น.46 ท่านผู้หมดจด จากเพลิงกิเลส และเพลิงทุกข์ กล่าวคือพระอรหันต์ทั้งหลาย ได้ประชุมกันครั้งหนึ่ง ในวันเพ็ญแห่งเดือนนั้น. ข้อนี้ ยังคงเป็นเหมือนเครื่องย้ำอยู่ในใจ ถึงความเชื่อ ในข้อที่ว่า มนุษย์เรานี้สามารถเอาชนะความทุกข์โดยเด็ดขาดได้ มิให้จางเลือนไป จากความรู้สึกของเรา. ถ้ามนุษย์ไม่สามารถเอาชนะความทุกข์ได้จริง พระอรหันต์ ก็มีขึ้นในโลกนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้ามีการระทมทุกข์อยู่ในที่ใด ก็เป็นอันเชื่อ ได้ว่า การประพฤติตามร่องรอยของพระอรหันต์ไม่มีในที่นั้น และข้อนั้นต้องเป็น
น.47 ๔๑ เพราะไม่มีความเชื่อว่า คนเราอาจครอบงำทำลายความกำหนัด ความโกรธ และ ความหลง ของตนได้. หรือที่ยิ่งไปกว่านั้นอีก ก็คือไม่รู้จักว่า ความรัก ความโกรธ ความหลงนี้ เป็นไฟเผาผลาญให้เดือดร้อน ไม่ยอมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ควรทำลายเสีย โดยเด็ดขาด. เห็นรสของกิเลสทั้งสามประการนี้ เป็นรสอร่อย เช่นกับคนบางคนที่ "เห็นกงจักรเป็นดอกบัว." ในรอบปีหนึ่ง มีวันมาฆะอันเป็นอนุสรณ์ศักดิ์สิทธิ์ถึงพระอรหันต์ ทั้งหลายเพียงวันเดียวก็จริง แต่ก็พอแล้วสำหรับผู้ที่รู้จักรักตัวสงวนตัว ในอันที่จะไม่ ลืมไปว่า เรานี้เกิดมาเพื่อศึกษาสำหรับเอาชนะความทุกข์. วันมาฆะเวียนมาปีละครั้ง ก็จริง แต่พระอรหันต์ทั้งหลายท่านไม่ตาม อยู่ตลอดอนันตกาล. ดอกไม้ที่ไม่รู้จัก โรยเหล่านี้ จะยิ่งสดชื่นแจ่มใสยิ่งขึ้นอีก เท่ากับที่สัตว์โลกในสมัยนี้ยิ่งขุ่นมัวเศร้า หมองลง เพราะอำนาจแห่งการเหินห่างไปจากคลองธรรม. ในสมัยที่โลกไม่สู้ระงม ไปด้วยเพลิงแห่งความยุ่งยาก พระอรหันต์ทั้งหลายไม่เด่นจ้าแก่สายตา, แต่ในสมัย ที่โลกมืดคลุ้มไปด้วยควันแห่งการเจ็บปวดเพราะประหัตประหารกัน พระอรหันต์ก็เด่น ดังดวงจันทร์ที่พันหมอก ปรากฏแก่สายตาของ "ผู้มีตา" ยิ่งนัก แต่ก็ยังคงไม่ปรากฏ แก่สายตาของผู้ที่มัวสาละวนก้มหน้าประหัตประหารกันอยู่นั้นเอง. โลกกำลังเดินผิด แนวที่พระอรหันต์ท่านเดิน : โลกแก้ความยุ่งยาก ด้วยการสร้างอะไรอย่างหนึ่งขึ้น กลบไว้ ซึ่งการสร้างอันนั้น เป็นเหตุให้เกิดความยุ่งยากอันใหม่ ซึ่งยุ่งยากยิ่งไปกว่า เก่า. แต่พระอรหันต์ ท่านแก้ด้วยการตัดต้นเหตุแห่งความยุ่งยากนั้น ๆ เสีย. เมื่อ พระอรหันต์จบกิจ หมดงานที่จะต้องทำ โลกยิ่งมีงานทับถมทวีขึ้น โดยไม่มีทางจะ มองเห็นที่สิ้นสุด. เมื่อไร โลกจะเอาใจใส่กับวันมาฆบูชา ให้ลึกซึ้งถึงความหมาย อันแท้จริงของวันนั้น กล่าวคือเอาใจใส่กับเรื่องพระอรหันต์อันเป็นเรื่อง ๆ เดียวเท่า นั้น ที่จะดับทุกข์ของมนุษย์ได้ คือดับทุกข์ของโลกทั้งหมดได้ นั่นเอง.
Buddhadasa