Buddhadasa.org

แม่ที่ท่านยังไม่รู้จัก ตอนที่ ๒ — แม่ในภาษาปรมัตถ์ (แม่ที่ต้องฆ่าเสีย)

แม่ที่ท่านยังไม่รู้จัก — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — แม่ที่ท่านยังไม่รู้จัก (๕ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.13 ท่านทั้งหลายก็คงจะไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือ ไม่เคยได้นึกได้คิดก็ได้ ข้อนี้มันเป็นภาษาอุปมา เป็นภาษาความ หมาย แต่ก็พูดตรง ๆ เหมือนกัน พูดสั้น ๆ ก็ว่า แม่คือสิ่งที่ต้อง ฆ่าเสีย เป็นอย่างไรเมื่อท่านทั้งหลายได้ยินอย่างนี้ แม่เป็นสิ่งที่ ต้องฆ่าเสีย นี่มันภาษาปรมัตถ์ เป็นภาษาธรรมะอันสูงสุด พระ- พุทธภาษิตก็มีว่า "มาตะรัง ปิตะรัง หันตะวา" ให้ฆ่าแม่ ฆ่าพ่อเสีย "อกตัญญู สิ พราหมณะ" เป็นคนอกตัญญู เถิด พราหมณ์ นี่พระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้ก็มี มันเป็นภาษาปรมัตถ์ มันสูงกว่าภาษาคน คนโง่ไม่เข้าใจ ขอใช้คำนี้ มันสะดวกหน่อย คนโง่ไม่เข้าใจ เพราะว่าตามหลักธรรมะนั้น สิ่งที่สร้างสรรค์ ปรุงแต่งสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมาให้เกิดเป็นตัวกู ของกู ที่ได้มาเกิดเป็นตัวกู ของกูนั้น อวิชชาเป็นพ่อ ตัณหาเป็นแม่ อวิชชาเป็นพ่อ ตัณหา เป็นแม่ พอได้ทำหน้าที่แล้ว มันก็คลอดออกมาเป็นตัวกู เป็น ของกู ตัวกูของกูนี่ต้องทำลายเสียให้หมดสิ้น จึงจะบรรลุนิพพาน เมื่อจะตัดตัวกูของกู มันก็ต้องฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าพ่อคืออวิชชา ฆ่าแม่ คือตัณหาเสีย ทีนี้ก็เป็นอกตัญญู เป็นคนอกตัญญู ท่านคงไม่ได้ยินได้ฟัง กันนัก อกตัญญู นี่มันแปลว่าอะไร อกตัญญูแปลว่าไม่รู้คุณผู้อื่น มันก็รู้กันทั่วไป แต่คำนี้มันแปลกลับตรงกันข้ามก็มี แปลว่ารู้สิ่ง ซึ่งปัจจัยอะไร ๆ จะทำไม่ได้ ปรุงแต่งไม่ได้ สิ่งซึ่งปัจจัยอะไรจะ ๖

น.14 ทำไม่ได้ ปรุงแต่งไม่ได้ อกตะแปลว่าปรุงแต่งไม่ได้ ทำไม่ได้ แล้ว อัญญูคือ รู้ รู้จักสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ นั่นคือนิพพาน อกตัญญู คือผู้รู้นิพพาน ไม่ใช่คนอกตัญญู กลางบ้าน กลางทุ่งนา ไม่ใช่ นั่นมันความหมายอีกอัน คำพูดคำเดียวกันแท้ๆ อกตัญญู ที่ตรัสนี้คือ ท่านจงรู้ธรรมะหรือสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งกระทำไม่ได้ คือผู้รู้พระนิพพาน อกตัญญู คือผู้รู้พระนิพพาน ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ เป็นคนอกตัญญู แล้วก็จะบรรลุนิพพาน เคยได้ยินไหม เคยได้ ยินมาก่อนไหม อาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจ ทีนี้อาตมาจะพูดให้มันสิ้นซากเลย ฟังให้ดี ๆ นะว่า เผา บ้านเผาเรือนเสีย ฆ่าลูกฆ่าเมียเสีย ฆ่าพ่อฆ่าแม่เสีย เป็นคน อกตัญญูเถิด ฟังถูกไหม เผาบ้าน เผาเรือนเสียก็คือว่าอย่าไป หลงสิ่งที่สวยงาม บริวารบริการสำหรับกามคุณ วัตถุปัจจัยแห่ง กามคุณ เหมือนกับดอกไม้เหล่านั้นแหละเผาเสีย ลูกเมียซึ่งเป็น ที่ผูกพัน ผูกพันเหลือประมาณก็ฆ่าเสีย พ่อแม่ที่สร้างมาคลอด มาก็ฆ่าเสีย แล้วก็เป็นคนอกตัญญู รู้สิ่งซึ่งปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ คือนิพพาน เรื่องนี้ได้เคยพูดไปบางแห่งแล้วถูกด่า เคยถูกด่า แล้วก็มีคนจำนวนหนึ่งพวกหนึ่งประณามว่า อย่าฟัง อย่าเชื่อคำ สั่งสอนของพุทธทาสที่สอนให้ฆ่าพ่อฆ่าแม่เสีย นี่เขาเอากันอย่าง นี้เลย เขา ไม่รู้ว่าคำนี้พระพุทธเจ้าตรัสนะ ไม่ใช่อาตมาว่า ให้ ฆ่าพ่อฆ่าแม่เสีย เป็นอกตัญญู แล้วนิพพาน พระพุทธเจ้าตรัส อาตมาถูกประณามโดยคนหมู่หนึ่ง คณะบางคณะเขาว่าอย่าไปฟัง อีกต่อไป อย่าไปเชื่อถืออีกต่อไป ๗

น.15 ที่ว่าฆ่าพ่อฆ่าแม่เสีย อกตัญญูแล้วจะนิพพานนี่ มันภาษาปรมัตถ์หรืออภิปรมัตถ์ ภาษาสูงสุด มันไม่รู้ เมืองไทยก็ยังมีคนที่ฟังข้อนี้ไม่ออก ฟังข้อนี้ไม่ถูก เพราะมันเป็นภาษาอภิปรมัตถ์ แม่คือตัณหา พ่อคืออวิชชา ลูกเมียคือกามคุณ บริขารเพื่อกามคุณ สิ่งเพื่อกามคุณ จะเป็นอะไรก็ตามเถอะที่มันเพื่อกามคุณ เพื่อสนุกสนานนั่นแหละเรียกว่าเรื่องลูกเรื่องเมีย เรื่องบ้านเรื่องเรือน บรรดากามคุณทั้งหลายเรียกว่าบ้านเรือนลูกเมีย ทำลายหมดฆ่าพ่อฆ่าแม่หมด เป็นคนอกตัญญูคือ รู้พระนิพพาน นี่ภาษาปรมัตถ์ ภาษาชั้นสูงสุด ภาษาคนธรรมดาก็ว่า แม่นี่เราจะต้องรู้ว่าทำให้โลกไม่สิ้นสุด ไม่สูญ ถ้าภาษาธรรมก็ว่าเรามีพระธรรมเป็นแม่สำหรับที่จะไปนิพพาน แต่ถ้าพูดภาษาอนัตตา ภาษาโลกุตตระ ภาษาอภิปรมัตถ์แล้ว ฆ่าแม่คือตัณหาเสีย ฆ่าพ่อคืออวิชชาเสีย ฆ่าลูกฆ่าเมียคือวัตถุแห่งกามารมณ์ทั้งหลายเสีย บ้านเรือนที่เป็นอุปกรณ์ปัจจัย ฆ่าเสียทำลายเสียเผาเสียให้หมด แล้วก็รู้พระนิพพานอันเป็นสิ่งที่ปัจจัยทำไม่ได้เถิด มันเป็น ๓ ภาษา เป็น ๓ ระดับแห่งภาษา ต่างกันลิบ ลืมหมดแล้ว ภาษาคนว่าอย่างไร ภาษาธรรมว่าอย่างไร ภาษาปรมัตถ์ว่าอย่างไร สำหรับคำว่า "แม่" หรือ "พ่อ" นี้ จำแต่ใจความไว้ก็ได้ ถ้าเป็นภาษาปรมัตถ์แล้วก็ถือว่าแม่นั้นคือตัณหา พ่อนั้นคืออวิชชา วัตถุปัจจัยกามารมณ์คือลูก คือเมียคืออะไรต่าง ๆ นี่เผาหมดเลย ฆ่าหมดเลย แล้วก็รู้พระนิพพานที่ ๘

น.16 อะไร ๆ ปรุงแต่งไม่ได้ นี่ภาษาปรมัตถ์ แม่คือผู้ที่ต้องฆ่าเสีย ฟังแล้วน่าเกลียด น่าชัง น่าตกใจ ระวังอย่าไปพูดต่อ จะถูกด่านะ ถ้าจะไม่พูดต่อ พูดให้ดี ๆ พูดให้เป็น มันจะถูกด่าเหมือนอาตมาถูกด่าและถูกประณามว่ามันสอนบ้า ๆ บอ ๆ อย่าไปฟังมัน อย่างนี้ นี่ที่เรียกว่าดูตามความหมาย ภาษาคนก็มีความหมายอย่างหนึ่ง ภาษาธรรมก็มีความหมายอีกอย่างหนึ่ง ภาษาอภิปรมัตถ์สูงสุดเป็นโลกุตระ อนัตตา นั้นก็ไปอย่าง แม่มี ๓ ความหมายอย่างนี้ ทีนี้จะดูกันอีกทีให้รู้จักแม่ คำว่า "แม่" นี้เล่นตลกได้อย่างนี้ ต้องเคารพ ต้องบูชา ต้องเอามาเป็นพระธรรม ต้องฆ่าเสีย จงดูกันต่อไปอีกในความหมายที่จะช่วยให้เข้าใจแม่ยิ่งขึ้นว่า แม่นั้นมีกี่ชนิด แม่ที่เลี้ยงลูกกับแม่ที่ไม่เลี้ยงลูก ดูตามธรรมชาติสามัญธรรมชาติกันก่อนว่า แม่นี่ มันมีอย่างน้อย ๒ ชนิด คือแม่ที่เลี้ยงลูกกับแม่ที่ไม่เลี้ยงลูก แม่ที่ต้องเลี้ยงลูกกับแม่ที่ไม่ต้องเลี้ยงลูก แม่ที่ไม่ต้องเลี้ยงลูก คนรู้จักไหม ไม่รู้จักก็แย่มาก แย่มากถ้าไม่รู้จัก แม่ที่ไม่ต้องเลี้ยงลูกก็เช่น แม่น้ำ แม่ไม้ แม่ฝา แม่ประตู แม่อีกหลาย ๆ แม่ที่ไม่เลี้ยงลูกแม่เหล่านี้ไม่เลี้ยงลูก ไม่ต้องเลี้ยงลูก ทีนี้ก็แม่ที่ต้องเลี้ยงลูก แม่สัตว์ก็เลี้ยงลูก แม่คนก็เลี้ยงลูก แม่มนุษย์เลี้ยงลูก แล้วจะบอกอีกคำหนึ่งซึ่งคงจะไม่เชื่อก็ตามใจว่า ดวงอาทิตย์ก็ต้องเลี้ยงดู บ้าไหม บ้าหรือดี ดวงอาทิตย์ก็ต้องเลี้ยงลูก เราไปอ่านในหนังสือ ๙

น.17 วิทยาศาสตร์อะไรมา ดวงอาทิตย์นี่มันเป็นเหมือนกับแม่ มันเป็นจุดศูนย์กลาง มีลูก ๙ คน วิ่งรอบ ๆ ดวงอาทิตย์ ดวงนั้นวิ่งในวงอย่างนั้น ดวงนี้วิ่งในวงอย่างนี้ ดวงโน้นวิ่งในวงอย่างโน้น โดยการควบคุมยึดไว้ของดวงอาทิตย์ ไม่ตกไม่ร่วงไปที่ไหนแล้วไม่ไปชนใคร ดวงอาทิตย์คุมลูกไว้ตั้ง ๘ ดวง ๙ ดวง เลี้ยงลูกนี้ไม่ให้มันไปชนใครแตกกระจาย ดวงอาทิตย์ยังเลี้ยงลูกนะ บ้าหรือดี ถ้าจะมองกันในแง่ดี มันก็มองได้ มองในแง่ดี แม้แต่ธรรมชาติที่ไม่มีชีวิตจิตใจ มันก็ยังเลี้ยงลูก ถ้าหากว่าดวงอาทิตย์ไม่มีการดึงดูดยึดเหนี่ยวที่ถูกต้องไว้ ดวงดาว ๙ ดวง ๘ ดวงคงหนีสูญหาย กระจัดกระจายไปชนอะไรกันแหลกลาญหมด ไม่เหลืออยู่ ไม่เหลืออยู่ ทำไมเรียกว่าลูก ทำไมเรียกดวงดาวที่เป็นดาวพระเคราะห์เหล่านั้นว่าลูก เพราะว่าเราได้ยินได้ศึกษากันมาว่า มันแตกออกมาจากดวงอาทิตย์ คือเป็นเศษที่ออกมาจากดวงอาทิตย์ อย่างนี้ก็พูด คือว่ามันมีหมอกเพลิงที่จับกลุ่มกันขึ้นเป็นดวงอาทิตย์ แล้วบางส่วนมันออกมาเป็นลูก ๆ เล็ก ๆ เหล่านี้ ก็เรียกว่ามันก็เป็นลูกของดวงอาทิตย์ทั้งนั้นแหละ ดวงอาทิตย์มีลูก บ้าหรือดี แล้วดวงอาทิตย์ก็เลี้ยงลูก ไม่รู้กี่ล้าน ๆๆๆ ปีมาแล้ว ลูกเหล่านี้ไม่เคยไปชนใครให้แตก ทำลายเลย ดวงอาทิตย์มันเลี้ยงไว้ได้ แม่คืออะไร ในทัศนะของลูก ดวงอาทิตย์ก็เลี้ยงลูก สัตว์ก็เลี้ยงลูก คนก็เลี้ยงลูก แม้แต่ ๑๐

น.18 ดวงอาทิตย์มันก็เลี้ยงลูก แต่ดูถึงสัตว์ก็ต้องดูให้ละเอียด บางทีสัตว์บางชนิดไม่เคยเลี้ยงลูก ไม่เคยรู้จักแม่เลยก็มี เดี๋ยวก็จะพูดกันว่าสัตว์บางชนิดไม่รู้จักแม่ ไม่ได้เลี้ยงลูกหรอก แต่ว่าสัตว์ส่วนมากที่สุดรู้จักแม่และเลี้ยงลูก มันก็ต้องดูกันต่อไป ต้องถามผู้ที่เป็นลูก ถามฝ่ายที่เป็นลูกดูว่า แม่คืออะไร ใครเป็นลูกอย่างไร ลักษณะอย่างไร ทางฝ่ายลูกเราถามเขาดูว่า แม่คืออะไร เราก็จะได้คำตอบประหลาด ๆ ตอบต่างกันมาก แล้วมันก็ถูกของมันทั้งนั้นแหละ แม่ในทัศนะของลูกเลี้ยงและลูกตัว ทีแรกก็ไปถามคนที่มันเป็นลูกเลี้ยง ลูกเลี้ยงบ้านเราเรียกลูกบำ คนกรุงเทพฯ เรียกลูกเลี้ยง ให้ไปถามลูกเลี้ยงดูว่าแม่คืออะไร มันจะตอบว่า แม่คือคนที่เกลียดฉันที่สุดในโลก ไปถามลูกบำดูเถอะ มันจะบอกว่าแม่คือคนที่เกลียดฉันที่สุดในโลก ทีนี้ไปถามลูกดี ๆ ที่เป็นลูกจริง ๆ ลูกแท้ ๆ ว่าแม่คืออะไร มันก็ว่า แม่คือคนที่รักฉันที่สุดในโลก มันเป็นลูกด้วยกัน มันตอบคนละอย่าง คิดดูเถอะว่า มันยังมีความหมายอะไรซ่อนเร้นอยู่อย่างนี้แล้วก็ไปถามฝ่ายแม่ดูก็ได้ ถามแม่เลี้ยงว่าลูกคืออะไร มันก็ตอบว่า สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด ถามแม่ที่ดี ที่ธรรมดาถูกต้องก็ว่า สิ่งที่ฉันรักที่สุด แม่ตามพระคัมภีร์ แล้วถาม คนถือคัมภีร์ คนเคร่งศาสนา ถือใบลานอยู่ตลอด ๑๑

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต