Buddhadasa.org

ชุมนุมนิทาน 20 นิทานเซ็น ตอนที่ ๗ — ๖. อย่ากล้าเงยหน้า

ชุมนุมนิทาน 20 นิทานเซ็น — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — ชุมนุมนิทาน 20 นิทานเซ็น (๒๒ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.21 อย่ากล้าเงยหน้า นิทานเกิดขึ้นในคืนเดือนมืดฝนตกฟ้าร้องคึกคะนองน่า สะพรึงกลัวเมื่อหลายหมื่นปีมาแล้ว : พวกนกและหนูได้เกิด ความสงสัยไต่ถามกันขึ้นว่า พวกสัตว์สองขาตัวโตกว่าลิงที่ รู้จักเข้าอาศัยอยู่ตามถ้ำที่สบาย ๆ นั้น เกิดไปได้ความรู้ใหม่ ที่ไหนมา จึงได้ชอบทำอาการหมอบหน้าจดพื้นดินนาน ๆ เสมอ ๆ ทุก ๆ คราวที่เกิดความกลัวขึ้น. ส่วนสัตว์สี่เท้าทั้งหลายยังคง ไม่รู้ไม่ชี้ต่อการทำเช่นนั้น และก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกประหลาด เกิดขึ้นแก่พวกมันเลย. หนูแก่ตัวหนึ่ง ขอเวลาไปติดตามเรื่องนี้และตรึกตรอง อยู่หลายวัน, ในที่สุดก็ได้มาแถลงในที่ประชุมแห่งสัตว์เล็ก ๆ เหล่านั้นว่า พวกสัตว์สองขาที่อยู่ถ้ำเหล่านั้น ได้มีความคิด

น.22 ๒๑ งอกเงยออกไปว่า มีสิ่งลึกลับที่ใคร ๆ มองไม่เห็นตัว มีอำนาจ บันดาลสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นไปได้ตามที่มันต้องการ, ใคร ๆ ควร แสดงอาการยอมแพ้ต่อสิ่งที่มีอำนาจลึกลับนั้น เพื่อสิ่งนั้นจะได้ พอใจ และบันดาลอะไร ๆ ให้เป็นไปแต่ในทางที่ไม่เป็นภัยแก่ พวกเรา, ในที่ประชุมได้เกิดมีคำถามกันขึ้นว่า เราจะเอาอย่าง กันไหม, เมื่อได้ทุ่มเถียงกันเป็นการใหญ่ ไม่ตกลงกันได้แล้ว ก็ได้ลงมติกันว่า ให้รอดูผลแห่งการกระทำของสัตว์สองขา เหล่านั้น และผลแห่งการไม่รู้ไม่ชี้ของสัตว์สี่ขาทั้งหลายไปให้รู้ แน่นอนเสียก่อน แล้วจึงค่อยวินิจฉัยเด็ดขาดกันทีหลัง; และ ได้รอกันเรื่อยมาจนถึงยุคปรมาณูนี้ ก็ยังไม่สามารถจะวินิจฉัย ว่าอย่างไรได้. พวกสัตว์สองขาที่มีวิวัฒนาการมามากมาย ก็ยังคงก้มหน้าติดดินไปตามเคย มีผลเกิดเป็นลัทธิพิธีต่าง ๆ ขึ้นมากมายในโลก. ส่วนสัตว์สี่ขาก็ยังเงยหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใน สติปัญญาและความรู้อันใหม่นี้ไปตามเดิมทุกประการ โดย ไม่มีผลอะไรเกิดขึ้นที่ผิดแปลกออกไปแม้แต่นิดเดียว. พวก นกหนูเหล่านั้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะวินิจฉัยกันอย่างไรถูกจนบัดนี้. นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : มันเป็นการเหลือวิสัยของ บรรดาพระภูมิหรือผีสางเทวดาเทพารักษ์เหล่านั้น ที่จะลงโทษ โดยบันดาลให้สุนัขที่เยี่ยวรดเสาศาลเป็นต้นเป็นอะไรไปได้ แม้เพียงแต่โรคปัสสาวะขัดเจ็บปวดร้องครวญคราง : หรือว่า จะรู้จักทำพวกเทวดากันเอง ให้มีความรู้เรื่องสุขภาพอนามัย

น.23 ๒๒ รู้จักรังเกียจเยี่ยวสุนัขกันเสียบ้างก็หาไม่. แต่สำหรับคนเรา นั้น อย่าหาญไปเอาอย่างสุนัขเข้าเป็นอันขาด จะทำให้เสีย เปรียบสัตว์สี่ขา ในข้อที่จะต้องกลายเป็นพวกย้อนหลัง ไป ตั้งต้นวิ่งแข่งทางวัฒนธรรมกับสัตว์เหล่านั้นมาใหม่ซึ่งเผลอเข้า ก็จะเปลี้ยตกอยู่ล้าหลังพวกสัตว์สี่ขา เช่นสุนัขเป็นต้นเหล่านั้น ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมอีกโดยไม่ทันรู้ตัว. แต่อย่างไรก็ตามในบัดนี้ ปัญหายังคงมีอยู่ว่า ใครกำลังน่าสมเพชกว่าใคร ใครมีกำลังใจ เข้มแข็งหรืออ่อนแอกว่ากัน? กล้าหาญหรือขี้ขลาดกว่ากัน? อวิชชาของใครงอกงามหนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และ ของใครยังอยู่แต่เพียงระดับเดิม? (คัดจากหนังสือพิมพ์ พุทธศาสนา ปี ๒๔๙๘ หน้า ๑๐๖)

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต