น.130 บันทึกของผู้แปลสูตรเว่ยหล่าง (หมวด ๘ ถึงหมวด ๑๐) ข้าพเจ้าได้แปลสูตรเว่ยหล่าง ฉบับของนายว่อง มู่ ล่ำ ต่อจากท่านพุทธ- ทาสจนจบ. เนื่องจากคำขอร้องของเพื่อนศึกษาธรรมคนหนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้า ได้กล่าวไว้ในคำปรารภในการจัดพิมพ์ รัตนมณีแห่งโลกุตรปัญญา แล้ว. ต่อมาเพื่อนคนนี้ ก็แสดงความจำนงอยากจะจัดพิมพ์รวมเป็นเล่มเดียว กับฉบับแปลของท่านพุทธทาสอีก. แต่ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย เพราะนอก จากจะเป็นการแสดงถึงความไม่คารวะต่อท่านพุทธทาสแล้ว สำนวน และลีลาแห่งการแปลที่แตกต่างกัน อาจทำให้หนังสือเดิมที่ดีอยู่แล้วเสีย รสไปได้. บัดนี้ คุณชำนาญ ลือประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญและสนใจในการ จัดพิมพ์สูตรเว่ยหล่าง ได้มาติดต่อกับข้าพเจ้า พร้อมกับแจ้งว่าได้รับ ความเห็นชอบด้วย จากท่านพุทธทาสแล้ว ข้าพเจ้าก็เต็มใจและยินดี ที่ ความปรารถนาของเพื่อนคนนั้นจะได้สำเร็จลุล่วงไป อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้า ใคร่เรียนถึงความรู้สึกของข้าพเจ้าเรื่องสูตรเว่ยหล่าง ต่อท่านผู้อ่านสัก เล็กน้อย. หลักธรรมตลอดทั้งเล่มของสูตรเว่ยหล่าง ตรงกับพระไตร- ปิฎกของหินยานทั้งสิ้น หากจะรู้สึกว่าแตกต่างกัน ก็คงเนื่องมาจาก ท่านผู้นั้นแปลความหมายแห่งคำพูดในหนังสือแตกต่างออกไปนั่นเอง. ข้าพเจ้าเชื่อว่า การศึกษาพระธรรมให้รู้แจ้งแทงตลอดจริง ๆ เพียงบท เดียวก็จะทำให้สามารถเข้าใจแตกฉานได้ทุกบทตลอดทั้งพระไตรปิฎก. ๑๑๑
น.131 ตรงกันข้ามถ้าเราศึกษาให้เข้าใจแต่เพียงผิวเผินจนจบพระไตรปิฎก ผล สุดท้ายก็มีค่าเท่ากับไม่รู้อะไรเลย นอกจากประวัติศาสตร์และวรรณคดี ไว้คุยกันเล่น. ครั้งหนึ่ง มีท่านผู้หนึ่งถามข้าพเจ้าว่า การกระทำอย่าง หนึ่งที่เขาได้ทำไปนั้น จัดว่าเป็นบุญได้หรือไม่. ข้าพเจ้าได้ถามไปว่า เขา ต้องการจะทราบถึงบุญในทัศนะไหน ถ้าจะพูดถึงบุญในทัศนะทางพุทธ- ศาสนาแล้ว การทำบุญที่ให้เกิดความไม่มีบุญ นั่นแหละคือบุญ นี่เป็น ตัวอย่างอันหนึ่งถึงขอบเขตแห่งความหมายของคำพูด ที่ข้าพเจ้าใคร่ เรียนไว้เป็นข้อคิดของท่านผู้อ่านต่อไป. ประวิทย์ รัตนเรืองศรี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๐๔
Buddhadasa