น.18 อย่ากล้าลืมตา นิทานเกิดขึ้นที่ข้างส้วมแผนโบราณแห่งหนึ่ง ในหลุมนั้น มีหนอนเจริญเติบโตอยู่ทุกขนาดดำผุดดำว่ายอยู่อย่างยั้วเยี้ย นับด้วยหมื่นด้วยแสน ท่านสมภารได้ชี้ให้เด็ก ๆ ดูในแง่ธรรมะที่ ว่าหนอนเหล่านี้กำลังมึนเมาอยู่ในของเน่าเหม็น และหลับหู หลับตาจมอยู่ในของสกปรกอย่างน่าสมเพช ซึ่งถ้านำไปเปรียบ กับเหล่าเทพยดาในฉกามาวจรสวรรค์แล้วก็จะชวนให้สมเพช ยิ่งขึ้นไปอีก จนสุดที่จะทนไหวทีเดียว. ใคร ๆ อย่าหลงพอใจใน ของสกปรกเหมือนหนอนเหล่านั้นเลย. หนอนหลายตัว ได้ยินคำพูดเหล่านั้น! หนอนบางตัวได้ คิดว่า แท้จริงความพอใจในรสนิยมของพวกเรา กับของเทพยดา ทั้งหลาย ก็มีได้เท่ากันและในลักษณะทำนองเดียวกัน ทั้งนี้
น.19 ๑๘ มันแล้วแต่ลักษณะของอายตนะเครื่องรับและเสวยอารมณ์นั้น ต่างหาก เราไม่เชื่อท่านสมภาร! หนอนบางตัวได้พยายามลืมตา ขึ้นดู ก็เห็นว่ามันออกจะสกปรกมากมายจริง แต่ทนลืมตาอยู่ไม่ ไหวต้องกลับหลับไปตามเดิมโดยเร็ว เพราะมันได้เห็นสิ่งอื่นที่ สกปรกกว่าอาหารบ้านเรือนของมันเองจนทนลืมตาอยู่ไม่ไหว! มันบอกพวกพ้องของมันว่า ชั่วที่ลืมตาขึ้นแวบเดียว ก็ได้ เห็นเทพยดามนุษย์ทั้งหลายมีจิตจมอยู่ในความมืดมนถือตัวถือตน นานาประการ ; การกระทำทางกายวาจาก็จมอยู่ในกรรม โสมมเลวทราม เนื้อตัวทั้งสิ้นจมอยู่ในกามารมณ์ กำลังทำสิ่ง ต่าง ๆ ด้วยความหลงใหลในลาภยศอำนาจวาสนา พวกพ้อง บริวาร อันเป็นทางให้ได้มาซึ่งความมัวเมาในความสุขทาง เนื้อหนังของตน อย่างไม่รู้จักอิ่มจักพออีกต่อหนึ่ง ถึงกับต้อง อิจฉาริษยารบราฆ่าฟันกันทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างป่าเถื่อน ทารุณชนิดที่ไม่เคยมีในสมัยที่ยังไม่เกิดส้วมชักโครกแผน ปัจจุบันนั้นเลย. ศีลธรรมของเขาคือการกอบโกยความสุข ทางเนื้อหนังใส่ตนอย่างเดียวแล้วเรียกชื่อกันเอาเองอย่างไพเราะ ว่า มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติของฉัน. พูดกันดังนั้นแล้วมันก็ชักชวนกันให้หลับตาให้ยิ่งขึ้นกว่า เดิม เพื่ออย่าให้เสียเปรียบหรือล้าหลังพวกเทพยดามนุษย์ทั้ง ปวง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้พอเคียงคู่กันไป. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ผู้ที่พอใจในกามารมณ์ชื่อเสียง
น.20 ๑๙ ยศศักดิ์อำนาจวาสนาพวกพ้องบริวารทั้งหลายนั้น ; ขออย่า ได้หาญพยายามลืมตาเป็นอันขาด จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบหนอน, หรือลืมขึ้นมา ก็จะต้องรีบกลับหลับตาลงไปใหม่เหมือนหนอน เหล่านั้นอยู่เอง, ซึ่งทำให้เกิดเป็นปัญหาขึ้นว่า ใครเล่าจะเป็น ฝ่ายชนะ? หรือว่าใครเล่าน่าสมเพชกว่าใคร ในระหว่างพวก เทพยดาในฉกามาพจรสวรรค์ และหนอนในส้วมแผนโบราณ เหล่านั้น? (คัดจากหนังสือพิมพ์ พุทธศาสนา ปี ๒๔๙๘ หน้า ๙)
Buddhadasa