Buddhadasa.org

แง่เขว ตอนที่ ๔ — คำว่า ที่สงัด

แง่เขว — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — แง่เขว (๒๓ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.31 24 สันโดษชั้นสูง อีกชั้นหนึ่ง จึงเกิดมีสันโดษชั้น เตี้ย ๆ ต่ำ ๆ สันโดษชั้นกลาง และสันโดษชั้นสูง ขึ้นมา อย่างนี้. เมื่อเราเข้าใจสิ่งที่เรียกว่า ความสันโดษ ทั้งใน ๓ ลักษณะ ดังที่กล่าวมาแล้ว ก็จะเป็น อันเห็นได้ชัดว่า ไม่มีทางที่โทษจะเกิดขึ้นจาก ความสันโดษ ไม่ว่าสันโดษชนิดไหนหมด แต่มันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทุกชนิด. นี้เห็นได้ว่า มันตรง กันข้ามจากความคิด ความนึกของคนบางพวก ที่ติเตียนพุทธศาสนาว่าสอนเรื่องสันโดษ. ที่แท้มัน เป็นความผิดของเขาเอง ในลักษณะที่เรียกว่า ถ่ม น้ำลายรดฟ้า เพราะความโง่ของเขา มันจึง ตกใส่หน้าเขา. ฉะนั้น ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ พระพุทธศาสนาข้อนี้ ควรจะหมดกันเสียที. ทีนี้ ข้อต่อไปที่อาจเข้าใจเขาคือ เรื่องที่สงัด คนมักจะเข้าใจผิดในเรื่องที่สงัดกันว่า การหลีกออก

น.32 25 ไปสู่ป่า สู่โคนไม้ ท้องถ้ำ อันเป็นที่สงัดสำหรับ เป็นที่บำเพ็ญความเพียรนั้น น่ารังเกียจ ถึงกับยกให้ เสียว่าการออกไปสู่ที่สงัดอย่างนั้น เป็นการกระทำ ของคนวิกลจริตชนิดหนึ่ง หรือมิฉะนั้นก็เป็นเรื่อง ของคนอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่พวกเราที่นั่งกันอยู่ ที่นี่ ถูกแล้ว. ใช้คำอย่างนี้ดีกว่า ว่าการหลีก ออกไปสู่ที่สงัดนั้น ไม่ใช่เรื่องของพวกเรา ชนิดที่ นั่งกันอยู่ที่นี่ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สนใจเรื่องที่สงัด ยกให้เป็นเรื่องของพวกฤๅษีชี ไพรเหล่านั้นไป. แต่ ที่แท้แล้ว ขอให้ทราบไว้ว่า มันเป็นหลักในพุทธ- ศาสนาข้อหนึ่ง ซึ่งขาดไม่ได้. ในโอวาทปาฏิโมกข์ของพระพุทธเจ้า ที่ ตรัสถึงหลักพระพุทธศาสนาแยกเป็นข้อละเอียดย่อย ๆ ออกไปนั้น นอกจากเรื่องไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศล ให้เต็มที่ ทำจิตให้บริสุทธิ์แล้ว ยังมีเรื่อง ปนฺตญฺจ สยนาสนํ คือการเสพที่นอนที่นั่งอันสงัดอีกข้อหนึ่ง ด้วย. การเสพที่นอนที่นั่งอันสงัดนี้ คือการหลีก

น.33 26 ออกสู่ที่สงัด ซึ่งจะเป็นป่า เป็นภูเขา เป็นถ้ำ เป็น โคนไม้ เป็นที่แจ้งเวลากลางคืน หรืออะไรก็สุดแท้. การที่ท่านตรัสไว้อย่างนี้ ไม่ได้ตรัสเฉพาะพวกภิกษุ หรือพวกที่จะต้องออกไปอยู่ป่า ท่านตรัสไว้เป็น กลาง ๆ สำหรับคนทั่วไปว่า คนทั่วไปทุกคน ควร จะมีเวลาพิเศษที่พบกันกับความสงัดอยู่เป็นประจำ. มันจะเป็นห้องส่วนตัวเล็ก ๆ ของท่านก็ได้ บนเรือน ของท่านก็ได้ แต่ว่ามันต้องเป็นที่สงัด ที่สงัดในที่นี้ หมายถึงที่ที่เรากำลังเป็น อิสระตามลำพังเราผู้เดียว ไม่มีอิทธิพลของ สังคมมาแวดล้อมหรือครอบงำ. เป็นที่ทราบกันอยู่ แล้วว่า ถ้าท่านอยู่ในที่ที่ไม่สงัด คืออยู่ต่อหน้าสังคม เราก็ยอมรับกันแล้วว่ามันมีการสรวมหน้ากาก. ขอ ให้เราคิดดู ในขณะนั้น เขามีจิตหรือมีความคิดนึก อย่างหนึ่ง แต่ปากของเขาต้องพูดไปอีกอย่างหนึ่ง. ความเคลื่อนไหวทางไม้ทางมือ ทางหน้าทางตา ก็ มีแสดงไปอีกอย่างหนึ่ง ไม่ตรงกับใจ ซึ่งเป็น

