น.16 อย่าเพ่อท้อใจ อากาศจะวิปริตเพราะความเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ของแดดลมฝน หรือสิ่งแวดล้อมจะสับสน เพราะการโยกย้าย รื้อถอนอย่างชุลมุนวุ่นวายของมนุษย์เองสักเพียงใด สุนัขของ เขาก็ยังพยายามค้นหาจนพบที่หลับนอน อันเป็นสุขสมใจมัน จนได้. มันย้ายที่ไปลองนอนตรงนั้นนิดตรงนั้นหน่อย ลอง นอนดูเพียงสองสามนาทีเท่านั้น มันก็รู้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ. ถ้าไม่เหมาะก็ย้ายใหม่! มันทำดังนี้เรื่อยไป ไม่กี่ครั้งก็พบที่อัน เป็นสุขจริงและหลับสนิท. มันไม่เป็นโรคเรื้อนชนิดที่ต้องเกา อยู่เสมอ จนหาที่นอนอันเป็นสุขไม่พบในโลกนี้! แต่สำหรับเจ้าของมันเองนั้น อะไร ๆ ที่ใด ๆ อย่างไหน ๆ ระดับไหน ๆ ก็ไม่เคยให้ความเป็นสุขและพอใจ : ดิ้นรนจนตาย
น.17 ๑๖ จิตก็ไม่เคยประสบกับภาวะแห่งความสะอาด สว่างและสงบเย็น ที่แม้เพียงแต่จะทำให้หลับสนิทจริงๆได้. เขาตกอยู่ในลักษณะ ของสุนัขโรคเรื้อนชนิดที่ต้องเกาข่วนตัวเองอยู่เสมอ! เขาไม่ สามารถทำให้เกิดการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง ชนิดที่ค่อย ๆ เลื่อนสูงขึ้นไป จนกระทั่งพบสภาพอันเป็นที่จุใจ ดังเช่นสุนัข ของเขาเอง ซึ่งไม่กี่นาทีก็ค้นพบที่นอนอันสุขสงบ ทั้ง ๆ ที่มัน เป็นเพียงสุนัข. แต่เขาก็ยังเป็นถึงอาจารย์ ที่ทำการฝึกสอน อะไรหลายๆ อย่างให้สุนัขของเขาทุกวันด้วยความขยัน และ บางครั้งยังแถมตีมันด้วยเพราะเขาถือว่าเขาเป็นนายของมัน. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : มันเป็นการเหลือวิสัยของ พระเป็นเจ้าหรือสิ่งใด ๆ ทั้งสิ้น ที่จะทำให้สุนัขนั้นเต็มไปด้วย ความดิ้นรน ทะเยอทะยานและวิตกกังวลนานาประการจน ค้นหาที่นอนหลับสนิทไม่ได้อย่างเจ้าของมันเอง. ความอยาก ได้นั่นได้นี่ มีนั่นมีนี่ เป็นนั่นเป็นนี่ อย่างไม่มีขอบเขตของเขา จนกระทั่งได้เป็นเจ้าของและเป็นครูบาอาจารย์ของสุนัขแล้ว ก็ยังหาโอกาสสงบอารมณ์ให้มาก และให้เหมือนแม้สุนัขตัวนั้น ก็ไม่ได้. เพราะฉะนั้นใครเล่าจะเป็นที่น่าสมเพชกว่าใคร ใน ระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งสองนี้. (คัดจากหนังสือพิมพ์ พุทธศาสนา ปี ๒๔๙๗ หน้า ๑๗๒)
Buddhadasa