น.24 ปัญหาอาจเกิดขึ้นว่า เมื่อกล่าวด้วยอรรถอันลี้ลับและอยู่ เบื้องหลังที่สุด ศาสนาทุกศาสนามีหลักการตรงเป็นอันเดียวกัน หมดในข้อที่ว่า มุ่งสุขนิรันดรด้วยกันทั้งนั้นแล้ว ทำไมจึงเกิดมี ศาสนาที่สูงต่ำ หรือตื้นลึกกว่ากันขึ้นด้วยเล่า ? ข้อนี้เป็นเพราะ ศาสดาของศาสนานั้น ได้ตรัสรู้เรื่องสภาพที่เป็นสุขนิรันดรไว้ ต่าง ๆ กัน เช่นคริสตังหรืออิสลามว่า ได้แก่แดนสวรรค์ของพระ เป็นเจ้า, พวกพราหมณ์ในสมัยอุปนิษัทว่า ได้แก่ปรมาตมัน หรือที่พวกอื่นเรียกว่าพรหม ซึ่งในประเด็นเดียวกันนี้ พุทธศาสนา กล่าวว่าได้แก่นิพพานหรือสภาพชนิดหนึ่งที่จิตจะลุถึง ในเมื่อ จิตละขาดเสียได้จากความยึดถือว่าอาตมัน หรือพรหม หรือ สวรรค์ หรือพระเป็นเจ้า และอื่น ๆ ทั้งหมดว่าเป็นสิ่งที่ควรยึดถือ หรือเพ่งจ้องว่าเป็นตัวตนที่จะเอาเข้ามาเป็นของตัว หรือเข้ารวม อยู่ในตัวนั้นเสียเอง. ในเรื่องนี้ เราจะต้องรู้ว่าครั้งแรกทีเดียว มนุษย์เรามีสัญชาต- ญาณแห่งความต้องการสิ่งที่ดีกว่าขึ้นไปตามลำดับ ๆ จนถึงสิ่ง ที่ดีที่สุด. ครั้นปัญหาได้ก่อรูปขึ้นว่าสภาพอย่างไรหรือสถานะ ชนิดไหนเล่า ที่เรียกว่าสภาพที่ดีที่สุด เป็นสุขที่สุด. ใครตอบหรือ สอนได้ดีที่สุดในที่นั้นหรือสมัยนั้น ก็ถูกยกขึ้นในภายหลัง ว่า เป็นพระศาสดา. ในหมู่ชนที่หนักไปในทางวัตถุ (Materialism)
น.25 ๑๓ ก็เพ่งไปยังสภาพที่ตนจะได้สิ่งที่ตนพอใจมากที่สุด จึงเกิดมี สวรรค์ของเทวดา หรือของพระเป็นเจ้า ที่มีอะไรให้ตามต้องการ ทุกอย่าง และมีศาสดาสอนเรื่องแดนสวรรค์ของพระเป็นเจ้า ขยายความให้เป็นสิ่งที่ไม่รู้จักสิ้นสุด หรือไม่รู้จักตายขึ้นในภาย- หลัง. ครั้นต่อมา เมื่อความคิดนึกหรือการศึกษาลึกซึ้งขึ้น หรือ ในหมู่ชนผู้หนักไปในทางจิต (Spiritualism) ได้ค้นพบละเอียด ลงไปว่า ต้องเป็นสภาพของจิตที่ประกอบไปด้วยญาณ หรือ ความรู้ชนิดที่ทำให้จิตไม่ดิ้นรน ไม่เศร้าหมอง ไม่มืดมัวต่างหาก ที่เป็นสุขที่สุด หรือดีที่สุด. ในหมู่ชนเหล่านี้เกิดมีศาสดาที่ค้นพบ แตกต่างสูงต่ำ หรือตื้นลึกกว่ากันเป็นชั้น ๆ ซึ่งส่วนมากที่สุด แม้ จะได้ทำจิตให้ผ่องแผ้วบริสุทธิ์เพียงไรแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีความ รู้สึกว่าเป็นตัวเรา มีตัวเรา หรือสุขของเราอยู่ด้วยกันทั้งนั้น. จน ในที่สุดซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย พระพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบสูงสุดขึ้นไป กว่านั้นว่า ต้องเป็นสภาพของจิต ที่ผ่องแผ้วหมดจดจากความ รู้สึกหรือยึดถือว่า มีตัวของตัว หรือความบริสุทธิ์ของตัวด้วย จิตนั้นจึงจะชื่อว่าลุถึงสภาพที่สงบที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด และพ้น ทุกข์เด็ดขาดที่สุด. ถ้าจิตยังรู้สึกว่าเป็นตัวตนอยู่ในสิ่งใด ก็ยังคง ติดพันอยู่ในสิ่งนั้น ซึ่งมิใช่ความหลุดพ้นของจิต ซึ่งจะได้อธิบาย โดยละเอียดในตัวเรื่อง ต่อไปข้างหน้า. เรื่องนี้เป็นเรื่องยาว, ท่านผู้อ่านต้องพยายามจำใจความ ไว้ให้ได้ทีละตอน ๆ ไปตามลำดับเสมอ. มิฉะนั้นจะวนเวียนและ ไม่ได้เรื่องอะไรเลย ในที่สุด.
Buddhadasa