น.186 ท่านสาธุชนผู้ มีความสนใจในการทำบุญล้ออายุในวันนี้ หัวข้อที่ ๓ ที่จะได้พูดดังต่อไปนี้ก็คือ ธรรมสัจจะเพื่อ สังคมนิยมที่จะช่วยโลกได้ ขอทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปตามลำดับ นับตั้งแต่ ข้อแรกที่สุดว่า ทำไมจะต้องพูดเรื่องของสังคมนิยม เป็นเรื่องบ้า บอหรือเป็นเรื่องเห่อการเมืองการโลกอะไรกับเขาด้วยหรือเปล่า ? ข้อนี้มองกันได้หลายแง่หลายมุม คือเราไม่จำเป็นจะต้องไปเห่อ ระบบสังคมนิยมอะไรที่ไหน เพราะว่าในพระพุทธศาสนานั้นมี ระบบสังคมนิยมที่ดีเลิศและวิเศษ อยู่แล้ว และเนื่องจากเหตุที่ว่า ปัจจุบันนี้ โลกนี้กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับสังคมนิยม และมีสังคม -------------------------------- บรรยายในวันล้ออายุ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๑๘
น.187 นิยมบางชนิดเป็นเหมือนกับเชื้อโรคร้ายที่จะนำมาซึ่งการนองเลือด ซึ่งเป็นเหมือนกับโรคภัยไข้เจ็บของมนุษย์ในโลก โดยเหตุที่คำว่าสังคมนิยม มันกำลังระบาดไปในการพูดจา อย่างนี้ก็มี และโดยเหตุที่มันกำลังจะระบาดเข้ามาจริง ๆ จนเป็น ปัญหาให้บางคนนอนไม่ค่อยหลับก็มี ทีนี้พุทธบริษัททั้งหลายก็อยู่ ในโลกนี้ อยู่ในประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ ซึ่งจะต้องพบกันเข้ากับ ปัญหาเหล่านี้ จึงควรจะรู้เรื่องนี้บ้างพอสมควร คนทั่วไปเขาก็เป็นห่วงเรื่องนี้กันมาก แม้ว่าจะไม่ได้เป็น ห่วงเพราะกลัว แต่ก็เป็นห่วง หรือว่าอยากจะรู้ หรือจะปฏิบัติ ให้มันถูกต้อง ให้มันปลอดภัยมากกว่า ฉะนั้นการบรรยายอบรม ผู้ที่จะเป็นผู้พิพากษาปีสุดท้ายนี้ ก็มีหัวข้อกำหนดมาจากทางการว่า ให้ช่วยบรรยายโดยหัวข้อนี้ครั้งหนึ่ง เรียกว่าสังคมนิยมนี้ก็เป็น เครื่องวัดเป็นเครื่องแสดงว่า มันกำลังตื่นตัวตื่นใจ ตื่นอะไรก็สุด แท้ กำลังตื่นในสิ่งที่เรียกว่า สังคมนิยม เราควรจะรู้เรื่องนี้กันอย่างไร จึงจะได้ผลดีที่สุด สำหรับ การเป็นมนุษย์ที่มีลมหายใจอยู่ในโลกนี้ในทุกวันนี้ สำหรับอาตมาเองก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าล้อเล่นมากกว่า ไม่ มีคุณค่าอันใดนัก ถ้าว่ามาเปรียบเทียบกันกับข้อที่ว่า ในพุทธ- ศาสนามีสังคมนิยมหรือเป็นสังคมนิยมอันประเสริฐอยู่แล้ว ก็อยาก จะเอามาล้อว่า เรานี้มันช่างโชคดีเสียเหลือเกิน ที่เผอิญมามีชีวิต
น.188 อยู่ในยุคในสมัยที่เขากำลังตื่นกันในเรื่องนี้ และเมื่อมาเทียบกันดู กับหลักพระพุทธศาสนา ก็รู้สึกว่าสังคมนิยมของชาวโลกนั้น มัน เป็นเรื่องเด็กเล่น เป็นเรื่องเด็กอมมือที่ไม่รู้อะไร เข้าใจอะไรต่าง ๆ ไปในลักษณะที่ไปติดต้น หาทางออกไม่ได้ ถ้าจะพูดโดยธรรมชาติ แท้ ๆ มนุษย์หรือสัตว์ทั้งหลายจะรอดอยู่ได้ด้วยอุดมคติของสังคม- นิยม ที่เป็นธรรมสัจจะอันแท้จริง แล้วก็พูดได้ว่าระบบสังคม นิยมที่กำลังเห่อกันอยู่ในโลกนี้ มันเป็นสักว่า สัจจาภินิเวส ความ โง่ความหลงไปติดไปตันไปจดอยู่ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ทำให้ปัญหา เกิดมา ทำให้ระส่ำระสายในโลก คำว่าสังคมนิยมตามที่มีอยู่ในตำรับตำราหรือในการศึกษา อะไรต่าง ๆ นั้น มันก็มีอยู่หลายแบบ โดยปลีกย่อยแล้ว จะมีตั้ง หลายสิบแบบด้วยซ้ำไป สังคมนิยมเข้มข้น สังคมนิยมอ่อน ๆ สัง- คมนิยมพวกนั้นพวกนี้ ยุคนั้นยุคนี้ ล้วนแต่ไม่เห็นมีอะไรดีไป กว่าสังคมนิยมที่เป็นอุดมคติของพุทธบริษัท ฉะนั้น เรามีอุดมคติ สังคมนิยมอยู่แล้วโดยไม่รู้สึกตัว จะว่าอยู่ในระบบการปกครอง ของคณะสงฆ์ ในครั้งพุทธกาลเรื่อย ๆ มายังนี้ก็ยังได้ หรือว่า จะมีอยู่แล้วในระบบธรรมะในพระพุทธศาสนา ที่เป็นส่วนพระ ธรรมอย่างนี้ก็ได้ หรือจะดูว่าพระพุทธองค์ทรงประพฤติต่อสัตว์ โลกทั้งหลายอย่างไร ก็ยังเห็นได้ว่าเป็นระบบสังคมนิยมที่สูงสุด เราจึงไม่ประหลาดใจอะไรในการที่จะมีระบบสังคมนิยมประเภท
น.189 สัจจาภินิเวสเกิดขึ้นมาในโลกตั้งมากมายหลายสาขา เมื่อมนุษย์ไม่ อาจจะไปสู่ระบบสังคมนิยมอันแท้จริงของธรรมชาติได้ คือไม่ถึง ธรรมสัจจะในเรื่องนี้ มันก็ไปติดต้นอยู่ที่ความคิดเห็น เป็นสัจจา- ภินิเวสเกี่ยวกับคำ ๆ นี้อยู่หลายรูปแบบทีเดียว ทีนี้เผอิญมันมาเนื่องกันเข้ากับเรื่องของการเมืองในสมัย ปัจจุบัน คำนี้เกิดขึ้นหรือว่าจะยืมมาใช้อย่างที่เรียกว่าแปลก ประหลาดเสียเต็มที่ ก็มีคนเห่อมันในลักษณะที่เป็นคำแปลก ประหลาดก็มี หรือเห่อกันไปในทางที่ว่าเป็นของดีวิเศษที่จะช่วย โลกสมัยปัจจุบันนี้ได้ ถ้าอย่างนี้ละก็ขอให้นึกกันเสียใหม่ว่า มันไม่ใช่ของใหม่ที่ ควรจะต้องเห่อ ถ้าเราย้อนกลับหลังไปสักสองพันปีกว่านี้ ก็จะพบ ระบบสังคมนิยมที่ดีที่สุดอยู่แล้ว แล้วก็มีอยู่ในเลือดในเนื้อของ พุทธบริษัทเป็นลำดับมา จนกระทั่งว่าถ้านับถือพุทธศาสนา แล้ว มันจะมีเจตนารมณ์แห่งสังคมนิยมอยู่ในเลือดในเนื้อ มันจึง เห็นเพื่อนมนุษย์เป็นเพื่อนทุกข์ เพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตาย เป็นเพื่อนทุกอย่างที่จะดูดายกันไม่ได้ นี่พูดอย่างนี้คงจะฟังถูกกันทุกคน ยิ่งคนมีอายุมากสักหน่อย ก็พอจะจำความได้ว่า ปู่ย่าตายายของเราสอนกันมาอย่างไร ในการ ที่จะให้เห็นแก่ผู้อื่น สอนให้เห็นแก่ผู้อื่นทุกคนว่าเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย นี่คืออุดมคติของสังคมนิยมที่บริสุทธิ์ และก็ทำ
น.190 กันจริงๆ ไม่ใช่ทำแต่ปาก แล้วก็ไม่ใช่ทำอย่างการเมือง คือ โกหก พกลม เพื่อหาประโยชน์ใส่ตน อ้างนั่นอ้างนี่ หาความจริงใจ ไม่ได้ ฉะนั้นพุทธบริษัทก็ควรแล้วที่จะรู้จักสังคมนิยมของพุทธ- บริษัทหรือของพุทธศาสนา และควักออกมาเป็นอาวุธสำหรับต่อ- ต้านสังคมนิยมบ้าเลือดของพวกสัจจาภินิเวสที่ทำผิดโดยตัวเองแล้ว ยกบาปไปให้แก่คนอื่น จะอย่างไรก็ตาม พุทธบริษัทนี่ก็เป็นระบบสังคมนิยมอัน ประเสริฐ อยู่ในเลือดในเนื้อในตัว ขอให้ยึดหลักพระพุทธศาสนา ไว้ให้มั่นคงไปตามเดิม หรือแม้แต่ศีลธรรมหรือสัจจธรรม ไม่ว่า ข้อไหนมันก็มีวิญญาณแห่งสังคมนิยมทั้งนั้น เมื่อมีอะไรดีและประ- เสริฐสูงสุดอยู่อย่างนี้แล้ว ก็อย่าไปหลงในของเด็กเล่น มันน่า สงสาร ที่พูดนี้ก็ขอให้ถือว่า เพื่อเป็นเรื่องบอกกล่าวแก่ท่านทั้ง- หลายไว้ล่วงหน้าว่า ไม่เท่าไหร่หรอกสังคมนิยมมันก็จะอื้ออึงไป หมดในโลกนี้ แล้วก็จะต้องแตกตื่น หรือว่าตื่นตูมไปตามเขา ไม่ได้ประโยชน์อะไร มันจะน่าหัว คล้าย ๆ กับว่าเมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีคนขนเอาลัทธิ ที่เขานิยมยกย่องกันนักหนาว่าเป็นของใหม่ คือลัทธิ M.R.A. รัก กันอย่างนั้นอภัยกันอย่างนี้ ไม่มีมึงไม่มีกูอย่างนี้ แล้วก็เอามายื่น ให้แก่พุทธบริษัท มันก็น่าหัวที่สุด อาตมาก็เป็นผู้ที่ได้รับการ
น.191 เสนอให้รับอ้ายนี่เหมือนกัน แล้วมันจะกระอักกระอ่วนกันเท่าไรใน เมื่อเรามีหลักธรรมที่ดีกว่านั้นตั้งหลายเท่า แล้วเขาเอามายื่นให้ใน ฐานะเป็นของใหม่ ๆ ที่ดีที่สุด วิเศษที่สุด จะมาเกณฑ์พระเกณฑ์ชี ให้เป็น M.R A. น่าหัวจะตาย นี่ก็เหมือนกันแหละ ถ้าหากว่าจะเอาสังคมนิยมบ้าเลือด นั้นมาให้กับพุทธบริษัทอีก มันก็น่าหัวอย่างนั้น เพราะเรามีสังคม นิยมโดยจิตโดยวิญญาณที่ลึกซึ้งแท้จริงอยู่ในเลือดในเนื้อ นี่เป็น เรื่องที่จะต้องพูดกันต่อไป หัวข้อที่เราวางไว้นี้เรียกว่า "ธรรมสัจจะสังคมนิยมที่จะ ช่วยโลกได้" สังคมนิยมมีหลายชนิด และชนิดที่จะช่วยโลกได้นั้น เป็นอย่างไร และมันมีธรรมสัจจะของมันอย่างไร พูดกันอย่างธรรมสัจจะอย่างตั้งต้นไปใหม่ อย่างที่ได้พูด ไปแล้วตั้งแต่กลางวันว่า ธรรมสัจจะนี่คือตัวแท้ตัวจริงของธรรม ของธรรมะก็ได้ ของธรรมชาติก็ได้ เป็นสิ่งเดียวกัน ตัวแท้ตัว จริงของธรรมชาตินั้นก็เป็นสังคมนิยม คือว่ามันไม่มีอะไรที่จะอยู่ อย่างโดดเดี่ยวได้ มันต้องอาศัยกันและกัน ไม่มีแผ่นดินต้นไม้ จะอยู่ได้อย่างไร ไม่มีต้นไม้แผ่นดินจะอยู่ได้อย่างไร หรือว่าน้ำ จะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีต้นไม้ไม่มีแผ่นดิน ดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมที่มนุษย์จะอยู่เป็นสุขสบายนี้ มัน มีอะไรแต่เพียงสิ่งเดียวไม่ได้ มันต้องเนื่องกันหลาย ๆ อย่าง ดู
น.192 ให้ลึกลงไปอีกว่า ถ้ามันมีแต่ธาตุดิน มันจะมีประโยชน์อะไร มันต้องมีธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม อากาศธาตุ วิญญาณธาตุ เป็นต้น ถ้ามันเนื่องกันสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี มันถึงจะมีดีอะไร ขึ้นมาได้ และเป็นธรรมชาติดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่นี้ ว่าเป็นมนุษย์ บ้าง เป็นสัตว์บ้าง เป็นต้นไม้บ้าง เป็นแผ่นดินบ้าง เป็นห้วย หนอง คลอง บึง บาง อะไรต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่เหมาะสม มี ความชื้นพอดี มีความอบอุ่นพอดี มีอะไรพอดี มันจึงมีชีวิตอยู่ อย่างนี้ได้ หรือว่าในคน ๆ หนึ่งนั้น ก็มีเจตนารมณ์ของสังคมนิยม คือต้องมีอะไร ๆ หลาย ๆ ส่วน หลาย ๆ อย่าง ทำงานสัมพันธ์กัน อย่างที่จะแยกกันไม่ได้ เรื่องนี้พวกที่ได้เล่าเรียนมาในทางสรีร- ศาสตร์ หรือการแพทย์การหมอก็รู้เรื่องดี ตาก็เนื่องกับหู หูก็ เนื่องกับจมูก จมูกก็ยังเนื่องกับปาก ไม่มีอะไรที่จะแยกอยู่ตาม ลำพังได้ แต่ว่าถ้าไม่ได้เรียนก็ไม่รู้ เพราะจะสังเกตเอาเองก็จะ เห็นได้ยากเต็มที แต่ขอให้เชื่อเถอะว่าไม่มีทางผิด ที่เราจะพูดว่า อวัยวะใหญ่น้อยทั้งหลายต้องร่วมกันทำงาน ทำหน้าที่ให้ถูกต้องตาม ธรรมสัจจะของสิ่งที่ประกอบกันขึ้นเป็นร่างกายจึงจะอยู่ได้ ฉะนั้น วิญญาณแห่งสังคมนิยมมีอยู่ในตัวคนทุกคน จะต้องอยู่กันด้วย ความสัมพันธ์อย่างถูกต้อง ที่เราเรียกว่าความรักความสามัคคีนั้น นั่นจึงจะเป็นสังคม
น.193 นิยมที่เป็นที่พึ่งได้ ถ้าเป็นการเกี่ยงงอน เกี่ยงแย่ง ทะเลาะวิวาทกัน แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน สำหรับจะประหัตประหารกัน ก็จะเป็น สังคมนิยมบ้าอยู่ในโลกนี้ แม้ในหมู่สังคมนิยมเองมันก็ยังแข่งฆ่ากัน เพราะมันมีหลาย แบบ แต่ถ้าเป็นความถูกต้องตามธรรมสัจจะของธรรมชาติแล้ว มันจะมีแต่เพียงแบบเดียว ก็เลยไม่รู้ว่าจะฆ่าใคร เพราะไม่มีข้อ ขัดแย้ง ที่ว่าสังคมนิยมก็ต้องหมายถึงว่า มันอยู่ด้วยกันได้ เพราะ ว่านิยมสังคมคือความรวมกันอยู่ได้ ไม่มีข้อขัดแย้ง ถ้ามีข้อขัดแย้ง มันก็มีไม่ได้ คือมนุษย์พวกหนึ่งเอาเปรียบพูดเอาข้างเดียว ให้อีก ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายผิดเสมอไป ยกตัวเองเป็นฝ่ายถูก นี้ไม่มีวิญญาณ แห่งสังคมนิยมเลย นี่เรียกว่าเราดูโดยทรรศนะกว้าง ๆ ในธรรมสัจจะของ ธรรมชาติ ว่าสิ่งที่มันมีอยู่ได้นี่มันก็มีวิญญาณแห่งสังคมนิยมทั้งนั้น และที่มันเนื่องกันอย่างน่าอัศจรรย์ก็มีอยู่มาก เราก็ยังไม่รู้สักทีไม่ ค่อยมองเห็นสักที เรียกว่ายังขาดความรู้ ในด้านนี้อยู่มากทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น จะพูดขึ้นมาสักข้อหนึ่งว่า ถ้าไม่มีพวก นกเล็ก ๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในวัดนี้ ไม่มีนกประเภทนี้แล้ว คนก็จะ ตายหมด พูดอย่างนี้ถ้าเป็นนักพฤกษศาสตร์อยู่บ้างก็คงจะฟังออก แต่คนทั่วไปคงจะฟังไม่ออกว่า ถ้าไม่มีนกเล็ก ๆ นี้แม้แต่สักตัว
น.194 ดียวแล้ว คนก็จะต้องตายหมด นั่งดูเถอะจะเห็นว่า พวกนกเล็ก ๆ นี้มันช่วยปราบศัตรู คือหนอนที่จะคอยกินยอดไม้ หนอนที่จะกัด กินยอดไม้ นกเล็ก ๆ มันเป็นผู้ปราบวันหนึ่งตั้งพันตัวหมื่นตัว แสนตัว นกตัวหนึ่งจะทำลายหนอนชนิดนี้นับเป็นร้อย ๆ ตัวพัน ๆ ตัวต่อวัน แล้วนกเท่าไร แล้วหนอนกี่ล้านเล่าที่ปราบไปแล้ว ต่อ วัน ต่อเดือน ต่อปี ถ้าว่ามันไม่มีนกพวกนี้มันก็มีแต่หนอน ความ ไม่สมดุลได้เกิดขึ้น ก็มีแต่หนอนก็กัดกินยอดไม้ จนต้นไม้ทนอยู่ ไม่ได้เพราะถูกกัดกินยอดอ่อน หรือกินบางส่วนของมันหมด จน ต้นไม้จะต้องตายลงทั้งแผ่นดิน ถ้าต้นไม้ตายหมดทั้งแผ่นดินแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น ก็คือความร้อนระอุแห้งแล้ง หรือว่าโรคภัยไข้เจ็บ อย่างใดอย่างหนึ่งจะประดังกันเข้ามาทีเดียว แล้วมนุษย์ก็อยู่ไม่ได้ จะต้องตาย ถ้าไม่มีต้นไม้อย่างเดียวแล้ว ฝนก็ไม่ตกลงมา นี่พูด สั้น ๆ ว่าถ้าไม่มีนกตัวเล็ก ๆ เหล่านี้แล้ว มนุษย์จะตายหมด นี่ บางคนก็จะฟังไม่ถูก ปู่ย่าตายาย บรมโบราณเขาก็รู้เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเขาจึง สอนไปในทางที่ว่าให้กระทำไปในทางที่ชีวิตทั้งหลายมันอยู่ด้วยกัน ได้ และเมตตาปรานีกันให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ที่ มันมีอยู่ในเวลานี้ได้ก็เพราะว่ามันทำสังคมกัน สหกรณ์กัน ประพฤติ ประโยชน์ร่วมกัน นี่เป็นฝีมือของธรรมชาติ หรือว่าถ้ามันไม่มี ธรรมชาติข้อนี้ มันก็ตายหมดแล้ว เราก็ไม่ได้มานั่งพูดกันอย่างนี้
น.195 ทีนี้ธรรมชาติมันมีของมันอย่างนั้นมันจึงรอดอยู่ได้ แล้วเราก็ได้มา นั่งพูดกันอย่างนี้ สำหรับผู้ที่รู้เรื่องนี้ดีก็จะยึดหลักนี้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น คือช่วย ประคับประคองให้ทุกอย่างมันมีอยู่ตามที่ธรรมชาติต้องการหรือที่ พระเจ้าต้องการ เพราะฉะนั้นเขาจึง ทำนาเผื่อลิง อย่างที่ประเทศ อินเดียนี้ พูดแล้วคนบ้านเราก็จะงงว่าทำนาเผื่อลิง เขาทำข้าวให้ มากไว้ ลิงกินเขาก็ไม่ว่าอะไรเพราะเขาได้ทำนาเผื่อลิง เขาคิดว่าลิง นี้จะต้องมีอยู่ในโลก จึงจะมีความสมดุลในโลก นี่มันมีสังคมนิยม ลงไปจนถึงสัตว์เดรัจฉานขนาดนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนด้วยกันก็ได้ ประเพณีและวัฒนธรรมในประเทศอินเดียที่ว่า รักสิ่งที่มี ชีวิตนี้ เป็นไปอย่างแรงกล้ามาก ไม่กินเนื้อสัตว์ที่มีชีวิต ฉะนั้น นก หนู ปู ปลานี้ มันจึงเต็มไปหมด ซึ่งเราจะหาดูไม่ได้ในเมือง ไทย ที่จะดูนกมาก ๆ ปลามาก ๆ อย่างในประเทศอินเดียนี้หาดูยาก เพราะว่าเราไม่มีหัวใจที่เมตตากรุณาต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายมาก เหมือนคนเหล่านั้นนั่นเอง นี้ย่อมแสดงว่า เจตนารมณ์ของสังคมนิยมนั้นเหลืออยู่ใน ประเทศอินเดียมาก ในจิตใจของมนุษย์ที่นั่นมาก ฉะนั้นจึงมีอะไร ที่ทำลายยาก เพราะเห็นแก่สังคมนี้มันกว้างนัก ทีนี้ดูให้สูงขึ้นมาอย่างที่พูดว่า เจตนารมณ์ของสังคมนิยม มีอยู่ในพระพุทธศาสนา ถ้าจะพูดอย่างไม่เอาเปรียบกันก็จะต้อง
น.196 พูดให้กว้างออกไปถึงกับว่า ในศาสนาก็คือทุกศาสนาเลย เพราะ ว่าก่อนพุทธศาสนา โลกก็ต้องมีศาสนาอะไรอยู่แล้ว จึงพูดว่าใน พุทธศาสนาและในทุกศาสนา ก็มีรากฐานที่ตั้งขึ้นมาบนอุดมคติ อันนี้ เพื่อเมตตากรุณาต่อสิ่งทั้งปวง แล้วก็สูงขึ้นมาถึงกับยอม รับรู้ในความเสมอภาคกัน หรือว่าในเสรีภาพของกันทุกอย่าง ที่ว่ามันจะประสานกันไว้ได้ หรือมันสัมพันธ์กันไว้ได้ จนกระทั่ง ว่าเกิดคณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ทรงบัญญัติระบบวินัย จะทำให้เราเห็นได้ที เดียวว่า เป็นระบบที่ผูกพันกันไว้เป็นพวกเป็นหมู่ ไม่แยกออก จากกันไป รู้ได้ตรงคำว่า "สงฆ์" นั่นเอง คำว่า สังฆะ พระสงฆ์ ตัวหนังสือแปลว่า หมู่ หรือ พวก มันไม่ได้แปลว่า เดี่ยว คนเดียว เมื่ออยู่เป็นหมู่เป็นพวก มันก็ต้องมีอะไรที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว หรือมีหลักธรรมสัจจะอันใดอันหนึ่ง ที่จะทำให้คณะสงฆ์ตั้งอยู่ได้ เป็นหน่วยเดียว จากส่วนประกอบของหน่วยหลายร้อยหลายพัน หลายหมื่นหน่วย ดึงเข้าเป็นสังคมที่ถูกต้อง ที่อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ถ้าจะดูให้ดีก็จะยิ่งเห็นมากขึ้นไปอีกว่า นี่มันเป็นการสอด- คล้องกับธรรมชาติมากที่สุด และยังจะป้องกันเหตุการณ์เลวร้ายที่ จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า อย่างระเบียบวินัยในพระพุทธศาสนา นี้ ก็ให้สันโดษ พอดี รู้จักพอดีในการที่จะเป็นอยู่ ยิ่งเป็นพระ- สงฆ์คือเป็นภิกษุละก็ ได้รับการวางกฎเกณฑ์ไว้เป็นพิเศษ ไม่ให้
น.197 กอบโกยส่วนเกิน ใช้คำอย่างนี้คำเดียวก็พอ พระสงฆ์นี่จะเอาอะไรเกินไม่ได้ ถ้าเกินกว่าที่จำเป็นแล้ว จะผิดวินัยทั้งนั้น นี่เป็นหลักทั่วไปที่ควรจะทราบไว้เป็นชั้นหนึ่ง ก่อนว่า ถ้าพระสงฆ์ไปเอาอะไรที่เป็นของเกินจำเป็นแล้ว จะผิด วินัยทั้งนั้น แล้วบางอย่างจะผิดธรรมะด้วย แล้วบางอย่างก็จะผิด วินัยอันร้ายแรงด้วย ดูตัวอย่างเช่นว่าเราจะต้องมีจีวร ๓ ผืน มี มากกว่านั้นก็ต้องเกิดเป็นปัญหายุ่งยากลำบาก ถึงกับต้องเป็นอาบัติ แม้แต่บาตรก็มีได้แต่เพียงใบเดียว กุฏิก็ให้มีได้เพียงขนาด ๑๒ คืบ x ๗ คืบ เท่ากับห้องน้ำที่ตรงโน้น นั่นแหละกุฏิที่จะมีได้เอง ที่นี้ ยังมีเรื่องที่จะต้องสันโดษอีกมาก สิ่งที่ไม่ควรมีมีไม่ได้ มันไม่ เพียงแต่ผิดวินัย มันทำลายความก้าวหน้าในทางธรรม ถ้าพระสงฆ์หรือภิกษุสงฆ์ ที่ต้องการจะก้าวหน้าตามทาง ธรรมแล้ว ไปมีอะไรที่เกินจำเป็นเป็นส่วนเกินแล้ว มันก้าวหน้า ไปไม่ได้ มันจะกลายเป็นผู้ที่รุงรังไปด้วยทรัพย์สมบัติอะไรต่าง ๆ นี่การที่ไม่เอาส่วนเกินนี้มันมีผลดีอย่างนี้ จะมองไปอีกชั้นหนึ่งก็ว่า ถ้าแต่ละคนไม่เอาส่วนเกินแล้ว มันก็จะเหลืออยู่มาก ส่วนเกินนั้นมันก็ตกทอดไปเป็นของคนอื่น คนอื่นก็ไม่ขาดแคลน ถ้ากอบโกยส่วนเกินกันไว้มากแล้ว มันก็ ต้องขาดแคลน พวกคนที่ยากจนก็ต้องมีมากโดยเร็ว ทีนี้ถ้าว่าไม่ เอาส่วนเกิน ก็ไม่เกิดคนยากจน คนที่เอาส่วนเกินนั้นมันเอามากๆ
น.198 ข้าด้วยความละโมบ ด้วยแผนการสกปรก ลึกลับ ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่เท่าไรก็ทำให้เกิดการขาดแคลนกันใหญ่หลวง พวกอื่นก็เป็นคน ยากจน ฉะนั้นอุดมคติอันนี้ที่ว่า ไม่เอาส่วนเกินของภิกษุสงฆ์นี้ คือรากฐานอันแท้จริงของสิ่งที่เรียกว่าสังคมนิยม นอกจากนั้นก็ยัง มีระเบียบวินัยอะไรต่าง ๆ ที่วางไว้ชัดเจนว่าต้องช่วยเหลือซึ่งกัน และกัน อุดมคติของโพธิสัตว์นั้นมีมาก่อนพุทธกาลก็ว่าได้ ต้อง ช่วยเหลือผู้อื่น เสียสละเพื่อผู้อื่น แม้ชีวิตของตัวก็สละได้ นี่ก็ เพราะว่าเห็นแก่สังคม ในพุทธศาสนาก็ยอมรับอุดมคติอันนี้ ยอม นับเนื่องเข้าไว้ในพระพุทธศาสนา นั่นก็เพราะมีเจตนาของสังคม- นิยมมากในทุกด้าน ในทุกแง่ทุกมุม เท่ากับธรรมสัจจะของธรรม- ชาติ คือไม่มีอะไรที่มันจะอยู่แต่ลำพังส่วนเดียว ตัวเดียวโดดเดี่ยว คนเดียวได้ แม้ว่าต้นไม้ต้นหนึ่งถ้ามันอยู่เดี่ยว ๆ มันก็จะหักโค่นล้ม ได้โดยง่าย แม้สัตว์มันก็ต้องอยู่กันเป็นฝูงเป็นพวก มนุษย์ก็เหมือน กัน คำว่าอยู่กันเป็นสังคมนี้ เป็นความต้องการของธรรมชาติ ถ้าจะมองไปถึงขนาดที่เรียกว่าต้องการสืบพันธุ์ จึงจะมีลูกหลาน เหลืออยู่ นี่มันก็เป็นเรื่องสังคมด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่อย่างนั้นก็ ไม่มีอะไรที่จะเหลืออยู่เป็นหมู่เป็นพวกเป็นหมู่สัตว์ในโลกนี้ขึ้นมา จงนึกถึงการประพฤติกระทำให้ถูกต้อง ในการที่จะมีการสืบพันธุ์
น.199 มีลูกหลาน มีอะไรถูกต้อง อย่าให้มันเป็นอันตราย ผิดพลาด ในโลกนี้จึงมีสัตว์ที่มีชีวิตทวีขึ้น ๆๆ ๆ ในลักษณะที่น่าประหลาด แต่แล้วก็มาถึงยุคที่มนุษย์ใจดำอำมหิต เห็นแก่ตัวเกิดขึ้น มันก็ทำลายล้างธรรมชาติเหล่านั้นให้สูญเสียไปสูญหายไป ขาด แคลนลง จนกระทั่งว่าสัตว์บางชนิดได้สูญพันธุ์ไป และต้นไม้บาง ประเภทได้สูญพันธุ์ไป ฉะนั้นคนบางประเภทก็จะต้องสูญพันธุ์ไป เพราะความคิดประเภทที่ไม่เห็นแก่ส่วนรวมนี้ มันหนาแน่นขึ้นมา ทีนี้เมื่อมันได้ทำผิดถึงขนาดนั้นแล้ว มากจนถึงกับว่าอ้ายพวกหนึ่ง ก็มั่งมีไป อ้ายพวกหนึ่งมันก็ยากจนเกินไป มันก็ยังไม่หยุด ก็ยัง มีความเห็นแก่ตัวอยู่นั่นเอง ระบบสังคมนิยมมันก็เป็นไปอย่างไม่ ถูกต้องทั้งสองฝ่าย ฝ่ายคนยากจนก็ทำผิดส่วนหนึ่งจึงได้ยากจน ฝ่ายคนมั่งมีก็ทำผิดอีกแบบหนึ่งจนได้ชื่อว่าเป็นนายทุน ถ้าว่าเป็น คนมั่งมีอย่างถูกต้องนั้นไม่เป็นอันตรายอะไร เขาอยู่ด้วยความรัก- ใคร่ต่อคนที่มีโชคร้ายโชคไม่ดี แต่ถ้าเขาจะทำตนอย่างนายทุนเขา ก็จะเอาเปรียบอยู่เรื่อย มันก็เป็นผลขึ้นมาเป็นอย่างอื่น นี่คนจนมีการทำผิดหลายอย่างหลายประการ มีเจตนาก็ได้ ไม่มีเจตนาก็ได้ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ ไม่น้อยเหมือนกันที่ว่า มันบังคับตัวเองไม่ได้ ถูกกิเลสครอบงำ ถูกนำไปสู่อบายมุขจึงยากจน ใครบ้างที่ยากจนเพราะเหตุอื่นที่ไม่ ใช่อบายมุข ไปโทษเหตุอื่น ไปโทษดินฟ้าอากาศ กระทั่งไป
น.200 โทษนายทุนอย่างนี้ มันเป็นเรื่องหลับหูหลับตาพูด แล้วดูให้ดีว่า ตัวความยากจนนั้นมันเกิดขึ้นเพราะการทำผิดในทางศีลธรรม ถ้ามี ศีลธรรมมันก็ไม่มีคนสองประเภทนี้ขึ้นมา คือไม่มีนายทุนที่ขูดรีด แล้วก็ไม่มีคนยากจนที่ว่าไม่มีอะไรจะกิน เพราะว่าศีลธรรมมันทำ ให้มีระบบที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หรือที่เราเรียกว่าสังคมนิยมอันบริสุทธิ์ ซึ่งได้มีมาแล้วไม่รู้กี่หมื่นปีกี่พันปีกี่ร้อยปีมานี่ ไม่ใช่ของใหม่ เดี๋ยวนี้เป็นยุคหรือเป็นเวลาที่จะปรากฏผลร้ายของการกระ- ทำผิดพลาดในเรื่องนี้ คนในโลกที่ทิ้งระบบสังคมนิยมอันบริสุทธิ์ จนเกิดวิกฤตการณ์อย่างนี้ขึ้นมา แล้วจะมาเรียกหาสังคมนิยมโดย ใช้อาวุธเข้าประหัตประหารกันนั้น มันจะเป็นเรื่องบ้าต่อไปอีกก้าว หนึ่ง จะเหมือนกับเอาน้ำโคลนล้างโคลน น้ำโคลนทีหลังนี้ยิ่ง เหนียวแน่นไปกว่าโคลนทีแรก เป็นความผิดที่มาก ไปกว่าความ ผิดทีแรก ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ ทำไปก็ไม่แก้ปัญหาอะไรได้ นอกจากจะตายเปล่ากันไปมาก ๆ อีกเท่านั้น ไม่มีประโยชน์กับใคร ฉะนั้นต้องหันไปหาสิ่งที่สูงสุด คือพระเจ้า ได้แก่ธรรมสัจจะที่มี อำนาจเด็ดขาดในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งศีลธรรม ที่จะมีเมตตา กรุณากัน เป็นต้น ข้อนี้คือจะต้องต่อสู้ชนิดที่เรียกว่า ชนะอธรรมด้วยธรรม ชนะความชั่วด้วยความดี อย่างนี้เท่านั้นแหละ จึงจะรอดกันไป ได้ ถ้าอย่างอื่นก็เป็นการผิดธรรมะ ก็ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก พุทธ-
น.201 บริษัทควรจะถือว่ามีโชคดีอยู่มากทีเดียว ที่ได้เป็นพุทธบริษัทมี ธรรมะครบในทุกแง่ทุกมุม กระทั่งธรรมะในแง่ของความเป็นอยู่ อย่างสังคม เพื่อเป็นสังคมที่ดี อาตมาเคยพูดอุปมาให้เขาฟังว่า เดี๋ยวนี้พวกเราอยู่ ในสภาพที่จะต้อง " จุดไฟบ้านรับไฟป่า" ไฟบ้าน ก็คือไฟที่อยู่ใน ระเบียบของศีลธรรมและควบคุมได้ ส่วน ไฟป่า นั้นมันก็มาอย่าง บ้าเลือด ไม่มีระเบียบ ถ้าเราจะป้องกันไฟป่า เราต้องรีบจุดไฟ ข้าง ๆ บ้านเรานี้เสียให้มันเกลี้ยงเกลา ไม่ให้มีเหยื่อของไฟป่า ไม่ ให้มีเหยื่อของโมหะ ทุจริตอะไรต่าง ๆ ในจิตใจของเรา ข้างนอก ก็เหมือนกัน อุปมานี้คือ มีบ้านอยู่ในดงพงอ้อ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทั้งนั้น พอไฟป่าไหม้มา มันก็ไหม้หมดทั้งพงเลย ทั้งบ้านเรือน กระต๊อบ หรืออะไรก็สุดแท้ แต่ถ้าจุดไฟไว้รอบ ๆ แล้วมันไหม้ไม่ได้ นี่ก็ คือมีระเบียบที่ถูกต้อง สร้างป้องกันอยู่แล้ว พุทธบริษัทก็มีระบบสังคมนิยมตามแบบของพระศาสนา เป็นเครื่องรับหน้าสังคมนิยมบ้าเลือดของอันธพาล ซึ่งมีความเห็น แก่ตัว ทำให้มีความเห็นแบ่งแยกแล้วก็โทษคนนั้นโทษคนนี้ ไม่ มีความเป็นธรรม แล้วมันก็ไม่มีอะไรที่จะเป็นผลดีอย่างยืดยาวต่อ ไปได้ เราจะต้องหันหน้าเข้าหาสิ่งที่เรียกว่าธรรมหรือพระธรรม แล้วก็พึ่งพระธรรม
น.202 พุทธศาสนาก็รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นศาสนาของผู้รู้ พุทธ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ศาสนาของพุทธะก็จะต้องเป็นไปเพื่อความรู้ ความตื่น ความเบิกบาน มีความถูกต้องในทุกสิ่งที่มันเข้ามาเกี่ยว ข้องกัน จะเป็นบุคคลก็ตาม หรืออะไรก็ตาม นี่เท่าที่พูดมานี้ก็พอจะมองเห็นกันได้แล้วว่า คำว่าสังคม- นิยมนั้นมันไม่ใช่เฉพาะคนอย่างเดียว มันกินความลงไปถึงธรรม- ชาติทั้งหลายทั้งปวง แม้ไม่ใช่คน แม้เป็นสักว่าส่วนประกอบอย่าง หนึ่ง ๆ เช่นธาตุ ขันธ์ อายตนะ อะไรก็ตามในคน ๆ หนึ่ง มันก็ ต้องอยู่ในระบบที่เรียกว่าสังคมนิยม คือ ผูกพันกันสัมพันธ์กันใน ลักษณะที่ถูกต้อง เดี๋ยวนี้มันถึงคราวที่ว่า เกิดมีสังคมนิยมที่ผิดไปจากธรรม- สัจจะของธรรมชาติ ของบุคคลบางพวกบางหมู่ที่ได้ประพฤติตัว อย่างเป็นขบถต่อธรรมชาติ เกิดแตกแยกขึ้นเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง มีอำนาจทางการเงิน ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจทางเรี่ยวแรง เพราะว่า พวกมันมาก มันก็จะได้ประหัตประหารกัน ภัยนี้ก็เกิดมาจากสังคมนิยมบ้าเลือด คือเห็นแก่พวกตัวเกิน ไป ไม่เห็นแก่พวกอื่นว่า แม้พวกอื่นก็เป็นมนุษย์ที่อยู่ร่วมโลก กัน ควรจะเป็นพวกเดียวกัน ฉะนั้น การจะไปแบ่งแยกมนุษย์ ออกเป็นพวก ๆ แล้วทำตนเป็นศัตรูกันนั้น ไม่ใช่ความต้องการ ของธรรมชาติ และก็ไม่ใช่ความต้องการของศาสนาใด ๆ ทุก
น.203 ศาสนาก็ไม่ต้องการอย่างนั้น ต้องการจะให้เป็นคน ๆ เดียวกันอยู่ เสมอ ถ้ามีคนทำผิดก็จะต้องมีความเมตตากรุณาที่จะต้องแก้ไขเสีย ให้ถูก ไม่จำเป็นจะต้องไปฆ่าเขา เพราะมันจะทำให้ผิดยิ่งขึ้น แล้วมันจะมีการตอบสนองกันไปตอบสนองกันมา ในทางที่จะให้ มันผิดยิ่งขึ้น ดุร้ายเป็นสัตว์ป่ายิ่งขึ้น ดังนั้นมันจึงฆ่ากันลงคอ คนสมัยนี้จึงมีใจอำมหิตพอที่จะปล่อยลูกระเบิดพิเศษลงมา สักลูกหนึ่ง ซึ่งตัวก็รู้ดีอยู่ว่าจะต้องมีคนตายเป็นแสน ๆ ยังมีจิตใจ ปล่อยลงมาได้ ถ้าเป็นสมัยปู่ย่าตายายของเรา มันยอมแพ้ ยอมหนี ยอมทิ้ง ไปไหนก็ไม่รู้ ไม่ยอมปล่อยของอย่างนี้ลงมาเพื่อฆ่าเพื่อน มนุษย์ด้วยกันทีเดียวเป็นแสน ๆ นี่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรม ในจิตใจของมนุษย์ มันมีอย่างนี้ จะเรียกว่าสังคมนิยมได้อย่างไร เพราะว่าฝ่ายไหนมันก็พร้อมที่จะใช้อาวุธชนิดนี้กันทั้งนั้น ประเทศ ที่ถือระบบนายทุน ประเทศที่ถือระบบชนชั้นกรรมาชีพ ต่างก็ พร้อมที่จะเหวี่ยงระเบิดชนิดนี้ใส่กันทั้งนั้น มีความเป็นอำมหิต พอ ๆ กัน แม้ว่าจะคนละแบบ ขอให้คิดดูให้ดีว่า ถ้าเป็นสังคม อันแท้จริง มันจะต้องเห็นเพื่อนตาดำ ๆ เป็นสิ่งที่ฆ่าไม่ลง และจะ ต้องแก้ไขกันโดยวิธีอื่นก่อน ไม่คิดถึงการฆ่า เราต้องการสันติภาพ ก็ต้องเลือกทำไปตามทางของสันติ- ภาพ การฆ่าเขาก็นำไปสู่การที่เราถูกฆ่า แต่ถ้าว่าเราจะมีความ สมัครสมานสามัคคีกัน เราก็ต้องแล่นออกมาด้วยความเมตตากรุณา
น.204 ซึ่งกันและกัน คำพูดที่ว่า " มีเมตตากรุณาแล้ว แม้แต่สัตว์ร้ายก็ไม่กัด ก็ไม่ทำอันตราย " นี่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเชื่อ เห็นเสือเห็นสัตว์ร้ายนี่ ก็ไล่ฆ่าไล่ยิง อย่าให้มันเหลืออยู่ในแผ่นดินนี้ แล้วก็ทำมากไปจน ถึงกับว่าคนก็ไม่เว้น ขอให้ดูให้ดี ๆ ในข้อนี้แหละ มันจะหลอกให้ เข้าใจผิดได้มากทีเดียว ข้อที่ว่าชนะความชั่วด้วยความดี อย่าชนะ ความชั่วด้วยความชั่ว จงเอาชนะความชั่วด้วยความดี อย่าเอาชนะ ความชั่วด้วยความชั่ว อย่าเอาน้ำโคลนล้างโคลน มีปัญหาว่า ไม่เท่าไรก็จะมีมนุษย์ที่ไม่ควรเรียกว่ามนุษย์ เป็นคนที่มีสังคมนิยมบ้าเลือด เขาจะล้างผลาญจะฆ่าฟันกันในโลกนี้ เราจะทำอย่างไร ? ข้อนี้รู้จักหลบๆ ไป จะเที่ยวออกโรงไปฆ่าเขา อย่างนี้เราก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเราเป็นพุทธบริษัท รู้ดีว่าทำอย่าง นั้นไม่มีประโยชน์อะไร ก็เตรียมจุดไฟบ้าน รับไฟป่า มันจะมี ธรรมะเพียงพอที่จะขจัดอธรรม แม้ว่าเราจะต้องตายไป เราก็ไม่ ยอมเสียในส่วนที่เป็นธรรม จะเอาธรรมะไว้ แทนที่จะสงวนเอา ชีวิตไว้อย่างที่ไม่มีธรรม พร้อมกันก็จะช่วยให้เป็นธรรมะ ขึ้นได้ อย่างไร ก็จะช่วยกันหมดทุกทาง นี่สังคมนิยมตามทางธรรม เขา จึงเพิ่มคำเข้าไปข้างหน้าว่า สังคมนิยมที่ประกอบอยู่ด้วยธรรม ซึ่งอาตมาเคยใช้คำว่า ธัมมิกสังคมนิยม สังคมนิยมที่ประกอบ อยู่ด้วยธรรม ไม่ใช่สังคมนิยมที่ประกอบอยู่ด้วยอาฆาตจองเวร
น.205 โกรธแค้น น้อยเนื้อต่ำใจ ใช้กิเลสเข้าใส่กัน สังคมนิยมอย่างนั้นไม่ ประกอบไปด้วยธรรม ไม่เข้ากันได้กับพุทธบริษัท ซึ่งพุทธบริษัท จะต้องยอมตายเองเสียดีกว่าที่จะไปทำอย่างนั้น เพราะมันไม่มี ประโยชน์อะไร มันไม่รู้จบ นี่ข้อที่ว่าเอาธรรมะเป็นที่พึ่ง เอาพระเป็นที่พึ่ง เอาศาสนา เป็นที่พึ่ง ก็หมายความว่าต้องทำถูกต้องในเรื่องนี้ ธรรมจึงจะ เป็นที่พึ่งได้ เหมือนกับว่าที่แล้ว ๆ มาแต่โบราณ ปู่ย่าตายายของ เรามีธรรมะเป็นที่พึ่ง เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันไม่ให้เกิดความ แตกแยกจนเป็นศัตรูกันอย่างถึงที่สุด การทะเลาะวิวาทกันหรือ อะไรเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสมัยนั้น ส่วนสมัยนี้กลายเป็น เรื่องที่ว่าจะต้องฆ่ากันทั้งโลกหรือครึ่งโลก นี่คือความเข้าใจผิดใน คำว่า “สังคมมนุษย์" หรือว่าโลกของมนุษย์จะต้องเป็นอย่างไร จะต้องอยู่กันอย่างไร ฉะนั้น ควรจะสลดสังเวช เอามาล้อกันเล่นว่า มนุษย์ เป็นมนุษย์กันถึงไหนแล้วโว้ย ที่ไปมองเห็นว่าการฆ่ากันคนละครึ่ง โลกนี้ เป็นของถูกต้อง มนุษย์ได้เดินมาถึงขั้นนี้แล้ว มันเป็น มนุษย์กันอย่างไร มีสังคมนิยมไว้เพื่อจะฆ่ากัน ฝ่ายโน้นมันก็มี พวก ฝ่ายนี้มันก็มีพวก แล้วมันก็ฆ่ากันได้ นี่มนุษย์เดินขึ้นมา ถึงขั้นนี้ และยังกระเหี้ยนกระหือรือที่จะยึดถือ สัจจาภินิเวส อันนี้ ไว้ว่า เราจะแก้ปัญหาในโลกได้ด้วยการกระทำอย่างนี้ นี่ล้อมนุษย์
น.206 ก็คงจะไม่พ้นตัวเรา ที่รวมอยู่ในนั้นคนหนึ่งด้วย จึงจะเรียกว่า ยุติธรรมดี ถึงแม้ว่าเราจะไม่รวมอยู่ในพวกนั้น แต่เราก็รวมอยู่ใน โลกนี้ ที่ต้องพลอยถูกผลสะท้อนหรือว่าลูกหลง หรือว่าอะไรก็ ตาม นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าล้อด้วยเหมือนกัน ช่างโชคดีอะไรที่เกิดขึ้น มาในยุคนี้ ได้เห็นอะไรแปลก ๆ แต่แล้วก็ไม่พ้นที่ว่าจะพลอย ได้รับลูกหลงหรืออะไรกับเขาไปด้วย เมื่อโลกปั่นป่วนถึงขนาดนี้แล้ว มันก็ไม่ยกเว้นอะไรที่จะ ไม่กระทบกระเทือน ไม่โดยตรงมันก็โดยอ้อม ฉะนั้นทางที่ปัดเป่า มัน ก็คิดดูให้ดี ๆ จะเอาน้ำโคลนล้างโคลน หรือว่าจะหาน้ำ สะอาดมาล้างโคลน ถ้าเอาธรรมะแท้จริงมาใช้แก้ปัญหา มันก็ เหมือนกับเอาน้ำสะอาดล้างโคลน กระทั่งจะต้องล้างให้แก่ตัวคนที่ เราเห็นว่าเป็นศัตรูนั้นด้วย นี่เรียกว่าชนะความชั่วด้วยความดี ขอให้ทุกคนลองสรุปความดูที่ว่า คำว่า " สังคมนิยม" นี้ มีความหมายว่าอย่างไร ไม่ต้องเอาเรื่องการเมืองในปัจจุบัน มาเป็นหลัก เพราะนั่นเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวหยิบมือเดียว เป็น ความโง่ของมนุษย์ชั่วไม่กี่ปีนี้ ควรจะต้องนึกถึงความฉลาดของ มนุษย์ที่มีมาหมื่นปี พันปี ร้อยปี ควรจะเอาความฉลาดนั้นมา ใช้เพื่อจะแก้ปัญหาโดยที่ไม่ทำให้ต้องเสียเลือดเนื้อมากยิ่งขึ้นไปอีก ทุกคนก็มองเห็น และก็พูดกันอยู่ รู้กันอยู่ ประกาศกัน
น.207 อยู่ ว่ามันตายไปเท่าไร มันเสียอะไรไปเท่าไร และมันกำลังเดือด ร้อนระส่ำระสายโดยตรงโดยอ้อม และโดยอะไรอีกมากมายเท่าไร ขอให้คิดดูอย่างนี้แล้วมันก็จะถอยกลับ เขาก็จะสลดสังเวช หยุด ยั้งในการที่จะประหัตประหารกัน อย่างที่ได้พูดเมื่อตอนกลางวัน ว่า ถ้าอยากจะทำบุญก็ขอให้ทำบุญในส่วนนี้ ทำบุญส่วนในที่ให้ ศีลธรรมกลับมา ถ้าศีลธรรมกลับมาแล้ว ระบบสังคมนิยมใน โลกนี้จะถูกต้อง ถ้าศีลธรรมหายไปหมดแล้ว ระบบสังคมนิยมที่ ถูกต้องก็มีไม่ได้ มันก็มีระบบสังคมนิยมแห่งการเห็นแก่ตัว ในที่ สุดก็ต้องบ้าเลือดแล้วก็ฆ่าฟันกันอย่างที่เรียกว่าเป็นมิคสัญญี เป็น สัตตันตรกัปป์ คือกัปป์ที่จะต้องใช้อาวุธเป็นเครื่องตัดสิน ใช้ ความมุทะลุดุดันของกิเลส เพื่อใช้อาวุธนั้นเป็นเครื่องตัดสินปัญหา ต่าง ๆ เป็นความโง่แบบหนึ่งในความโง่หลาย ๆ แบบหรือหลาย ๆ สิบแบบ ฉะนั้นขอให้คิดหันหน้าไปทางพระธรรม ในทางธรรมะ ในทางศาสนา ซึ่งเป็นแบบฉบับของความถูกต้อง และถูกต้อง เรื่อยมาตามลำดับ อันเป็นการพิสูจน์ได้อย่างดีว่า ธรรมะนี้เป็น สิ่งที่ถูกต้องอย่างไร พูดถึงคำว่า "ธรรม" แล้ว ก็เหลือวิสัยที่จะเอามาพูดให้ หมดสิ้นได้ ทุกคนก็พอจะมองเห็นหรือหยั่งเห็นว่า คำว่า "ธรรม" นี้กว้างเท่าไร เป็นทุกแง่ทุกมุมอย่างไรในบรรดาที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของมนุษย์เรา ถ้าใช้คำว่า "ธรรม” คำนี้ไปตามหลักของภาษา
น.208 แล้ว ไม่มีอะไรที่ไม่ใช่ธรรม คือธรรมะตามธรรมชาติ เนื้อหนัง ร่างกายอะไรทุกอย่างในคนนี้ก็เรียกว่ารูปธรรม เป็นธรรมะประ- เภทที่มันเป็นรูป และจิตใจมันก็เป็นธรรมะในประเภทนามธรรม ความที่เป็นไปสัมพันธ์กันก็เป็นธรรมะ เป็นความสัมพันธ์กัน ระหว่างรูปธรรมกับนามธรรม รู้ได้ด้วยใจก็เป็นนามธรรม ถ้ารู้ ได้ด้วยธรรมดาสามัญก็เป็นรูปธรรม นี่มันเป็นสิ่งที่ไม่มีทางรอด ไม่มีทางหนี หรือไม่มีทางหลีกว่าอะไรที่มันไม่ใช่ธรรม ทีนี้กฎ- เกณฑ์ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้ก็เรียกว่าธรรม การปฏิบัติตาม กฎเกณฑ์อันนี้ก็เรียกว่าธรรม ผลเกิดขึ้นมาเป็นสุขเป็นทุกข์เป็น อะไร ก็เรียกว่าธรรมทั้งหมด เป็นกุศลธรรม อกุศลธรรม ความ สุขก็เป็นธรรม ความทุกข์ก็เป็นธรรม ในฐานะที่เป็นเวทนา ฉะนั้นจะต้องยอมรับว่า มันต้องเอาระบบของธรรมอย่างถูกต้องมา ใช้จึงจะแก้ปัญหาได้ จึงจะไม่ต้องฆ่าฟันกันอย่างสัตว์ป่าที่มันกัด กัน คำว่าสังคมนิยมได้พูดมาแล้วข้างต้นว่า มันเป็นสิ่งที่ธรรมะ จัดขึ้น หรือเป็นธรรมสัจจะของธรรมชาติมันจัดขึ้น ไม่ใช่ใครจัด ส่วนมนุษย์เรานี่ไม่ต้องพูดละ ไม่มีความสามารถอะไรที่จะไปจัด จัดคนหรือว่าจัดโลก หรือว่าจัดธรรมชาติ ฉะนั้นธรรมชาติอัน ลึกซึ้ง อันใหญ่หลวง มันจัดให้เป็นมาอย่างนี้ ให้รอดกันมาได้ใน ลักษณะอย่างนี้ ด้วยวิญญาณแห่งสังคมนิยม คือเป็นธรรมสัจจะ
น.209 แห่งสังคมนิยม ถ้าไม่มารูปนี้มันตายหมดแล้ว ไม่เหลืออยู่ถึงบัด นี้ โดยเหตุที่มันมาในรูปนี้ โดยการจัดของธรรมชาติ มันจึง เหลืออยู่ ฉะนั้นควรจะขอบคุณสิ่งที่เรียกว่าสังคมนิยม ที่เป็น เจตนารมณ์ของธรรมชาติ จะเรียกว่าสัจจธรรมของธรรมชาติก็ได้ ที่จะจัดให้สิ่งต่าง ๆ เป็นมาในแบบนี้ในรูปนี้ มีความหมายเป็น สังคมนิยมโดยสมบูรณ์ ที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ในร่างกายคนนี้ก็ต้องมีระบบสังคม- นิยมมันจึงรอดมาได้ ในหมู่บ้านนี้มันก็มีระบบสังคมนิยมมันจึง รอดอยู่ได้ กระทั่งทั่วทั้งโลก มันจะน่าหัวมากทีเดียว ถ้าเราจะ พูดว่า ในระบบจักรวาลมันก็เป็นสังคมนิยม ถ้าไม่เป็นเมื่อไหร่ มันจะต้องวินาศ เราก็เรียนวิทยาศาสตร์เรื่องโลกเรื่องจักรวาล เรื่องจักรวาล ทั้งหมดในโลก ในสากลจักรวาล มันก็เป็นระบบสังคมนิยม ดวง ดาวไม่รู้ว่ามีมากมายเท่าไรในท้องฟ้านั้น มันอยู่กันด้วยระบบสังคม นิยม มันถูกต้องอยู่ตามระบบของสังคมนิยม จักรวาลนั้นมันจึง รอดอยู่ได้ จักรวาลของเราเล็ก ๆ นี้มีพระอาทิตย์เป็นแม่ มีดาว เคราะห์นั่นนี่รวมทั้งโลกนี้ด้วยเป็นบริวาร มันก็อยู่กันอย่างระบบ สังคมนิยม แต่มันไม่บ้าถึงกับชนกัน เดี๋ยวนี้มนุษย์นี้มันจะบ้าถึง ขนาดที่มันจะกัดกันจะชนกัน เพราะมันไปถือสังคมนิยมแบบ อธรรมไม่เป็นธรรม ไม่ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ไม่
น.210 รู้จักธรรมสัจจะของธรรมชาติ นี้เป็นสิ่งที่จะต้องนึกถึงกันแล้วในเวลานี้ เพราะว่ามนุษย์ ในโลกนี้มันหมดความเป็นมนุษย์แล้ว มันบ้าเลือด มันหน้ามืด ตาลายที่จะใช้ระบอบธรรมในนามแห่งสังคมนิยมมาล้างผลาญกัน ถ้าเป็นสังคมนิยมแท้ต้องประกอบด้วยธรรม ต้องประนีประนอม กัน ต้องพูดกันรู้เรื่อง แล้วก็ใช้ระบบที่ถูกต้องนี้ป้องกันไม่ให้เกิด การแตกแยกหรือว่าฆ่าพันกัน สรุปความในข้อนี้เสียทีหนึ่งก่อนก็ว่า มีธรรมสัจจะอันหนึ่ง โดยเฉพาะ สำหรับเจตนารมณ์ของคำว่าสังคมนิยมเป็นไ ปตาม ธรรมชาติ เป็นกฎของธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงสิ่งเหล่านี้ไว้ได้ ยังคง เหลืออยู่กระทั่งทุกวันนี้ ทีนี้ก็มาถึงยุคที่จะเป็นบาปกรรมอันเลว ร้ายที่สุดของมนุษย์ ซึ่งสัตว์เดรัจฉานมันไม่เป็น แต่ว่ามันก็พลอย ได้รับปฏิกิริยาลูกหลงอะไรจากมนุษย์ที่บ้าเลือดเหล่านี้บ้าง หมาย ความว่าถ้ามนุษย์รบราฆ่าฟันกันอย่างมหาศาลอย่างนี้แล้ว ก็กระ- เทือนถึงสัตว์เดรัจฉานบ้างเป็นธรรมดา แต่มันไม่รู้อีโหน่อีเหน่ มันไม่มีส่วนที่จะบ้าเลือดเหมือนมนุษย์อย่างนี้ แต่ก็พลอยรับบาป โดยไม่มีเหตุผลไม่มีเจตนา ขอให้มนุษย์นี้รู้จักความเป็นมนุษย์เสียใหม่ให้ถูกต้อง อย่า ให้เลวกว่าสัตว์เดรัจฉานเลย ให้เข้าใจคำว่าสังคมนิยมอย่างถูกต้อง คือประกอบอยู่ด้วยธรรมะซึ่งหมายถึงธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงกฎ-
น.211 เกณฑ์แห่งธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงตัวธรรมสัจจะโดยเฉพาะ สำหรับ ความจริงข้อนี้ในระบบนี้ อยากจะชักชวนให้สนใจในคำว่า ธรรมะ กันให้มากกว่าที่ แล้วมา เพื่อว่าจะมีอะไร ๆ ที่ประกอบอยู่ด้วยธรรมให้มากขึ้นไป อีก ถ้าไม่เร่งระดมกำลังในส่วนนี้แล้ว มันก็จะต้านทานระบบ อธรรมในโลกนี้ไม่ไหว เพราะมันกำลังมากขึ้นโดยเร็ว หนาแน่น ขึ้นโดยเร็ว ทางฝ่ายธรรมะนี้ก็จะต้องเร่งรัดขึ้นมาเหมือนกัน ให้มี กำลังของธรรมะขึ้นมาให้ทันกันให้พอกัน เพื่อจะรับหน้าอธรรม มนุษย์มันดีเกินไป เห็นไหมที่เปิดโอกาสให้อธรรมเข้ามาครอบงำ โลก ในลักษณะที่ว่าน่าสะพึงกลัว เท่าที่เราทราบมันยังไม่มีเหตุ- การณ์ร้ายกาจขนาดนี้ จะเรียกว่าเพราะมนุษย์เพิ่มจำนวนมากขึ้น ก็ได้ แต่นั้นไม่สำคัญ ที่เพิ่มมากอย่างร้ายกาจนั้น คือ เพิ่มกิเลส เพิ่มอวิชชา เพิ่มตัณหา เพราะมันมีเหยื่อของอวิชชา ตัณหาในโลก ปัจจุบันนี้มากเหลือเกิน ฉะนั้นมนุษย์ไม่ได้เพิ่มปริมาณมนุษย์ หรอก แต่มันได้เพิ่มกิเลสตัณหามากเกินไปจน ไม่มีธรรมะเหลืออยู่ ไม่มีสัจจธรรม ธรรมสัจจะของธรรมชาติเหลืออยู่ มันจะผิดธรรม- ชาติถึงขนาดที่จะทำลายธรรมชาติเสียเอง ในทางรูปธรรมบางอย่าง เราก็ทำลายกันมากแล้วเรื่อย ๆ ไป ทีนี้กำลังจะมาถึงเรื่องทางจิต ทางวิญญาณ ก็กำลังจะถูกทำลายให้สูญเสียหลักของธรรมะ ที่จริงธรรมชาตินี้เป็นสิ่งที่ใครทำลายไม่ได้ ธรรมะก็เป็น
น.212 สิ่งที่ใครทำลายไม่ได้ ที่ทำลายได้ คือ ส่วนที่มาอยู่ที่เนื้อที่ตัวของ มนุษย์ที่เลวทราม ธรรมะที่ดีที่เคยดีอยู่ที่เนื้อที่ตัวของมนุษย์นั้น มันถูกทำลายไปโดยมนุษย์ ธรรมะจริงหรือธรรมะของสากลจักร- วาลหรือธรรมชาตินั้น ไปทำลายมันไม่ได้ ไปทำลายมันแล้วมัน ก็จะยิ่งลงโทษให้ อย่างที่กำลังได้รับอยู่อย่างนี้แล้วในเวลานี้ ตาม สมควรแก่การที่มนุษย์ผู้โง่เขลาได้ไปทำลายธรรมชาติเข้าแล้วอย่าง โง่เขลามากน้อยเท่าไร มนุษย์สมัยโน้นไม่ค่อยได้รับปัญหาอย่างมนุษย์ปัจจุบันนี้ เพราะเขาไม่ค่อยได้ทำลายธรรมชาติหรือทำลายสัจจธรรมของธรรม- ชาติ เขาเป็นอยู่อย่างสมคล้อยกับธรรมชาติ ฉะนั้นเขาจึงไม่เกิด ปัญหามากเหมือนพวกเราสมัยนี้ นี่เป็นสิ่งที่จะต้องนึกกันให้ดี ถ้า อย่างไรมันอาจจะพูดกันรู้เรื่องและเข้าใจกันได้ มาเร่งระดมกำลัง ไปในทิศทางนี้ ดีกว่าที่จะไปมุ่งหน้าว่ามึงเป็นมึง กูเป็นกู แล้วก็ จะเอากันให้เด็ดขาดไปเลยด้วยการใช้กำลังในร่างกายของมนุษย์นี้ มันจะมีความเป็นสัตว์ป่าไปเสียหมด เพราะมันถือหลักผิด แล้ว มันไกลเกินกว่าธรรมสัจจะของธรรมชาติ มากเกินไปแล้ว อาตมาต้องขออภัยที่ต้องเอาเรื่องที่ไม่น่าฟังมาพูดให้ฟัง หรือเอาเรื่องที่ทำให้เกิดความยุ่งยากใจแก่ผู้ฟังมาพูดให้ฟัง ซึ่งต้อง พูดเพราะมันกำลังเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่ ใช่น้อยเหมือนกัน แต่ยังไม่ทันจะเด่นชัดออกมา ถ้าอย่างไรก็ขอ
น.213 ให้ใช้ระบบธัมมิกสังคมนิยมเป็นไฟบ้านที่จุดรอบ ๆ บ้านและต้อน รับสังคมนิยมบ้าเลือด ซึ่งเป็นเหมือนกับไฟป่า และมันจะเป็นไป ไกลถึงขนาดว่า ถ้ามีธรรมะจริงแล้วจะไม่มีอะไรเป็นปัญหา เพราะ ว่าผู้ที่ไม่มีการยึดถือเป็นตัวตนของตนนั้น ไม่มีอะไรเป็นปัญหา แม้แต่ความตายมันก็ไม่มีอะไรเป็นปัญหา เมื่อไม่มีความกลัวตาย หรือความตายไม่มีปัญหาแล้ว ก็ควรจะสมัครใจรับเอาฝ่ายที่ถูก ต้องหรือเอาความถูกต้องนั่นแหละมาถือไว้ เอาชีวิตเข้าแลกก็ทำ ได้ ได้ชื่อว่าทำถูกต้องที่สุด ทำดีที่สุดที่ควรจะทำ ขอให้รีบสนใจธรรมะไว้เป็นเครื่องแก้ปัญหาของมนุษย์ และเป็นเกราะป้องกันตัวเฉพาะคน ๆ ซึ่งจะป้องกันได้มากถึงขนาด ที่เรียกว่า ป้องกันความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ไม่ ให้เกิดเป็นทุกข์อะไรขึ้นมา นี่ตามแบบที่เรารู้กันอยู่ดีแล้วว่า อมตธรรมในพระพุทธศาสนานั้นไปไกลถึงขนาดนี้ ฉะนั้นอย่ามา มัวเห็นแก่เรื่องใกล้ ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ กลัวเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ควรจะเห็นเรื่องใหญ่และก็กล้าพอที่จะถือเอาเรื่องใหญ่ ให้ได้รับ ประโยชน์จากเรื่องใหญ่ แล้วก็เพื่อสังคมจริง ๆ เดี๋ยวนี้มันมีแต่คนโกหกหลอกลวง มันว่าทำเพื่อสังคมนิยม อะไร ๆ ก็เพื่อสังคม แต่ที่แท้ก็เพื่อตัวเอง ก็มันทำนาบนหลัง สังคม หาเกียรติจากสังคม หาอะไรจากสังคม แต่ก็เพื่อตัวมันเอง เราอย่าทำกันอย่างนี้เลย เราอาจจะเสียสละชีวิตของเรา
น.214 เพื่อประโยชน์แก่สังคม มันจึงไม่มีโอกาสที่จะหลอกลวงสังคมหรือ ทำนาบนหลังสังคมเหมือนคนบางคนกำลังกระทำกันอยู่ คนบาง พวกกระทำกันอยู่ โฆษณาลัทธิชนิดที่ว่าตนจะเป็นผู้ได้รับประ- โยชน์ แต่ในนามของสันติภาพของโลก นี่มันเป็นการทำบาปเกิน ไป มันเป็นการทำบาปที่ลึกซึ้งเกินไป เรียกว่าไม่ซื่อตรงต่อสัจจะ ต่อธรรมะ ต่ออะไรหมด เพราะว่ามันไม่มีความซื่อตรงต่อมนุษย์ หรือต่อตัวเองด้วย สังคมนิยมมีความหมายว่าต้องเห็นแก่สังคม เพราะฉะนั้น เห็นแก่ตัวคนเดียวไม่ได้ นี่เป็นหลักธรรมะของธรรมชาติ และโดย เฉพาะเป็นหลักธรรมะในพระพุทธศาสนา อย่างภิกษุสามเณรอย่าง นี้ต้องเห็นแก่คณะสงฆ์ ไม่ต้องเห็นแก่ตัวเองคนเดียว แม้ว่าจะ ต้องเสียชีวิต อย่างนั้นแหละจึงจะเรียกเห็นแก่คณะสงฆ์ เห็นแก่ สังคม หรือเห็นแก่พระศาสนา เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหมด ทีนี้เราก็พูดกันมากเกินไป แต่การกระทำจริง ๆ นั้นมีน้อย ไม่ตรงกับที่พูด ปากก็พูดสังคมนิยม แต่ใจนั้นเป็นตัวกูของกูคน เดียว นี่ปากก็พูดว่าสังคม ฯ ส่วนรวมเพื่อมนุษยชาติ แต่ในใจ แท้ ๆ นั้นมันตัวกู เดี๋ยวมันก็เกิดตัวสู่ขึ้นมา เดี๋ยวมันก็ได้วิวาท กัน ฉะนั้นขอให้ถือธรรมะอย่างถูกต้องอย่างสุจริต อย่าลืมคำว่า จงประพฤติธรรมให้สุจริต เป็นคำที่ประหลาด ที่สุด ธมฺมํ สุจริตํ จเร-จงประพฤติธรรมให้สุจริต คล้าย ๆ กับ
น.215 คนประพฤติธรรมะคดโกงก็ได้ โดยอ้างเอาธรรมะมาเป็นหลัก สำหรับพูด สำหรับยกธงชูขึ้นไปเป็นธรรมะ แต่การประพฤตินั้น มันทุจริต เดี๋ยวนี้กำลังจะเป็นมากอย่างนี้ โดยเฉพาะพวกที่โฆษณา สังคมนิยมอย่างรับจ้าง เพราะว่ามันมีการได้ประโยชน์เสียประโยชน์ กันมากมายอย่างใหญ่หลวงทีเดียว ฉะนั้นระวังให้ดี ลัทธิสังคม- นิยมอะไรที่กำลังจะแพร่เข้ามา ระบาดเข้ามาในประเทศไทยเรานั้น มันจะไม่ใช่สังคมนิยมของธรรมะที่ถูกต้อง เป็นสังคมนิยมจำเป็น ของคนพวกใดพวกหนึ่ง หมู่ใดหมู่หนึ่ง มันก็มีอุบายวิธีโฆษณา ชวนเชื่อจนทำให้หลงกันไปได้ตั้งครึ่งโลกค่อนโลกก็ได้ แม้อีกฝ่าย หนึ่งมันก็ไม่ใช่ถูกต้อง สิ่งที่ตรงกันข้ามกับสังคมนิยมปัจจุบันนี้มัน ก็อย่างที่เรียกกันว่าผู้เห็นแก่ตัวเหมือนกัน แล้วมันจึงได้พบกันพอ ดี ผู้เห็นแก่ตัวต่อผู้เห็นแก่ตัวนี้มาพบกันพอดี และก็ทำลายกัน วินาศ โลกกำลังอยู่ในสภาพอย่างนี้ หรือว่ากำลังจะอยู่ในสภาพ อย่างนี้ ถึงขนาดที่ว่ามันเป็นอันตราย เดี๋ยวนี้เรากำลังนั่งกันอยู่ที่นี่ตามธรรมชาติในป่า ซึ่งเต็มไป ด้วยธรรมชาติ เราก็เยือกเย็นอยู่ได้ก็เพราะอิทธิพลของธรรมชาติ ทำให้เรามีความรู้สึกนึกคิดอย่างสังคมนิยมบริสุทธิ์ ที่เรามานั่งกัน อยู่ที่นี่เวลานี้เรายังไม่ได้รับอิทธิพลของสังคมนิยมบ้าเลือด ฉะนั้น ใจของเราจึงยังเยือกเย็นอยู่ นั่งอยู่ที่นี่เวลานี้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ คือความสัมพันธ์กันเป็นอันดีระหว่างดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ
น.216 วิญญาณ ภายนอก ภายใน ที่เป็นก้อนหินก็มี ที่เป็นต้นไม้ก็มี เป็นสัตว์ก็มี เป็นคนก็มี นี้เรายังอยู่ใกล้ชิดสังคมนิยมธรรมชาติ ตัว ธรรมชาติ ซึ่งเป็นสังคมนิยมแท้ไม่หลอกลวงใคร "ตัวกู - ของกู" กำลังไม่เกิด ถ้าใครนั่งอยู่ที่นี่เวลานี้ เกิดตัวกู-ของกูแล้วก็ไปหา หมอเถอะ มันไม่ไหวแล้วมันต้องรีบไปหาหมอ เพราะเวลานี้เรา กำลังได้รับอิทธิพลของธรรมชาติชโลมจิตใจไว้ให้เยือกเย็น ด้วย อำนาจของธรรมชาติซึ่งไม่มีตัวกูของกู อย่างที่พูดแล้วพูดอีกว่า ธรรมชาติแท้ ๆ มีลักษณะสังคม- นิยม มีเจตนารมณ์ของสังคมนยม มันเป็นตัวสังคมนิยม เพราะ มันไม่มีอะไรที่อยู่ได้ตามลำพังคนเดียว ตัวเดียว ส่วนเดียว ธาตุ เดียว อณูเดียว นี่มันมีไม่ได้ มันต้องเป็นกลุ่มเป็นก้อนกันไป ทั้งนั้น ในหนึ่งปรมาณูก็อยู่อย่างสังคมนิยม ระหว่างสิ่งสองสิ่งที่ ประกอบกันขึ้นเป็นปรมาณู ในหนึ่งอณูมันก็มีเจตนารมณ์ของ สังคมนิยม คือหลายปรมาณูเป็นหนึ่งอณู หลาย ๆ อณูเป็นทิสชิว (Tissue) ประกอบกันขึ้นเป็นเนื้อเป็นหนัง กระทั่งเป็นใบไม้ เป็นอะไรก็ตาม มันเป็นระบบสังคมนิยมไปเสียหมด นี่มันถูกต้องตามธรรมชาติ พอทำผิดเรื่องนี้มันก็มีปัญหา เกิดขึ้น แล้วจะมุทะลุดุดันใช้คำนี้อย่างเข้าข้างตัว อย่างเห็นแก่ ตัว ผู้อื่นเขาก็มีสิทธิ์ที่จะใช้อย่างนี้ เขาก็ควรจะเห็นแก่พวกเขา ได้ เราก็ควรจะเห็นแก่พวกเราได้ ฉะนั้นจึงได้ฆ่าฟันกัน ขอให้
น.217 คิดดูให้ดี เข้าใจให้ถูกต้อง แล้วจะได้ต้อนรับไฟป่าบ้าเลือดที่ กำลังจะคืบคลานแผ่คลุมเข้ามาในดินแดนที่มันไม่เคยแผ่เข้ามาปก คลุม นี่พูดอย่างนี้ก็คล้ายกับว่า พูดด้วยความรู้สึกรับผิดชอบ ถ้าไม่มีใครรับผิดชอบกันเสียเลยมันก็คงวินาศ ในฐานะที่เราเป็น พุทธบริษัทเราต้องรับผิดชอบ ความเป็นพุทธบริษัทรับผิดชอบ หน้าที่ของพุทธบริษัท อะไร ๆ ที่พุทธบริษัทควรจะทำก็ต้องกระ- ทำ ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่ารักษาธรรมะไว้ให้คงมีอยู่ในสังคมหรือ ในโลก นั่นแหละคือความรอด ถึงแม้ว่าร่างกาย จะแตกสลายไป เพราะอะไรก็ตามแต่ ธรรมะนั้นจะยังอยู่ พูดโดยสมมติอีกทีหนึ่ง ว่า ตัวตนที่แท้จริงจะยังอยู่ เรายังไม่ตาย แม้ว่าร่างกายได้สูญหาย กระจัดกระจายไปแล้ว เรายังไม่ตาย เพราะเราเอาตัวธรรมะเป็นตัว เรา เอาเราเป็นตัวธรรมะ มันก็ไม่รู้จักตายอย่างนี้ ธรรมะมีลักษณะมีเจตนารมณ์มีอะไรเป็นสังคมนิยม จึงได้ มีสิ่งทั้งหลายปรากฏออกมา อยู่อย่างผาสุก พอสูญเสียความเป็น อย่างนี้ก็มีแต่ความระทมทุกข์ นอนก็ไม่หลับ ล้วนแต่หวาดระแวง ก็ทนทุกข์อยู่ นี่เรียกว่าธรรมะมันตอบแทนเอา เพราะเราไปเหยียบ ย่ำธรรมะเข้า มันก็ตอบแทนเอาอย่างนี้ ขอร้องให้ทุกคนมอบกายถวายชีวิตแก่พระธรรม แล้วมันก็ จะเป็นการมอบกายถวายชีวิตแก่พระพุทธและพระสงฆ์พร้อมกันไป
น.218 ราะมันแยกกันไม่ได้ แต่เราใช้คำว่า "ธรรม" เป็นหลัก มอบ กายถวายชีวิตแก่พระธรรม รวมพระพุทธพระสงฆ์ด้วย นี่จะเป็น ทางรอด เราจะรู้หลักปฏิบัติที่เป็นเจตนารมณ์ของพระพุทธ พระ- ธรรม พระสงฆ์ได้ยิ่งขึ้นไป ๆ ไม่มีอะไรผิด อย่าให้เสียทีที่ตะโกน อยู่ทุกวันๆ ว่า พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ - ถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ก็ให้สรณะจริง ๆ อย่าให้ปากว่าอย่างนี้ แล้ว มือตีนกลับไปกระทำอย่างอื่น ไปรับจ้างอุดมคติอันอื่น นี่ก็ไม่มี อะไรเหลือแล้วสำหรับความเป็นมนุษย์ ที่จะเป็นมนุษย์ที่แท้จริง เรื่องนี้บางคนอาจจะฟังแล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่ธรรมอะไรเลย สักนิด เพราะพูดถึงสังคมนิยมลัทธิการเมืองอะไรต่าง ๆ ถ้าใคร กำลังคิดอย่างนี้ละก็ขอให้ทบทวนใหม่ ให้คิดเสียใหม่ว่า การเมือง ถ้าทำถูกต้องมันก็เป็นเรื่องของศีลธรรม ถ้าเป็นศีลธรรมมันก็เป็น สัจจะของธรรมชาติ มันก็อันเดียวกัน คือเป็นธรรม การเมืองที่ หลอกลวงต่างหาก ที่มัน ไม่เป็นศีลธรรม มันผิดหลักสัจจะของ ธรรมชาติ มันก็ได้ทำลายล้างกัน มันจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เรื่องการเมืองก็ตาม เรื่องเศรษฐกิจก็ตาม กระทั่งเรื่องสงครามก็ ตาม ถ้าทำถูกต้องตามหลักแล้วจะเป็นศีลธรรมทั้งนั้น และเป็น ไปเพื่อความปกติสุข อยู่ได้ตามความมุ่งหมายเดิมของธรรมชาติ นั่นเอง ถ้าต่อสู้เพื่อให้ธรรมะยังมีอยู่ได้ ก็เป็นความถูกต้องแน่ นอน ฉะนั้นขออย่าได้ต่อสู้อย่างอื่นเลย อย่าได้ต่อสู้เพื่อความ
น.219 เป็นอย่างอื่นเลย ต่อสู้เพื่อความมีธรรมะอยู่กับมนุษย์อยู่กับโลก นี่ เป็นการต่อสู้ที่ควรกระทำอย่างยิ่ง แม้จะต้องเสียชีวิตไปเพราะเหตุ นี้ก็ควรจะยินดี เพราะว่าแลกเอาสิ่งที่มีค่ามหาศาลเข้าไว้เพื่อตัว เราตัวใหญ่ คือมนุษย์ทั้งโลกนั่นเอง ตัวกูตัวเดียวเล็ก ๆ นี้มันจะ ทำพิษ มันจะชักจูงไปในทางที่ผิด อย่าไปเอากับมัน ถือระบบ สังคมนิยมที่เป็นตัวกูตัวใหญ่ทั้งสากลจักรวาล เรียกว่า ปรมาตมัน มหาตมัน อะไรก็ตามแล้วแต่จะเรียก แต่อาตมาจะเรียกว่า ปรม สัจจะของสากลจักรวาล ควรจะเข้าถึงอันนี้ รักษาอันนี้เอาไว้ให้ได้ แล้วก็จะไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ ไม่ต้องพูดถึงว่าได้พบพระ- พุทธศาสนา เพียงแต่ว่าเป็นมนุษย์นี่ก็ไม่เสียทีแล้ว ถ้ารักษาสิ่งที่ เป็นของมีค่าสำหรับมนุษย์เอาไว้ได้จริง อย่าให้เสียทีที่ได้เป็น มนุษย์เลย แล้วถ้ายิ่งเป็นมนุษย์ที่ได้พบพระพุทธศาสนาเข้าไปอีก ก็ยิ่งมีความหมายแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก จะเป็นมนุษย์ที่ไม่เสียทีที่ ได้พบพระพุทธศาสนาได้ก็เพราะอุดมคตินี้ยังอยู่ เป็นอุดมคติของ ธรรมะ ก็อยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่จะรวมกัน ได้เป็นสังคม หรือกระทั่งเป็นจักรวาลก็แล้วกัน เราควรจะนึกถึงว่า ถ้ามันมีมนุษย์ในโลกอื่น ในจักร- วาลอื่น ในดวงดาวที่เห็นอยู่ระยิบระยับนั้น ก็ควรจะอยู่ในชุด เดียวกันอยู่ในวงไพบูลย์ร่วมกันของความเป็นมนุษย์นี่ ถ้าใครแผ่ เมตตาก็แผ่ให้มันกว้างออกไปถึงโลกอื่นๆ ในโลกธาตุอื่นๆ ด้วย
น.220 ถ้าใช้คำว่า "สัตว์ทั้งหลาย" ละก็ขอให้หมายถึงสัตว์ในโลกอื่นด้วย โดยไม่มีประมาณเป็นอนันตะออกไปไม่มีที่สิ้นสุด นั่นแหละคือ ธรรมะแท้ ธรรมะที่ไม่หลอกลวงใคร มีจิตใจเนื้อตัวเป็นธรรมะ จริง ไม่มีความหมายแห่งตัวกูของกูซ่อนอยู่ในนั้นเลย นี่เป็นการบรรยายรอบสุดท้ายของการทำบุญล้ออายุในปีนี้ อย่าได้ไปหลงให้ถูกล้อเลย คนโง่นั้นควรจะถูกล้อ คนฉลาดไม่ ควรจะถูกล้อ ฉะนั้นอย่าไปโง่ให้อยู่ในภาวะที่ควรจะถูกล้อ เดี๋ยวนี้ สัตว์ร้ายสองตัวมันกำลังจะกัดกัน เราถอยห่างออกมาเสีย พยายาม ทำอย่างสุดความสามารถของเราที่จะให้มันหยุดกัดกัน คงจะเข้า ใจได้ดีว่า หมายความว่าอะไร สัตว์ร้ายสองตัวในโลกนี้ที่กำลังจะ กัดกันหรือกำลังกัดกันอยู่ ขอให้เจตนารมณ์แห่งสังคมนิยมอันบริสุทธิ์ประกอบด้วย ธรรมนั่นแหละ เป็นเครื่องป้องกัน เป็นเครื่องห้ามกัน อย่าให้ สัตว์ร้ายสองตัวนี้มันกัดกันอีกต่อไป ก็จะไม่เสียทีที่เป็นมนุษย์และ ได้พบพระพุทธศาสนา แล้วเราก็ไม่ถูกล้อด้วย ถ้าเราจะล้อคนอื่น ก็ไม่เป็นไร ถ้าหากว่าเรามีความถูกต้องอยู่ในตัวเรา ก็ไม่เป็นบาป เป็นกรรมอะไร เอาละเป็นอันว่าพอกันทีสำหรับการบรรยายเรื่องที่๓ ในหัว ข้อที่ว่า ธัมมิกสังคมนิยมเป็นธรรมสัจจะที่แท้จริงของธรรมชาติ เป็นธรรมสัจจะเพื่อสังคมนิยมชนิดที่จะช่วยโลกได้ อาตมาก็รู้สึก
น.221 ว่าเหนื่อยหรือหมดแรงที่จะอธิบายพอดี เป็นอันว่ายุติการบรรยาย ในข้อนี้ ในที่สุดนี้ขอขอบคุณท่านทั้งหลายตามธรรมเนียมหน่อยว่า เห็นอกเห็นใจที่มาร่วมทำบุญล้ออายุกับอาตมา ด้วยความยากด้วย ความลำบาก บางคนมาจากต่างจังหวัดไกลมาก ก็ประสบความ ขาดแคลนในที่พักพาอาศัย เครื่องใช้ไม้สอย ก็คงจะเพราะมี เจตนารมณ์แห่งสังคมนิยมอันบริสุทธิ์นั่นเอง จึงได้พลอยมาทน ลำบากกันอยู่ในที่นี้ ในสภาพอย่างนี้ เพื่อรวมกันทำบุญล้ออายุ ล้อเพื่อให้สังคมนิยมที่ถูกต้องกลับมา ฉะนั้น จึงขอขอบคุณของขวัญที่ให้นี้ ยินดีรับการอด อาหาร ๒๔ ชั่วโมง กินแต่น้ำนี้ มันคงจะทำให้เกิดส่วนเกินขึ้น มา สำหรับไปจุนเจือผู้อื่นบ้าง โดยปริยายหรือโดยอ้อม ซึ่งเรา มองไม่เห็น ถ้าสมมติว่าวันนี้คน ๑๐๐ คน ไม่กินอาหารแล้วมัน จะไปไหนเสีย มันคงจะล้นเหลือไปให้คนอื่นที่เขาขาดแคลนอาหาร บ้าง ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม คงไม่เสียหลาย คงไม่เป็นการกระทำ อย่างที่ไม่มีความหมายในการที่จะให้ของขวัญ คืออดอาหารกัน เสียสัก ๒๔ ชั่วโมง เพื่อบูชาอะไรต่าง ๆ หลายอย่าง ถึงว่าพระ- ธรรมนี้มีความมหัศจรรย์ถ้าเราเอามาใส่ไว้ในใจแล้ว ไม่หิวข้าว ๒๔ ชั่วโมงก็ได้ ๔๘ ชั่วโมงก็ได้ หรือกระทั่งหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ อย่างการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าก็ได้ นี่พระธรรมเข้ามาแล้วมัน
น.222 ป็นอย่างนี้ ฉะนั้นขอให้สังเกตดูให้ดี เผื่อมันจะงอกงามก้าวหน้าต่อ ไป ขอขอบคุณและอนุโมทนาที่มาร่วมงานล้ออายุ และขอให้ มันเป็นจุดตั้งต้นที่ดี สำหรับท่านทั้งหลายทุกคนที่จะล้ออายุใน ส่วนที่ควรล้อ ให้มันกระเจิดกระเจิงสูญหายไป ให้มันยังเหลืออยู่ แต่สิ่งที่ควรจะอยู่ คือ ธรรมะที่จะทำความสงบเย็น ด้วยความ สะอาด สว่าง สงบอยู่ ให้เป็นการทำที่ว่ามันมีประโยชน์ ที่เป็น สิ่งที่ไว้ใจได้ว่ามันจะเป็นประโยชน์ ขอให้เจริญงอกงามก้าวหน้า ไปตามทางของธรรมะ ในลักษณะอย่างนี้อยู่ด้วยกันจงทุกคน ทุก ทิพาราตรีกาลเทอญ.
Buddhadasa