น.34 27 เรื่องของการ ถูกบังคับให้จำต้อง สรวมหน้ากาก สังคม อยู่ตลอดเวลา. บางทีต้องทักทายกับคนที่เกลียดเป็น ศัตรูคู่อาฆาต ก็ต้องทำยิ้มแย้มแจ่มใสขนาดที่ว่าเป็น มิตรสหายชาวเกลอ. บางทีมีเจตนาจะล้วงเอาประ- โยชน์ของผู้อื่นด้วยวาจา ก็ต้องตีหน้าเป็นปีศาจที่ หลอกลวง, ถ้าขืนพิจารณาจำแนกแจกแจงออกไป มันก็มีมากเรื่องของหน้ากากสังคม, แต่พอท่านเข้า ไปสู่ที่สงัด ซึ่งพ้นจากอิทธิพลของสังคมเท่านั้น หน้า กากเหล่านั้นมันจะร่วงออกไปเอง มันกลายเป็น ตัวท่านที่เป็นอิสระ ฉะนั้น จิตใจมันจึงเป็นอิสระ ผิดกันกับเมื่ออยู่ในที่ที่มีอิทธิพลของสังคมครอบ. ตัวที่เป็นอิสระหรือจิตใจที่เป็นอิสระ เท่านั้น ที่เหมาะสมที่จะรู้ความจริง เข้าถึง ความจริง รู้สิ่งซึ่งเป็น ตัว ธรรม แท้หรือ ตัวพุทธ- ศาสนาแท้ ฉะนั้น ทุกคนควรจะเข้าไปสู่ที่สงัดบ่อยๆ คือมีเวลาที่เลิกสวมหน้ากากสังคมบ่อย ๆ ขณะนั้น แหละ เป็นขณะที่จะศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนา!

น.35 28 ฉะนั้นอย่าได้เกลียดกลัวสถานที่อันสงัด มันจะเป็น ห้องเล็กห้องน้อยอะไรก็ได้ แม้ที่สุดแต่ .... ขออภัยที่ จะต้องใช้คำว่า ในห้องน้ำหรือห้องส้วม, ก็ยังเป็น อุบายหรือเป็น โอกาสที่จะทำให้จิตใจสงบปลอดโปร่ง เป็นอิสระ ปราศจากอิทธิพลของสังคมเป็นต้น ได้ ชั่วคราว สามารถที่จะรู้สึกคิดนึกอรรถธรรมอัน ลึกซึ้งได้ ถ้าหากว่าไม่สามารถจะออกไปอยู่ตามโคน ไม้ ตามป่า ตามถ้ำ ตามเขา ตามที่สงัดโดยแท้จริง. ที่ไหนที่ทำให้เราพ้นจากอิทธิพลของ สังคมได้ ที่นั่นก็ถือว่าเป็นที่สงัดทั้งนั้น : เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายอย่าได้ถือว่า ที่สงัดนี้มัน เป็นเรื่องของมุนีฤๅษีชีไพร หรือสำหรับคนวิกลจริต เลย แต่มันเป็น เรื่องที่จำเป็นสำหรับทุกคน เหมือนกับเรื่องที่จำเป็นประจำวันอื่น ๆ เช่นจะต้อง กิน จะต้องทำ จะต้องใช้ หรือว่าเราจะต้อง รับประทานอาหารเป็นต้น. หรือเหมือนกับว่าเราจะ ต้องอาบน้ำประจำวัน มันเป็นความจำเป็นเท่าไร

น.36 29 เรื่องที่เราจะต้องหลีกออกไปสู่ที่สงัดเป็นครั้งเป็นคราว วันหนึ่งกี่ครั้งก็ตามใจ มันก็จำเป็นเท่านั้น. หรือว่า หลาย ๆ วัน เราจะต้องใช้ยาระบายถ่ายท้องกันคราว หนึ่ง เป็นความจำเป็นอย่างไร หลาย ๆ วัน เราก็ ควรจะเข้าไปสู่ที่สงัดอย่างว่านี้ พิจารณาดูตัวเอง ดูชีวิต ดูความตาย ดูโลกนี้ ดูโลกหน้า ดูสิ่งต่างๆ ที่มันจะดูในที่ที่ไม่สงัดไม่ได้ กันเสียทีหนึ่ง ฉะนั้น มันเป็นการระบายสิ่งที่ไม่ควรจะมีอยู่ในจิตใจ ออก ไปได้เรื่อย ๆ เป็นอุบายที่ฉลาด : ฉะนั้นอาตมาจึง ขอร้องว่า ท่านทั้งหลายอย่าได้ดูหมื่นเยาะเย้ยถาก ถางพุทธศาสนา ในข้อที่ว่าสอนให้ไปสู่ที่สงัด หรือ ยกย่องสถานที่อันสงัด จนถึงกับพระพุทธเจ้าท่านได้ ตรัสว่าเป็นหลักอันหนึ่ง หรือเป็นข้อหนึ่งสำหรับการ ปฏิบัติพระพุทธศาสนาไป. หวังว่าท่านผู้เป็น พุทธ- บริษัททุกคนไม่ว่าระดับไหน จะได้รู้จักใช้ประ- โยชน์ และได้รับประโยชน์ จากสถานที่อันสงัด เหมือนที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่มี

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต