Buddhadasa.org

ความสุขกับความหิว ตอนที่ ๙ — ความหิวทางกายกับความหิวทางจิต

ความสุขกับความหิว — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ความสุขกับความหิว (๑๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.16 ๙ attachment เดี๋ยวนี้เราทุกคนก็ได้กินผลไม้แห่งความรู้ดีรู้ชั่ว นั้นเข้าไปแล้ว คือรู้ดีรู้ชั่วแล้ว หน้าที่ต่อไปก็เหลืออยู่แต่ว่า จะต้อง รู้ว่า ทั้งดีและทั้งชั่วนั้นไม่ควร attach ต้องไม่ attach กับมันจึง จะไม่ตาย ขอให้เข้าใจหัวใจของคริสเตียนหรือของพุทธศาสนาว่า ได้พูดไว้อย่างเดียวกัน แต่คนมาแปลความหมาย ตีความหมาย ให้เป็นคนละอย่างเสียเอง ท่านจะเห็นได้ว่า ถ้าเรายึดมั่นถือมั่นว่าดี แล้วก็หิว หิวในสิ่ง ที่เรียกว่าดี ถ้าเรามีสิ่งที่ดีกว่า แล้วก็หิวในสิ่งที่ดีกว่า ถ้าเรามีสิ่ง ที่ดีที่สุด แล้วก็หิวในสิ่งที่ดีที่สุด แม้จะดีที่สุดเท่าไร ๆ มันก็ยังให้ เกิดความหิว เมื่อยังมีความหิวมันก็คือปัญหาที่จะเกิดความทุกข์ ถ้าเรามีความรู้ซึ่งอยู่เหนือดีที่สุด ๆ คือว่าง ๆ ไม่ชั่ว ไม่ดีนี่คือว่าง มันก็ไม่มีปัญหาอะไร นี่คืออยู่เหนือปัญหา เหนือความทุกข์ จน หลุดพ้นออกไปได้ เรียกว่า emancipation (ความหลุดพ้น) ตาม หลักของพุทธศาสนา ฉะนั้นเมื่อเราไม่หิวโดยประการทั้งปวง มันจึงจะเป็น the final goal (จุดหมายสุดท้าย) ที่แท้จริง ถ้ายัง มีความหิวอยู่มันไม่เป็น final goal ได้ เพราะมันยังหิวอยู่เสมอ ไป ความหิวนั่นแหละจะเบียดเบียนเรา มันเป็นความหิวอย่าง ละเอียด อย่างประณีตที่สุด จนมองไม่เห็น จนเข้าใจไม่ได้ มันก็ ยังเบียนเราอย่างละเอียดที่สุด อย่างที่จะมองเห็นไม่ได้ ดังนั้น ขอให้เราศึกษาเรื่องนี้กันว่า เราจะมีชีวิตชนิดที่ไม่มีความหิว ความหิวทางกายกับความหิวทางจิต ทีนี้เรากลับมาดูถึงสิ่งเรียกว่า "ความหิว” ควรจะทราบว่า

น.17 ๑๐ มันมีอยู่ ๒ ชนิด ความหิวทางวัตถุ ทางกาย ทาง physic นี่มัน เป็นเรื่องทางกายหิว ตามธรรมดา ตามสัญชาตญาณ อันนี้ไม่ใช่ ความหิวชนิดที่ให้เกิดความทุกข์และปัญหา มันมีความหิวอีก ชนิดหนึ่ง เป็นความหิวในด้านฝ่ายจิต ฝ่ายวิญญาณ เป็นความหิว ของความคิดอันเกิดมาจากความยึดมั่นถือมั่น เราจะต้องเรียก มันว่าเป็นความหิวฝ่ายจิตฝ่ายวิญญาณ ความหิวทางฝ่ายกายนี้เกือบไม่มีความหมายอะไร ไม่มี ปัญหาอะไร แม้แต่สัตว์เดรัจฉานมันก็มีความหิวทางร่างกาย มันหากินได้ มันอิ่มได้ แต่ถ้ามันมีความหิวทางจิตทางวิญญาณ ด้วยอวิชชา ด้วยอุปาทานนี้ มันทำลายความสงบสุข ทำลายความ เยือกเย็นจนหมดสิ้น ฉะนั้นให้ระวังให้ดี เรื่องความหิวทางร่างกาย นั้นแก้ไขกันได้ง่าย ๆ ทำงานวันเดียว เหลือกินเหลือใช้ไปได้ หลาย ๆ วัน ไม่ต้องหิว ดังนั้นคำว่าหิว ๆ นี้ ไม่ใช่ทางฝ่ายร่างกาย ถึงแม้ว่าความ หิวทางฝ่ายร่างกายนั้นก็เถิด ถ้ามันหิวขึ้นมาก็อย่าได้เป็นทุกข์เลย มองเห็นเสียว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง มันเป็นตถตา เช่นนั้นเอง ที่ ร่างกายของเรามีระบบประสาท เมื่อไม่ได้อะไรตามที่เคยได้ มัน ก็รู้สึกอย่างนี้แก่ระบบประสาท แล้วเราก็เรียกว่าความหิว มันก็ เป็นเช่นนั้นแหละ อย่าให้กลายเป็นความหิวทางจิตทางวิญญาณ ขึ้นมา มันจะทำอันตราย ทำให้มีความทุกข์มากมาย หิวทางร่างกาย มันก็หาอาหารกินทางร่างกาย มันก็ง่ายนิดเดียว สัตว์เดรัจฉาน ก็ทำเป็น แต่สัตว์เดรัจฉานไม่มีปัญหาหิวทางวิญญาณ เพราะว่า จิตมันยังต่ำอยู่ มนุษย์มีความสูงทางจิตทางวิญญาณ ก็หิวสูงขึ้น

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต