม่ attach (ยึดมั่นถือมั่น) ทั้งชั่วและดี เราก็ว่าง เราก็ไม่เป็นทุกข์ พอเรารู้เรื่องชั่วเรื่องดี เราก็

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต