น.19 ๗ • พวกหนึ่งถือว่าไม่มีอัตตาในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า ไม่ได้สอนให้ค้นหาอัตตา แต่กลับทรงสอนให้ถอนความรู้สึกว่า อัตตาหรือเกี่ยวกับอัตตา ทิ้งเสียให้หมดทุก ๆ อย่าง แล้วก็จะพ้น ทุกข์ ไม่ต้องพึ่งอะไรต่อไป (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า พวกอนัตตวาที). ในที่สุด เราจับตัวคู่วิวาทได้ว่า พวกที่มีอัตตาหรือตัวเรา กำลังวิวาทกับพวกที่ไม่มีอัตตา . ( วิวาทในที่นี้ หมายความว่า มีวาทะ ต่างกันไม่ตรงกัน, มิใช่ทุบตีกัน ). ทั้งสองพวกนี้ ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล ของตนอย่างไรนั้น จะได้กล่าวถึงโดยละเอียดในตอนที่หยิบขึ้น วินิจฉัย ในตัวเรื่องของเรื่องนี้. เฉพาะในตอนคำปรารภนี้ จะขอ กล่าวถึงความสำคัญของการที่เราจำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาอัน ยุ่งยากนี้สืบไป อีกเล็กน้อย. ทางลุกลามแห่งการวิวาท ได้กล่าวมาแล้วว่า เรื่องอนัตตานี้ เป็นเรื่องชนิดหัวใจของ พุทธศาสนาอันเป็นที่รักของนักแสวงหาความพ้นทุกข์ และนักคิด ทั้งปวง ทุก ๆ กาลและเทศะอันไม่มีจำกัด. นักศึกษาที่เป็นชาว ยุโรปแม้ที่ยังไม่ชอบรับไปถือ ก็ยังอดที่จะศึกษา เพื่อเป็นอาหาร อันประณีตแก่สมองของตนไม่ได้ และถือว่า เรื่องอนัตตานี้เท่า- นั้น ที่เป็นลักษณะเฉพาะของพุทธศาสนา ที่ต่างออกไปจาก ศาสนาอื่น. แต่ถึงกระนั้น ก็ยังเป็นนักศึกษาชาวตะวันตกบาง คน ที่หลงไปบ้าง ถึงกับเข้าใจมติของพุทธศาสนาผิดไปก็มี เช่น หนักไปทางฝ่ายมหายาน หรือถือว่าคัมภีร์ของฝ่ายหินยานมิใช่
Buddhadasa