น.181 เรื่อง ความมุ่งหวังของคนยุโรป ในธรรมทูตภิกขุ จากภาคตะวันออกไกล ของ สิริจนฺโทภิกขุ ท่านธรรมทูตภิกขุ ที่เคารพ ขณะนี้ท่านกำลังศึกษาและฝึกฝนอบรมอยู่ในประเทศไทยนี้ ก็เพื่อจะได้เป็นผู้สื่อธรรมะ (ให้คนถึงธรรม ธรรมถึงคน) ในต่างประเทศ, บางองค์ก็คงจะไปประกาศธรรมในยุโรป. ใน ฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นพระยุโรป จึงได้รับคำขอร้องให้บอกเล่าให้ท่านทราบ ว่าคนยุโรปจะมีความ มุ่งหวังในพระตะวันออกที่มายังประเทศของเขานั้นอย่างไรบ้าง. ๑ เพื่อให้เข้าใจถึงความคิดความมุ่งหวังของชาวยุโรปได้ดี ในชั้นแรกนี้ท่านก็ควรจะนึกถึง การ ติดต่อทางวัฒนธรรมระหว่างภาคพื้นยุโรป กับภาคพื้นตะวันออกไกล เสียก่อนเป็น พื้นพอสังเขป.
น.182 ๑๗๖ ๑. ความสนใจของคนยุโรปในวัฒนธรรมตะวันออก เริ่มมีมากขึ้นในระยะสองสาม ร้อยปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและพวกมิชชันนารีสอนศาสนาได้กลับไปเล่าให้เพื่อนร่วม ชาติของตนฟัง ถึงความประทับใจต่าง ๆ ที่ตนได้พบเห็นเป็นครั้งแรก, แต่ความสนใจอย่างแท้ จริง ในพุทธธรรมนั้นเพิ่งจะเริ่มราว ๑๕๐ ปี มานี้เอง เมื่ออาร์เธอ โชเปนเอาว์ เขียนหนังสือ ปรัชญา เรื่อง "Negation of the Will to Live" (ความปฏิเสธแห่งจิตใจที่จะมีชีวิตอยู่) ความ คิดเห็นใหม่ที่ทำลายความฟุ้งฝันนี้ เกิดขึ้นจากการคิดค้นหาความหมายหรือโครงสร้างที่แท้จริง ของการเป็นอยู่มีอยู่ที่ไม่น่าพอใจนี้. นับแต่นั้นมาปรัชญาและอิทธิพลคำสอนแห่งพุทธในด้านการ ปฏิบัติ ก็ได้เจริญขึ้นพร้อม ๆ กับความก้าวหน้าในการศึกษาพุทธศาสนา ในด้านประวัติศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ปรัชญา และปริยัติ. สิ่งสำคัญที่ท่านทั้งหลายควรตระหนักให้ถ่องแท้ก็คือข้อที่ว่า ความสนใจของชาวยุโรปในพุทธศาสนานั้น เกิดจากเขามี ความสนใจขึ้นมาด้วยตนเอง ไม่ใช่ เพราะมีนักสอนศาสนาชาวตะวันออก ไปทำให้เขาสนใจโดยกิจกรรมใด ๆ, และเพราะ เหตุนี้เองชาวยุโรปจึงไม่เคยเกี่ยวข้องอะไรนัก ในประเพณีต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา ที่ประเทศ ตะวันออกไกล ทำกันอยู่เป็นธรรมเนียม หรือพิธีการต่าง ๆ โดยเฉพาะ, แลท่านทั้งหลายก็ควร ทราบไว้ด้วยว่า ความสนใจของชาวยุโรปในศาสนาพุทธเป็น เรื่องเฉพาะบุคคล (ต่างคนต่าง สนใจโดยเสรี). มีพุทธศาสนิกชนกลุ่มเล็ก ๆ อยู่ไม่กี่กลุ่ม ที่พุทธศาสนิกชนในกลุ่มนั้น ๆ ร่วม กันศึกษาและมีสมาคมทางพุทธศาสนาจัดตั้งขึ้นก็เพียง ๒-๓ แห่งเท่านั้น : เช่น ลอนดอน ปารีส เบอร์ลิน แฮมเบอร์ก, และในปัจจุบันมีจัดตั้งขึ้นในเมืองเล็ก ๆ อีก ๒-๓ แห่ง ในประเทศเยอรมันนี. นับแต่ ค.ศ. ๑๙๐๐ ได้มีการพยายามส่ง คณะเผยแผ่ศาสนาจากเอเซีย ไปยังยุโรป บ้างครั้งสองครั้ง, แต่จนกระทั่งปีที่แล้วมานี้ ก็ยังไม่ได้ผลลึกซึ้งกว้างขวางแต่อย่างใด. แม้พระ ที่อยู่ในวัดเป็นเวลานาน อย่างพระลังกาในกรุงเบอร์ลิน ก็ยังไม่ได้รับผลสำเร็จอะไร ในการ สอนธรรมะให้คนในยุโรป, และนักปาฐกถาชาวพุทธยุโรปเอง ก็ไม่ได้ผลอะไรนักเช่นเดียวกัน. ดังนั้นความเห็นของ Edward Conzes ที่ว่า "อย่างไรก็ดี ตราบถึงบัดนี้ พุทธศาสนาในยุโรป ก็ยังไม่สามารถตั้งมั่นได้" (จากหนังสือ Buddhism หน้า ๒๑๒) จึงเป็นความจริงอยู่. นี่คือ สถานการณ์ที่ท่านจะได้พบเมื่อไปยุโรป. ๒. อีกประการหนึ่ง ท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วว่า ความสนใจของชาวยุโรป ในวัฒน- ธรรมตะวันออกไกลนั้น ควบคู่กันอยู่กับความตั้งใจของตนเอง อันที่จะเผยแผ่อิทธิพลความรุ่งเรือง ของประเทศชาติของตน และมุ่งเผยแผ่ศาสนาของตนด้วย, คริสตศาสนิกชนพยายามอยู่เสมอ ที่จะเผยแผ่ความเชื่อในพระไครสต์ให้แก่ประชาชนตะวันออก และโดยเหตุนั้นจึงจำเป็นต้องรู้เรื่อง ศาสนาที่คนตะวันออกนับถืออยู่เดิมแล้ว ในประเทศเหล่านั้น ; คนยุโรปจึงศึกษาพุทธศาสนา เพื่อจะได้ทำงานเผยแผ่ คริสตศาสนาในประเทศในพุทธศาสนา. นอกจากนั้น คนยุโรปที่สนใจ ในความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เป็นอย่างยิ่ง ก็พยายามแล้วพยายามเล่า ที่จะเผยแผ่อิทธิพล
น.183 ๑๗๗ ทางการค้าออกไป ในประเทศภาคพื้นตะวันออกไกล, โดยเฉพาะพยายามเสนอแนะ อารยธรรม และวิทยาศาสตร์ตามแบบตะวันตก ตลอดจนเสนอแนะความคิดเห็นต่าง ๆ ทางสังคม และแนะ กรณียกิจวิชาการแบบตะวันตก. คนยุโรปจึงสนใจพุทธศาสนาด้วย เท่าที่จำเป็นจะต้องมีความรู้ เรื่องศาสนาพุทธไว้ เพื่อช่วยในการขยาย "ชีวิตแบบปัจจุบันทันสมัย" ในประเทศที่นับถือ พุทธศาสนา. ๓. จนกระทั่งทุกวันนี้ ความมุ่งหมายของคนตะวันตกในการที่จะเผยแผ่แบบชีวิตตะวันตก ไปทั่วโลก, กับการที่คนตะวันตก ได้รับผลจากประสบการณ์ฝ่ายวัฒนธรรมตะวันออก อันจะ เป็นผลดีแก่ตนเองนั้น ยังไม่ได้สัดส่วนกัน : คือ ยังมิได้ช่วยให้เกิดความทรงตัวที่ถูกต้อง แก่ ยุโรปได้. คนตะวันตกควรจะสามารถมองเห็นได้ว่า ระบบวิธีการแก้ปัญหาชีวิตมนุษย์ โดยแก้ จากสิ่งภายนอกนั้นหาเพียงพอไม่ และคนตะวันตกควรจะสามารถเข้าใจได้ว่า ในวัฒนธรรม ตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในลัทธิพุทธศาสนา ซึ่งมีความเจริญอย่างยิ่งในอันที่จะแก้ปัญหา จากสิ่งภายในนั้น และจะเป็นการช่วยสถานการณ์ที่ยังไม่เพียงพอนั้นให้สมบูรณ์ได้. อีกนัยหนึ่ง กล่าวได้ว่า คนตะวันออกไกล และพระตะวันออกไกล ยังไม่มีความรู้ลึกซึ้งกว้างขวางพอใน เรื่องวัฒนธรรมตะวันตก, จึงยังไม่สามารถหาทางที่เหมาะที่ควร ในอันที่จะเสนอสนองประสบ- การณ์ของตนให้แก่คนตะวันตกได้ ; และท่านทั้งหลาย รวมทั้งประชาชนชาวเอเซียอื่น ๆ จึง ควรจะมองเห็นว่าท่านจะต้องมีชีวิตอย่างคนยุโรป ดำเนินชีวิตอย่างนั้น ร่วมกับชาวยุโรปสัก หลาย ๆ ปี เพื่อว่าจะได้สามารถหาทางปฏิบัติธรรมะ ที่จะเป็นผลสำเร็จดีแก่ชาวยุโรปได้. ท่าน ทั้งหลายและประชาชนชาวเอเซียอื่น ๆ ควรจะเห็นว่าการมีชีวิตอยู่ในยุโรป และการศึกษา ค้นคว้าในยุโรป นั้นยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นได้ มิใช่แต่เพียงสิทธิในแง่สังคมและความก้าวหน้า ทางเศรษฐกิจ (อย่างที่นักศึกษาตะวันออกส่วนมากคิดกัน) เท่านั้น แต่ยังจะมีผลดีในการปฏิบัติ พุทธศาสน์ของเราด้วย ถ้าท่านพยายามที่จะดูดดื่มซึมทราบความรู้ฝ่ายยุโรป เข้าด้วยกันได้กับ พุทธธรรมอย่างเหมาะสมและถูกทาง. ท่านทั้งหลายก็เห็นอยู่แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นคนยุโรปก็ดี หรือคนเอเซียก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังขาดการทรงตัวที่ดีในขบวนการแห่งการติดต่อ เพื่อประสาน ประสบการณ์ทางวัฒนธรรมของทั้งสองฝ่ายนั้น แลท่านเองนั่นแหละ อาจจะพยายามสร้างความ พอดีนี้ให้เกิดขึ้นได้ เพื่อยังประโยชน์ให้แก่มวลมนุษย์ทั้งปวง. ๒ อีกแง่หนึ่งที่เราควรพิจารณาดู ในเรื่องความมุ่งหวังของชาวยุโรป ในงานธรรมทูตของ ท่านทั้งหลาย ก็คือ ความสนใจพุทธศาสนาในแง่ต่าง ๆ กัน ของคนกลุ่มต่าง ๆ ๑. คนยุโรปกลุ่มหนึ่ง ได้แก่คนที่เป็น พุทธศาสนิกชน ปฏิบัติพุทธธรรมอยู่แล้ว, คน
น.184 ๑๗๘ เหล่านี้มุ่งหวังอะไรในพระไทยที่มายังประเทศของเขา? ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งก็คือว่า ท่านทั้งหลาย จะไม่ได้พบความประพฤติอันเป็นแบบแผนอะไรนัก ในความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนิกชน ชาวยุโรปกับตะวันออก ไม่มีการเคารพนบนอบอะไรมากไปกว่าท่าทางอันสุภาพตามธรรมดา บ้างเพียงเล็กน้อย และก็อาจมีอยู่บ่อย ๆ ที่ท่านอาจจะไม่ได้พบ แม้แต่ความสุภาพเช่นนั้น. คน ยุโรปนั้นตามปกติ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ทนเคารพพิธีการและกฎต่าง ๆ ของคนอื่น ๆ ได้ตาม สมควร และเขาก็จะรู้สึกเช่นนั้นในตัวท่าน ในฐานะที่เป็นสมาชิกแห่งสงฆ์, แต่ในการติดต่อ เกี่ยวข้องกันตามแบบชีวิตคนยุโรปนั้น เขาก็คงจะอยากให้ท่านประพฤติต่อเขาอย่างอลุ่มอล่วย สักหน่อย. ท่านทั้งหลายไปยุโรป อยู่ในยุโรป มิใช่เพียงฐานะสมาชิกสงฆ์ และมิใช่เพียงใน ฐานะของแขกผู้มีเกียรติ ควรแก่การเคารพแต่ในฐานะอีกอย่างหนึ่งด้วย คือ เป็นสงฆ์ที่สามารถ คล่องแคล่วยิ่งในด้านจิตใจอยู่ในบรรดาชาวพุทธอื่น ๆ ที่สามารถคล่องแคล่ว เช่นเดียวกัน และ ดังนั้นเขาจึงถือว่าท่านนี้แหละเป็นเสมือน เพื่อนธรรมิกสหายร่วมปฏิบัติพุทธธรรมด้วยกัน. ชาวยุโรปอาจหวังให้ท่านปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่นั่น เพื่อจะได้ช่วยแสดงวิถีทางปฏิบัติ แห่งชีวิตชาวพุทธ ในสภาพต่าง ๆ ของยุโรป ให้เขาประจักษ์. ถ้าเขาเห็นว่า ท่านยึดติดใน ประเพณีตะวันออกไกล เคร่งครัดเกินไปในการติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างพระกับฆราวาส, ท่าน ก็จะเลยหมดโอกาสที่จะทำให้เขาเห็นด้วยได้ ในคำสอนเรื่องอนัตตา และเรื่องการยกสถานะ (ทางวิญญาณ) ให้พ้นจากความยึดมั่นถือมั่น, เขาจะเห็นไปว่าท่านนั้นมีแต่กฎข้อบังคับและพิธี ต่าง ๆ เท่านั้นเอง. มีพุทธศาสนิกชนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ (น้อยคนมากทีเดียว) ที่ชอบและเคยได้รับการอบรมใน พิธีตะวันออก ต่าง ๆ, เช่นพิธีบูชา การกราบไหว้พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ การ ให้ทาน การทำบุญ และพิธีการกุศลต่าง ๆ เหล่านี้หรือการท่องบ่นสวดมนต์ตามแบบประเพณี ตะวันออก เขาย่อมอยากจะเห็นและอยากจะได้ยินท่านทำพิธีต่าง ๆ เหล่านี้ และอาจจะอยากให้ ท่านสอนเขาในเรื่องนี้. ข้อใหญ่ใจความที่ชาวพุทธในยุโรปสนใจมากก็คือ เขาพยายามหาทางที่ถูกต้องใน การ ปฏิบัติอันสำคัญ ซึ่งจะนำเขาไปสู่ที่สุดแห่งทุกข์. บางคนก็เคยมีความรู้สึกซึ้งมาแล้วในเรื่อง ต่าง ๆ ในเรื่องการฝึกอบรมทางพุทธศาสนาลัทธิต่าง ๆ อย่างตะวันออก และบางคนก็มีประสบ- การณ์มาแล้ว ในการปฏิบัติต่าง ๆ ด้วย คนเหล่านี้จะมีความสนใจในประสบการณ์ของท่าน ได้ โดยเปรียบเทียบกับผลการปฏิบัติของเขา. ในการอภิปรายเรื่องดังกล่าว ท่านก็จะได้ฟังความ เห็นที่ยังไม่ปลงใจเชื่อท่านบ้าง และความเห็นที่วิพากษ์วิจารณ์แย้งความเห็นของท่าน ก็คงจะมี อยู่ในเรื่องว่าการที่ท่านจะใช้วิธีการปฏิบัติแบบตะวันออก กับคนตะวันตกนั้นจะได้ผลละหรือ ถ้า ไม่ดัดแปลงปรับให้เข้ากับคนตะวันตกเสียก่อน. ชาวยุโรปหลายคนคิดว่าคนเอเซียมีโครงสร้าง ทางอารมณ์ต่างจากคนยุโรป หรือมีการกระทำ (กรรม) ที่ทำให้มีลักษณะชีวิตต่างออกไป
น.185 ๑๗๙ ฉะนั้นจึงมีวิธีการกำจัดกิเลสต่างจากคนยุโรป. ชาวยุโรปบางคนก็ประหลาดใจว่า ในการตอบ คำถามที่ยุ่งยากซับซ้อนนั้น ข้อโต้ตอบของคนเอเซีย ทำไมจึงไม่ลึกซึ้งซับซ้อนเอาเสียเลย, คิด ดังนั้นแล้วก็เลยชักจะผิดหวัง และหมดความสนใจไปเลยก็ได้ และพาลหมดความสนใจในประสบ- การณ์การปฏิบัติธรรมของชาวเอเซียไปเสียสิ้น คิดไปเสียว่าคนเอเซียนั้นตื้นเกินไป หรือไม่ ประสีประสาเกินกว่าที่จะเข้าใจ สภาพอันยุ่งยากซับซ้อนของเขาได้. อย่างน้อยที่สุดคนในยุโรป ก็หวังจะให้ท่านสนใจ ในสภาพชีวิตอันยุ่งยากของเขาในทางวิญญาณและจิตใจ เพื่อจะได้สามารถ ให้คำแนะนำแก่เขาได้เพียงพอ ในการที่จะให้คนเหล่านั้นสามารถทำจิตใจให้บริสุทธิ์หมดจด. ท่านก็ควรพยายามเข้าใจความทุกข์ความเดือดร้อนต่าง ๆ ของเขาเหล่านั้นเป็นราย ๆ ไป. พุทธศาสนิกชนชาวยุโรปบางคน ชอบพระตะวันออก เพราะเป็นพระตะวันออกก็เลย ชอบ. อาจจะเป็นด้วยเห็นว่า ตนมีประสบการณ์น้อยกว่าและไม่ลึกซึ้งเท่า และเพราะเห็นว่า ประเพณีชาวพุทธแบบเก่า ที่ท่านปฏิบัติอยู่ย่อมช่วยให้ท่านมีประสบการณ์ก้าวหน้า เขาคิดว่า ท่านได้รับการฝึกอบรมมาใกล้เคียงกับที่พระพุทธองค์ได้ฝึกมาทีเดียว. ในข้อนี้ท่านก็ควรจะ พยายามเป็นในสิ่งที่เขาคิดว่าเป็น เพื่อท่านจะได้ช่วยผู้ที่มีความไว้วางใจในตัวท่าน ให้บรรลุธรรม ได้เป็นอย่างดี. ๒. คนในยุโรปอีกหลายกลุ่ม สนใจแต่เพียงความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนา โดยมิได้มี ความสนใจที่จะปฏิบัติพุทธธรรม. คนเหล่านี้ต้องการให้ท่านให้ความรู้แก่เขาในเรื่องชีวิตชาวพุทธ ในตะวันออกไกล เขาอยากรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของศาสนาพุทธ และความรู้เบื้องต้น ทั่ว ๆ ไป เพื่อนำไปสู่ความรู้อันลึกซึ้ง เกี่ยวกับการอ่านคัมภีร์พระพุทธศาสนา หรือบ้างก็อยาก ให้ท่านสอนความรู้อันลึกซึ้ง เกี่ยวกับปริยัตินั้นให้แก่เขาด้วย. นักปราชญ์นักศึกษา ในมหาวิทยาลัยและสถาบันต่าง ๆ อาจต้องการมีความรู้ ในการ แปล และ ตีความหมาย ของหนังสือบาลี, ผลของการที่ท่านทั้งหลาย ได้ศึกษาเล่าเรียนพระบาลี มาแล้วเป็นอย่างดี ตามประเพณีไทยนี้แหละจะทำให้เขาสนใจ. ในฐานะนักศึกษา เขาจะไม่ สนใจนัก เรื่องการตีความเนื้อบาลีออกมาว่า ตรงตามรากฐานหลักธรรมที่วางไว้หรือไม่, แต่ จะสนใจเรื่องเกี่ยวกับนิรุกติศาสตร์และความเข้าใจในประวัติศาสตร์มากกว่า ทั้งยังสนใจในการ เปรียบเทียบลัทธิต่าง ๆ ในพุทธศาสนาว่าจะเป็นเหตุให้รากศัพท์คำนั้น ๆ พัฒนาไปต่าง ๆ กัน ได้อย่างไรบ้าง ความรู้ของท่านในคำสอนของพระพุทธเจ้า จะได้รับความนับถือเพียงในแง่ ประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งรับทอดสืบมาตามประเพณี. นักปราชญ์นักศึกษาบางคน อยากจะทราบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในเรื่องประเพณีของท่าน ในแง่ ศาสนา และ ปรัชญา อยากทราบเรื่องปัญหาต่าง ๆ ทาง สังคม ทาง การศึกษา และ อยากทราบความคิดเห็นต่าง ๆ ในแง่ จิตวิทยา , ท่านก็ควรพยายามตอบคำถามเหล่านั้น อย่าง ตรงไปตรงมาโดยมิจำเป็น ต้องทำให้สละสลวยงดงามแต่อย่างใด. คนตะวันออกสนใจต่างประเทศ
น.186 ๑๘๐ น้อยกว่าคนตะวันตก, คนยุโรปส่วนมาก มักจะรู้เรื่องเกี่ยวกับต่างประเทศ และทราบความ เป็นจริงในชีวิตในประเทศนั้น ๆ ดี. ฉะนั้น ถ้าท่านพยายามปิดบังความยุ่งยากหรือปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับศาสนาพุทธทุกวันนี้ แม้จะเป็นปัญหาในประเทศพุทธศาสนาที่สืบกันมา เช่นประเทศ ไทยก็ตาม ถ้าท่านพยายามปิดบังปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นไว้ การก็จะกลับเป็นผลเสียหายแก่การ เผยแผ่ธรรมของท่าน. นักศึกษาในมหาวิทยาลัยครู และนักเรียนในโรงเรียนมัธยม และนักศึกษาผู้ใหญ่ใน โรงเรียนภาคค่ำ สนใจในพุทธศาสนาอยู่บ่อย ๆ โดยมิได้ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตเป็นพุทธศาสนิกชน. มีนักปาฐกถาชาวเยอรมันผู้รู้ศาสนาพุทธ ปาฐกถาในที่ต่าง ๆ เช่น ที่โรงเรียนภาคค่ำ และท่าน อาจจัด ชมรมนักศึกษาและอภิปราย ขึ้นหลาย ๆ กลุ่ม ร่วมกับคนเหล่านี้ ความสามารถที่จะ ขจัดความทุกข์ทั้งปวง ได้หมดจดสิ้นเชิงก็มีอยู่ โดยความหลุดพ้นเป็นอิสรภาพจากความมืดบอด หลงยึดถือ (ตน) นั่นเอง. แม้คนในยุโรปที่ยังเยาว์วัย และมีการศึกษาน้อยกว่านั้น ก็ยังชอบอภิปรายหลังจากฟัง ปาฐกถาแล้ว. ในปัญหา "weltanschaung" เกี่ยวกับการแปลความหมายของโลก เรื่องศาสนา ต่าง ๆ ในเรื่องปรัชญาต่าง ๆ และเรื่องข้อคิดเห็นต่าง ๆ ทางจิตวิทยา หรือเรื่องง่าย ๆ ที่พึ่ง ปฏิบัติได้. คำถามและข้อโต้แย้งของคนเหล่านี้ ในบางครั้งก็อาจจะไม่เป็นที่เข้าใจได้ง่ายนัก สำหรับคนตะวันออกที่ไม่คุ้นกับชีวิตและความคิดเห็นแบบตะวันตก. ข้าพเจ้าขอแนะว่าท่านควร จะถามกลุ่มนั้น ๆ เรื่องรายละเอียดต่าง ๆ ให้มากที่สุดที่จะทำได้ เพื่อจะได้ทราบประสบการณ์ และความเข้าใจอย่างแบบยุโรป. ท่านควรจะร่วมอภิปรายและสนิทสนมกับเขาให้มากที่สุด เท่าที่ พระและคนตะวันออกจะสามารถทำได้ เพื่อว่าจะได้สามารถช่วยเขาได้จริง ๆ เพื่อว่าจะได้ทำให้ เขาเห็นจริงได้ว่าพุทธธรรมมีค่ายิ่ง ไม่เพียงแต่เพื่อการศึกษาค้นคว้าหรืออภิปรายเท่านั้น แต่ มีค่าจริงแม้ในชีวิตแบบใหม่สมัยปัจจุบันนี้ ซึ่งจะปฏิบัติพุทธธรรมได้เหมือนในกาลก่อน และแม้ กระทั่งในเท่าทุกวันนี้ ในประเทศตะวันออกมากหลาย ก็ยังปฏิบัติพุทธธรรมกันอยู่เป็นคุณค่า ยิ่ง. ท่านควรแสดงให้เขาทราบว่าในโครงสร้างอันลึกซึ้งแห่งชีวิตมนุษย์นั้น ย่อมเหมือนกันเสมอ ไปทุกกาลเวลาและทุกแห่งทุกหน ความสัมพันธ์ระหว่างความทนทุกข์ทรมาน และความมืดบอด แห่งตัวตนเป็นศูนย์กลาง ความจับฉวยหลงยึดเอาตนเข้าไว้เป็นรากเง่าแห่งชีวิต (ปรุงแต่ง) และ จบสิ้นลงอย่างเดียวกัน. ฉะนั้น ความสนใจในเรื่อง โยคะ การรักษาสุขภาพจิต โดยให้ความ เข้าใจเห็นอกเห็นใจผู้ป่วย (psycho therapy), ความลึกซึ้งแห่งวิชาจิตศาสตร์อภิญญา (parapsychology) และการที่มนุษย์มีอำนาจเหนือสิ่งลึกลับทางไสยศาสตร์ หรือโหรา- ศาสตร์ (occultism), เหล่านี้มักจะผสมกันอยู่กับ ความสนใจในเรื่องสมาธิภาวนา ตามหลัก พระพุทธศาสนาที่ปฏิบัติกันอยู่ กับความสนใจในเรื่องสมาธิภาวนา ตามหลักพระพุทธศาสนา ที่ปฏิบัติกันอยู่ในประเทศตะวันออกไกล. ดังนั้น ท่านก็อาจจะชี้ให้ คนยุโรปที่สนใจในเรื่องเหล่า
น.187 ๑๘๑ นี้อยู่แล้ว ให้ทราบถึงการใช้ประโยชน์จากการปฏิบัติสมาธิภาวนาให้ได้ประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้นไป กว่าสิ่งที่เขาคุ้นเคยอยู่หรือปรารถนาหา. ทั้งนี้ควรใช้วิจารณญาณโดยรอบคอบ ว่าพึงบอกแก่ ใครเมื่อใด เพียงใด ดูให้เหมาะสม (เช่นให้เหมาะแก่พื้นวิสัยแห่งจิต เหมาะแก่ขั้นแห่งสภาพจิต และเหมาะแก่การฝึกปฏิบัติของผู้นั้น ๆ เป็นขั้น ๆ ไป) ๓. นอกจากคนสองกลุ่มนั้น ซึ่งมีความรู้ในพุทธศาสนาอยู่บ้างแล้ว ก็ยังมีคนซึ่ง ยัง ไม่เคยได้ยินได้ฟังอะไรเกี่ยวกับพุทธธรรมมาก่อนเลย แต่แท้ที่จริงกำลังปฏิบัติพุทธธรรม อยู่เองแล้ว เท่าที่คนเหล่านั้นสามารถกระทำได้โดยปราศจากคำแนะนำ. คนบางคนก็อาจจะ เป็นผู้ปฏิบัติพุทธธรรมดียิ่งกว่าคนอีกหลายคน ที่เรียกตัวเองว่าพุทธศาสนิกชน แต่ไม่ปฏิบัติ ตามหลักเนื้อแท้แห่งธรรมะ. ท่านอาจจะมองดูคนเหล่านั้นว่า มีใครบ้างที่กำลังปฏิบัติธรรมะอยู่ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความรู้เรื่องพุทธธรรมจากใครเลย, และท่านก็อาจจะใช้ความรู้ที่ท่านมีอยู่ ช่วยคน เหล่านั้นให้เกิดมีความรู้ในพุทธธรรมขึ้น ให้มากที่สุดที่พึงประสงค์ ตามความจำเป็นหรือความ ต้องการของคนเหล่านั้น. ๔. ท่านจะเห็นว่าคนยุโรปส่วนมาก ไม่ค่อยจะสนใจในพุทธศาสนากันเสียเลย เขาเหล่า นั้นไม่ต้องการอะไรจากท่าน, หรือในทางตรงกันข้าม เขาแสดงความรังเกียจเดียดฉันท์ ในการ กระทำของท่านในยุโรป, เขาไม่ต้องการถูกรบกวนอย่างใดในเรื่องประเพณีของเขา โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง คือ ในเรื่องความเชื่อในคริสตศาสนา หรือในการต่อสู้ของเขาตามแบบวัตถุนิยม ตาม ปกติท่านก็ไม่มีทางจะประกาศธรรมะ ให้เข้าหูเขาเหล่านั้นได้อยู่แล้ว. สถาบันการศึกษาทั้ง เอกชนและรัฐบาล การออกอากาศทางวิทยุหรือโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์รายวันหรือนิตยสาร ก็ ไม่อาจใช้เป็นวิธีเผยแพร่ความคิดเห็นของคนกลุ่มน้อยได้ และพุทธศาสนิกชนในประเทศยุโรป ก็มีอยู่น้อยเสียเหลือเกิน. ถ้าท่านได้รับความสำเร็จในการกระทำของท่านในยุโรป เขาก็อาจ จะลงข่าวให้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ เพียงเท่านั้นเอง เป็นสิ่งที่ท่านจะหวังได้และได้เพียงเท่านั้น. ใน ทางตรงกันข้าม ท่านไม่อาจแน่ใจได้ดอกว่า ไม่มีคนบางกลุ่มในยุโรป กำลังทำงานคัดค้านต่อ ต้านการกระทำของท่านอย่างเปิดเผย หรือทำเงียบ ๆ เป็นส่วนตัว ตามความเห็นของเขาเหล่า นั้น เขาก็อาจจะเห็นไปว่าท่านเป็นนักสั่งสอนความเชื่อแบบนัตถิกทิฏฐิที่น่ากลัวอันตรายยิ่ง และ เขาจะทำให้คนกลัวอิทธิพลฝ่าย "ปฏิเสธ" ของท่านไปเสีย. ดังนั้นจึงเป็นข้อสำคัญเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะต้องทราบรากเหง้าของความคิดเห็นผิด ๆ (มิจฉาทิฏฐิต่าง ๆ เช่น นัตถิกทิฏฐิ ฯลฯ) เหล่านี้ ให้ดีจนสามารถเปรียบเทียบกันได้กับพุทธ- ศาสนา ว่าแตกต่างกันอย่างไร และที่สำคัญที่สุดก็คือทราบความหมายของนิพพาน เพื่อว่า จะได้สามารถชี้แจงได้ถูกทาง เมื่อมีโอกาสอภิปรายกัน.
น.188 ๑๘๒ ๓ แง่ที่สามที่ควรคำนึงก็คือ ความคิดเห็นแบบยุโรป ในการสัมพันธ์ระหว่าง ความสนใจ ของเขาเหล่านั้น ในพุทธธรรม และในอิทธิพลของพุทธศาสนิกชน จากประเทศตะวันออกไกล ๑. ที่สำคัญก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า พุทธศาสนิกชนชาวยุโรปไม่ได้เติบโตขึ้นมาในประเพณี ชาวพุทธอย่างใดเลย และประเพณีต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เจริญขึ้นหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ไปแล้ว เกิดขึ้นจากสงฆ์กลุ่มต่าง ๆ กัน ในสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ กัน ในประเทศที่พุทธศาสนาได้ แผ่ไปถึง. ในยุโรปคนมีโอกาสที่จะเลือกปฏิบัติให้ถูกทาง ได้อย่างเสรีเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวล กันถึงประเพณีต่าง ๆ เหล่านี้. คนยุโรปจึงอาจพยายามที่จะหาดูว่า จากความเจริญตามแบบ ประเพณีต่าง ๆ นั้น มีความเป็นมาอย่างไร สืบสาวกลับไปหาคำสอนธรรมะตามที่พระพุทธองค์ ทรงสอนไว้ และสืบสาวกลับไปถึงแบบดั้งเดิมในสมัยพุทธกาลนั้นด้วย. เขาอาจจะต้องการความ ช่วยเหลือ เกี่ยวกับการสอนและวิธีสอนอบรมโดยเฉพาะบางอย่าง ซึ่งเจริญมาในสิ่งแวดล้อม ที่พอจะทัดเทียมกับชีวิตแบบยุโรปในปัจจุบัน ว่าอย่างนั้นแหละจึงจะเป็นประโยชน์แก่พวกเขา ได้มาก. ฉะนั้นขอได้โปรดอย่าประหลาดใจเลย ถ้าคนตะวันตกขอร้องท่านให้ช่วยแนะนำ ให้ เขามีความเข้าใจและปฏิบัติธรรมะแบบเซ็น หรืออยากจะพูดคุยกับท่านด้วยคำถามต่าง ๆ เกี่ยว กับข้อคิดและประสบการณ์ต่าง ๆ ตามแบบมหายานในสมัยแรก ๆ เพื่อเปรียบเทียบ กับความ คิดเห็นของท่านแบบเถรวาท. ตามความคิดเห็นของคนที่อยู่ห่างไกลถึงยุโรปนั้น ความแตกต่าง ระหว่างลัทธิต่าง ๆ ในพุทธศาสนานั้น ไม่สำคัญอย่างใดนัก แม้ว่าท่านเองอาจจะเห็นสำคัญใน เรื่องข้อแตกต่างนั้นก็ตามที. คนยุโรปนั้นชอบค้นคิด เรื่องความมีอยู่แห่งมนุษย์ชาติที่แท้จริง สิ่งหนึ่ง ภายใต้สิ่งปิดบังต่าง ๆ ในประวัติความเป็นมาที่ผ่านมาแล้ว และโดยวิธีนี้ เขาก็อาจจะ ค้นหาธรรมชาติแห่งพุทธะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งทุกสิ่ง. ถ้าท่านพยายามจะโต้แย้งเพียงแต่ตามแบบ ถือลัทธิตายตัว เพื่อลัทธิเถรวาท หรือยืนกรานตามความคิดเห็นเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งของ กลุ่มเถรวาทบางกลุ่ม เช่น กลุ่มอภิธรรมแล้วละก็ ท่านก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าใด นัก. ในการเผยแผ่ธรรมะในยุโรป ท่านจะได้รับความสำเร็จดีกว่านั้นมาก. ถ้าท่านมีความ คิดเห็นกว้างขวางและเสรี และมีความรู้อันลึกซึ้งรอบรู้หลายๆ วิธี หลาย ๆ ลัทธิ แทนที่จะรู้แต่ เพียงลัทธิใด แต่อย่างเดียว, เพราะลัทธิต่าง ๆ นั้น ก็ล้วนแต่เป็นการสอนแห่งพุทธะอย่างเดียว กัน ให้ประจักษ์แจ้งในสิ่งเดียวกันนั้นเอง. อย่างน้อยที่สุด คนยุโรปก็ต้องการให้ท่านแสดง เนื้อ แท้สิ่งหนึ่งนี้ ตามความเข้าใจของท่านเองเป็นพิเศษ และตามการปฏิบัติของท่านเอง, การตี ความหมายต่าง ๆ โดยเฉพาะและการฝึกอบรมต่าง ๆ ของท่าน จะเป็นที่สนใจของเขา ก็ต่อเมื่อ เขาเห็นว่ามันเป็นประโยชน์แก่พวกเขา ในสภาพชีวิตของเขานั้นเอง. ๒. การที่จะสอดใส่ประสบการณ์อย่างพุทธะ และความคิดเห็นต่าง ๆ อย่างชาว
น.189 ๑๘๓ พุทธ ลงไปในชีวิตและสิ่งแวดล้อมของคนยุโรป นั้น จะทำไม่ได้เลยถ้าไม่มี การดูดดื่มซึม ทราบพุทธธรรมโดยเฉพาะ . พุทธศาสนาสำหรับคนยุโรป ในแบบที่ถูกต้องเหมาะสมควรจะ ได้ตั้งขึ้น, อย่างในสมัยพุทธกาล พุทธธรรม ก็ยังสามารถเผยแผ่ไปยังประเทศต่าง ๆ ได้ โดย การดูดดื่มซึบทราบในพุทธธรรมนี้เอง. ประชาชนในยุโรป ไม่เพียงแต่สามารถเลือกหยิบสิ่งที่ เขาต้องการ (คือพุทธธรรม) ได้จากพุทธศาสนาของประเทศต่าง ๆ แต่ยังสามารถดัดแปลง ลัทธิประเพณีต่าง ๆ นั้น ให้ลงรูปกันได้เป็นอย่างดีกับจังหวะชีวิตของเขาเอง และเข้ากับสิ่ง แปลก ๆ หลายหลากในชีวิตของเขา, ถ้าท่านพยายามหยุดยั้งการนั้นเสีย เพราะมุ่งแต่จะเผยแผ่ ลัทธิเถรวาทอย่างบริสุทธิ์แล้ว ความพยายามของท่านก็จะเหมือนดังหมุนลูกล้อแห่งชีวิตให้ถอย หลังกลับและดังนั้นก็ย่อมจะไร้ผล แลการดึงลูกล้อแห่งชีวิตให้ถอยหลังกลับนั้น ก็เป็นสิ่งที่พุทธ- ธรรมได้สอนเราทั้งหลายอยู่แล้ว ว่ามันเป็นไปไม่ได้. ท่านจะต้องสังเกตดูอย่างสุขุมรอบคอบ ถึงปฏิจจสมุปบาท แห่งการอาศัยกันแล้วเกิดขึ้น ในชีวิตคนยุโรปเหล่านี้ให้จงดี. การปฏิบัติธรรมะของเขาเพื่อให้บรรลุสภาวะอิสระเหนือวัฏฏ- สงสาร ระหว่างความเกิด ความตาย ในทุกขณะแห่งความมีความเป็นด้วยความอยากนั้น จำเป็น จะต้องเพียงพอกับเหตุปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดใหม่ทุกครั้ง และความตายทุกทีไปตาม กรรมต่าง ๆ แบบยุโรปนั้นแล. การที่จะช่วยคนเหล่านั้น ให้บรรลุธรรมอันอิสระเหนือวัฏฏะได้อย่างแท้จริงนั้น ท่านก็ จะต้องอลุ่มอล่วยผ่อนหนักผ่อนเบา ในการให้คำแนะนำ ให้เหมาะสม แก่กิเลสและความทุกข์ ของคนยุโรป. ขบวนการแบบยุโรป (process) ในอันที่คนยุโรปจะค่อยๆ ดูดดื่มซึมทราบพุทธ- ธรรมได้นั้น จะบังคับให้ท่านปรับตัวท่านเอง ให้อลุ่มอล่วยเหมาะแก่การณ์ ในการสัมพันธ์กับ คนยุโรป ให้ได้เป็นผลสำเร็จดี. ๓. ยิ่งกว่านั้น คนตะวันตก ยังไม่เพียงแต่จะดูดดื่มซึมทราบพุทธธรรมในวิถีทางที่ถูกต้อง เท่านั้น แต่ควรจะต้อง ประสมประสานพุทธธรรมเข้ากับส่วนต่าง ๆ ในวัฒนธรรมของตน ด้วย ได้อย่างเหมาะเจาะเป็นอันดี. ในเรื่องนี้ท่านทั้งหลายอาจจะช่วยเขาไม่ได้มากนัก เพราะ ถึงแม้จะใช้เวลาหลายปีอยู่ ท่านก็อาจจะยังไม่คุ้นกับวัฒนธรรมยุโรปดีพอ ว่าทั้งหมดมีอะไรบ้าง ที่สมควรจะประสมประสานกลมกลืนกันกับพุทธธรรม. ประสบการณ์บางอย่างบางส่วนใน ศาสนาโดยเฉพาะแบบ mysticism ๑ ในคริสตศาสนา และความคิดเห็นฝ่ายปรัชญาบางประการ เช่น ปรัชญาของ Arthur Schopenhauer และระบบปรัชญาบางอย่างของยุโรปทั้งแบบเก่า และแบบใหม่ ก็อาจใช้เป็นสะพานเชื่อมโยงในขั้นแรก เพื่อช่วยให้คนยุโรปเข้าใจประสบการณ์ ๑. Mysticism หมายถึงการบรรลุสัจจธรรมหรือการเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า ของคริสตศาสนิกชน โดยอาศัยญาณ หรือ สัญชาตญาณ หรือการมองด้านในโดยตรง แทนที่อาศัยอายตนะ แค่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เท่านั้น และถือว่าทุกสิ่งเป็นสิ่ง เดียวกัน. -ผู้แปล
น.190 ๑๘๔ พุทธะ และความคิดเห็นอย่างพุทธะได้. ในศิลปะยุโรป และวรรณคดียุโรป ก็น่าจะมีข้อเทียบ เคียงได้กับพุทธธรรม อย่างน้อยก็อาจจะมีธรรมะ โดยการมองด้านใน อยู่ในบางสิ่งบางชนิด ซึ่งอาจจะหาพบได้ในงานของศิลปินตะวันตก และนักเขียนตะวันตก ในอดีตหรือในปัจจุบันนี้. ถ้าเมื่อใดตะวันตกให้โอกาสท่าน โดยชี้ให้ท่านดูตัวอย่าง (วรรณกรรมหรือศิลปกรรม) อย่างใด แล้ว ท่านก็ควรจะศึกษางานนั้น ดูด้วยความสนใจอย่างแท้จริง และให้ลึกซึ้งพอที่จะใช้สิ่งเหล่า นั้นเป็นประโยชน์ ในการสอนของท่านสืบไป. คนยุโรปจะรู้สึกเป็นกันเองดีขึ้นมาก ในอันที่จะ เข้าใจพุทธศาสนาได้ดี ถ้าเขามองเห็นว่ามีความสัมพันธ์กันอยู่ ระหว่างพุทธธรรมกับความคิด สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมของเขา หรือเห็นข้อเทียบเคียงที่คล้ายคลึงกันได้บางประการ ในวัฒน- ธรรมของเขากับพุทธธรรม. ๔ ความมุ่งหมายของคนยุโรป เกี่ยวกับงานของท่านทั้งหลาย ในประเทศยุโรป ที่เราควร คิดดูเป็นข้อที่สี่ก็คือ วิถีทางต่าง ๆ ที่จะเข้าถึงธรรมะ ในเรื่องนี้เท่าที่กล่าวไปแล้ว ก็คือหลัก หรือพื้นฐานในเรื่องการดูดดื่มซึมทราบพุทธธรรม และการประสมประสานระหว่างประเพณี พุทธะฝ่ายตะวันออก กับประเพณีวัฒนธรรมฝ่ายตะวันตก. ๑. ปาฐกถาและอภิปราย เป็นวิธีที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในยุโรป ในการสอนการเรียน และ การตระเตรียมลู่ทางไว้สำหรับประสบการณ์ในชีวิต. ท่านอาจจะใช้แบบวิธีให้การศึกษาประ- ชาชนแบบนี้ได้ทุกวงการ : แม้แก่คนที่ยังมิได้ปฏิบัติพุทธธรรมแต่สนในพุทธศาสนา, และแม้ คนที่เป็นพุทธศาสนิกชนแล้วในยุโรปก็ยังพอใจวิธีรับความรู้แบบเรียนอย่างผู้ใหญ่มุ่งให้ได้ผล ตามความมุ่งหมายนี้. คนเหล่านั้นคุ้นเคยกับการศึกษาแบบวิทยาศาสตร์ และประกอบด้วย เหตุผล ซึ่งส่งเสริมความคิดอ่านด้วยตนเอง และพุทธธรรมก็เป็นสิ่งเพียงพออยู่แล้ว ที่จะนำมา อธิบายและแนะนำให้คนรู้จักได้โดยวิธีนี้. คนยุโรปส่วนมากมีความเข้าใจได้ดี ในสิ่งที่สอนตาม ระบบที่วางแผนไว้ดี ถึงแม้จะลุ่มลับซับซ้อน แต่มีเนื้อหาวิชาแยกแยะไว้ชัดเจน เขาก็เข้าใจได้. ปาฐกถาแบบประวัติศาสตร์ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เขาสนใจเป็นอย่างยิ่งเหมือนกัน เขาชอบดูและ เข้าใจเหตุผลเกี่ยวกับประวัติความเจริญพัฒนาทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ในโลกนี้, ฉะนั้นจึงชอบที่ จะรู้เรื่อง ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ ในเรื่องคำสอนของพระพุทธเจ้า และประเพณีต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา ที่เกิดขึ้นและพัฒนามา ว่าเกี่ยวพันกันอยู่อย่างไรบ้างกับการสอนของพระ- พุทธองค์. ในกลุ่มพุทธศาสนิกชนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น และในกรณีพิเศษ เช่นในเทศกาลทางพุทธ- ศาสนาเท่านั้น ที่คนยุโรปกลุ่มนั้นจะชอบฟังธรรมเทศนาแท้ ๆ ตามแบบ เทศน์ เกี่ยวกับเรื่อง สุตตะ หรือในวิธีที่เสรีในการพินิจพิจารณาถึงเรื่องสำคัญ ๆ แห่งพุทธธรรม หรือเป็นเรื่อง
น.191 ๑๘๕ พุทธธรรมสัมพันธ์กับปัญหาชีวิตประจำวันเป็นต้น. ๒. วิธีสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในการปฏิบัติธรรมสำหรับคนยุโรป ก็คือการเพ่งสมาธิภาวนา ควรเป็นวิธีปฏิบัติอย่างหนึ่ง และแม้กระนั้น ก็ไม่สามารถบรรลุขั้นสูง แห่งการฝึกอบรมพุทธ- ศาสนาได้ หลังจากที่ได้เพ่งตามขั้นแห่งมรรคแปด. ส่วนใหญ่ก็เพ่งในสิ่งที่เราเรียกว่าศีล และ ขั้นต้น ๆ แห่งปัญญาเท่านั้นเอง. พุทธศาสนิกชนเหล่านี้ไม่ประสงค์จะได้รับการสั่งสอนในวิธี สมาธิ, แต่ท่านอาจจะพยายามให้เขาเห็นด้วยได้ว่า การนั่งสมาธิเป็นการเพ่งพิจารณา และ เป็นความเจริญก้าวหน้าในการสมาทานศีล ควบคู่กับปัญญา อันเป็นทางที่ถูกต้องแห่งการอบรม อย่างเต็มสมบูรณ์ครบตามมรรคมีองค์แปด ซึ่งเป็นทางอันเอก นำไปสู่โอกาสอันประเสริฐยิ่ง ขึ้นไป เพื่อกำจัดกิเลสตัณหาทั้งปวงให้หมดสิ้น และถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้สิ้นเชิง. คนยุโรปเหล่านั้น ซึ่งทราบข้อนี้ และประสงค์จะปฏิบัติสมาธิภาวนา หรือได้เคยปฏิบัติ สมาธิภาวนามาแล้ว ก็ย่อมหวังจะให้ท่านอธิบายทั้งทฤษฎีและวิธีการปฏิบัติ และผลงานของ สมาธิภาวนา ตลอดจนต้องการข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์และปฏิบัติได้. คนยุโรปทั่วไปชอบ การอธิบาย ที่แจ่มแจ้งเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางกายและทาง จิต หน้าที่ ของกายและ จิต และ ความสัมพันธ์ต่าง ๆ ในขั้นต้น ๆ ของการฝึกอบรม หรือลักษณะอาการความเจริญแห่งจิต ใน การเพ่งสมาธิภาวนา รวมทั้งวิธีการปฏิบัติ. วิธีเพ่งสมาธิภาวนาตามแบบตะวันออก มีอยู่หลาย วิธีด้วยกัน และแตกต่างกันไป. เช่นแบบเซ็นนั้นไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง ในการที่จะมัวคิดหา เหตุผลเรื่องการปฏิบัติ (คือพุทธภาวะเป็นสิ่งมีอยู่เดิมแล้ว ไม่ต้องอิงอาศัยการคิดมากอะไรอีก), และวิธีอันเคร่งครัดของสมาธิแบบเซ็นโด (Zendo meditation) ก็คงเป็นเพราะการไม่นิยมการ คิดหาเหตุผลเป็นอย่างยิ่งนี้ ยังมิได้จัดตั้งขึ้นในยุโรป. กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าท่านมัวพยายาม สอนระบบปริญญา หรือจิตวิทยาตรรกศาสตร์ เกี่ยวกับปรากฏการณ์และขบวนการทั้งหมด ทางร่างกายและจิต โดยมิได้คำนึงถึงว่าจะปฏิบัติได้หรือไม่, เช่นการให้ระบบทฤษฎีอภิธรรม ก่อนฝึกสมาธิ หรือระหว่างการปฏิบัติสมาธิ เป็นต้น, ดังนี้ก็ย่อมจะเป็นการขัดขวางในประสบ- การณ์อันแท้จริงของสมาธิภาวนา. เพราะการคิดตามวิชาจิตศาสตร์เช่นนั้น ทำให้ต้องใช้ความ คิดหนักและแผ่สร้านแตกฉานซ่านเซ็น เกี่ยวโยงเรื่องโน้นเรื่องนี้หลายเรื่องด้วยกัน, ซึ่งเป็นสิ่ง ที่หนักเกินไป สำหรับความคิดจิตใจของชาวยุโรปและเป็นอุปสรรคอันยากลำบากอย่างหนึ่ง ใน การปฏิบัติสมาธิและขัดขวางความเจริญก้าวหน้าในสมาธิปัญญา. ทางที่ดีที่สุดก็คือการใช้ สายกลาง และอธิบายหรือชี้แจงให้เข้าใจ ให้เหมาะแก่การเจริญสมาธิ ของแต่ละคนเป็นคน ๆ ไป. ระบบสมาธิอะไรที่ชาวยุโรปชอบนั้น ยากจะกล่าวได้. หลายคนมีความรู้มากในวิธี ๒-๓ วิธี ที่เจริญอยู่ในประเทศตะวันออก หรือเข้าไปเจริญอยู่ในยุโรป, แต่ชาวยุโรปตามปกติ ไม่มีประสบการณ์พอ และไม่ทราบว่าอย่างไหนจึงจะเหมาะแก่ตน. อาจจะเป็นด้วยเขาเหล่านั้น
น.192 ๑๘๖ จะต้องหาวิธีฝึกอบรมให้เหมาะแก่ตนเป็นราย ๆ ไปก็ได้, หรือในทางตรงกันข้าม อาจจะถูกที่ว่า เพราะเขาค่อนข้างชอบเจริญภาวนาไปตามลำพังตน. ดังนั้นจึงควรชดเชยโดยการฝึกอบรมสมาธิ เป็นกลุ่ม คราวละหลาย ๆ คน รวม ๆ กันไป, แต่เขาก็ยังไม่ทราบอยู่ดีแหละว่าเขาควรจะใช้ สมาธิวิธีไหน. ท่านก็ทราบอยู่แล้วว่า ในประเทศของท่านเอง ก็ยังมีระบบสมาธิภาวนาต่างกัน อยู่ ๒-๓ ระบบเหมือนกัน, ที่สอนกันอยู่และปฏิบัติกันอยู่อย่างขะมักเขม้น เหมือนกับเป็นหนทาง อันถูกต้องทางเดียวเท่านั้น ในเรื่องสมาธิภาวนาในศาสนาพุทธ. ฉะนั้นจึงอย่ามัวโต้เถียงในเรื่อง ระบบวิธีเลย ควรพยายามช่วยชาวยุโรป โดยไม่จำต้องยึดติดในระบบใดเถิด. เขาเหล่านั้นมิได้ ต้องการวิธีที่โฆษณากันแพร่หลายที่ไหนดอก แต่เขาต้องการหนทางที่จะช่วยเขาได้แน่นอนใน การปฏิบัติธรรมะ. · ๓. ทางที่ถูกต้องอีกทางหนึ่ง ในการที่จะนำชาวยุโรป ให้เข้าถึงความเข้าใจอันลึกซึ้ง ในธรรมะ ก็คือการใช้ รูปภาพ ช่วยสอนธรรมะ. ท่านก็คงจะเห็นแล้วว่า การใช้วิธีนี้ที่สวน- โมกข์นั้นเป็นผลดี. ชาวยุโรปนิยมชมชอบศิลปะมากจนติดเป็นนิสัยสืบทอดกันมา จึงชอบการ สอนที่แสดงความคิดให้ปรากฏด้วยภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในวัฒนธรรมของเขาอยู่แล้ว. จนกระทั่ง ทุกวันนี้พุทธศาสนิกชนชาวยุโรป ก็ยังมิได้มีศิลปะทางพุทธขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว แต่เขาก็คุ้นกับ ศิลปกรรมทางศาสนาพุทธในประเทศตะวันออกดีอยู่. เขาย่อมชอบให้ท่านแสดงตัวอย่าง ศิลป- กรรมไทยทางพุทธศาสนาให้เขาดู หรือของประเทศอื่น ๆ ใกล้เคียงเป็นต้น, และชาวยุโรป สนใจใน กวีนิพนธ์และเรื่องราว (stories นิยาย นิทาน นวนิยาย ฯลฯ) ทางศาสนาพุทธ ด้วย, ซึ่งมีแปลไว้มากมายเป็นภาษาในยุโรป โดยแปลเรื่องเก่า ๆ จากบางประเทศทางตะวัน- ออก. ดังนั้นท่านอาจจะใช้ โคลงกลอนไทยที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา เป็นวิถีทางอันเหมาะสมเพื่อ สอนธรรมะให้แก่เขาได้. ๔. การเรียนธรรมโดย ท่องบ่น หรือ ฟังการสวดมนต์บ่นท่อง เป็นสิ่งที่คนยุโรป ไม่คุ้นเลย และไม่ใช่วิธีที่ชาวยุโรปจะทำได้. ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเขาเกลียดการสวดมนต์ เพราะ คริสตศาสนิกชนชาวยุโรปก็ชอบท่องโศลก. อุปสรรคอยู่ที่ว่าเขามีความรู้น้อยทางบาลี และ ยากที่จะเรียนท่องบ่นในภาษาที่เขาไม่คุ้นเคย, แม้ข้อความเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่เป็นภาษายุโรป เอง (เช่นที่แปลมาจากภาษาตะวันออก ก็ยังไม่อาจใช้ร้องเพลงกันได้ในแบบสวดที่คุ้นอยู่แล้วนั้น หามิได้). ดังนั้น ถ้าจะให้เขามาเลียนแบบสวดมนต์อย่างไทย ๆ ก็เห็นจะไม่ได้ผลแน่. แต่คน ยุโรปบางคนก็อาจจะชอบให้ท่านสวดมนต์ให้เขาฟัง และบางทีก็อาจจะลองสวดมนต์กับท่านด้วย. ๕. บูชาและทาน แม้การใช้ ศีล เป็นหนทางปฏิบัติขั้นต้นเข้าสู่ธรรมะ ก็ไม่ใช่วิธีที่ชาว พุทธในยุโรปจะเข้าใจได้. คนไทยเข้าใจผิดเรื่องนี้อยู่บ่อย ๆ ในยุโรปนั้นเขาไม่มีความเข้าใจเรื่อง นี้เอาเสียเลย. คนตะวันตกที่ได้รับการศึกษาสูงไม่ชอบกฎพิธี และไม่ชอบการแสดงศรัทธา ปฏิบัติใด ๆ ในเรื่องเหล่านี้ (ศีลและทาน) ทั้งไม่มีความเข้าใจในความหมายของ ปัญญา เขา
น.193 ๑๘๗ คิดว่ามันเป็นเครื่องปิดบังเนื้อแท้ของพุทธธรรมเสียเปล่า ๆ. ตามปกติแล้วชาวยุโรปต้องการคำ แนะนำ ที่ปฏิบัติได้ ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเขา มากกว่า และใช้สิ่งนั้นหรือใช้การแก้ ปัญหานั้น เป็นวิถีทางเข้าถึงการยกสถานะทางใจให้หลุดพ้นจากทุกข์. ถ้าท่านพยายามให้คุ้นเคย กับชีวิตประจำวันของเขาให้มาก ๆ ท่านก็จะทราบพร้อม ๆ กับเขาเหล่านั้นว่า จะใช้สิ่งใดเป็น วิถีทางเข้าถึงธรรมโดยใช้ปัญหาชีวิตประจำวันนั้นเอง มาแก้ปัญหาให้ถูกทางและเหมาะสม เพื่อนำไปสู่ธรรมะขั้นสูง จนถึงความหลุดพ้น. ๕ ข้อที่ห้า (เกี่ยวกับเรื่องของเรา) ก็คือคิดดูว่า มีโอกาสอะไรบ้างที่จะนำชาวยุโรป ให้ เข้าถึงแก่นพุทธธรรมที่แท้จริงได้ ตามวิธีที่ได้พิจารณามาแล้ว ๒-๓ อย่าง และในขบวนการ แห่งการดูดซึมรับพุทธธรรมโดยค่อยเป็นค่อยไป และการประสมประสานให้เข้ากับชีวิตและ วัฒนธรรมตะวันตก. ๑. ความต้องการอันลึกซึ้ง เพื่อมุ่งให้ลุถึง ความหลุดพ้นที่แท้จริงจากความทุกข์ นั้น จะพบได้ในคนยุโรปทั้งหลาย เหมือนกับที่มนุษย์ทุกคนทุกหนแห่งต้องการ. นี้เป็นหลักความจริง ตามธรรมชาติ เหมือนข้อที่ว่าความทุกข์เป็นผลตามธรรมชาติ อันเกิดจากความเป็นอยู่ที่ไม่น่า พอใจของเรานั้นเอง. แต่ในยุโรปเหมือนกับในประเทศอื่น ๆ ที่มีอารยธรรมตะวันตก ความ ปรารถนาที่จะหลุดพ้นนั้นถูกปิดบังเสีย ภายใต้ความเพลิดเพลินทางวัตถุ ซึ่งมีอยู่มากมายก่าย กอง เป็นการชดเชยกันกับความทุกข์, และในยุโรป คริสตศาสนายังมีชีวิตอยู่ ช่วยอำพราง ความต้องการที่แท้จริง ในการหลุดพ้นจากความทุกข์ไปได้ประเดี๋ยวประด๋าว โดยใช้ความคิด เรื่องสวรรค์ภายหลังความตายเข้ามาช่วยปะทะปะทังไปได้ชั่วครู่ชั่วยาม แลคนต้องการจะเข้า ถึงสวรรค์ให้ได้ ก็โดยการยืนหยัดรับความทุกข์เหมือนทนทานได้. ท่านอาจจะช่วยคนเหล่านั้น ให้ตระหนักในความจริงอันลึกซึ้ง ในเรื่องความทุกข์และเหตุแห่งทุกข์ เรื่องความจริงที่การ พ้นทุกข์มีอยู่จริง และเรื่องวิธีที่จะดับทุกข์หลุดพ้นได้จริง ซึ่งเป็นเรื่องที่เพียงแต่ถูกปิดบังอยู่เสีย ภายใต้ความอยาก ความหลงยึดมั่นถือมั่น และความเห็นผิด ๆ เท่านั้นเอง. ท่านจะสามารถทำให้คนยุโรปเห็นด้วยได้เพียงไม่กี่คนนัก เพราะขนบประเพณีแบบ ยุโรป อันมีรากฐานเก่าแก่มั่นคงนั้น ทำให้ชาวยุโรปแม้ในสมัย "ปัจจุบัน" ยากที่จะเห็นความ จริงได้ โดยปราศจากความฟุ้งฝัน (คือลัทธิประเพณีต่าง ๆ ที่สืบทอดกันมา เช่นความหลงติด ในความเจริญในทางวัตถุหรือแม้แต่ความยึดถือในศิลปะในอำนาจ ฯลฯ ทำให้คนยุโรปยากที่จะ ตัดความฟุ้งฝันได้โดยเด็ดขาด จึงยากที่จะเห็นความจริงเรื่องทุกข์ และความดับทุกข์ได้-ผู้แปล).
น.194 ๑๘๘ ๒. คนยุโรปบางคนอาจสามารถเข้าใจ พุทธศาสนาบางแง่. กลุ่มหนึ่งพอใจกับสภาวะ อันสงบพอประมาณในชีวิต หรือขั้นที่หนึ่งแห่งความสุขอย่างสูงที่จะเข้าถึงได้ในการเพ่งสมาธิ ; อีกกลุ่มหนึ่งต้องการเข้าถึงสถานะแห่งจิตใจ ที่บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีก โดยการสมาทานศีล และ พยายามกระทำดี หรือมีเมตตากรุณาอันเป็นความรักสากลแก่สรรพสัตว์ ; กลุ่มที่สามารถเข้าใจ ได้ตามความคิดของคนยุโรป ถึงเรื่องความไม่เที่ยงแท้ถาวร และความฟุ้งฝันของ "ตัวตน" และ "ของตน" ว่าเป็นเหตุแห่งทุกข์. ขั้นต้น ๆ เหล่านี้ของสมาธิศีลและปัญญาที่คนยุโรปปฏิบัติประสบ มาแล้ว แม้จะยังเป็นคริสตศาสนิกชนก็ตาม ท่านควรนำมาใช้เป็นแนวทางในตัวเขา เพื่อให้เขา เข้าถึงพุทธธรรมได้อย่างสมบูรณ์. ๓. จะมีปัญหาข้อหนึ่งสำหรับท่าน ก็คือพวกคนยุโรปที่ต้องการจะใช้สมาธิเป็นประโยชน์ อย่างอื่น มิใช่เพื่อการปฏิบัติธรรม เช่น เพื่อ ความเจริญทางฝ่ายปฏิบัตินิยม ๑ ในเรื่องราว เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เขาต้องการเพ่งจิตให้เกิดสมาธิแน่วแน่ ก็เพื่อจะได้รับผลสำเร็จในการ ต่อสู้ทางโลก หลังจากที่ได้เข้าถึงพลังจิตอย่างใหม่โดยสมาธิแล้ว เขาจะใช้ท่านเป็นผู้แนะนำ เพื่อให้เขาได้เจริญก้าวหน้า ในการกระทำต่าง ๆ ทางอารมณ์ เท่านั้นเอง. หรือชาวยุโรปที่ต้องการจะรักษาตัวให้หาย จากโรคประสาท จากความยุ่งยากทางจิต และความยุ่งเหยิงทางใจ โดยใช้สมาธิเป็นเครื่องรักษา เขาจะใช้ประโยชน์จากท่านเสมือนท่าน เป็นจิตแพทย์ ที่จะเยียวยารักษาโรคจิตให้แก่เขา. คนอื่น ๆ อาจต้องการคำแนะนำจากท่าน ในเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว. ท่านเป็นพระ (ตามความคิดของเขาคือพระ) ในฐานะ หลวงพ่อผู้ฟังคำสารภาพบาป, ยิ่งกว่านั้นบางคนอาจ หวังให้ท่านแนะนำให้ในเรื่อง การกระทำต่าง ๆ ทางจิตฝ่ายคาถาอาคมขลัง เช่น การติดต่อ กับผี เป็นต้น. คนยุโรปเหล่านี้ เข้าใจหน้าที่ของท่านในฐานะสาวกแห่งพุทธธรรมไขว้เขวไป เขาไม่ เข้าใจหน้าที่ของครูผู้สอนสมาธิภาวนา. และท่านควรพยายามเปิดตาของคนเหล่านั้น โดยการ สอนพุทธธรรมที่แท้จริง. ๖ หลังจากที่เราได้ตรวจดู ความมุ่งหวังต่าง ๆ ของยุโรป ที่น่าจะมี ในพระตะวันออก ดังกล่าวมาแล้วนี้, ท้ายที่สุดก็ควรจะคิดดูถึง ปัญหาสำคัญ ๆ ของคนยุโรปและความทุกข์ยาก ลำบากของเขา และหนทางที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้นโดยพุทธธรรม ที่ท่านกำลังจะสอนเขา. ๑. ลัทธิปฏิบัตินิยม (pragmatism) นั้นถือเอาการปฏิบัติได้นำหน้าความคิดหรืออุดมคติ จึงอยู่ข้างจะเอนเอียงไปทางวัตถุนิยม เพราะความคิดถูกจำกัดแคบอยู่แค่นั้น -ผู้แปล.
น.195 ๑๘๙ ๑. อุปสรรคประการแรกแบบยุโรปก็คือ การที่เขาเหล่านั้นมีเอกัตภาพมาก มีตนเป็น ใหญ่เป็นศูนย์กลาง และมีตนขึ้นหน้าคืออยู่ข้างจะคิดว่าตนวิเศษ (egocentric and egoistic individualism) ถ้าหากจะนำแม้เพียงข้อสังเขปคร่าว ๆ โดยเฉพาะในเรื่องนี้มาแสดงให้ท่านดู ว่าจิตใจคนยุโรปได้พัฒนามาอย่างไร ในระยะสองสามร้อยปีมานี้ ก็คงจะต้องใช้เวลานับเป็น ชั่วโมง ๆ และถ้าจะให้ท่านเข้าใจแม้เพียงความทุกข์สำคัญ ๆ ซึ่งมีรากเหง้ามาจากเอกัตภาพ ชนิดนี้ ก็คงจะเสียเวลามากนับเป็นชั่วโมง ๆ เช่นเดียวกัน ความเข้าใจอันลึกซึ้งในความหมาย ที่แท้จริงของ อนัตตา จะเป็นการแก้ปัญหานี้ได้ ฉะนั้นท่านจึงควรช่วยคนยุโรปให้เห็นว่าแท้ ที่จริงแล้ว ไม่มี "ฉัน" หรือ "ของฉัน" ที่จะเอาไปทำให้เกิดเอกัตภาพอะไรขึ้นมาได้เลย. ๒. เหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งของความทุกข์ ก็คือความเชื่อของคนยุโรปในการที่จะได้มี อนาคตที่ดียิ่งขึ้นไปอีก หรือได้รับการชดเชยอย่างสมบูรณ์ ในสถานะอันมีชีวิตที่เป็นสุขยิ่ง. คริสตศาสนิกชนเชื่อใน สวรรค์ หลังจากที่ตายไปแล้ว ซึ่งจะเข้าถึงได้โดยมีชีวิตที่ทำให้พระเจ้า พอพระทัย. พวกนักวัตถุนิยมเชื่อใน ความเพลิดเพลินในโลกนี้ ซึ่งเข้าถึงได้โดยการใช้วัตถุ ต่าง ๆ ให้ถูกต้อง รวมทั้งการใช้พลังทางจิตทางสมอง การใช้อำนาจ และความเชี่ยวชาญ ต่าง ๆ. ในทั้งสองอย่างนี้ ที่ต่างกันในความพยายามต่อสู้เพื่อความสุขในอนาคต. คนก็ยิ่งมีทุกข์ โน่นทุกข์นี่, เพราะต้องการอนาคตที่ดียิ่งขึ้นไปอย่างฟุ้งฝันบรรเจิด. ฉะนั้นขอจงแสดงให้คนยุโรป เหล่านั้นเห็นความไม่เที่ยง ไม่คงที่ถาวร และเห็นรากเหง้าแห่งโครงสร้างอันไม่เพียงพอแก่สภาพ ชีวิตทุกชีวิต. ท่านอาจช่วยเขาเหล่านั้นให้เรียนรู้ ในการที่ไม่เข้าไปยึดติด ในสิ่งที่ยึดถือไม่ได้ เหล่านั้น ในกระแสแห่งปรากฏการณ์อันไหลเชี่ยวเรื่อยไปนี้. โดยวิธีนี้ เขาเหล่านั้นจะได้รับการ รักษาให้หายจากโรคหลงยึดถือความสุขในอนาคต ซึ่งคอยกีดขวางเขาไว้ ไม่ให้บรรลุถึงสภาพ จิตเดิมว่าง ซึ่งปราศจากความทุกข์ได้จริง ในที่นี้และในปัจจุบันนี้. ๓. เหตุข้อที่สาม ในเรื่องทุกข์ของคนยุโรป โดยเฉพาะได้แก่ โครงสร้างชีวิตอันยิ่งใหญ่ ด้วยปัญญา และการทำเทียม. คนยุโรป ไม่เพียงแต่เจริญในทางความคิดด้วยสมอง อย่าง ล้นเหลือเป็นคน ๆ ไปเท่านั้น แต่ยังทำจิตใจของตนให้ยุ่งยากซับซ้อนด้วยความคิดด้านปัญญา ปรุงแต่ง กอร์ปด้วยการคิดหาเหตุผลอีกมากมาย ทั้งฝ่ายนามธรรมไม่มีรูป (abstract) และฝ่าย ความคิดเห็นทางวิญญาณ หรือจิตใจ (spiritual ideas). โครงสร้างทางสังคมที่จัดกันขึ้นมา ก็ ยุ่งยากซับซ้อน, และการจัดการฝ่ายเทคนิควิชาการต่าง ๆ ก็ยุ่งยาก, ความทุกข์ต่าง ๆ นานา จึงเกิดขึ้นเป็นผลตามธรรมชาติ. เพราะสิ่งยิ่งใหญ่สารพันเหล่านี้ ไม่อาจกลับคืนมาสู่ความราบรื่น กลมกลืนได้อีก. แม้ตามลำพังตัวมันเอง หรือในพื้นฐานประสบการณ์แห่งชีวิตตามปกติวิสัย ภายใต้การตีความหมาย และการจัดการทำที่ยุ่งยากซับซ้อนกองพะเนินเทินทึกนี้, ชีวิตง่าย ๆ ตามธรรมชาติธรรมดา จึงถูกบดบังเสียมืดมิดไป อย่างเลี่ยงไม่พ้น และถูกปกปิดซ่อนเร้นจน มองไม่เห็น เหมือนร่อแร่ปางตาย.
น.196 ๑๙๐ ท่านอาจช่วยชาวยุโรป ให้ได้กลับคืนสู่ประสบการณ์ดั้งเดิมของมนุษย์ได้ โดยตระหนัก ในพุทธธรรมที่ปฏิบัติได้ ซึ่งเป็นธรรมชาติดั้งเดิมแท้จริงในตัวเอง โดยมิอาจถูกทำให้วิกลวิการ ไปได้โดยการสร้างสรรค์อันยุ่งยาก โดยการแปลความหมายชีวิตอย่างฟุ้งฝันเลอะเลือน และ โดยระบบแห่งความยึดถืออันซับซ้อนยุ่งยากนั้น. ขอให้ท่านทั้งหลายจงสำเร็จ ในการนำคนอื่นให้เข้าถึงพุทธธรรม ในยุโรปและในประเทศ อื่น ๆ ขอให้ท่านจงสำเร็จ ในวิถีทางของท่านในการปฏิบัติพุทธธรรมเทอญ. สุณีต ประภาสวัต -ผู้แปล
น.197 (คำแปล) คำบรรยายของท่านปสาทิโกภิกขุ (เยอรมัน) บรรยายแก่ภิกษุธรรมทูต ท่านสหธรรมิกผู้มีเกียรติทั้งหลาย, ก่อนอื่นกระผมรู้สึกว่า กระผมจะต้องขออภัยไว้ล่วงหน้า ในการกล่าวข้อความบางอย่าง ซึ่งจะต้องพูดกันอย่างตรงไปตรงมา และกระผมหวังว่าท่านทุกคนจะเห็นด้วยกับกระผมในที่สุด ว่าการวิพากษ์วิจารณ์โดยยุติธรรมนั้น เป็นทางเร่งเร้าอย่างหนึ่งให้เกิดความคิดเพื่อให้สถาน- การณ์ดีขึ้น ในเมื่อมีบางสิ่งบางอย่างจำเป็นที่จะต้องกระทำ. ตามความหมายแรกเริ่มเดิมทีนั้น แน่นอนทีเดียว ภิกขุทุกองค์ควรจะเป็นธรรมทูตภิกขุ, หน้าที่โดยเฉพาะของภิกขุก็คือ สละอุทิศ (ชีวิต) แล้วอย่างสิ้นเชิง ในการที่จะเผยแผ่พุทธภาวะ แห่งธรรมะอันแจ่มแจ้งแล้วนั้น ให้ปรากฏประจักษ์แก่โลกอันยังทนทุกข์กันอยู่ เพื่อให้ได้ถึง ธรรมร่วมกัน. ผู้สื่อธรรมะที่แท้จริง ก็คือผู้ที่ได้ตระหนักในธรรมะแล้วโดยประจักษ์ ไม่ใช่โดย การศึกษาจากหนังสือ (สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงวิถีทางอย่างหนึ่ง ในวิธีอันเชี่ยวชาญหลายอย่าง ที่จะนำมาใช้ให้ถูกต้องได้ในขั้นเริ่มต้น) แต่การตระหนักในธรรมนั้น จะต้องอยู่ที่เนื้อที่ตัว เป็นธรรมะตลอดหมดทั้งชีวิต. สิ่งที่ธรรมทูตภิกขุควรจะเป็น ตามความหมายอันเฉพาะเป็นพิเศษยิ่งขึ้นไปอีกก็คือภาวะ ดังที่มีในมัชฌิมนิกาย เรื่อง พระโอวาทแก่พระปุณณะ. พระรูปหนึ่งชื่อ ปุณณะ ตั้งใจจะไปยังแคว้นชาวสุนาปรันตระ อาณาจักรทางทิศตะวัน- ตก, พระพุทธเจ้าได้ทรงตักเตือนพระปุณณะ ถึงความดุร้ายของคนเหล่านั้น และเตือนให้เห็น
น.198 ๑๙๒ งานซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายนั้น. พระปุณณะ, อย่างไรก็ดี, เพื่อจะให้บรรลุถึงธรรมะโดยสมบูรณ์ เต็มที่ เต็มใจจะประสบกับสภาพต่าง ๆ อันเลวร้ายที่สุด แม้ถึงกับจะต้องสูญเสียชีวิตก็ตาม. โดย ความเร่งเร้าจากความบริสุทธิ์ใจอันมั่นคงเด็ดเดี่ยวแล้ว พระปุณณะก็เริ่มทำหน้าที่งานธรรมทูต ไม่นานนักท่านก็ได้บรรลุถึงเป้าหมายอันสูงสุดยิ่ง, และพร้อมกันนั้นเอง คนหนึ่งพันก็ได้กลาย เป็นผู้เดินตามรอยพระปุณณะด้วย ดังนี้ก็สมตามคำกล่าวตามความเป็นจริงที่ว่า "ผู้ที่ชนะตนเอง นั้นชนะคนทั้งหมด." เท่าที่กล่าวมาแล้ว เราพูดกันถึงสิ่งที่ควรทำในระดับสูงทางจิตใจหรือวิญญาณ. ต่อไปนี้ เราจะได้กล่าวถึง สิ่งอันควรกระทำในระดับต่ำกว่านั้นลงมามาก. แต่ถึงอย่างไร, แม้จะเป็น เรื่องการกระทำในระดับต่ำลงมาก็ตาม ก็ยังจำเป็นที่จะต้องกล่าวไว้ด้วยว่า ขันตีอันเป็นสิ่ง จำเป็นสำหรับงานอันหนักของธรรมทูตนั้น จะพึงมีได้จริง ก็ต่อเมื่อเราเพียรพยายามอย่างจริงจัง ที่จะให้มีความปรารถนาตั้งใจมั่นอันสูงส่งดังกล่าวข้างต้นนั้น อยู่ได้ตลอดเวลา. ความพยายามของธรรมทูตนั้น เริ่มมาจากพระมหาเมตตาคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมา- สัมพุทธเจ้า ที่ทรงมีต่อมวลมนุษย์ ที่เป็นทุกข์ทรมานกันอยู่, ความจรรโลงใจอันลึกซึ้งนี้ ใน เวลาต่อมาได้ขยายขึ้นเป็นอุดมการณ์อย่างโพธิสัตว์. พระมหากรุณา ซึ่งเราจะต้องนึกถึงอยู่ใน ใจก็คือ ความเผยแผ่อันสูงส่ง ซึ่งกระผมเห็นควรจะเรียกว่า สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ อินเดีย. ภิกขุชาวอินเดียได้พยายามกระทำจริง ในอันที่จะเผยแผ่พุทธธรรมะไปทั่วดินแดนอัน เข้าใจกันว่าตลอดทั้งโลกในสมัยนั้น (สำหรับนักศึกษาที่เป็นเพียงนักประวัติศาสตร์ ก็จะเห็น ว่าความสำเร็จในการเผยแผ่ศาสนาครั้งนั้นเป็นผลดียิ่ง จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังคิดไม่ออก ว่าท่าน ทำได้เป็นผลดีเช่นนั้น ได้อย่างไร) แม้จะไม่คิดถึงการเผยแผ่แรกเริ่มของสงฆ์ในสมัยพุทธกาล ก็ตาม ตามประวัติศาสตร์ ยังเห็นได้ว่าการเผยแผ่ธรรมะของสงฆ์อินเดียสมัยโบราณ เป็นไป อย่างแจ่มใสงดงาม และเป็นงานสร้างสรรค์จรรโลง ที่ประเดิมแรกเริ่มสืบมาจนถึงวาระสุดท้าย ที่พุทธศาสนาถูกกำจัดให้สูญสิ้นไปโดยอำนาจทางทหาร และกำลังอำนาจทางการเมืองที่ไม่ เกี่ยวกับธรรมะ. ท่านทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วถึงกิจกรรมต่าง ๆ ของธรรมทูตที่เห็นการณ์ไกล เช่น พระเถระโมคคัลลีปุตตะติสสเถระ เป็นต้น ซึ่งได้รับการอุปถัมภ์จากพระเจ้าอโศก ผู้ได้ ส่งภิกขุออกไปไกลถึงอีจิปต์และกรีก. ท่านทั้งหลายก็คงทราบดีอยู่แล้วถึงเรื่อง กุมารชีพ พระ อินเดียผู้กล้าหาญ ซึ่งไปตั้งหลักแหล่งในเอเซียกลางและในประเทศจีน ก็ได้แปลคัมภีร์ต่าง ๆ ออกเป็นภาษาจีน จากพระไตรปิฎกที่รับช่วงสืบกันมา. พระภิกขุนี้ เป็นเพียงพระภิกขุรูปหนึ่ง ในบรรดาภิกขุมากหลายจากอินเดีย จีนและธิเบต ซึ่งอุทิศชีวิตทั้งหมดแล้ว ให้แก่การเผยแผ่ ความรู้หรือธรรมะ อันยิ่งใหญ่แห่งพระเมตตาธรรม (พระพุทธเจ้า) ออกไป ให้ไพศาล ให้ได้ จริง และให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามกำลังของภิกขุแต่ละองค์. ในประเทศอินเดียเอง, ภิกขุ เช่น นาคารชุน และ อสงค์ ได้วิวัฒนาการคำสอนของพระพุทธเจ้า ออกไปเป็นระบบวิธีต่าง ๆ
Buddhadasa