น.17 ๓ สัตว์ทั่วไปนี้ ถ้าเรียกอย่างบาลี ก็เรียกว่า อัสมิมานะ เป็น ความยึดถือว่า ตัวมี ตัวเป็นอยู่กะเขาด้วยคนหนึ่ง และตัวมี ความเด่นเป็นของตัว หรือต้องมีความเด่นเป็นของตัวอยู่กะเขา ด้วยเหมือนกันอย่างเด็ดขาด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจต่อไปในข้อนี้ก็คือว่า ความยึดถือ ว่า "ฉันเป็นฉัน" นี้ จะต้องควบคุมกันอยู่ หรือเลยไปถึงความ ยึดถือที่ว่าตัวมีความเด่นอย่างมนุษย์คนหนึ่งหรือสัตว์ตัวหนึ่ง เสมอไป อย่างที่จะแยกกันไม่ได้ ทำนองเดียวกับการเผาไหม้ กับความร้อน เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ฉันใดก็ฉันนั้น แต่ว่า สัตว์นั้นไม่จำเป็นต้องมีความรู้ว่าความเด่นที่ถูกต้องนั้นคืออะไร ย่อมจะถือเอาความมีตัวของเขาเอง ตามความหมายหรือตาม ความรู้สึกของเขาเองว่านั่นแหละคือความเด่นแห่งตัวเขาที่เขา จะต้องมีอัสมิมานะหรือความรู้สึกที่เป็นสัญชาตญาณอันยึดถือ ว่า "ฉันเป็นฉัน" และ "ต้องมีตัวฉันเด่นอยู่" ซึ่งควบคู่กันอยู่นี้ ซึ่งบางทีก็เรียกอีกอย่างหนึ่งโดยถือเอาตามอาการที่แสดงออกว่า "อหังการ"* ก็ตาม นี้นับว่าเป็นรากฐานที่ควรถูกสมมติ *อหังการ คำนี้ ในที่นี้ มิได้หมายอย่างภาษาพูดตามธรรมดา ซึ่งหมายถึงความจองหอง คำว่า อหังการตามศัพท์ทางศาสนานั้นหมายถึง การทำความยึดถือว่ามีตัวฉัน เป็นของสิ่งเดียวกันกับ อัสมิมานะ คือ ความยึดถือ หรือสำคัญว่ามีตัวเรา หรือตัวตนของเราอันเป็นความยึดถือ ชั้นลึกประจำสันดาน จะขาดไปโดยสิ้นเชิงก็เมื่อเป็นพระอรหันต์แล้ว เท่านั้น พระอริยเจ้านอกนั้นมีแต่เพียงเบาบางเพราะมีอหังการอยู่ข้างใน
น.18 ๔ เรียกกันในภาษาจิตวิทยาว่า “ปมเขื่อง" หรือ Superiority ๑ อันแท้จริง ในฐานะที่เป็นตัวประธานอันยิ่งใหญ่ จนรู้สึกว่า ใหญ่กว่าสิ่งทั้งปวง หรือเป็นตัวแท้ของชีวิต ที่จะเบ่งตัวออกเป็น วิวัฒนาการต่าง ๆ ด้วยความทะเยอทะยานใฝ่สูงอัสมิมานะ หรือความรู้สึกที่เป็นตัว "ปมเขื่อง" อันนี้เองที่เป็นมูลเหตุอัน สำคัญชั้นรวบยอดของการทำความชั่ว การทำความดี หรือ ทั้งทำบุญและทำบาป แต่เป็นความตรงกันข้ามจากการเข้าถึง พุทธธรรม หรือนิพพานโดยตรง ๒ ฉะนั้นเราควรจะได้พิจารณา ล้นออกมาเป็นการถือตัวหรือจองหองได้อย่างหนึ่ง ภาษาพูดธรรมดา จึงเรียกเอากิริยาอันนั้นว่า อหังการไปด้วย แต่ที่แท้นั้น อหังการ ทำให้ เกิดอะไรได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิต ซึ่งในบทความนี้เรียกมันว่า "ปมเขื่อง" ซึ่งท่านจะได้อ่านดูต่อไป ว่ามันทำอะไรได้กี่อย่าง ๑. การใช้คำ ๆ นี้ในที่นี้ อาจไม่เหมือนกับที่ผู้อื่นใช้กันในที่อื่น โดยวงกว้างแคบกว่ากัน หรือตื้นลึกกว่ากันก็ได้ ผู้อ่านต้องถือเอาความ หมายหรืออรรถาธิบายเป็นเกณฑ์ ไม่ควรจะถือเอาคำล้วน ๆเป็นเกณฑ์ คำ Superiority คำนี้โดยมากใช้กันกับกิริยาภายนอกของอหังการ แต่ ข้าพเจ้าใช้กับตัวอหังการเสียเองทีเดียว ๒. ทำดี หรือทำชั่ว นั้นคนทำด้วยความยึดถือตัวตน ไม่มีอะไร มากไปกว่านั้น ส่วนการลุถึงนิพพานนั้น เป็นการทำลายความยึดถือตัวตน ฉะนั้นจึงพ้นไปจากการทำดีทำชั่ว จึงกล่าวว่า อัสมิมานะเป็นตัวให้ ทำดีทำชั่ว แต่ตรงข้ามกับนิพพาน ซึ่งเป็นการทำลายอัสมิมานะเสียโดย สิ้นเชิง
Buddhadasa