Buddhadasa.org

อบรมพระธรรมทูต ตอนที่ ๑๐ — ๗. การประหยัด

อบรมพระธรรมทูต — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — อบรมพระธรรมทูต (๓๑ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.66 บัดนี้ วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๑๐ สำหรับพวกเรา ได้ล่วงมาถึงเวลา ๕.๐๐ น.แล้ว เราจะ ได้เริ่มการอบรมของเราด้วยการพูดจา เกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างต่อไป. สำหรับวันนี้ ผมอยากจะพูดเรื่อง การประหยัด ในฐานะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับ การปฏิบัติหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา. ควรจะทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติ สำหรับ การเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยทั่ว ๆ ไป กันอีกครั้งหนึ่ง, คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดก็คือ คุณธรรม ที่มีอยู่จริงในตัวของตัว, คือตัวธรรมะแท้ ที่ประพฤติได้ ที่มีอยู่จริงในตัวของตัวเราเรียกว่า คุณธรรม. - การมีความรู้เกี่ยวกับพระศาสนา ที่แจ่มแจ้งแตกฉานพอสมควร นี้ก็อย่างหนึ่งต่างหาก จากคุณธรรม, เพราะคุณธรรมหมายถึงความดี, ความงาม, ความละ, กล่าวคือ ความที่ละ ความชั่ว ละกิเลสได้. ความรู้ หมายถึงแต่ความรู้. - ทีนี้ยังจะต้องมีปฏิภาณ ซึ่งภาษาไทยธรรมดา เรียกว่า ความไหวพริบ, ถ้าขาด ปฏิภาณก็ยากที่จะทำให้คุณธรรม หรือความรู้ของเราเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นเต็มที่ได้, สิ่งที่ เรียกว่าบุคคลิกภาพดูจะเป็นที่รวมของสิ่งทั้งสามนี้. - แล้วก็มาถึงคุณสมบัติที่เป็นสื่อ คือความรู้ทางภาษาต่างประเทศเป็นต้น ตลอดถึง เครื่องมือ เครื่องใช้ที่เกี่ยวกันก็อย่างหนึ่ง ในฐานะที่เป็นสื่อ. - และก็มีองค์ประกอบสำคัญที่เนื้อที่ตัวเรา เช่นความเสียสละด้วยความจงรักภักดี ต่อ พระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างแท้จริง ซึ่งเรียกว่า ความเสียสละ. - ทีนี้ก็มาถึงความอดกลั้นอดทน ซึ่งดูเราจะยังมีน้อยอยู่มาก, จนต้องฝึกฝนเพิ่มเติม ให้เป็นผู้อดกลั้นอดทน เข้มแข็งทนได้ในทุกกรณี ที่ความทุกข์ยากลำบากจะเกิดขึ้น, ดังนั้น มันจึงเนื่องกันไปถึงความมีพลานามัยร่างกายดีสมบูรณ์ด้วย. - และก็เนื่องไปถึงคุณธรรมที่ เนื่องกัน, เช่นความสุขุมรอบคอบ ที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ ผสมผสานกันดี. - แต่แล้วในที่สุดผมก็อยาก

น.67 ๕๙ จะพูดเรื่อง การประหยัด ซึ่งพวกเราก็มีอยู่น้อย, มีคุณธรรมข้อนี้อยู่น้อย ด้วยอีกข้อหนึ่ง. หลายคนอาจจะมองเห็นไปว่า การประหยัด, หรือเศรษฐกิจนี้ มันจะเกี่ยวข้องอะไรกัน กับพวกพระ หรือการเผยแผ่ธรรมะ นั่นก็เพราะว่าเขารู้จักความหมายของคำว่า ประหยัด น้อยเกินไป. ที่จริง การประหยัด หรือที่เรียกกันสมัยนี้ว่า เศรษฐกิจ นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง, ดูเหมือนเราจะได้ยินหนาหูมากที่สุด เรื่องการทหารและการเศรษฐกิจ. การทหารคือการสู้รบ, เศรษฐกิจคือกำลัง ที่จะใช้ในเรื่องนั้น. พวกเราก็เป็นนักรบ หรือการสู้รบ เช่นคำว่า ธมฺมโยโธ ที่มีอยู่ในที่ต่าง ๆ เกลื่อนไปหมด ในอรรถกถาธรรมบท ก็มีอยู่เป็นหลายหน, เพราะว่า การ ทำลายกิเลสนั้น เป็นการสู้รบอย่างยิ่ง, ยิ่งกว่าการสู้รบตามธรรมดาของคนสมัยนี้เสียอีก. คนสมัยนี้เขาสู้รบกันใหญ่โต คล้ายกับจะทำโลกให้ถล่มทลาย การสู้รบนั้นก็ยังไม่มากเท่ากับ การสู้รบของภิกษุในพระพุทธศาสนา, ซึ่งเป็นการสูงกว่า ประเสริฐกว่า ยากกว่า ดีกว่า อะไร ก็กว่าไปทั้งนั้น, ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ชนะตนดีกว่าชนะอย่างอื่นหมด. ดังนั้น ภิกษุก็คือ นักรบชนิดหนึ่งทีเดียว การสู้รบก็ต้องมีกำลัง นี้คือการประหยัด หรือเศรษฐกิจ. เราประหยัดตั้งแต่กินน้อย ใช้น้อย, กินของชาวบ้านน้อยเท่าที่จำเป็น, มีวัตถุบริขารน้อยแต่เพียงไตรจีวร กับบาตร. มี ทรัพย์สมบัติเพียงเท่านี้ จนถึงพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เหมือนกับนก มีสมบัติแต่เพียงปีก สองข้างก็พอแล้ว. การเป็นอยู่ของภิกษุถ้าถูกต้องตามธรรมตามวินัยแล้ว เป็นการประหยัด อย่างยิ่ง, ให้ไปสอบไล่ดูได้ทุกหัวข้อธรรมะและสิกขาบท. ดังนั้นจึงเป็นอันกล่าวได้อีกทีหนึ่งว่า ถ้าปราศจากการประหยัดแล้ว ไม่ใช่การเป็นอยู่ของภิกษุเลย, สิ่งฟุ่มเฟือยมีอยู่มากในการ เป็นอยู่ของภิกษุสมัยนี้ นั้นคือการไม่ประหยัด, และการทำให้ไม่เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา. เรื่องอันเนื่องกันกับปัจจัยสี่ คือเครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน ที่อยู่อาศัย และยาแก้โรค ๔ ประการ นี้ยังไม่ใคร่จะเป็นไปในลักษณะที่ประหยัด. สำหรับเรื่องจีวรนั้น ขอได้นึกถึงสูตรในมัขฌิมนิกาย หรือในวินัยปิฎกที่พูดถึงเรื่อง พระอานนท์ เผยแผ่พระพุทธศาสนาสำเร็จประโยชน์อย่างยิ่งครั้งหนึ่ง, คือการทำให้พระเจ้าแผ่นดิน ที่สำคัญองค์หนึ่ง คือพระเจ้าอุเทน กลายเป็นผู้ที่มานับถือพระพุทธศาสนาได้อย่างน่าประหลาด, เพราะว่าเป็นผู้ดุร้าย เป็นผู้มีวัตถุนิยมจัด หรืออะไรทำนองนั้น แต่แล้วก็มากลายเป็นผู้นับถือ พระพุทธศาสนาอย่างสูงสุด, เป็นผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาอย่างสูงสุดไปได้. เราจะว่าไม่น่า อัศจรรย์อย่างไร, และข้อความที่พระอานนท์พูดกับพระราชาองค์นี้ ที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่อง การประหยัด. เริ่มต้นด้วยเรื่องการถวายจีวร, พระอานนท์ท่านบอกว่า มีอยู่แล้ว ไม่ต้องการจะให้ เป็นเรื่องเหลือเฟือ. พระเจ้าแผ่นดินองค์นั้นเลยถามว่า ใช้จีวรอย่างไร, พระอานนท์บอกว่า ใช้ด้วยการระมัดระวังที่สุด, อย่างที่วินัยก็บัญญัติให้พวกเรากระทำกันอยู่. - ทีนี้ถ้าจีวรมันขาด

น.68 ๖๐ มันเก่าเข้า มันก็เริ่มจะชำรุดหรือขาด จะทำอย่างไร? พระอานนท์ก็ตอบว่า เย็บปะเหมือนที่ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตบริขาร คือกล่องเข็มและด้าย. - ถ้าเย็บปะหนักเข้า มันเต็มไปด้วยแผลปะ แล้วจะทำอย่างไร? พระอานนท์ท่านว่าดามเป็น ๒ ชั้น คือเอามา ๒ ชั้นทาบกันเข้า ก็พอจะ ใช้ไปได้อีก. - พระราชานั้นถามว่า แม้ดาม ๒ ชั้นแล้ว มันก็ยังเปื่อย แล้วจะทำอย่างไร? พระ- อานนท์ท่านบอกว่า เอามาทบทับกันเข้าเป็นผ้าปูนอนยาว ๆ. - ถ้าเป็นผ้าปูนอนก็ไม่ไหว เพราะ มันกะรุ่งกะริ่งเสียแล้วจะทำอย่างไร? ก็เอามาทบพับซ้อนกันเข้าเป็นผ้าปูนั่ง. - ถ้าเป็นผ้าปูนั่ง มันก็เปื่อยกะรุ่งกะริ่งไปแล้วจะทำอย่างไร? ก็เอามาทบกันเข้าเป็นผ้าเช็ดเท้า. - ถ้าเป็นผ้าเช็ดเท้า มันก็กระจุยกระจายยุ่ยไปหมดแล้ว จะทำอย่างไร? ก็เอามาเผาไฟเป็นขี้เถ้าผสมกันกับมูลโค ฉาบฝากุฏิ ซึ่งทำด้วยดิน ให้เป็นของใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง. คำพูดทั้งหมด ในที่สุดก็เป็นเหตุให้พระราชาองค์นั้นยกมือท่วมหัว, (ใช้อย่างภาษาไทย ๆ เราดีกว่า) และกลายเป็นพุทธบริษัทไปทันที, นี้คือเรื่องที่จะต้องนึกต้องคิด เกี่ยวกับความหมาย ของคำว่า “ประหยัด." ทีนี้เรามองดูที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบทและธรรมะ :- สิกขาบทเกี่ยวกับเรื่องบาตรประหยัดอย่างไร, ซึ่งสพรหมจารีทั้งหลายก็ย่อมจะรู้ดี, เพราะเราท่องปาฏิโมกข์ปัตตวรรคกันอยู่บ่อย ๆ, จะต้องใช้บาตรจนถึงวาระสุดท้ายอย่างไร, สิกขาบท สังฆาทิเสสเกี่ยวกับเรื่องขอ, เป็นคนขี้ขอ คือคนไม่ประหยัด, สร้างกุฏิใหญ่เกินกว่า ขนาด ๑๒ คืบ/๗ คืบ อะไรทำนองนั้น ถูกปรับถึงอาบัติสังฆาทิเสส ซึ่งรองจากอาบัติปาราชิก. คนไม่ประหยัดต้องอาบัติถึงขนาดนี้ก็สมน้ำหน้าแล้ว, และยังมีสิกขาบทอื่น ๆ อีกเป็นอันมาก ในทำนองเดียวกันนี้, นอกจากจะประหยัดสิ่งของแล้ว ยังประหยัดเวลา ประหยัดสิ่งต่าง ๆ อีก มากมาย ; นั้นในทางวินัย. ทีนี้ในทางธรรม ที่เป็น หลักธรรม ก็ยังทรง ส่งเสริมการประหยัดนี้เป็นอย่างยิ่ง, มีธรรมะหลายข้อที่สนับสนุนการประหยัด. โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ การรู้จักประมาณในการ บริโภควัตถุปัจจัยสี่, ธรรมะทุกข้อมีความหมายแห่งการประหยัดซ่อนอยู่ในนั้น, เพราะว่า การทำให้ไม่มีกิเลส ไม่มีความทุกข์ ให้มีความสบายนั้น มันเป็นการประหยัดชีวิต, เพราะ- ฉะนั้น เรารู้จักความหมายของการประหยัดให้ลึกซึ้ง, ถึงกับที่จะเรียกว่า "การประหยัดชีวิต" ก็เป็นอันว่าเรารู้จักพระพุทธศาสนาดี. ขอให้เพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย มองสิ่งที่เรียกว่าประหยัด ลงไปให้ลึกซึ้งถึงขนาดนี้, ถ้าท่านประหยัดบุหรี่สักเดือนหนึ่ง ท่านก็จะซื้อตำหรับตำราได้หลายเล่ม, ถ้าท่านประหยัดแปรงถูฟันดี ๆ สบู่ดี ๆ ออกไปเสียสักเดือนหนึ่ง ท่านก็จะซื้อหนังสือตำรา เกี่ยวกับ อานาปานสติได้อย่างเพียงพอ ทั้งภาษาต่างประเทศและภาษาไทย. นี่ลองคิดดูเถิดว่า การประหยัดนี้ มันเป็นปัญหาเนื่องเฉพาะกันกับเรา, ผู้จะปฏิบัติธรรม และเผยแผ่พระพุทธศาสนามากน้อยเพียงไร, ทีนี้อีกทางหนึ่งมองดูให้กว้างออกไปว่า เรากำลัง ทำความหมดเปลืองให้แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ และประชาชนอย่างไร. ดูง่าย ๆ ตรงที่ว่า

น.69 ๖๑ ถ้าเราใช้จ่ายอะไรไปในทางที่ไม่จำเป็น, เราก็ทำลายเศรษฐกิจของประชาชนหรือประเทศชาติ, หรือแม้ที่สุดแต่เราปล่อยหรือยอมให้ประชาชน ทายกทายิกา ทำอะไรลงไปที่เกี่ยวกับศาสนา แต่แล้วไม่ได้รับผลคุ้มกันหรือพอกัน, ก็เรียกว่าเราเป็นผู้ทำลายเศรษฐกิจของประชาชนหรือ ประเทศชาติ อย่างไร, ถ้าทุก ๆ สิ่งมันเป็นไปในทำนองนี้ ก็แปลว่า ทั้งภิกษุและทั้งทายกทายิกา ช่วยกันทำลายเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง, ผิดพระพุทธประสงค์โดยสิ้นเชิง และ อย่างร้ายกาจที่สุด ผลก็ต้องปรับให้ตกนรก ไม่มีทางอื่น เพราะมันเป็นการกระทำที่ร้ายกาจ เกินไป. ดังนั้น เท่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็พอจะทำให้เห็นความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า ประหยัด, เดี๋ยวนี้เรากำลังฝึกเรื่องการประหยัดอย่างไร ก็ขอให้มองดูเองเถิด. เราใช้บริขารเพียงเท่านี้ ในลักษณะเช่นนี้, แทนที่จะใช้ไฟฉาย ขอให้ใช้โคม ที่เรียกว่าตะเกียงสำหรับภิกษุ ซึ่งมีมาแล้ว ตั้งแต่บูรพาจารย์, อาจารย์ของอาจารย์ อาจารย์ของอาจารย์ ถอยหลังขึ้นไปไม่ทราบได้ว่า ตั้งแต่ครั้งไหน ท่านใช้ตะเกียงกันอย่างนี้กันทั้งนั้น แทนที่จะใช้ไฟฉายซึ่งมันแพง, ในบางกรณี ที่จะต้องใช้ไฟฉายก็เป็นการสมควรอยู่ แต่ในบางกรณี หรือทั่วไปควรจะเว้นเสียได้ เราก็เว้นเสีย เพื่อการประหยัด. เรื่องเสื่อเรื่องหมอน อยากจะเล่าให้ฟังว่า มีเรื่องน่าหัวเราะ เมื่อมีการอบรม ลูกเสือชั้นผู้บังคับบัญชานายหมู่ ซึ่งล้วนแต่เป็นครู, ต้องขนเสื่อขนหมอน ต้องหยิบยืมมาเป็น ภูเขาเลากา ทุกเซนเตอรมีกระจกส่องหน้า มีหวี มีอะไรต่าง ๆ ดูแล้วน่าเวทนา ว่าจะอบรม ลูกเสือให้มี spirit อย่างไรกัน. เดี๋ยวนี้เรามีเท่านี้ มีหมอนไม้ มีผ้าพอรองนอนได้ ติดตัวมาได้ ไม่ต้องรบกวนใคร ไม่ต้องหยิบยืมที่ไหน, นี่เราก็เป็นลูกเสือที่ดีกว่าลูกเสือชนิดนั้น เพราะการ ประหยัดของเรา ความอดกลั้นอดทนของเรา ที่ช่วยให้เราทำการประหยัดได้. ภิกษุมีชื่อว่า ธรรมบุตร เหมือนชื่อค่ายลูกเสือนี้ ซึ่งผมเป็นผู้ตั้งให้เอง, พวกธรรมบุตร ถ้าไม่ประหยัดแล้ว ก็สูญเสียความเป็นธรรมบุตร ซึ่งเป็นบุตรของพระธรรม หรือของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นไปในลักษณะประหยัด.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต