Buddhadasa.org

อบรมพระธรรมทูต ตอนที่ ๒๕ — คำกล่าวปิดการอบรม ของผู้แทนพระธรรมทูต

อบรมพระธรรมทูต — ธรรมบรรยายของพุทธทาสภิกขุ — อบรมพระธรรมทูต (๓๑ ตอน)

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.159 ท่านผู้เป็นประธานในที่นี้ พระเถรานุเถระและเพื่อน สหธรรมิกทั้งหลาย. ในโอกาสนี้ ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราทั้งหลาย ได้มานั่งประชุมกันอยู่ ณ ที่นี้, พวกเรา พระธรรมทูตทั้งหลาย รู้สึกซาบซึ้งในพระเดชพระคุณของท่านผู้เป็นประธานในที่นี้, ที่ได้ให้ การต้อนรับ, ให้การฝึกอบรม ตั้งแต่ต้นมาจนถึงทุกวันนี้. ความผาสุกสบายที่ได้รับนั้น จะเป็น สิ่งประทับใจไปเป็นเวลานาน, รวมทั้งข้อวัตรปฏิบัติ ที่พระเดชพระคุณได้แนะนำสั่งสอน ก็จะ เป็นเนตติแบบอย่าง ให้พระธรรมทูตทั้งหลายได้นำเอาไปประพฤติปฏิบัติในส่วนตัว, และนำเอา ไปเผยแผ่แก่ผู้ที่จะได้รับการเผยแผ่ ในโอกาสต่อไป. พวกเราทั้งหลายรู้สึกสำนึกในพระคุณ ที่พระเดชพระคุณได้อุตส่าห์เสียสละความสุข สบายส่วนตัว ได้มาร่วมฉัน, ร่วมกิน ร่วมนอน, ร่วมอิริยาบถกับพวกเราทั้งหลายในที่นี้, นับว่า ท่านได้บำเพ็ญกรณียกิจที่ทำได้ยาก, โดยเฉพาะพระเดชพระคุณก็มีอายุมากแล้ว ยังต้องมา ลำบากตรากตรำรับภาระ ในส่วนนี้. พระคุณของท่านที่แสดงออกมาแก่พวกเราทั้งหลายนั้น เป็นที่ประทับใจ แก่พวกเราทั้งหลายทุกคน. กระผมเองเมื่อได้ประสบภาพนี้ ก็ทำให้นึกถึง พระบาลีที่เคยอ่านในสามัญญผลสูตรว่า, ในราตรีวันหนึ่ง พระเจ้าอชาตสัตรู ก็ได้ประสงค์จะเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ที่ชีวกัมพวัน, อัน เป็นสวนของหมอ ชีวกโกมารภัจจ์. ราตรีนั้นเป็นวันที่มีพระจันทร์เพ็ญ สว่างไสวไปทั่วอาราม แห่งนั้น, ภาพที่ปรากฏต่อหน้าพระเจ้าอชาตสัตรู ก็คือมีพระภิกษุสงฆ์หมู่หนึ่ง นั่งเรียงรายอยู่ ในพระอารามนั้น, เป็นภาพที่สงบเสงี่ยมน่ารัก จนถึงกับพระเจ้าอชาตสัตรูได้เปล่งวาจาออกมา ว่า ช่างน่ารัก อะไรอย่างนี้. ถ้าพระราชโอรสของพระองค์สงบเสงี่ยมเหมือนอย่างภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้ ก็จะเป็นการดีไม่น้อย. ในราตรีวันนั้นพระพุทธเจ้าประทับอยู่ในท่ามกลางภิกษุทั้งหลาย, แต่พระเจ้าอชาตสัตรูไม่รู้จัก, ตรัสถามหมอชีวกโกมารภัจจ์ว่า พระพุทธเจ้านั้นพระองค์ไหน,

น.160 ๑๕๒ ประทับนั่งอยู่ ณ ที่ตรงไหน, หมอชีวกต้องเข้าไปกราบทูลชี้แจงว่า พระพุทธเจ้าประทับนั่งผิน หน้าไปทางนั้น, อยู่ท่ามกลางภิกษุสงฆ์. พระเจ้าอชาตสัตรูจึงได้รู้จัก. อันนี้เป็นตัวอย่างที่พวก เราจะลืมเสียไม่ได้ว่า พระเดชพระคุณก็ได้ดำเนินตามพระจริยาของพระพุทธเจ้า, ที่พระองค์ ทรงประชุมภิกษุสงฆ์ในราตรีสม่ำเสมอ, ทรงแสดงธรรมให้ภิกษุทั้งหลายได้ฟัง ในโอกาสต่าง ๆ กัน. ภาพที่เราทั้งหลาย มาปรากฏอยู่ต่อหน้าพระเดชพระคุณในที่นี้, ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นต้อง ระลึกถึงวันเช่นนั้น. สรุปความว่า ที่พระเดชพระคุณต้องลำบากตรากตรำ ตากน้ำค้าง ตากยุง เหลือบ ลม แดด ให้การอบรมอย่างดี แก่พวกพระธรรมทูตทั้งหลายนี้ จะเป็นเครื่องประกาศเกียรติคุณ ของพระสงฆ์ไทย ในประเทศไทยว่า เรายังมีพระที่ได้ดำเนินตามบุพพาจาริยาจารย์, คืออาจารย์ ที่มีในปางก่อน, ที่ได้ทำตัวอย่างที่ดีไว้, และในปัจจุบันนี้ เราก็ยังมีพระเถระที่น่าเคารพเลื่อมใส เช่นนั้นอยู่. ในโอกาสนี้ ซึ่งพวกเกล้ากระผมทั้งหลายจะต้องจากที่นี้ไป, เพราะว่าได้สิ้นสุดเวลา แห่งการอบรมแล้ว, ไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องตอบแทนพระเดชพระคุณในวันนี้ จึงจะกล่าววาจา ขอขมาลาโทษ ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาแต่โบราณกาล เช่นเดียวกัน, แต่เกล้ากระผม ทั้งหลาย ก็ไม่มีดอกไม้ ธูปเทียน, แต่ได้อธิษฐานใจเป็นต่างดอกไม้, และเอามือสิบนิ้วของตัวเอง เป็นเหมือนธูปเทียนขึ้นบูชา กล่าวขมาแด่พระเดชพระคุณในที่นี้. ที่จริงธรรมเนียมการขอขมานี้ มีมาทีหลังการปวารณา คือหมายความว่า จะต้อง ปวารณาตัว ให้ว่ากล่าวตักเตือนเสียก่อน, การขอขมาจึงจะตามมา. แต่ในที่นี้หมายความว่า เราทั้งหลายได้เปิดใจที่จะให้พระเดชพระคุณ ได้แนะนำตักเตือนพร่ำสอนอยู่ทุกโอกาสแล้ว, ใน ระหว่างที่พวกเราอยู่ที่นี่อาจจะทำความผิดพลั้ง, ทำความลำบากให้แก่พระเดชพระคุณ, เพราะ ฉะนั้นก็เป็นโอกาสที่จะได้ขอขมาลาโทษ, อาจจะมีความพลั้งพลาดอันใดอันหนึ่ง ที่ทำให้พระเดช- พระคุณต้องเดือดร้อน. ขอให้พวกเราทั้งหลายได้ขอขมาท่าน ณ บัดนี้, ขอให้พวกเราทั้งหลาย จงพร้อมกัน :- อาจาริเย ปมาเทน ทวารตฺตเยน กตฺ, สพฺพํ อปราธํ ขมตุโน ภนฺเต. อหํ ขมามิ ตุมเหหิปิเม ขมิตตพฺพํ ขมาม ภนฺเต . - กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม มีโทษน่าติเตียนอันใด ถ้ามีอยู่ใน ระหว่างเราสองฝ่ายขอจงเป็นอโหสิกรรม ด้วยอำนาจการกระทำสามีจิกรรมในวันนี้ ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป จนตราบเท่า เข้าสู่พระนิพพานเทอญ. สาธุ ภนฺเต.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต