Buddhadasa.org

ชุมนุมนิทาน 20 นิทานเซ็น ตอนที่ ๒๐ — ๘. ใกล้พระพุทธเจ้าเข้าไปแล้ว

ชุมนุมนิทาน 20 นิทานเซ็น — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ชุมนุมนิทาน 20 นิทานเซ็น (๒๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.59 ใกล้พระพุทธเจ้าเข้าไปแล้ว นี้ลองฟังให้ดีจะได้รู้ว่าเราใกล้พระพุทธเจ้าเข้าไปแล้วหรือ ไม่. นักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งได้ไปเยี่ยมธ์ยานาจารย์ คืออาจารย์แห่งนิกายเซ็นแห่งหนึ่ง ชื่อว่า กาซาน เพราะนิสิตคน นั้นเขาแตกฉานในการศึกษา เขาจึงถามอาจารย์กาซานว่า เคยอ่านคริสเตียนไบเบิลไหม. ท่านอาจารย์กาซานซึ่งเป็นพระ เถื่อน อย่างพระสมถะนี้จะเคยอ่านไบเบิลได้อย่างไร ; จึงตอบ ว่าเปล่าช่วยอ่านให้ฉันฟังที. นิสิตคนนั้นก็อ่านคัมภีร์ไบเบิล ตอนเซนต์แมทธิวไปตาม ลำดับ จนถึงประโยคที่ว่า ไม่ต้องห่วงอนาคต คือไม่ต้องหวังวัน พรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้มันจะเลี้ยงตัวมันเองได้ แม้แต่นกกระจอกก็ ไม่อดตาย ทำนองนี้.

น.60 ๕๙ ท่านอาจารย์กาซานก็บอกว่า ใครที่พูดประโยคนี้ได้ฉันคิด ว่าเป็นผู้รู้แจ้งคนหนึ่งทีเดียว คือเป็น an Enlightened One คน หนึ่งทีเดียว แต่นิสิตคนนั้นก็ยังไม่หยุดอ่าน คงอ่านต่อไปมีความ ว่า "ขอเถิดแล้วจะได้ จงแสวงหาเถิดแล้วจะพบ จงเคาะเข้าเถิด แล้วมันจะเปิดออกมา ; เพราะว่าใครก็ตามที่ขอแล้วจะต้องได้ รับ ใครก็ตามที่แสวงหาแล้วย่อมได้พบ และใครก็ตามที่เคาะเข้า แล้ว ประตูก็จะเปิดออกมา,". พอถึงตอนนี้อาจารย์กาซานก็ว่า แหมวิเศษที่สุด ใคร ที่กล่าวอย่างนี้ก็ใกล้พระพุทธเจ้าเข้าไปแล้ว ; นิทานของเขาจบ. นิทานเรื่องนี้จะสอนว่าอย่างไร? หมายความว่า ถ้ารู้ธรรมะ จริง จะไม่เห็นว่ามีลัทธิคริสเตียน หรือพุทธ หรืออะไรอื่นๆ ในจิต ใจของผู้ที่รู้ธรรมะจริง จะไม่รู้สึกว่า มีคริสต์ มีพุทธ มีอิสลาม มีฮินดู มีอะไร เพราะไม่ได้ฟังชื่อเสียงเหล่านั้น ไม่ต้องเป็นนิกาย อะไร ครูบาอาจารย์สำนักไหน คัมภีร์อะไร อ้างหลักฐานชนิด ไหน ; ไม่มีจิตใจ หรือความรู้สึกที่ค้านหรือรับฟังถ้อยคำ เหล่านั้น จะฟังแต่เนื้อหาของธรรมะนั้น ; และก็เนื้อหาของ ธรรมะสูง ก็รู้ได้ว่ามันเป็นอย่างไร สูง ต่ำ ก็รู้ว่าสูงต่ำ ; อย่าง ที่ว่า เคาะเข้าเถิดจะเปิดออกมานี้ มันเหมือนอย่างที่เราพูด ว่า ถ้าปฏิบัติให้ถูก มันก็จะง่าย ๆ ที่สุดในการที่จะบรรลุ นิพพาน ; เดี๋ยวนี้ไปนอนหลับสบายกันเสียหมด ทั้งพระทั้ง ฆราวาสก็ได้ ไม่มีใครเคาะ ไม่มีใครแสวงหา หรือไม่มีใคร

น.61 ๖๐ ขวนขวายนั่นเอง. ถ้าฟังกันแต่เนื้อหาธรรมะแล้ว มันไม่มีพุทธ ไม่มีคริสเตียน ; หรือไม่มีเซ็น ไม่มีเถรวาท ไม่มีมหายาน อย่างนี้ ; ไม่มีอาการที่จะเป็นเขาเป็นเราเลย จิตมันว่างเสียเรื่อย มันจึงมีเขาฝ่ายหนึ่งก็ไม่ได้ มีเราอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ได้ ฉะนั้น ความกระทบกันระหว่างเขากับเราไม่อาจจะเกิด, ไม่มีทางจะ เกิด, ไม่มีพื้นฐานจะเกิด ; เห็นธรรมะเป็นพระเจ้า เห็นพระเป็น เจ้าเป็นธรรมะไปเสียเลย. เหมือนอย่างว่า พระเป็นเจ้าของฝ่ายที่ ถือศาสนาเป็นพระเป็นเจ้านั้น มีการสร้าง มีการทำลาย มีการ ให้รางวัล มีการทำอะไรทุกอย่างตามหน้าที่ของพระผู้เป็นเจ้า เราก็มีสิ่งที่ทำหน้าที่อย่างนั้น ครบทุกอย่างเหมือนกัน แต่เราไป เรียกว่าธรรมะ ; เหมือนกับความหมายของคำว่า ธรรมะที่ อธิบายแล้วในการบรรยายครั้งที่ ๑ นั้น ; ไม่มีอะไรนอกจาก ธรรมะ ; แล้วความโง่ความหลง คืออวิชชาต่างหากที่ไปสมมติ ให้ว่าเป็นชื่อนั่นชื่อนี่ อย่างนั้นอย่างนี้ พวกนั้นพวกนี้ จนมีเรามี เขา. จริยธรรมทั้งหมด ของธรรมชาติทั้งหมดนั้น มีเรื่องเดียว แนวเดียวสายเดียว. ขอให้สนใจในความจริงข้อนี้เถอะว่า จริยธรรมทั้งหมด ของโลกนี้ หรือของโลกอื่นด้วยก็ได้ ย่อมมีแนวเดียวและสาย เดียวและตรงเป็นอันเดียวกัน ไม่ต้องพูดกันว่า ของประเทศนั้น ประเทศนี้ ศาสนานั้นศาสนานี้ ในโลกเดียวกันนี้. ถึงแม้ว่าสิ่งที่ เป็นจริยธรรมจะมีหลายรูป หรือหลายเหลี่ยม ดังที่กล่าวมาแล้ว แต่วันแรก นั้นก็ยังเป็นอันเดียว แนวเดียว สายเดียว กันอยู่นั้น

น.62 ๖๑ เอง ; มีแต่ว่าระบบไหนใกล้จุดหมายปลายทางหรือยังเท่านั้น แต่ เรื่องต้องเป็นเรื่องเดียวกันหมด ; ขึ้นชื่อว่าธรรมะแล้ว ต้องเป็น เรื่องเดียวกันหมด ; แต่ว่าอันไหนหรือที่ใครกล่าวนั้น มันใกล้จุด หมายปลายทางเข้าไปหรือยัง. ฉะนั้นเราอย่าได้รังเกียจ อย่าได้ ชิงชังว่าคนนั้นคนนี้จะเป็นคริสเตียนแล้ว ก็จะต้องเป็นศัตรูเป็น อย่างนั้นอย่างนี้ขึ้นมาทีเดียว ; ถ้าถืออย่างนี้ก็แปลว่าไม่รู้ธรรมะ ยิ่งเป็นครูบาอาจารย์ด้วยแล้ว ไม่ควรจะไปรู้สึกทำนองนั้นเป็น อันขาด.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต