Buddhadasa.org

แม่ที่ท่านยังไม่รู้จัก ตอนที่ ๔ — การสนองคุณแม่ และแม่ผู้สร้างโลก

แม่ที่ท่านยังไม่รู้จัก — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — แม่ที่ท่านยังไม่รู้จัก (๕ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.27 แม่เป็นพระพรหมของลูก ถือตามบาลีก็ว่า แม่เป็นพระพรหมของลูก หมายความ ว่าไม่มีใครรักลูกยิ่งกว่าแม่กว่าพ่อ พรหมแปลว่าผู้รัก ผู้มีเมตตา กรุณา ไม่มีใครมีความรักเมตตากรุณายิ่งไปกว่าพ่อแม่ ดังนั้น พ่อแม่เป็นพระพรหมของลูก คือผู้มีเมตตากรุณาต่อลูกยิ่งกว่า ใคร ๆ แม่คือพระอรหันต์ของลูก ทีนี้ดูต่อไปว่า แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก คือทำให้ลูก ได้บุญ ให้ลูกปฏิบัติบิดามารดาแล้วก็ได้บุญ รวมความกันก็ว่า พ่อแม่คือผู้ที่จะทำให้ลูกมีบุญหรือได้บุญ เมื่อลูกมันปฏิบัติหน้าที่ ของลูก มันก็ได้บุญเหลือหลาย เหลือประมาณ นี่เป็นพระอรหันต์ ให้ลูกทำหน้าที่เคารพบูชา ไม่ต้องเสียใจว่าพระอรหันต์อยู่ที่ไหน ก็ไม่รู้ ไม่มีแล้วกระมังสมัยนี้ อย่าไปคิดเลย พ่อแม่นั่นแหละคือ พระอรหันต์ ขอให้ทำให้ถูกต้อง ให้เกิดบุญกุศลขึ้นมาจากการ ประพฤติปฏิบัติต่อพ่อแม่ นี่พ่อแม่ก็เป็น อาหุเนยยบุคคล หรือ เป็นพระอรหันต์ของลูกนั่นเอง แม่พ่อเป็นพระอรหันต์ของลูก สรุป ความแล้วก็เป็นผู้ที่เกิดมาเพื่อให้ลูกได้บุญ คำนี้กว้างขวาง มี ความหมายกว้างขวาง พ่อแม่เกิดมาทำให้ลูกมันได้บุญทุกอย่าง แหละ มันรู้ประสีประสา มันทำสิ่งที่ดีที่งามให้ มันสนองคุณ ของแม่ กตัญญูต่อพ่อแม่แล้วมันก็ได้บุญ ลูกได้บุญเพราะมัน ปฏิบัติต่อพ่อแม่อย่างถูกต้อง ๒๐

น.28 ทบทวนทีเถอะเรื่องพ่อแม่ แม่เป็นผู้ให้กำเนิดชีวิตมา แล้ว ก็เป็นครูคนแรกที่สุด แล้วก็เป็นพระพรหมที่รักลูกที่สุด ไม่มีใคร เสมอเหมือน เป็นพระอรหันต์คือ เป็นผู้ที่จะทำให้ลูกเกิดบุญ มีบุญทุกสิ่งทุกอย่างทุกประการ เรียกว่าเป็นเรื่องของศีลธรรม ที่เราจะต้องรู้ จะต้องรู้ว่าแม่คืออย่างนี้ แม่คืออย่างนี้ อย่าทิ้ง ไว้ในฐานะไม่รู้จัก ต้องรู้จัก รู้จักแม่ให้ครบถ้วนทุกแง่ ทุกมุม แม่คือผู้แบ่งเบาภาระของพ่อ เดี๋ยวนี้จะชวนกันมองเลยต่อไปถึงเรื่องที่มันเกี่ยวกับปัญหา การบ้านการเมืองการเศรษฐกิจบ้า ๆ บอ ๆ อะไรก็ไม่รู้ คือปัญหา ของคนปัจจุบันนี้ ยุคปัจจุบันมีปัญหาอย่างไร เราเอามาพูดกัน ในเรื่องนี้ว่า แม่คืออะไร หรือผู้หญิงคืออะไร เดี๋ยวนี้เขาถือกันว่า ผู้หญิงคือคู่ต่อสู้ของผู้ชาย ผู้หญิงเรียกร้องสิทธิ์ต่าง ๆ ให้ได้ เหมือนผู้ชาย เช่นได้เงินเดือนเท่าผู้ชาย ได้อะไรเท่าผู้ชาย มันจะ เป็นปลัดอำเภอก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น เรียกร้องอย่างนี้ มันจะต้อง เป็นเสมอกับผู้ชาย อย่างนี้มันไม่ใช่ผู้หญิงแล้ว มันจะเป็นกระเทยหรือเป็นอะไร เสียแล้ว ถ้ามันเป็นผู้หญิงมันจะต้องทำหน้าที่ของผู้หญิง เป็น ผู้แบ่งเบาภาระของพ่อ แม่คือผู้ที่แบ่งเบาภาระของพ่อ งาน ทั้งดุ้นนี่มาแบ่งกันทำคนละครึ่ง แล้วมันก็ง่ายเข้าในการที่จะ สร้างฐานะสร้างเนื้อ สร้างตัว สร้างความเจริญ หรือแม้แต่ที่จะ ปฏิบัติธรรมะก็เถิด ถ้าแม่ทำครึ่งพ่อทำครึ่ง มันก็ยิ่งง่ายแหละ ๒๑

น.29 มันสนับสนุนแก่กันและกัน แม่ไม่ใช่ผู้ที่จะทำงานแข่งกับพ่อ หรือ เรียกร้องสิทธิ์เท่าเทียมกับพ่อ เหมือนอย่างสมัยปัจจุบันที่เขาว่า เจริญ เจริญไปตามแบบเขาก็ตามใจ แต่อาตมาไม่เห็นด้วย ผู้หญิง ต้องเป็นผู้หญิง ผู้ชายต้องเป็นผู้ชาย ทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง โลกนี้จึงจะมีความสงบสุข ถ้าผู้หญิงไปทำหน้าที่พ่อเสียแล้ว มัน ก็เหลือแต่พวกกระเทย โลกนี้ไม่มีความสงบสุข ผู้หญิงจงเป็น ผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้ชายจงเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ แม่จง เป็นแม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ พ่อจงเป็นพ่อร้อยเปอร์เซ็นต์ โลกนี้จะ ต้องมีสันติภาพ จะต้องมีสันติสุข แม่คือผู้สร้างวิญญาณให้แก่ลูก อาตมาพูดตามใจหน่อยนะ ขอพูดตามใจหน่อย พูดตาม ความรู้สึกว่า แม่นี่คือผู้สร้างวิญญาณให้แก่ลูกมากกว่าพ่อ ความรู้สึก ความรอบรู้ทางสติปัญญา ทางจิตทางวิญญาณ แม่ ให้มากกว่าพ่อ เพราะว่ากล่อมเกลามาแต่อ้อนแต่ออก ย่อมถ่าย นิสัย ย่อมสั่งสอนอะไร ๆ ที่เป็นพื้นฐานให้ฉลาด ให้สุขุม ให้ รอบคอบ ให้อดทน ให้พากเพียร แม่ใส่มาให้มากกว่าพ่อ ถ้า เป็นแม่ที่ดีและประพฤติต่อกันอย่างถูกต้อง ต้องถือว่าแม่เป็น ผู้สร้างวิญญาณให้มากกว่าพ่อ บางคนโกรธแล้วใช่ไหม อยาก จะดีกว่าแม่ ไม่ยอมเสียเปรียบในข้อนี้ แต่อาตมาสังเกตดูแล้ว แม่จะใส่ให้มากมาก เอาตัวเองเป็นหลัก ได้รับสิ่งทางจิตทาง วิญญาณจากแม่มากกว่าจากพ่อ เพราะอยู่กับแม่แทบตลอดเวลา ๒๒

น.30 ไม่ค่อยมีโอกาสอยู่กับพ่อ เลยถือว่าแม่เป็นผู้สร้าง ความเจริญ ความสูงสุด ความก้าวหน้า ในทางจิต ทางวิญญาณ คุณธรรม ทางจิตทางวิญญาณมากกว่าพ่อ นี่ในกรณีทั่วไป ถ้าในกรณีพิเศษ ยกเว้นอาจจะมีบางคู่เขาเป็นพิเศษ พ่อทำได้มากกว่าแม่ แต่ ถ้าปล่อยกันไปตามธรรมชาติธรรมดาแล้ว แม่มีโอกาสถ่ายทอด ความดีงาม ความอะไรทางจิต ทางวิญญาณ กระทั่งทางสติปัญญา ทางคุณธรรมที่ควรจะมีนี่ให้มากกว่าพ่อ แม่มาก่อนพ่อ ทีนี้ขออ้างบาลีบ้าง ที่จริงอาตมาไม่ชอบอ้างบาลี ไม่เชื่อถือ บาลี แต่ถ้าบาลีมันมีให้อ้างก็อ้าง คือ ในบาลีจะมีคำว่า "มาตา- ปิตา" แปลว่า "แม่และพ่อ" ทั้งนั้นแหละ ในภาษาบาลีว่าแม่ และพ่อ ภาษาไทยมากลับเสียเป็นพ่อและแม่ ถ้าพูดอย่างไทย พ่อพูดก่อนแล้วพูดแม่ตามที่หลัง พ่อแม่นี่ถ้าพูดอย่างไทย ถ้าพูด อย่างบาลี ก็ว่าแม่และพ่อ (มาตาปิตา) ไม่มีตรงไหนเลยที่กลับกัน เป็นพ่อและแม่ นี่ก็แสดงว่าคนโบราณ คนเก่าแก่ แต่ดึกดำบรรพ์ เขาจะมองเห็นว่าแม่มาก่อน สำคัญกว่า ยกขึ้นมาไว้เป็นคำหน้า เรียกว่าแม่และพ่อ หรือจะพูดว่าโดยหลักพื้นฐานทั่วไปแล้ว แม่ ได้มอบให้ ถึงพ่อจะมอบให้สิ่งสูงสุดกว่าก็จริง แต่มันทีหลัง มัน ทีหลัง แม่มาก่อน นี่ดูได้จากคำที่ใช้พูดจากัน แม่และพ่อ ไม่ใช่ พ่อและแม่ แต่ถ้าจะพูดกันในแง่ของธรรมชาติ ก็ดูเอาเอง เมื่ออาตมา ๒๓

น.31 เป็นเด็ก ๆ สังเกตเห็นไอ้พวกที่เขาเล่นปลากัด เล่นไก่ชน เขา เลือก "แม่พันธุ์ดี" เลือกแม่พันธุ์ดี ไม่มีเลือกพ่อ ไก่ก็ต้องเอาแม่ ที่พันธุ์ดี ปลากัดก็ต้องเอาแม่ที่พันธุ์ดี แล้วผสมจึงจะได้ที่พันธุ์ดี ไม่ได้เลือกพ่อ นี่มันความลับพิเศษที่ไหนก็ไม่รู้ แต่มันถือปฏิบัติ กันมาอย่างนั้น การที่จะเอาพันธุ์ให้ดีขึ้นไป ก็ต้องให้ไปทางแม่ ให้เดินไปทางแม่ เลือกพันธุ์แม่ให้ดี มันก็เข้ากับความหมายที่ว่า แม่และพ่อ แม่และพ่อ แม่นำมาก่อน แม่และพ่อมีบุญคุณเท่ากัน ถ้าพูดกันว่าในฐานะใครจะมีบุญคุณมากกว่ากัน ตั้งปัญหา ว่าใครจะมีบุญคุณมากกว่ากัน อาตมาขอตอบว่า เท่ากัน มัน คนละอย่าง มันเท่ากัน ไม่มีใครมากกว่ากัน มันคนละอย่าง มันไม่เหมือนกันหรอก บุญคุณพ่อกับบุญคุณแม่ ไม่เหมือนกัน แต่ที่จะวัดจะตวงมากน้อยนั้นเท่ากัน ถือว่าพ่อกับแม่นี้มีบุญคุณ เท่ากัน พ่อแม่ลูกแยกกันไม่ได้เช่นเดียวกับพระรัตนตรัย แล้วมันสัมพันธ์กันอย่างที่แยกกันไม่ได้ ดูให้ดีเถอะ สัมพันธ์ กันอย่างที่แยกกันไม่ได้ ถ้าไม่มีคนที่เป็นพ่อแล้ว คนที่เป็นแม่จะ มีได้อย่างไร เข้าใจไหม ถ้ามันไม่มีพ่อสักคนแล้วแม่มันจะมี ได้อย่างไร แม่มันเกิดขึ้นมาได้เพราะมีคนที่เป็นพ่อ แม้แต่ลูกก็ เหมือนกัน ถ้ามันไม่มีคนที่เป็นลูกแล้ว แม่มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ๒๔

น.32 ลูกก็มีความสำคัญเหมือนกัน คือทำให้เกิดแม่ขึ้นมา ต้องมีคน ที่เป็นลูก แม่มันจึงจะเกิดขึ้นมาในโลก ต้องมีคนที่เป็นพ่อ จึงจะ ทำให้คนหนึ่งกลายเป็นแม่ขึ้นมา มันสัมพันธ์กันอย่างไม่แยกกัน ได้ พ่อแม่ลูก ๓ เส้านี้แยกกันไม่ได้ ขอให้นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แยกกันไม่ได้ ถ้าใครแยกได้ คนนั้นไม่ถูกต้อง ไม่มีพระพุทธก็ไม่มีพระธรรม ไม่มีพระธรรมก็ไม่มีพระสงฆ์ พระพุทธตรัสรู้พระธรรม ต้อง มีพระธรรมให้ตรัสรู้ พระธรรมก็ต้องมีผู้นำไปปฏิบัติจึงจะเป็น ประโยชน์ คือพระสงฆ์ ไม่เช่นนั้นไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มีคนเอา ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร มีก็เหมือนกับไม่มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นี้เป็นสามเส้า แยกกันไม่ได้ ฉันใด พ่อแม่ลูกแยกกันไม่ได้ แยกกันก็เป็นไม่มี มีแม่ขึ้นมาก็ เพราะมีพ่อ ทำให้เกิดแม่ขึ้นมา เพราะมีลูกจึงทำให้เกิดแม่ขึ้น มา พ่อแม่ลูกไปด้วยกัน ไปด้วยกัน ใครจะอวดดีแยกไปจากกัน ก็ตามใจมัน มันจะโง่หรือจะฉลาดก็ตามใจมัน ที่มันจะแยกพ่อแม่ ลูกออกจากกัน ขอให้เป็น ๓ เกลียว เชือก ๓ เกลียวไม่แยก จากกัน พ่อแม่ลูก แล้วสิ่งต่าง ๆ ก็จะเป็นไปอย่างถูกต้องเรียบร้อย แม่ของโลก ทีนี้ก็จะดูกันให้มันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ให้มันเป็น ประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นประโยชน์ได้ จะขอเสนอ แม่ที่ ท่านทั้งหลายไม่รู้จัก ดูถูกหน่อยนะ ตามหัวข้อบรรยายว่า ๒๕

น.33 วันนี้พูดเรื่อง แม่ที่ท่านยังไม่รู้จัก จะขอยกตัวอย่างแม่ที่ท่านยัง ไม่รู้จัก ท่านรู้จักแต่ แม่ของลูก ท่านยังไม่รู้จัก แม่ของโลก แม่ของโลกนั้นรู้จักไหม ดูงง ๆ กันไปหมดใช่ไหม แม่ของโลก ถ้าเป็นแม่ที่ถูกต้อง เป็นแม่ที่แท้จริงแล้ว มันเป็นแม่ของโลก นะ ไม่ใช่แม่ของลูก ไม่ใช่แม่ของลูกคนเดียว มันเป็นแม่ของคน ทั้งโลก โลกมันมีมาเพราะแม่ เพราะแม่มันช่วยสร้างขึ้นมา โลก มันอยู่ได้ก็เพราะว่าพวกแม่เขาทำหน้าที่เป็นแม่ ต้องเป็นแม่ของ โลก อย่าให้เป็นแม่ของลูก มันเล็กเกินไป มันน้อยเกินไป มัน มองดูกันแคบเกินไป ขอให้ถือว่าโดยบุญคุณก็กว้างขวาง จะเป็นผู้ตอบแทนคุณ ก็ต้องตอบแทนให้กว้างขวาง หรือจะเป็นผู้มีบุญคุณก็มีให้กว้าง ขวาง ขอให้มารดาทั้งหลายจงถือตนว่าเป็นมารดาของโลก เพื่อ ให้โลกตั้งอยู่ได้ เพื่อให้โลกดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อให้โลกเจริญก้าวหน้า นี่เป็นมารดาของโลก คือเป็นแม่ของโลก แม่บางคนหรือหลายคน ไม่เคยคิดว่าฉันเป็นแม่ของโลก เป็นแม่ของลูกคนเดียวก็เป็นไม่ได้ เป็นไม่เป็น เป็นไม่ถูกแล้ว จะไปเป็นแม่ของโลกได้อย่างไร นี่ขอให้ คิดสักนิดเถิด คิดสักนิด อย่าหยุดเฉย คิดสักนิด ก็จะมองเห็นว่า ความเป็นแม่นี้มันเป็นแม่ของโลก เพราะว่าถ้าไม่มีแม่ โลกมัน ไม่มี โลกมันไม่มีอะไรเหลือ ถ้าไม่มีแม่เป็นผู้นำวิญญาณของ สัตว์ผู้เกิดมาแล้ว มันไม่มีมนุษย์ มันไม่มีมนุษย์ มันมีแต่สัตว์ เดรัจฉานหมด แม่นี่เป็นมารดาของโลก แม่นี้เป็นแม่ของโลก ขอให้เป็นแม่ของโลก ขอให้เรารู้จักแม่โดยแท้จริง โดยสมบูรณ์ ๒๖

น.34 ถึงที่สุดว่าแม่ของโลก แม่ของโลกนี่ต้องรู้จัก แม่ของลูกไม่ค่อย ยากลำบากอะไรนัก แต่ว่าแม่ของโลกนี่มันสูงสุด ขอให้รู้จักเถอะ ไม่รู้จักแม่ของโลกแล้วก็เรียกว่าไม่รู้จักอะไรมากอยู่มากทีเดียว มันจะเป็นคนใจแคบ เห็นแก่ตัว ชนิดที่ว่ามันหาความสุขยาก หน้าที่ของลูกต่อพ่อแม่ ในที่สุด เรื่องสุดท้ายที่จะพูดกันเกี่ยวกับแม่ ก็คือว่า "หน้าที่" หน้าที่ของเราที่จะประพฤติจะทำต่อแม่ หน้าที่ของลูกที่จะมีต่อแม่ ลูกมีหน้าที่ต่อแม่พ่ออย่างไร ไปเปิดดู นวโกวาท เคยบวชมา แล้ว เรียน นวโกวาท มาแล้ว นวโกวาท เป็นหนังสือแบบเรียน นักธรรมก็อธิบายไว้ดีที่สุด ลูกจะตอบแทนบุญคุณพ่อแม่อย่างไร เช่นท่านเลี้ยงมาเราก็เลี้ยงท่านตอบ แล้วก็ทำให้ท่านสบายใจ เมื่อท่านตายแล้วก็ทำบุญอุทิศไปให้อยู่เสมอ หน้าที่คืออย่างนี้ เดี๋ยวนี้อาตมาอยากจะพูดให้มันมากกว่านั้น คือหน้าที่ที่ลูก จะต้องสนองพระคุณของแม่ เราแบ่งออกเป็นอย่าง ๆ มันง่าย มันศึกษาง่าย ๑. เลี้ยงดูทางกาย ข้อแรกเราจะสนองคุณพ่อแม่ด้วยการเลี้ยงดู ปรนนิบัติพ่อแม่ ในทางกาย ให้พ่อแม่ได้รับความสะดวกสบายในทางวัตถุในทาง ร่างกาย ทรัพย์สมบัติ สิ่งของ ในทางร่างกายไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ที่สนองพระคุณพ่อแม่ให้มากที่สุด คือพ่อแม่ได้รับความสะดวก สบายเป็นสุขในทางกาย ๒๗

น.35 ๒. เลี้ยงดูทางจิตใจ แล้วข้อ ๒ สนองคุณพ่อแม่ด้วยการเลี้ยงดูทางจิตใจ ลูก ต้องเป็นฝ่ายอดทน ให้ลูกเป็นฝ่ายอดทน ช่วยเขียน ช่วยจำ ช่วย ฝังเข้าไปในหัวใจ ขอให้ลูกเป็นฝ่ายอดทน อย่าให้พ่อแม่ร้อนใจ อย่าให้พ่อแม่เดือดร้อนใจ ให้พ่อแม่ได้รับความเย็นอกเย็นใจ เพราะมีลูกคนนี้ นี่เรียกว่าอย่าให้พ่อแม่ต้องร้อนใจ ต้องขัดใจ ต้องรำคาญใจ ต้องอะไรเพราะลูกคนนี้ นี่เรียกว่าเลี้ยงดูในทาง จิตใจ ๓. ทำให้พ่อแม่รู้ธรรมะ การสนองพระคุณพ่อแม่ที่ท่านพูดไว้หรือกล่าวไว้ตามขนบ- ธรรมเนียมประเพณี พูดเป็นสำนวนวัด ๆ ว่า จะสนองคุณพ่อแม่ ด้วยสิ่งสูงสุด ก็คือทำให้พ่อแม่เป็นญาติในพระศาสนา เป็น คำพูดที่ว่ามันกำกวมอะไรอยู่ จะขอให้คำสั้น ๆ ว่า ด้วยการทำ ให้พ่อแม่รู้ธรรมะ ทำให้พ่อแม่เป็นญาติในพระศาสนา ก็คือ ทำให้พ่อแม่รู้ธรรมะ ขอให้ลูกขวนขวายทุกอย่างทุกทางเพื่อให้ พ่อแม่ได้รู้ธรรมะ เพราะพ่อแม่บางทีก็ไม่มีโอกาสได้ไปศึกษา ไปวัดไปวา อยากจะรู้ก็ไม่ได้รู้ เมื่อลูกมีโอกาสไปเล่าไปเรียน ไปศึกษา ก็อยู่ในฐานะที่จะพูดจะจาอะไรได้มากกว่า ก็ขอให้ ลูกนี่ช่วยส่งข่าวมาให้แม่พ่อรู้ธรรมะ เมื่ออาตมาแรกบวชใหม่ ๆ ก็เขียนธรรมะใส่สมุดแบบฝึกหัด ส่งมาให้แม่ทุก ๆ วันพระเหมือนกันแหละ ธรรมะทีละข้อสองข้อ ๒๘

น.36 แปลออกไป ๆ เขียนใส่สมุด Exercise ที่นักเรียนใช้ฝากมาให้แม่ นี่คือจุดตั้งต้นที่เผยแผ่ศาสนาของอาตมา เขียนข้อความทางธรรมะ ให้แม่ทุกวันพระ เรื่องขึ้นธรรมาสน์เทศน์นี่มันทีหลัง มันเรื่อง ทีหลัง คือว่าตั้งต้นด้วยการโปรดพ่อแม่ให้เป็นญาติในพระศาสนา คือทำให้พ่อแม่ให้รู้ธรรมะ การตอบแทนพระคุณอย่างสูงสุดสาสมกัน ในการบรรยายแบบโบราณ อุปัชฌาย์จะบรรยายว่า ไม่มี ทางอื่นใดที่จะตอบแทนคุณพ่อแม่ เช่นท่านจะบรรยายว่าให้แม่ อยู่บ่าซ้าย ให้พ่ออยู่บ่าขวา ไม่ต้องลงดิน กินข้าวอาบน้ำป้อน ข้าวอยู่บนบ่าตลอดชีวิต อย่างนี้ก็ยังตอบแทนพระคุณไม่หมด ไม่สมควรแก่พระคุณของพ่อแม่ ต้องทำให้พ่อแม่เป็นญาติใน พระศาสนา จึงจะสมควรกับพระคุณของพ่อแม่ ก็หมายความว่า ให้เจ้านาคอย่าขี้เกียจ อย่าเหลวไหล ให้อุตส่าห์ทำให้พ่อแม่ รู้ธรรมะ จงอุตส่าห์ทำให้พ่อแม่รู้ธรรมะ นี่คือการสนองคุณพ่อแม่ ที่ดีที่สุด ได้พูดกันอยู่อย่างนี้ พระคุณของพ่อแม่ พระอุปัชฌาย์ อาจารย์โบราณท่านจะพูดสอนเวลาจะบวชเจ้านาค ว่าให้เอา ท้องฟ้าทั้งหมดเป็นกระดาษ เอาภูเขาหิมาลัยเป็นดินสอ ละลาย น้ำในมหาสมุทรเป็นน้ำหมึก แล้วเขียนให้เต็มท้องฟ้า ก็ไม่หมด พระคุณของพ่อแม่เลย พูดกันอย่างนี้ แต่ว่าถ้าได้ทำให้พ่อแม่ เป็นญาติในพระศาสนามันจะคุ้มค่า เพราะว่าท่านได้เป็นสัมมา- ทิฏฐิ ท่านเอาตัวรอดได้ ทีนี้ถ้าจะทำให้บรรลุมรรคผลนิพพาน ๒๙

น.37 ได้ก็ยิ่งดี ยิ่งหมดจด ทดแทนพระคุณอย่างหมดจด ลูกเป็นอนุสาวรีย์ที่ดีที่สุดของพ่อแม่ ทีนี้ขอแถมท้ายสักข้อ ช่วยฟังให้ดีนะ ลูกเด็ก ๆ ช่วยตั้งใจ ฟังให้ดี สนองคุณของพ่อแม่ข้อสุดท้าย เธอทั้งหลายช่วยเป็น อนุสาวรีย์ที่ดีที่สุดให้แก่พ่อแม่ เธอเกิดมาจากพ่อแม่ เหลืออยู่ ยังไม่ตาย ขอให้เธอนี่เป็นอนุสาวรีย์ที่ดีที่สุด เป็นที่ระลึกแก่พ่อแม่ อย่างไม่มีอะไรเสมอเหมือน ไม่ต้องสร้างเจดีย์ ไม่ต้องสร้างอะไร ที่ไหนหรอก ตัวเองนั่นแหละทำตัวเองให้เป็นอนุสาวรีย์ที่ดีที่สุด งดงามที่สุด สูงส่งประเสริฐที่สุด เป็นอนุสาวรีย์ที่ดีที่สุดให้แก่ พ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือแม้ยังอยู่ก็ตามเถอะ เราจะเป็นอนุ- สาวรีย์ที่ดีให้แก่พ่อแม่ ถ้าทุกคนทำอย่างนี้แล้ว โลกนี้มีสันติภาพ มีสันติสุข ไม่มีความทุกข์ ไม่มีข้อเดือดร้อนใด ๆ เลย ขอให้ลูก หลานทุกคนกระทำตนให้เป็นอนุสาวรีย์ที่ดีที่สุดให้แก่พ่อแม่ตลอด กาลนาน นี่คือหน้าที่ อาตมาก็คิดอย่างนี้แหละ ไม่ใช่ว่าจะพูดให้ท่านทั้งหลาย ฟังข้างเดียว อาตมาเองก็พยายามทำตนให้เป็นอนุสาวรีย์ที่ดี ที่สุดของแม่ เมื่อตะกี้บอกแล้วใช่ไหมว่า ถ้าไม่มีแม่ สวนโมกข์ ไม่มี ไปคิดดูเถอะ ถ้าเข้าใจ ฟังแล้วก็จะฟังออกว่า ถ้าไม่มีแม่ สวนโมกข์ไม่มี ไม่เกิดอาตมามาก็ไม่มี หรือว่าถ้าไม่ได้คิดอย่างนี้ มันก็ไม่ได้ทำอย่างนี้ แล้วมันไปทำอย่างอื่นเสีย มันจะไปมีครอบครัว ไปมีอะไรเสีย สวนโมกข์ก็เกิดไม่ได้ สวนโมกข์มันเกิดได้เพราะ ๓๐

น.38 สนองคุณแม่ เป็นความต้องการของแม่ทุกอย่างในการเผยแผ่ พระศาสนา แม่ยินดีที่จะเสียสละทุกอย่าง ทุกประการให้ เราได้ทำงานเผยแผ่พระศาสนา ถ้าไม่มีแม่ สวนโมกข์ ก็ไม่มี สำหรับอาตมาจึงถือเป็นหน้าที่ ที่จะเป็นอนุสาวรีย์ที่ดี ที่สุดให้แก่พ่อแม่ ผู้ล่วงลับไปแล้ว แล้วก็ขอชักชวนท่านทั้งหลาย ทุกคน จงเป็นอนุสาวรีย์ที่ดีที่สุดให้แก่พ่อแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว แล้วเรื่องก็จบ ก็กล่าวได้ว่า ท่านทั้งหลายรู้จักพ่อแม่ ท่านทั้งหลาย รู้จักพ่อแม่หมดสิ้น ไม่มีพ่อแม่เหลืออยู่สำหรับไม่รู้จัก การบรรยาย ธรรมวันนี้ก็สำเร็จตามประสงค์ ที่ท่านรู้จักแม่ในทุกความหมาย ทำหน้าที่ต่อแม่ทุกความหมาย พรุ่งนี้เป็นวันที่เขาสมมุติกันว่าเป็นวันแม่ ให้เตรียมตัวเพื่อ ทำอะไรทุกอย่างที่แสดงว่าเราจะเป็นลูกที่ดีที่สุด ตั้งสมาธิจิต จะสนองคุณแม่กันให้ถึงที่สุด พรุ่งนี้เป็นวันแม่ มีอะไรอีก หมด แล้ว ท่านรู้จักแม่ทั้งหมดทุกอย่าง ทุกแง่ ทุกมุมแล้ว ท่านรู้จัก แม่ตามความประสงค์ของอาตมาแล้ว การบรรยายในวันนี้ไม่มี เรื่องอะไร นอกจากแม่ที่ท่านยังไม่รู้จัก พอบรรยายจบ ก็หมาย ความว่าท่านรู้จักแม่ในทุกแง่ทุกมุม ตามที่ควรจะรู้จัก อาตมา ก็ยินดี ขอขอบคุณท่านทั้งหลายที่อุตส่าห์ทนฟัง เพื่อให้รู้จักแม่ ในทุกแง่ทุกมุม แล้วก็จะเป็นลูกที่ดี เป็นอนุสาวรีย์ของพ่อแม่ ที่ดีอยู่ตลอดกาลนาน แม่ที่ยังไม่รู้จัก รู้จักแล้ว รู้จักทั้งหมด รู้จัก ทุกแง่ทุกมุม รู้จักเปรียบเทียบ รู้จักที่ต่ำที่สูง รู้จักหมดในความ หมายที่มันเกี่ยวกับแม่ แปลว่าเรารู้จักแม่ทุกอย่างทุกประการ ๓๑

น.39 แล้ว การบรรยายนี้ ก็สมควรแก่เวลาต้องขอยุติการบรรยาย เปิดโอกาสให้พระคุณเจ้าทั้งหลายได้สวดบทพระธรรมคณะสาธยาย ให้ท่านทั้งหลายตั้งใจฟังให้ดี แล้วจะเกิดกำลังใจในการที่จะ ปฏิบัติธรรมะ ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง ครบถ้วน สำเร็จ ประโยชน์ ทุกประการ ขอให้สำเร็จตามนี้ด้วยกันจงทุก ๆ ฝ่าย ทุก ๆ คนเทอญ ๓๒

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต