น.39 เพชรที่หาได้จากโคลน ในถิ่นสลัม อาตมาต้องขอใช้คำอย่างนี้ เพราะไม่ทราบว่าจะใช้คำ อย่างไรดี ที่จะให้รวดเร็วและสั้น ๆ. ท่านจะรู้สึกอย่างไรก็ ตามใจ ที่จะต้องใช้คำอย่างนี้, "เพชรที่หาพบจากโคลนในถิ่น สลัม" เรื่องนี้มีเล่าว่า อาจารย์แห่งนิกายเซ็น ชื่อ กูโด เป็น อาจารย์ของพระจักรพรรดิแห่งประเทศญี่ปุ่นในสมัยนั้น. ท่าน อาจารย์องค์นี้ชอบเที่ยวไปไหนคนเดียวโดด ๆ อย่างนักบวช เร่ร่อนแบบปริพาชกไม่ค่อยได้อยู่กับวัดวาอาราม. ครั้งหนึ่ง ท่านเดินทางไปยังตำบลอีโด เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ของท่าน ที่จะมีแก่คนอื่น. ท่านได้ผ่านตำบล ตำบลหนึ่ง เย็น วันนั้นฝนก็ตกมาก ท่านจึงเปียกปอนไปหมด และรองเท้าของ ท่านที่ใช้ เป็นรองเท้าทำด้วยฟางเพราะนักบวชนิกายเซ็น
น.40 ๓๙ ใช้รองเท้าฟางถักทั้งนั้น. เมื่อฝนตกตลอดวันรองเท้าก็ขาดยุ่ย ไปหมด ท่านจึงเหลียวดูว่า จะมีอะไรที่ไหนจะแก้ปัญหาเหล่านี้ ได้บ้าง ก็พบกระท่อมน้อย ๆ แห่งหนึ่งในถิ่นใกล้ ๆ นั้น เห็น รองเท้าฟางมีแขวนอยู่ด้วย ก็คิดจะไปซื้อสักคู่หนึ่ง เอาแห้ง ๆ มาใส่เพื่อเดินทางต่อไป. หญิงเจ้าของบ้านนั้นเขาถวายเลย ไม่ต้องซื้อ ; และเมื่อเห็นว่าเปียกปอนมาก ก็เลยขอนิมนต์ให้ หยุดอยู่ก่อนเพราะฝนตกจนค่ำ ; ท่านก็เลยต้องพักอยู่ที่บ้านนั้น ด้วยคำขอร้องของหญิงเจ้าของบ้าน. หญิงเจ้าของบ้านเรียกเด็ก ๆ และญาติ ๆ มาสนทนาด้วย ท่านอาจารย์ ; ท่านได้สังเกตเห็นว่า สกุลนี้เป็นอยู่ด้วยความข้น แค้นที่สุด ก็เลยขอร้องให้บอกเล่าตรง ๆ โดยไม่ต้องเกรงใจ ว่าเรื่องมันเป็นอย่างไรกัน. หญิงเจ้าของบ้านก็บอกว่า "สามี ของดิฉันเป็นนักการพนันแล้วก็ดื่มจัด ถ้าเผอิญเขาชนะ เขาก็ ดื่มมันจนไม่มีอะไรเหลือ. ถ้าเขาแพ้ เขาก็ยืมเงินคนอื่นเล่นอีก เพิ่มหนี้สินให้มากยิ่งขึ้น. เขาไม่เคยมาบ้านเลย เป็นวันเป็นคืน หรือหลายวันหลายคืนก็ยังมี : ดิฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี." ท่านอาจารย์กูโดว่า ไม่ต้องทำหรอก ฉันจะช่วยทำ แล้ว ก็ว่า นี่ฉันมีเงินมาบ้าง ช่วยไปซื้อเหล้าองุ่นมาให้เหยือกใหญ่ ๆ เหยือกหนึ่ง แล้วก็อะไร ๆ ที่ดี ๆ ที่น่ากินเอามาให้เป็นจำนวน เพียงพอ เอามาวางที่นี่แล้วก็กลับไปทำงานตามเรื่องเถอะ ฉันจะ นั่งอยู่ที่นี่ตรงหน้าที่บูชา. ข้อนี้หมายความว่าบ้านนั้นก็มีหิ้ง บูชาพระ, เมื่อผู้ชายคนนั้นกลับมาบ้าน เวลาดึก เขาก็เมา. เขาก็
น.41 ๔๐ พูดตามประสาคนเมา. นี่คำนี้จะแปลว่ายังไง ; Hey, wife; ก็ต้องแปลว่า เมียโว้ย, มาบ้านแล้วโว้ย ; มีอะไรกินบ้างเว้ย. ตัวหนังสือเขาเป็นอย่างนี้ ซึ่งมันก็เหมือน ๆ กับในเมืองไทย เรานี้เอง. นี่ลองคิดดูว่าคน ๆ นี้จะเป็นอย่างไร ; ฉะนั้น กูโด ท่านอาจารย์ที่นั่งที่หน้าหิ้งพระก็ออกรับหน้า บอกว่าฉันได้มีทุก อย่างแล้วสำหรับท่าน เผอิญฉันมาติดฝนอยู่ที่นี่ ภรรยาของท่าน เขาขอร้องให้ฉันพักค้างฝนที่นี่ตลอดคืน ฉันก็ควรจะมีส่วน ตอบแทนท่านบ้าง ; ฉะนั้นขอให้ท่านบริโภคสิ่งเหล่านี้ตาม ชอบใจ. ชายคนนั้นดีใจใหญ่ ; มีทั้งเหล้าองุ่น มีทั้งปลา มีทั้ง อาหารต่าง ๆ ; เขาก็ดื่มและรับประทานจนนอนหลับไปไม่ รู้สึกตัว อยู่ตรงข้าง ๆ เข่าของท่านอาจารย์กูโดที่นั่งสมาธิ ตลอด คืนนั้นเหมือนกัน. ทีนี้พอตื่นขึ้นมาตอนเช้า ชายคนนั้นก็ลืมหมด ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเมื่อคืนนี้เขาเมาเต็มที่ ; และ ถามว่า ท่านเป็นใคร และจะไปข้างไหน. ท่านอาจารย์ก็ตอบว่า อ๋อ! อาตมาคือ กูโด แห่งนครกโยโต (Kyoto เกียวโต) ; กำลัง จะไปธุระที่ตำบลอิโด ; ตามเรื่องที่ว่ามาแล้วเมื่อกี้นี้. ถ้อยคำ อย่างนี้มันประหลาด ที่ว่าบางครั้งก็มีอิทธิพลมากมาย คือว่า ชายคนนั้นละอายจนเหลือที่จะรู้ว่าจะอยู่ที่ไหน จะแทรกแผ่นดิน หนีไปที่ไหนก็ทำไม่ไหว แทรกไปไม่ได้ มันละอายถึงขนาด อย่างนั้น แล้วก็ขอโทษขอโพย ขอแล้วขออีกจนไม่รู้จะขอ อย่างไรต่ออาจารย์ของพระจักรพรรดิซึ่งจับพลัดจับผลูเข้า มาอยู่ที่บ้านเขา. ท่านกูโดก็ยิ้มละไมอยู่เรื่อยแล้วก็พูดขึ้นช้า ๆ
น.42 ๔ ๑ บอกว่า "ทุกอย่างในชีวิตนี้มันเปลี่ยนแปลงเรื่อย เป็นกระแส ไหลเชี่ยวไปทีเดียว ; และทั้งชีวิตนี้มันก็สั้นเหลือเกินด้วย ; ถ้ายังเล่นการพนันและดื่มอยู่ดังนี้ ก็หมดเวลาที่จะทำอะไรอื่นให้ เกิดขึ้นหรือสำเร็จได้ ; นอกจากทำตัวเองให้เป็นทุกข์แล้ว ก็จะทำให้ครอบครัวพลอยตกนรกทั้งเป็นกันไปด้วย" ความรู้สึก อันนี้ได้ประทับใจนายคนนั้น มีอาการเหมือนกับว่า ตื่นขึ้นมาใน โลกอื่น เหมือนกับตื่นขึ้นมาจากความฝัน ; ในที่สุดก็พูดกับ ท่านอาจารย์ว่า ที่ท่านอาจารย์กล่าวนั้นมันถูกหมดเลย มัน ถูกอย่างยิ่ง ; ถ้าอย่างไรก็ขอให้กระผมได้สนองพระคุณ อาจารย์ในคำสั่งสอนที่ประเสริฐนี้ เพราะฉะนั้น ขอให้กระผม ออกติดตามท่านอาจารย์ ไปส่งท่านอาจารย์ในการเดินทางนี้ สักระยะหนึ่ง. ท่านอาจารย์กูโดก็บอกว่าตามใจ. สองคนก็ออก เดินไปได้ประมาณ ๓ ไมล์ ท่านอาจารย์ก็บอกว่ากลับเถอะ ; นายคนนี้ก็บอกขออีกสัก ๕ ไมล์เถอะ ; คะยั้นคะยอขอไปอีก ๕ ไมล์ แล้วก็ไปด้วยกันอีก. พอครบ ๕ ไมล์ อาจารย์คะยั้นคะยอ ให้กลับอีกว่า ถึงคราวที่ต้องกลับแล้ว ; นายคนนั้นก็บอกว่า ขออีกสัก ๑๐ ไมล์เถอะ ; ในที่สุดก็ต้องยอม. พอถึง ๑๐ ไมล์ ท่านอาจารย์ก็คะยั้นคะยอให้กลับ เขาก็ว่าขอตลอดชีวิตของผม เถอะ ; นี่ก็เป็นอันว่าไปกับท่านอาจารย์ ไปเป็นนักบวชแห่ง นิกายเซ็น ซึ่งต่อมาก็เป็นปรมาจารย์พุทธศาสนาแห่งนิกายเซ็น ในญี่ปุ่น. นิกายเซ็นทุกสาขาที่เหลืออยู่ในญี่ปุ่นในทุกวันนี้ออกมา จากอาจารย์องค์นี้องค์เดียวเท่านั้น ล้วนแต่เป็นลูกศิษย์ที่สืบ
น.43 ๔๒ มาจากอาจารย์องค์นี้องค์เดียว ท่านกลับตัวชนิดที่เราเรียกกันว่า เพชรที่พบจากโคลนในถิ่นสลัม, นี้เป็นอย่างไรบ้างก็ลองคิดดู. ในประเทศญี่ปุ่นนายกรัฐมนตรีบางคนก็มาจากเด็กที่ขาย เต้าหู้ ; หาบเต้าหู้ขายจนมีสตางค์ จนไปเป็นเด็กส่งหนังสือ- พิมพ์ ; จากเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ ก็เป็นนักเขียนหนังสือพิมพ์ น้อย ๆ สั้น ๆ ; และเขื่องขึ้น ๆ จนเป็น บรรณาธิการหนังสือ พิมพ์ที่มีชื่อเสียง และไปเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหนึ่งในที่สุด. นี่เราจะบอกเด็ก ๆ ตาดำ ๆ ของเราว่า สิ่งต่าง ๆ นั้นเปลี่ยน แปลงได้ถึงอย่างนี้กันสักทีจะได้ไหม. เด็ก ๆ เขาจะมีความรู้สึก อย่างไรในฐานะของเขา เขาจะทำตัวให้เป็นเหมือนกับ "เพชร ที่พบในโคลนจากถิ่นสลัม" ได้อย่างไร. โดยมากเขามักจะขาย ตนเองเสียถูก ๆ จนเป็นเหตุให้เขาวกไปหาความสุขทางเนื้อทาง หนังต่ำ ๆ เตี้ย ๆ ไม่น่าดูนั้น ก็เพราะว่าเขาเป็นคนที่ไม่เคารพตัว เอง ท้อถอยต่อการที่จะคิดว่ามันจะเป็นได้มากอย่างนี้. พระพุทธเจ้าท่านก็ยังตรัสว่า เกิดมาเป็นคนนี่ไม่ควรให้ ตัวเอง "อตฺตานํ น ทเยฺย โปโส" แปลว่าเป็นลูกผู้ชาย เป็น บุรุษไม่ควรให้ซึ่งตน. ให้ซึ่งตนนี้ หมายความว่ายกตนให้ เสียแก่กิเลสหรือธรรมชาติฝ่ายต่ำ มันก็ไม่ได้คิดที่จะมีอะไรที่ ใหญ่โตมั่นคงที่จะเป็นนั่นเป็นนี่ให้จริงจังได้. ข้อนี้เรียกว่าเรา ควรถือเป็นหลักจริยธรรมข้อหนึ่งด้วยเหมือนกัน.
Buddhadasa