น.15 ๙ เข้าอยู่รวมกับพระเป็นเจ้า ซึ่งเป็น "สุขนิรันดร์" สำหรับศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะนิกายซูพี่สมฺ มีหลักว่า "เราเป็นพระเจ้า ถึงท่านก็เป็นพระเจ้า เหมือนกัน" (อันนาล ฮัค, ฮัค, ตู อี) ซึ่งพ้องกับมติของเวทานตะโดยตรง พระเจ้าก็คืออาตมันใหญ่, เราทุกคน ทั้งฉันและท่าน ล้วนแต่เป็นอาตมัน น้อย ๆ ซึ่งแยกจากอาตมันใหญ่. แต่เพราะอาตมัน ไม่มีขนาด ไม่มีเวลา จึงเหมือนเป็นอย่างเดียวกันกับอาตมันใหญ่. ฉันกับท่านจึงเหมือนกัน ! ส่วนศาสนาอื่น ๆ ที่ยังเป็นเพียงลัทธิน้อย ๆ นั้น ยัง ต่ำหรือยังเด็กอยู่ แม้จะมีแบบแห่งการประพฤติบำเพ็ญ อันปลาดหรือ ลามกอนาจาร อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพราะเป็นลัทธิที่เลือนเลอะ ไปจาก ลัทธิใดลัทธิหนึ่ง ซึ่งแม้ในพุทธศาสนาของเราก็มี เช่นนิกายตันตริก. สำหรับพวกนี้ เราจะต้องไม่ยกมาเป็นส่วนสำคัญ หรือถ้ายกมา ก็ต้องเพ่ง ความมุ่งหมายของลัทธิเดิม, หรือเพ่งกลาง ๆ ลงไปว่า อย่างไรเสีย พวกน ก็ทำไปเพื่อจะให้ลุสุขอย่างยิ่งเหมือนกัน แต่เพราะความหลงใหลกำลังห่อ หุ้มเขาอยู่ ซึ่งถ้ามีใครช่วยปอกความหลงใหลเหล่านั้นให้ออกเสียได้แล้ว เขาก็จะเหมือนกับเรา ๆ ไม่มีผิด. ทั้งนี้ก็เพราะว่า ธรรมชาติแท้ ๆ นั้น ต้องการวิวัฒน์ขึ้นไปสู่เบื้องสูงเป็นธรรมดา หรือเรียกว่าเป็นสัญชาตญาณ ของสัตว์ทั้งปวง. เพราะฉะนั้น เราอาจมองเห็นเจตนาของลัทธิ อันแปลก ปลาดต่าง ๆ นี้ได้ว่าอย่างไรเสีย ก็ไม่พ้นไปจากกฎธรรมชาติ คือต้องการ จะวิวัฒน์ขึ้นไปให้สูงจนกระทั่ง "สุขนิรันดร์" เหมือนกัน. ตามหลักของ พุทธศาสนานั้น ไม่เคยกล่าวว่าพวกมิจฉาทิฏฐิ (Heretic) ทั้งหลาย จะต้อง ไปสู่ "ทุกขนิรันดร” คือทุกข์ตลอดอนันตกาล ไม่มีวันกลับมาสุข, แต่ ได้กล่าวไว้ว่า แม้ผู้ทำอนันตริยกรรมถึงตกโลกันตมหานรก ก็ยังมีเวลาที่ จะกลับมาเป็นคนดี และลุมรรคผลได้ในโอกาสข้างหน้า แต่ว่าจำต้องนาน
น.16 ๑๐ หน่อยเท่านั้น. โดยนัยนี้ เราย่อมไม่มีความสงสัยเลยว่า สัตว์ทั้งปวง จะไม่มีเจตนา ในอันที่จะก้าวขึ้นสู่คุณเบื้องสูง และโอกาสนั้น ได้ปิดเสีย แล้วสำหรับสัตว์บางพวก. เมื่อสาสนาหรือลัทธิทั้งปวง มีเจตนาอันมุ่งต่อ "สุขนิรันดร์" ตรงกันเช่นนี้แล้ว ความสุขปีใหม่ของสัตว์ทั้งหลาย ก็คือการก้าวเข้าไปใกล้สุขนิรันดร ยิ่งกว่าปีเก่านั้นเอง. การก้าวเข้าไปใกล้เพียงไรนั้น อยู่ที่ความเห็นผิดหรือเห็นถูกมาก น้อยเพียงไร. การเห็นชัดว่าความจริงมีอยู่อย่างไร แล้วปฏิบัติให้สมตามกฎของ ความจริงนั้น ๆ คือการก้าวเข้าไป. เพราะฉะนั้น การกอบโกยเอาความสุขปีใหม่ ขึ้นไว้ใส่ตน ก็คือชำระสะสางความเห็นผิดหรือหลงผิดให้หมดไปเสีย แล้วพอกพูน ความเห็นถูกให้ตรงแน่วยิ่งขึ้นไป โดยเร็ว. โดยเฉพาะเรื่องทางใจหรือสาสนา จัก ต้องไม่หลงผิดไปจับเอาเปลือกหรือเครื่องแบบภายนอกของสาสนา ขึ้นเป็นใจความ ของสาสนา ซึ่งเมื่อเข้าใจผิดแล้ว อาจทำให้ละจากสาสนาที่สูงกว่า ไปรับเอาสาสนา ที่ต่ำกว่าก็ได้ หรืออาจดูหมิ่นดูแคลนต่อกันและกันก็ได้ หรืออาจละจากสาสนาของ บรรพบุรุษ ไปรับเอาสาสนาแปลกๆ ใหม่ๆ ซึ่งเพียงแต่เขาแต้มสีไว้งาม ๆ โดยไม่มี อะไรดีไปกว่าสาสนาเดิมก็ได้. ปีนี้ เป็นปีที่ชาติไทยเราเปลี่ยนระบอบปีใหม่ มาเป็นระบอบ สากล พร้อมกันกับการบากบั่นสร้างชาติให้เข้มแข็ง จนกว่าจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัย จากการถูกกลืนโดยชาติอื่น. จึงในโอกาสส่งความสุขปีใหม่แก่กันและกันนี้เห็นว่าเรา ควรสะสางปัญหา อันเกี่ยวกับสาสนาของชาติ เพื่อให้จิตต์ใจของประชาชาติทั้งมวล กลมกลืนกัน สำหรับจะได้รับความสุขอันแปลกใหม่พร้อมกับที่การสร้างชาติของเรา เป็นไปได้สมหวังด้วย. ถ้าชาติเราต้องการน้ำใจเป็นดวงหนึ่งดวงเดียวกัน เราต้อง ถือศาสนาเดียวกัน 1 เพราะสาสนาคือเครื่องสร้างหัวใจ. ข้อนี้หวังว่าโดยมิพักต้อง แก้รัฐธรรมนูญบทที่กล่าวด้วยการถือศาสนา เราก็อาจ และควรที่จะขจัดปัญหาแห่ง
น.17 ๑๑ การถือศาสนาแตกต่างกันเสียได้. ทั้งนี้ โดยเหตุที่ว่าสาสนาทั้งปวง เป็นเสมือนพี่น้อง ที่ยืนเข้าแถวเรียงลำดับ และพุทธศาสนาเราเป็นพี่หรือคนต้นแถว ในฐานะที่มีอะไร ให้สูงกว่า และมีให้ครบทุกประการ. และผู้ที่ถือศาสนาของทุกศาสนา ก็ล้วนแต่มุ่ง สุขนิรันดร์ด้วยกัน เสียแต่ไปจับฉวยเอาเปลือกหรือแบบของสาสนาเข้า จึงเกิดยันกัน ขึ้น. เมื่อเอาส่วนที่เป็นเปลือก หรือเครื่องแบบเหล่านี้ออกเสียให้หมดแล้ว ก็พอจะ กลมเกลียวกันได้. แต่พุทธศาสนาควรจะเป็นสาสนาของชาติยิ่งกว่าสาสนาอื่น ทั้งหมด ก็เพราะเป็นศาสนาของบรรพบุรุษของเรามาแต่ดั้งเดิม, - เป็นสาสนาที่ท่านเหล่านั้น ได้ยึดถือไว้ตลอดมา พร้อมกับการเสียสละกู้ชาติ ให้ธำรงคงมาได้ตราบถึงทุกวันนี้. ชาวไทยที่ละจากพุทธศาสนาไปถือศาสนาอื่นนั้น ก็ล้วนแต่มีเลือดพุทธศาสนาอยู่ในตัว เขาทุก ๆ คน เพราะบรรพบุรุษของเขาได้เคยถือพุทธศาสนามานมนาน จนเป็นสาสนา ประจำสายโลหิต เขาเพิ่งจะไปถือศาสนาอื่น เมื่อ "ไม่กี่วันมานี้เอง." ทั้งนี้เพราะ ว่า ก่อนแต่ที่ศาสนาคริสต์ และอิสลามจะแผ่เข้ามานั้น พุทธศาสนาได้ครอบคลุมอยู่ ตลอดแหลมทอง. ชาวแหลมทองทุกคน จึงมีเลือดเป็นพุทธศาสนานิกอยู่ในตนด้วยกัน ทั้งนั้น. ไม่เป็นการยากลำบาก หรือน่าอับอายอย่างใดเลย. ในการวิ่งกลับมาหา ศาสนาแห่งบรรพบุรุษของตน ! บัดนี้ ปัญหาเรื่องการถือศาสนาต่าง ๆ กัน ได้เกิดเป็น อุปสรรคต่อการสร้างชาติในส่วนรวม, และเป็นจุดด่างพร้อยของความสุข ทางจิตต์ชนิดที่เป็นระบอบสากล โดยประจักษ์ชัดขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้น เราควรต้อนรับความสุขปีใหม่ ของพวกเราทั้งมวล ด้วยการขจัดปัญหานี้ ออกไปเสียให้หมดจดสิ้นเชิง แล้ว การสร้างชาติก็จะได้ก้าวใหม่ที่สำคัญ ยิ่งอีกก้าว. และส่วนตัวเรา, ในการก้าวเข้าไปหา "สุขนิรันดร” เราก็จะ ได้ก้าวอย่างยาวอีกก้าวหนึ่ง เหมือนกัน. นี่คือความสุขปีใหม่ของพวกเรา !
น.18 ๑ ๒ และขอให้มนุษยชาติในสากลโลกทั้งมวล จงได้ละ ความเห็นผิดที่จับฉวยไม่ถูกความหมายอันแท้จริง ของ "สุขนิรันดร ” ได้จับฉวยให้ถูกยิ่ง ๆ ขึ้นไปกว่าปีเก่าเถิด. นั่นคือความสุขปีใหม่ของสกลโลกทั้งสิ้น ! พุทธทาส ภิกขุ ๑. มกร ๘๔
Buddhadasa