น.36 น้ำชาล้นถ้วย อาจารย์แห่งนิกายเซ็น ชื่อน่ำอิน เป็นผู้มีชื่อเสียงทั่ว ประเทศ และโปรเฟสเซอร์คนหนึ่งเป็นโปรเฟสเซอร์ที่มีชื่อ เสียงทั่วประเทศ ไปหาอาจารย์น้ำอินเพื่อขอศึกษาพระพุทธ- ศาสนาอย่างเช็น. ในการต้อนรับ ท่านอาจารย์น่ำอินได้ริน น้ำชาลงในถ้วย รินจนล้นแล้วล้นอีก ; โปรเฟสเซอร์มองดู ด้วยความฉงน ทนดูไม่ได้ก็พูดโพล่งออกไปว่า "ท่านจะใส่มัน ลงไปได้อย่างไร." ประโยคนี้มันก็แสดงว่าโมโห. ท่านอาจารย์ น้ำอินจึงตอบว่า "ถึงท่านก็เหมือนกัน อาตมาจะใส่อะไรลงไป ได้อย่างไร เพราะว่าท่านเต็มอยู่ด้วย Opinions และ Specu- lations ของท่านเอง ;" คือว่าเต็มไปด้วยความคิดความเห็น ตามความยึดมั่นถือมั่นของท่านเอง. และมีวิธีคิดนึกคำนวณ
น.37 ๓๖ ตามแบบของท่านเอง. สองอย่างนี้แหละมันทำให้เข้าใจพุทธ- ศาสนาอย่างเซ็นไม่ได้ เรียกว่าถ้วยชามันล้น. ท่านครูบาอาจารย์ทั้งหลายจะเตือนสติเด็กของเราให้ รู้สึกนึกคิดเรื่องอะไรล้น อะไรไม่ล้นได้อย่างไรขอให้ช่วย กันหาหนทาง. ในครั้งโบราณพราหมณ์ที่ในอรรถกถาได้เคย กระแหนะกระแหนถึงพวกเป็นทิศาปาโมกข์ต้องเอาเหล็กมาตี เป็นเข็มขัดคาดท้องไว้เพราะกลัวท้องจะแตกเพราะวิชาล้น ; นี้จะเป็นเรื่องที่มีความหมายอย่างไร ก็ลองคิดดู. พวกเรา อาจล้น หรืออัดอยู่ด้วยวิชาทำนองนั้นจนอะไรใส่ลงไปอีก ไม่ได้ ; หรือความล้นนั้นมันออกมาอาละวาดเอาบุคคลอื่น อยู่บ่อย ๆ บ้างกระมัง? แต่เราคิดดูก็จะเห็นได้ว่า ส่วนที่ล้น นั้นคงจะเป็นส่วนที่ใช้ไม่ได้ ; จะจริงหรือไม่ก็ลองคิด. ส่วนใด ที่เป็นส่วนที่ล้น ก็คงเป็นส่วนที่ใช้ไม่ได้. ส่วนที่ร่างกายรับ เอาไว้ได้ ก็คงเป็นส่วนที่มีประโยชน์ ; ฉะนั้น จริยธรรมแท้ ๆ ไม่มีวันจะล้น. โปรด นึกดูว่าจริยธรรมหรือธรรมะแท้ ๆ นั้น มีอาการล้นได้ไหม. ถ้าล้นไม่ได้ ก็หมายความว่าสิ่งที่ล้นนั้นมันก็ ไม่ใช่จริยธรรม ไม่ใช่ธรรมะ ; ล้นออกไปเสียให้หมดก็ดี เหมือนกัน. หรือถ้าจะพูดอย่างลึกเป็นธรรมะลึกก็ว่า จิตแท้ ๆ ไม่มีวันล้น. อ้ายที่ล้นนั้นมันเป็นของปรุงแต่งจิต ไม่ใช่ตัวจิตแท้ มันล้นได้มากมาย. แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังไม่รู้ว่าจิตแท้คืออะไร? อะไรควรจะเป็นจิตแท้ และอะไรเป็นสิ่งที่ไม่ใช่จิตแท้ คือเป็น เพียงความคิดปรุงแต่ง ซึ่งจะล้นไหลไปเรื่อย. นี่แหละรีบค้นหา
น.38 ๓๗ ให้พบสิ่งที่เรียกว่าจิตจริง ๆ กันเสียสักทีก็ดูเหมือนจะดี. ในที่สุดท่านจะพบตัวธรรมะอย่างสูง ที่ควรแก่นามที่ จะเรียกว่าจิตแท้หรือจิตเดิมแท้ ซึ่งข้อนั้นได้แก่ภาวะแห่งความ ว่าง. จิตที่ประกอบด้วยสภาวะแห่งความว่างจาก "ตัวกู-ของกู" นั่นแหละคือจิตแท้. ถ้าว่างแล้วมันจะเอาอะไรล้น? นี่เพราะเนื่อง จากไม่รู้จักว่าอะไรเป็นอะไรจึงบ่นกันแต่เรื่องล้น การศึกษาก็ ถูกบ่นว่าล้น และที่ร้ายกาจที่สุด ก็คือที่พูดว่าศาสนานี้เป็น ส่วนที่ล้นจริยธรรมเป็นส่วนล้น คือส่วนที่เกินคือเกินต้องการ ไม่ ต้องเอามาใส่ใจไม่ต้องเอามาสนใจ. เขาคิดว่าเขาไม่ต้องเกี่ยวกับ ศาสนาหรือธรรมะเลย เขาก็เกิดมาได้ พ่อแม่ก็มีเงินให้เขาใช้ ให้เขาเล่าเรียนเรียนเสร็จแล้วก็ทำราชการเป็นใหญ่เป็นโตได้ โดยไม่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับศาสนาเลย ฉะนั้นเขาเขี่ยศาสนา หรือธรรมะออกไป ในฐานะเป็นส่วนล้น คือไม่จำเป็น. นี่แหละ เขาจัดส่วนล้นให้แก่ศาสนาอย่างนี้. คนชนิดนี้จะต้องอยู่ใน ลักษณะที่ล้นเหมือนโปรเฟสเซอร์คนนั้นที่อาจารย์น่ำอินจะต้อง รินน้ำชาใส่หน้า หรือว่ารินน้ำชาให้ดู โดยทำนองนี้ทั้งนั้น. เขามีความเข้าใจผิดล้น ; ความเข้าใจถูกนั้นยังไม่เต็ม ; มัน ล้นออกมาให้เห็นเป็นรูปของมิจฉาทิฏฐิ เพราะเขาเห็นว่าเขามี อะไร ๆ ของเขาเต็มเปี่ยมแล้ว ส่วนที่เป็นธรรมะเป็นจริยธรรมที่ เข้าไม่จุอีกต่อไป. ขอจงคิดดูให้ดีเถอะว่า นี่แหละ คือมูลเหตุ ที่ทำให้จริยธรรมรวนเร และพังทะลาย. ถ้าเรามีหน้าที่ที่จะต้อง ผดุงส่วนนี้แล้ว จะต้องสนใจเรื่องนี้.
Buddhadasa