Buddhadasa.org

บรมธรรม ภาคปลาย ครั้งที่ ๒๕ — บรมธรรม กับ ความเป็นไทย

บรมธรรม ภาคปลาย —

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.86 บัดนี้ จะได้พูดกันถึง บรมธรรม กับ ความเป็นไทย. เมื่อครั้ง ที่แล้วมา เราพูดถึง บรมธรรม ในฐานะเป็นที่สุดของความดิ้นรน ขอให้นึกดูให้ดีว่า ความดิ้นรนนั้น มันมีความหมายเป็นความ เป็นทาสอยู่ในตัว แม้จะดิ้นรนเพื่ออิสรภาพ มันก็ยังไม่พ้นจาก ความหมายที่ว่าเป็นทาสของอิสรภาพ เพียงแต่มันยังดีกว่าเป็นทาส อย่างอื่น. เพราะฉะนั้นจึงทำให้นึกขึ้นมาได้ถึง ความเป็นไทย. เผอิญมีสามเณรถามปัญหาถึงเรื่อง ความเป็นไทย อย่างคน ๆ; เท้าความไปถึง ความที่ฝรั่งดูถูกคนไทย ว่ามัวแต่ถือพุทธศาสนา ทำให้ประเทศชาติไม่เจริญก้าวหน้า เพราะมัวไปสันโดษเป็นต้น ; แล้วก็เลยนึกได้ถึงความเป็นไทย ขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง. เพราะฉะนั้น มองให้ดี จะเห็นว่า คำว่า "ความเป็นไทย" นี้ มันมีอยู่ ๒ ความหมาย ๔๔๖

น.87 คือความเป็นคนไทย นี้ความหมายหนึ่ง, แล้วก็ "ความเป็นไทย" คือเป็นผู้ที่อิสระ อีกความหมายหนึ่ง. ความหมายหลังนี้ กว้างขวางมาก หมายได้ไกลกระทั่งถึงความเป็น อิสระจากกิเลส ซึ่งมนุษย์ทุกคนต้องมี. หมายความว่า มนุษย์หรือสัตว์ทั้งหลายนี้ ต้องมีความเป็นไทย เป็นไทยจากความบีบคั้นของกิเลส, นี้เป็นความเป็นไทยที่แท้จริง หรือสูงสุด. พวกเราจะเรียกว่าโชคดีก็ได้ ถ้าพูดอย่างชาวบ้าน ที่เผอิญมีชื่อว่าเป็นคนไทย, ก็ต้องมีความเป็นไทย. นี้มันเป็นความเป็นไทยในวงแคบ โดยเฉพาะคนไทย, โชคดี ที่เผอิญมันพ้องกันกับคำพูดที่มีความหมายดี. อย่างชาวบ้านก็ต้องถือว่าเป็นสิริมงคล หรืออะไรทำนองนั้น, เลยถือโอกาสพูดไปเสียด้วยพร้อมกันทั้ง ๒ อย่าง. ความเป็นไทย ของบรมธรรมนั้น มันมีความหมายลึกซึ้งสูงสุดเฉพาะในตัว มันเอง, คือสิ่งที่เรียกว่า บรมธรรมนั้นต้องมีความเป็นไทย ; ถ้าเป็นทาส แล้วจะเป็นบรมหรือสูงสุดไปได้อย่างไร. ตามทางพุทธศาสนา บรมธรรมเล็งถึง นิพพาน ก็เป็นไทยอย่างยิ่ง, เป็นไทยจากกิเลส จากความทุกข์ทุก ๆ อย่าง. แม้จะ เล็งถึงจริยธรรมสากล บรมธรรมตามหลักจริยธรรมสากล มันก็เล็งถึงความเป็นไทย : ข้อ ๑ คือ ความสุข คุณก็พอจะมองเห็นได้ว่า มันต้องเป็นไทยจากความทุกข์ เป็นอย่างน้อย. ถ้าความทุกข์ยังครอบงำ ก็เป็นความสุขไปไม่ได้, มันมีความหมาย หรือสัญญลักษณ์ของความเป็นไทยอยู่ที่นั้น. ข้อ ๒ คือ ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ ก็มองหาให้พบความ เป็นไทย, มันจะเป็นมนุษย์ที่เต็มเปี่ยมได้อย่างไร ถ้ายังเป็นทาส. แม้เป็นทาสแก่กิเลส เป็นทาสแก่ตัวกู - ของกู แม้จะภาคภูมิใจว่าเป็นตัวกู เป็นของกู ก็ยังเป็นทาสของกิเลส

น.88 คือตัวกูนั่นเอง ; เพราะฉะนั้นต้องมีความเป็นไทย แม้จากตัวกู จึงจะเรียกว่า ความ เต็มของความเป็นมนุษย์. ข้อ ๓ ที่ว่า หน้าที่เพื่อหน้าที่ คุณมองดูเห็นได้ง่าย. ถ้าหน้าที่เพื่อเงินนี้ ก็คือความเป็นทาสเงิน, หน้าที่เพื่อชื่อเสียง ก็คือความเป็นทาสของชื่อเสียง ; ต้องหน้าที่ เพื่อหน้าที่ คือเพื่อตัวมันเอง จึงจะเป็นอิสระที่มีความเป็นไทย. ทำงานเพื่อเงินก็เป็นทาส เงิน, ทำงานเพื่ออะไรก็เป็นทาสของสิ่งนั้น, ต้องทำงานเพื่องาน จึงจะมีความเป็นอิสระ. ข้อที่ ๔ สุดท้าย ก็คือ ความรักสากล . นี้ก็จงพยายามมองให้เห็นในแง่ของ ความเป็นอิสระ : ถ้าเรายังเป็นทาสของอะไรอยู่ จะไปรักผู้อื่นอย่างสากลไม่ได้. จะรัก สิ่ง หรือสัตว์ที่มีชีวิตทั่วสากลจักรวาล มันทำไม่ได้, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันเป็น ทาสของความเห็นแก่ตัว, นี้ก็คือความเป็นทาสของกิเลส รักใครไม่ได้ นอกจากรักตัว. เพราะฉะนั้นพวกความรักสากลนี้จะต้องมีความเป็นอิสระเสียก่อน. ทีนี้มองในมุมกลับ เมื่อมีความรักสากลก็คือ อยู่เหนือสิ่งทั้งปวงที่เรารัก. มันก็หมายความว่า มีอิสรภาพ มีความเป็นไทย เหนือสิ่งทั้งปวง เหนือสัตว์ทั้งปวง. นี่พิจารณากันให้เข้าใจ เฉพาะใจความสำคัญที่ว่า สิ่งที่เรียกว่า "บรมธรรม" นั้น มีความหมายเป็นความเป็นไทย, และมีลักษณะของความเป็นไทย, เป็นที่แสดง ออกอยู่. เราจะได้สนใจในสิ่งที่เรียกว่า บรมธรรม คือธรรมที่สูงสุดในฐานะที่มีความ หมาย เผอิญมาตรงกันกับความเป็นคนไทยของเรา. ทีนี้ จะได้พูดกันถึง "ความเป็นคนไทย" นี้บ้างว่า มันมีสัญญลักษณ์หรือมี ความหมายที่คล้ายกับบรมธรรมอย่างไร จนถึงกับสามารถถือเอาบรมธรรมเป็นสัญญลักษณ์ ของคนไทยได้ ด้วยความพอใจ หรือภาคภูมิใจ หรือบริสุทธิ์ใจโดยไม่ต้องแกล้งทำ,

น.89 นี้เรื่องมันก็จะง่ายเข้าในการปฏิบัติธรรมของคนไทย, ว่าเป็นเนื้อหาของ วิญญาณของความเป็นไทย. เราจะมองดูกันไปตั้งแต่เรื่องเบ็ดเตล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็น ใจความสำคัญคือ ลักษณะที่เยือกเย็น เชื่องช้า ทรหด อดทน นี้เป็นลักษณะ ของความเป็นไทย, และความเป็นคนไทย พร้อมกันไปในตัว. ถ้าไม่มีความเยือกเย็น ก็มีความร้อน ก็เป็นไทยไปไม่ได้. เพราะฉะนั้นดูความหมายของคำว่า "เยือกเย็น" ให้ดี ๆ มันมีความหมายของอิสรภาพ, ถ้าเร่าร้อน หมายความว่ามีอะไรรบกวน มีอะไร กำลังรบกวนบีบคั้นอยู่ มันก็เร่าร้อน ก็หมดความเป็นไทย. เชื่องช้านี้มันเป็นท่าที มันเป็นการแสดงออก มีความเชื่องช้า ชดช้อย ตามแบบของความเป็นอิสระ. คนจะเชื่องช้าชดช้อยอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีอิสระ, มันก็ต้องลุกลน หรือว่าต้อง วิ่งหนี. พูดถึงความทรหดอดทน เมื่อยังไม่ประสบความสำเร็จในความเป็นไทย มันก็ ต้องมีความทรหดอดทน หรือว่ามีความเป็นไทยอยู่แล้ว มันก็ต้องมีความทรหดอดทน ในการที่จะรักษาความเป็นไทยไว้, กระทั่งต้องมีความทรหดอดทนต่อปัญหาที่เหลืออยู่ เป็นธรรมดาสามัญทั่วไป, เช่นความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ; หรือปัญหา อะไรที่มันจะเกิดขึ้นมาจากภายนอก เป็นความเบียดเบียน มันก็ต้องมีความทรหดอดทน เป็นความทรหดอดทนตลอดสาย โดยอำนาจที่มีความเชื่องช้า มีความเยือกเย็น มีอะไร ต่าง ๆ เหล่านี้ ทีนี้พิจารณาดูกันถึงเรื่องเบ็ดเตล็ดออกไป ที่แสดงลักษณะถึงความเชื่องช้า เยือกเย็นทรหดอดทน. ยกตัวอย่างเช่นเพลงไทย หรือดนตรีไทย เกือบจะไม่ต้องอธิบาย คุณก็ทราบอยู่ดีว่า มันมีท่าทีเชื่องช้าเยือกเย็น, แล้วก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนไทย ; แล้วคนไทยก็ยังไม่ค่อยให้ความสนใจ หรือความเคารพนับถือเต็มที่, ไปสนใจ หรือ นิยม หรือบางทีก็บูชาเพลงสากล เพลงฝรั่ง. ถ้าเราจะเปรียบเทียบกันโดยอุปมาแล้ว เพลงไทยนี้ก็เหมือนกับ ช้าง ; ช้างนี้เป็นอย่างไร, มีลักษณะ เชื่องช้า นิ่มนวล ชดช้อย,

น.90 จะเดิน จะยืน จะอะไรก็ตาม, ตัวมันก็ใหญ่ หมายความถึงมีกำลังมาก มีความ ทรหดอดทน ฉะนั้นลีลาของเพลงไทยมันเหมือนกับช้าง, ลีลาของเพลงฝรั่งนั้น เหมือน กับลิงเมาเหล้า หรือผีกำลังบ้า กำลังคลั่ง. ผมฟังวิทยุเข้าหูทีไร มันรู้สึกอย่างนี้ทุกที กระทั่งเดี๋ยวนี้. เพลงจีนก็มีลีลา เหมือนคลื่นตามหาดทราย, เพลงแขกก็รัวเหมือนน้ำตกกระทบหิน. สรุปความกันแล้ว ก็คือว่า จะเหมือนเพลงไทยไปไม่ได้ ที่มีความเยือกเย็นชดช้อย จนเปรียบเหมือน กับช้าง. นี่เราไม่ใช่ดูถูกอะไรผู้อื่น เพียงแต่ว่าจะเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง กันเท่านั้น, ถ้าลิงเมาเหล้า หรือผีเมาเหล้า มันรัวอย่างไร คุณก็คาดคะเนคำนวณ เอาเอง. ความเยือกเย็น ชดช้อย ตามแบบของความเป็นอิสระ มันมีอยู่ในลีลาของ เพลงไทย หรือดนตรีไทยอย่างนี้ เราก็ยังไม่สนใจ เพราะว่ากำลังไม่รู้จักความเป็นอิสรภาพ ; ไปสนใจเพลงที่มีลีลาเหมือนกับลิงเมาเหล้า. แต่ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เพลง หรือที่ ดนตรีอะไรทำนองนั้น, มันอยู่ที่ความหมายที่เป็นอิสรภาพ และเยือกเย็นเหมือนกับ บรมธรรม. บรมธรรม คือนิพพานด้วยแล้ว มีความเย็น เป็นความหมาย เหมือนกับที่อธิบายกันมาแล้วหลายครั้งหลายหนว่า นิพพาน แปลว่าเย็น. ถ่านไฟเย็น ก็เรียกว่า ถ่านไฟนิพพาน, สัตว์หมดอารมณ์ร้อน อารมณ์ร้าย หมดพยศ ก็เรียกว่า สัตว์เดรัจฉานนิพพาน, คนหมดกิเลสตัณหา ก็เรียกว่า นิพพาน. เหล่านี้มันหมาย ถึงความเย็นทั้งนั้น ; ความเยือกเย็น ความอยู่เป็นสุข ความสงบ แล้วก็ต้องมีลักษณะ แช่มช้อย สมกับที่เยือกเย็น. ไหนๆ ก็พูดแล้ว ก็จะพูดต่อไปถึงอะไรบางอย่างที่ว่าเป็นสัญญลักษณ์ของความ เป็นไทย เช่นลายไทย อาหารไทย เครื่องประดับอย่างไทย กาพย์กลอนไทย รำไทย

น.91 ดอกไม้ไทย. คุณไปดูเอาเอง, ลายไทยแบบมาตรฐานตามแบบไทย มีความชดช้อย แสดงความเรียบร้อยสนิทสนมเยือกเย็น. อาหารไทยก็เหมือนกัน จะต้องมีลักษณะที่ พอเหมาะสม ไม่มากไม่น้อย ไม่เกิน ไม่อะไรไปในทำนองที่มันเกะกะ. เครื่องประดับ อย่างไทย จะประดับเนื้อประดับตัวประดับผม ประดับส่วนไหน มันก็ต้องมีความหมาย เป็นไปในทางเรียบร้อย ชดช้อย เยือกเย็น. แม้แต่ว่า กาพย์กลอนไทย ก็มีความเนิบนาบ เยือกเย็นเปรียบเทียบกันอย่าง ว่า เราได้รับวิชาความรู้ กาพย์กลอนนี้ มาจากอินเดีย. จากกาพย์กลอนในภาษาบาลี และสันสกฤตต่าง ๆ พอแปลงมาเป็นไทย กาพย์กลอนไทยนี้กลับดีกว่าครู, โดย เฉพาะอย่างยิ่งมีสัมผัส, สัมผัสนอกสัมผัสใน ซึ่งของเดิมเขาไม่มี. กาพย์กลอนอย่างภาษา บาลี สันสกฤต ของอินเดียก็ตาม ไม่มีสัมผัส เหมือนกาพย์กลอนฝรั่ง เขาไม่ต้องการ สัมผัส, ส่วนไทยไปหนักที่สัมผัส ซึ่งทำให้มันประสานกัน มีลักษณะแช่มช้อยมากกว่า. รำไทย นี้ก็ยิ่งไม่ต้องอธิบาย ฝรั่งมาดูรำไทย ก็รู้ว่าเย็นอย่างไร, ไม่ร้อน เหมือนเต้นรำฝรั่งแบบสากลของเขา. กระทั่งดอกไม้ไทย แม้เป็นธรรมชาติเราเอาเปรียบ ธรรมชาติ มันเป็นของธรรมชาติ แต่เราถือเป็นของไทย. ดอกไม้ไทยที่ถูกนิยมกัน ในหมู่พวกไทย มันจะมีคุณสมบัติเยือกเย็นในทางภาพ ในทางสี ในทางกลิ่นก็มีกลิ่น หอมที่เยือกเย็นอีกเหมือนกัน ; ไม่เพียงแต่มีสีสวย ๆ แล้วไม่หอมเหมือนดอกไม้อะไร ก็ไม่รู้. ดอกไม้ไทยจะไม่นิยม หรือจะไม่ถือว่าเป็นดอกไม้ไทย, ถ้าปราศจากความ เยือกเย็นในทางตา และทางกลิ่น. ทีนี้ เรามองดูคนไทย หรือความเป็นคนไทยในลักษณะเป็นวัตถุ, และ ค่อนข้างจะเป็นชาตินิยม ซึ่งเอียงไปในทางกิเลส. แต่ก็ไม่เป็นไร พยายามมองให้เข้าไป เห็นความเยือกเย็น ชดช้อย ของสัญญลักษณ์ แห่งความเป็นไทย ในลักษณะนี้กันก่อน.

น.92 องดูให้เห็นสิ่งที่เรียกว่า เลือดไทย กันบ้าง อย่าเข้าใจว่าเป็นเลือดร้อน, มันจะกลาย เป็นดูถูกคนไทยโดยไม่รู้สึกตัว. เลือดไทยต้องเยือกเย็น แล้วก็ต้องมีความแช่มช้อยอีก. อย่างเดียวกัน คืองามด้วย. มันต้องเป็นเลือดที่รักอิสรภาพหรือมีอิสรภาพ เป็น ความหมายที่สำคัญ. ถ้าคุณสนใจสักหน่อย ปลากัดไทยนี้มีชื่อเสียงทั่วโลก, และเกิดเป็นคำ บัญญัติเฉพาะขึ้นมาว่า "ปลากัดไทย" ก็หมายถึงความสวยงามที่สุด แล้วก็ต่อสู้ เก่งที่สุด ในบรรดาปลากัดทุกชนิด ทุกชาติ ทุกภาษาในโลก. ปลากัดไทยไม่ได้ หมายความถึงปลาสำหรับกัดกัน, แต่หมายถึงความทรหดอดทน หมายถึงความสวยงามที่สุด นักสู้ที่สุด ; มันจึงดีอยู่ที่ว่าเป็นนักสู้ที่สวยงาม และแช่มช้อยด้วย. ผมไปดูที่ร้านนั้น เขาบอกว่า ส่งไปอเมริกาเดือนละสองแสนตัวเป็นอย่างน้อย, ใส่ถุงพลาสติกเล็ก ๆ บิดให้อากาศเข้าได้ โยนในกระจาด, เอาไปขึ้นเรือบิน, เดือนละสองแสนตัวเป็นอย่าง น้อย ที่ร้านนั้น. นี่เป็นความพิเศษของปลากัดไทย, ถ้าอย่างไร ก็ลองนึกถึงปลากัดไทย, แมวไทย ที่มันไปทำชื่อเสียงทั่วโลก ก็จะเข้าใจคุณค่าของความเป็นไทยเพิ่มขึ้นบ้าง. พูดถึงความเข้มข้น มันก็มีความเข้มข้นอย่างพริกขี้หนู, คือไม่ต้องมากนัก มันมีอิทธิพล มีผลอะไรมาก จนเราเรียกว่าเล็กก็เล็กอย่างพริกขี้หนู. นี้ก็เป็นสัญญลักษณ์ ของความเป็นไทยด้วยอย่างหนึ่งเหมือนกัน, แล้วเผอิญพริกขี้หนูก็เป็นสัญญลักษณ์ของ พริกเมืองไทย. พริกฝรั่ง พริกอื่น ๆ พริกจีน พริกอะไรก็ตามมันก็คงไม่เหมือนไม่ ดุร้ายเท่าพริกขี้หนู, ถ้าพูดกันในแง่ความเผ็ดร้อน. นี่เราพูดกันให้กว้างออกไปถึงความหมายของคำว่าเป็นไทย จะต้องมีอะไรบ้าง มีคุณสมบัติอะไรบ้าง ; มีหลาย ๆ อย่าง, แต่ในที่สุดมันก็รวมอยู่ที่ความไม่เป็นทาส. คุณสมบัติทั้งหมดนั้นมันมุ่งหมายไปสู่ความไม่เป็นทาส. คือไม่เป็นทาสนั้น ไม่เป็นทาส

น.93 กันจริง ๆ ทั้งทางกาย ทั้งทางวาจา ทั้งทางใจ; มีอิสรภาพทางกาย ทางวาจา ทางใจ, พูดภาษา ที่พูดกันที่นี่ ก็คือ ทั้งทางกาย ทั้งทางจิต ทั้งทางวิญญาณ, ทางภายนอก คือทางร่างกายก็เป็นอิสรภาพ, ทางวัตถุ ทางเรื่องทางกายนั้น ทางการเมือง การทหาร การเศรษฐกิจ อิสรภาพ เสรีภาพทางกายนี้ก็มีครบ ; ทางจิตก็ไม่ถูกโรคจิตรบกวน คือมีจิตที่ปรกติ. ทางวิญญาณที่สูงสุดขึ้นไปอีก ก็มีความคิดเห็นที่เป็นอิสระ ที่ถูกต้อง ที่เป็นไปเพื่อชนะกิเลส, ไม่มีกิเลส หรือเป็นนิพพาน ในที่สุด. ความเป็นผู้มีอิสระนี้ เป็นอิสระอย่างเยือกเย็น เป็นอิสระทางจิตใจนี้มัน เหมาะสมกับความเป็นคนไทย : หนีก็หนีอย่างเพื่ออิสระ สู้ก็สู้เพื่ออิสระ การผ่อนปรน การยินยอม, การยอมที่เขาเรียกกันว่ายอมแพ้, คือการผ่อนปรนก็ต้องผ่อนปรนอย่างมี อิสระ. คนไทยหนีมาถึงแดนนี้ หรือแดนไหนก็ตาม มันไม่แน่นักตอนนี้ ; หากจะมี การหนี, มันก็หนีเพื่ออิสระ ต้องการอิสระ หนีด้วยการหอบหิ้วเอาอิสรภาพมา. ถ้าสู้ ก็สู้อย่างมีอิสระเพื่ออิสระ การผ่อนปรนก็ผ่อนปรนเพื่อยังคงมีอิสระ. ประเทศไทยรอด ปากเหยี่ยวปากกา จากพวกล่าเมืองขึ้นมาได้ก็เป็นเพราะมีสัญญลักษณ์ของความเป็นไทย, มีความหมายแห่งความเป็นไทย, มีเลือดแห่งความเป็นไทย อย่างที่ว่ามาแล้วนั้นอยู่ใน ภายใน, จึงสามารถรักษาอิสรภาพ หรือความเป็นไทยได้. หนีอย่างไทย สู้อย่างไทย ผ่อนปรน อย่างไทย อะไร ๆ ก็อย่างไทยไปหมด, มันก็ต้องไม่เป็นทาส. เพราะฉะนั้น เราก็มีความเป็นไทยของเรานี้เป็นเครื่องราง. ความเป็นไทย หมายความว่า เยือกเย็นทรหด, เอานี้เป็นเครื่องรางดีกว่า อย่างอื่น. เครื่องรางอย่างอื่นนั้น ถ้าไม่มีความหมายเป็นความเยือกเย็นและทรหดแล้ว มันเป็นเรื่องหลอกเด็ก. ถ้าเราเอาพระพุทธรูปมาเป็นเครื่องรางแขวนคอ ; เราก็ตองนึกถึง ข้อที่ว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้เยือกเย็น และทรหดอย่างยิ่ง ไม่มีใครเหมือน. คุณไปอ่าน พุทธประวัติดูว่า พระพุทธเจ้าท่านมีความทรหดและเยือกเย็นอย่างไร. นี่เราเอามาห้อยคอ

น.94 ก็ต้องมีความหมายว่า เพื่อความเยือกเย็นและทรหด. ไม่ใช่แขวนอย่างโง่งมงาย ไม่มีสติปัญญา ไม่มีความรู้, เอามาแขวน ๆ แล้วก็เชื่อว่ามันป้องกันได้ ทีนี้เอาอะไร ๆ มาแขวนก็ได้, ตะกรุด ลูกอม หรืออะไรที่เหมือน ๆ กัน, นี่มันเป็นเรื่องงมงาย. แต่ ถ้ารู้ความหมายหรือวิญญาณของสิ่งเหล่านั้นจริง ก็ต้องรู้ถึงความเป็นไทย ที่ทำให้เยือกเย็น และทรหด ซึ่งมันเนื่องอยู่ด้วยกัน. นี่แหละเอาเลือดไทย เอาความเป็นคนไทยแล้วก็ต้อง มีความเยือกเย็น และทรหด เป็นเครื่องราง เป็นเครื่องคุ้มครอง. บรมธรรม หรือสิ่งสูงสุด ก็มีลักษณะอย่างนี้ คือไม่เป็นทาส แล้วก็เยือกเย็น แล้วก็เข้มแข็ง อะไรจะมาทำลายไม่ได้, อะไรจะมาแตะต้องไม่ได้. นั่นคือความเหมือนกัน ของความหมายทั้งสองอย่าง คือความหมายของ บรมธรรม , และความหมายของ ความ เป็นไทย มันเหมือนกัน โดยบังเอิญ หรือโดยอะไรก็ตาม เรียกว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ หรือ จะถือว่าเป็นโชคดีก็ได้ ที่มีอะไรประจวบเหมาะอย่างนี้ เป็นเครื่องรับประกันอยู่ในตัว. สำหรับข้อที่ถามว่า ธรรมะเช่นความสันโดษ ทำให้ชาติไทยไม่ก้าวหน้า มันเป็นเรื่องปลีกย่อยที่สุดในบรรดาเรื่องที่เข้าใจผิด. ในบรรดาเรื่องที่พวกฝรั่งเข้าใจ คนไทยผิด เข้าใจพุทธศาสนาผิด เกือบจะบัดทิ้งออกไปเลยก็ได้ เพราะมันเป็นความเข้าใจ ผิด ; ไปศึกษาเสียใหม่ให้เข้าใจถูกต้อง. พูดกันง่ายๆ สักนิดหนึ่งว่า สันโดษนี้มีหลายความหมาย สันโดษของคนไทย ต้องถูกต้องตามหลักของพุทธศาสนา. สันโดษตามหลักของพุทธศาสนานั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกคนจะต้องมี, ถ้าไม่มีจะต้องตาย พูดกันง่ายๆ อย่างนี้ดีกว่า ถ้าเราไม่รู้จักพอใจใน สิ่งที่เราได้มา หรือมีอยู่แล้วเราจะต้องตาย. คุณไปคิดดู มันจะมีความกระวนกระวาย ไม่มี ความพักผ่อนเลย ถ้าเขาไม่รู้จักพอใจในสิ่งที่เราได้มา หรือมีอยู่แล้ว เราก็จะต้องเป็นบ้า และตาย. นี่ไม่ใช่แกล้งพูดข้างเดียว, ให้ทุกคนไปคิดดูไปสนใจดู ถ้าไม่มีความหมาย

น.95 ของคำว่า "อิ่ม" หรืออิ่มใจเหลืออยู่เลย เราจะต้องตาย. เดี๋ยวนี้เราอยู่ได้ด้วยความ ที่เราทำอะไรลงไปเราก็พอใจ เราเดินเล่น เราก็พอใจ แม้กินอาหารเราก็พอใจ ทำอะไร เราก็พอใจ. ที่ว่า สันโดษมีประโยชน์มากที่สุดก็คือ เราพอใจทุกขณะที่เรากระทำ อะไรลงไป, เราสบายใจและมีกำลังใจที่จะทำต่อไป ผมเคยพูดมาก เรื่องสันโดษนี้ ไปหาอ่านดูได้ในรายละเอียด. เช่นว่า ชาวนายากจนที่สุด ขุดดินทำนาลงไปทีหนึ่ง สองที นี้ก็พอใจว่า เสร็จไปหนึ่งที สองที ฯลฯ มันก็พอใจเรื่อยไปจนตลอดถึงข้าวออกรวง ก็เต็มไปด้วย ความพอใจอยู่ตลอดเวลา. ทีนี้ถ้าไม่มีความพอใจเสียเลย มันก็ต้องเป็นบ้า. ขุดดิน ลงไปสอง สามที ก็ยังไกลต่อการที่ข้าวจะออกรวง มันก็กระวนกระวาย ก็เป็นโรค กระวนกระวาย, กระทั่งจะคิดว่าไม่ไหวไปขโมยดีกว่า ได้ทันอกทันใจดีอย่างนี้เป็นต้น. เพราะฉะนั้นความที่พอใจอยู่ทุกกระเบียดนิ้วของการงาน หรือของการกระทำความดีของ ตัวเองนั่นแหละ เป็นสันโดษที่ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา จำเป็นที่มนุษย์จะ ต้องมี ทำให้รักษาความถูกต้องต่าง ๆ ไว้ได้. ถ้าไม่สันโดษแล้วจะหันไปหาทุจริต เดี๋ยวนี้ทุจริตเต็มบ้านเต็มเมืองก็เพราะ ไม่รู้จักสันโดษ. เพราะฉะนั้นความสันโดษตามหลักพุทธศาสนานี้มันทำให้อิ่มอยู่เสมอ คือไม่หิวอยู่เสมอ ไม่ต้องออกล่าเมืองขึ้นเหมือนพวกฝรั่ง. พูดอย่างนี้ถูกไหมว่า พวก ฝรั่งออกล่าหาเมืองขึ้นนั้นเพราะไม่สันโดษ ; คนไทยเราสันโดษเลยไม่ต้องออกล่าเมือง ขึ้น ; เพราะฉะนั้นผมจึงสอนหรือว่าแนะนำชักชวน ถ้าสอนจะเป็นการเขื่องเกินไป ว่าขอให้ทุกคนรู้จักทำจิตใจให้อิ่มให้พอไปทุกกระเบียดนิ้ว นับตั้งแต่ลงมือทำในขั้นแรก หรือเล็ก ๆ น้อย ๆ. เอาไม้กวาดมากวาดลาน อย่างนี้ก็พอใจตั้งแต่กวาดทีแรก แล้วลานมันกว้าง มันต้องกวาดหลายร้อยครั้ง หลายพันครั้ง เราต้องพอใจไปตั้งแต่ลงมือกวาดเริ่มแรก ทีแรก

น.96 เราถือว่ามันเสร็จทุกที, เสร็จเพิ่มขึ้น เสร็จเพิ่มขึ้นไม่ใช่ไม่เสร็จ. ถ้าโง่ มีความคิด อย่างคนโง่ ก็เหลียวดูรอบลานอันใหญ่กว้างแล้วก็ร้องว่า โอย ! ยังไม่เสร็จ เหนื่อย ล่วงหน้า ยังไม่เสร็จ เพราะลานมันกว้าง ถ้ามีความสันโดษตามหลักพุทธศาสนา กวาด ลงไปแกร๊กแรกมันก็เสร็จ, เสร็จเท่านั้นคือเสร็จตั้งแต่แกร๊กแรก แกร๊กที่สองก็ยิ่งเสร็จ แกร๊กที่สามก็ยิ่งเสร็จ มันเสร็จทุกทีที่ทำ. มีคนมาที่นี่ แล้วก็ถามว่า ตึกนี้เมื่อไรจะเสร็จ ตึกโรงหนังนี้เมื่อไรจะเสร็จ ผมนึกขันอยู่ในใจว่า นี้คงจะเป็นบ้าเอามาก ๆ ที่ถามอย่างนี้ คือว่าเราเสร็จมาทุกวันเลย, มีความเสร็จทุกวัน ๆ เสร็จเพิ่มขึ้นทุกวัน. คุณลองไปคิดดูให้ดี มันมีความหมายต่างกัน อย่างไร เสร็จตั้งแต่วันขุดหลุมแรก, นี่เสร็จแล้วในจิตใจตั้งแต่คิดที่จะทำ. เมื่อมีความคิด ที่จะทำ ยังไม่ได้ลงมืออะไรเลย มันก็มีความเสร็จไป มีความพอใจในมโนภาพ, แล้วก็ พอใจตั้งแต่เพียงสักว่า คิดว่าจะทำ นี่คืออานิสงส์ของสันโดษที่ทำให้ไม่ต้องเป็นโรคปวดหัว ไม่ทำให้เป็นโรคเส้นประสาท ไม่ต้องตายในที่สุด. เพราะฉะนั้นขอให้เอาไปใช้ให้ถูก ต้องกับความเป็นคนไทยที่จะเยือกเย็น ชดช้อย ทรหดอดทน ได้อย่างไร. เมื่อคุณเป็นนักศึกษาเล่าเรียน คุณก็รู้ดี ว่าต้องเรียนมากเท่าไร กี่ปี ๒๐ ปี ก็มี, ก็ต้องมีความพอใจตลอดเวลาคือเสร็จทุกวัน, การเล่าเรียนของเรามีความเสร็จ ที่น่าพอใจทุกวัน ๆ มันจะทำให้สบาย มีความสุข เป็นบรมธรรม, ไม่ต้องเขวออกไป เป็นอันธพาล แม้แต่ในทางวิญญาณ. เดี๋ยวนี้นักศึกษาเป็นอันธพาลกัน กระทั่ง ภายนอกตัว ; มีอะไร ๆ อย่างที่หนังสือพิมพ์ลงข่าว มีความเป็นอันธพาลออกมาถึงทาง กาย ทางภายนอก. นี่ก็ล้วนแต่ว่า ไม่รู้จักทำความพอใจให้เกิดขึ้นในการศึกษาเล่าเรียน ในความเป็นอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว, เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรียกว่า "สันโดษ" นั้น ไม่ได้ทำลาย คนไทย หรือความเป็นไทย ; แต่รักษาความเป็นไทย ประคับประคองความเป็นไทย ให้เป็นไปอย่างเข้มข้นอยู่เสมอ, เป็นหลักพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่มีทาง ที่จะผิด.

น.97 สันโดษนี้มันก็ช่วยความเป็นไทย ให้คนไทยมีอะไรเป็นไทย ให้หนี อย่างไทย ให้สู้อย่างไทย ให้ผ่อนปรนอย่างไทย จนมีอิสรภาพมาได้, ไม่ให้มีความ กระด้าง แต่มีความแช่มช้อย ชดช้อยอ่อนไหว ; แม้เมื่อถูกเขาข่มเหงก็ไม่รู้สึกเป็นทุกข์. ความเป็นไทยของคนไทยก็ตาม, ความเป็นไทยของธรรมะหรือธรรมชาติก็ตาม เป็นความหมายของบรมธรรมอย่างนี้. เพราะฉะนั้นเราต้องมีความเป็นไทยในความหมายนี้ทุกกระเบียดนิ้ว แม้แต่ เรื่องทางวัตถุ เรื่องบ้าน เรื่องเรือน เรื่องกิน เรื่องนอน เรื่องอะไรของคนไทย กระทั่ง เรื่องการเมือง เรื่องการทหาร การเศรษฐกิจของประเทศไทย, จะต้องมีความหมายของ ความเป็นไทย ในลักษณะที่เยือกเย็นทรหด เยือกเย็นเป็นบรมธรรมแม้ไม่ใช่สูงสุด. ไม่ใช่ เป็นบรมธรรมสูงสุด ก็ต้องเป็นบรมธรรมไปตามสัดตามส่วน ที่จะต้องรักษาเอาไว้ จึงจะ เป็นไทยทั้งทางฝ่ายบุคคล และเป็นไทยทั้งทางฝ่ายวิญญาณ คือทางธรรมไปพร้อมกัน ทั้งสองทาง. พูดกันให้สั้น ๆ ว่าให้มีความเป็นไทยอย่างโลก ๆ อย่างชาวบ้าน อย่างวัตถุ นี้ก็หมายถึงชาติไทย อยู่ได้อย่างเป็นชาติไทย มีอะไรอย่างไทย ๆ. ความเป็นไทยในความหมายอีกความหมายหนึ่ง หมายถึงเรื่องทาง วิญญาณ ทางธรรมะ ทางบรมธรรม. นี่ก็ไม่เป็นทาสของกิเลส ไม่เป็นทาสของวัตถุ. เดี๋ยวนี้โลกทั้งโลกกำลังเหไปทางเป็นทาสของวัตถุ ของวัตถุนิยมนั่นแหละมนุษย์จะหมด ความเป็นไทยของมนุษย์ ตกเป็นทาสของวัตถุนิยม ก็คือเป็นทาสของกิเลส, มันก็สกปรก ไปหมดเท่านั้นเอง. เพราะคำว่า "กิเลส" นั้นแปลว่าสกปรก. มันต้องมีความเป็น ไทยทั้งอย่างโลก ๆ และมีความเป็นไทยทั้งอย่างภาษาธรรมทั้งภาษาคน ต้องเป็นไทย จึงจะใช้ได้. เดี๋ยวนี้มนุษย์กำลังจะสูญเสียความเป็นไทย. มนุษย์ทั้งหมดนั้นกำลังจะ สูญเสียความเป็นไทย เพราะหันเหเอียงไปหาวัตถุ ตกเป็นทาสของวัตถุ.

น.98 ตัวอย่างที่น่านึกอยู่เสมอ ที่แสดงความเอียงต่ำลงไปของมนุษย์, เอียงไปหา ความต่ำนี้ คือเรื่องป้ายโฆษณา เอาเท่าที่มันมีเป็นหลักฐานอยู่ในประวัติการณ์. ที่เมือง ท่าตากอากาศ ที่มีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษแห่งหนึ่ง ในระยะ ๕๐ ปีมานี้ เขาเคย ตั้งข้อสังเกต, แล้วเขียนไว้คล้ายเป็นสถิติ. ในป้ายโฆษณาไปเที่ยวตากอากาศแห่งนั้น ในยุคแรก ๆ มีเป็นวิวธรรมชาติ. ที่ตรึงตาตรึงใจสูงในทางศิลป์ ให้ความเยือกเย็นใน ทางวิญญาณ. เขาพิมพ์ภาพโฆษณาเหล่านี้สำหรับชวนคนไปตากอากาศที่นั่น. ยุคต่อมา โฆษณาอย่างนั้น ไม่มีผลขึ้นมาหรืออย่างไร ก็เปลี่ยนมาเป็นรูปเรือรบที่ประจำอยู่แถวนั้น, เป็นเรื่องชาตินิยม เป็นสื่อจูงใจโฆษณาคนไปเที่ยวที่นั่น, ภาพวิวธรรมชาติหมดความ หมาย. ต่อมาอีก ภาพเรือรบนั้นก็ช่วยไม่ได้, ยุคต่อมา ก็โฆษณาด้วยเรื่องของกิน ของเล่นหัว. ยุคสุดท้ายนี้ภาพผู้หญิงในชุดบิกินี คนจึงไปเที่ยวที่นั่น. นี่คุณลองวัดดู คำนวณดู ว่าจิตใจของคนได้เปลี่ยนไปอย่างไร, ไปใน ทางสูงหรือไปในทางต่ำ จากวิวธรรมชาติที่ลึกซึ้งตรึงตาบริสุทธิ์นั้น มาสู่เรือรบมาสู่ของกิน แล้วมาสู่ชุดบีกินี. ถ้าขืนมีต่อไปอีก ก็ต้องเป็นเรื่องภาพเปลือยหมดเลย คนจึงจะไป ที่นั่น. นี่เป็นเครื่องวัดจิตใจของมนุษย์ว่ากำลังไหลไปทางไหน ไหลลงหรือไหลขึ้น มันก็จะเป็นอย่างนี้หมด ไม่ใช่แต่เฉพาะที่นั่น, เมืองไทยก็ระวังให้ดี. ในที่สุดก็เห็นได้ว่า มนุษย์ทั้งโลกกำลังจะไปทางไหนกัน. ผมรู้สึกว่า มนุษย์กำลังถอยหลังลงไปสู่ความเป็นทาส, ไม่รู้จักแหงนเงยไป ทางบรมธรรม มีแต่ก้มหน้าก้มตาดุ่มลงไปทางเป็นทาสของเนื้อหนัง. ในภาษาศาสนา รวมเรียกด้วยคำสั้น ๆ ว่า เนื้อหนัง อย่างที่เคยพูดกันมาแล้ว, มันกำลังมุดหัว ก้มศีรษะ ลงไปสู่ความเป็นทาสของเนื้อหนัง, ไม่ใช่แหงนเงยขึ้นเบื้องบน ไปมองหาบรมธรรม. นี่สภาพของมนุษย์กำลังเป็นอย่างนี้, จะไปโทษพระเจ้า หรือจะไปโทษใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น, เพราะว่ามันมาจากการกระทำของมนุษย์เอง ที่ไม่รู้จักพระเจ้า ไม่รู้จักบรมธรรมยิ่งขึ้น

น.99 ทุกที ๆ. เรียกว่าเป็นกรรมของมนุษย์นั่นเองไม่ต้องเป็นอย่างอื่น, ไม่ต้องโทษพระเจ้า, หรือจะเอากรรมเป็นพระเจ้าก็ได้. นี่แหละมนุษย์กำลังกระทำกรรม ที่เป็นทุจริตทางกายกรรม วจีกรรม มโน กรรมมากขึ้น ๆ แล้วก็ก้มหัวลงไปเป็นทาสของเนื้อหนังมากขึ้น ยิ่งมากขึ้นอีก แล้วก็ยิ่ง ก้มมากลงไปอีก, ยิ่งเป็นมากขึ้นไปอีก จนไม่รู้ว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหน บรมธรรมอยู่ที่ไหน. เมื่อเป็นทาสของวัตถุทางเนื้อหนังแล้ว ก็ต้องทำไปตามกิเลส, ก็ต้องเห็นแก่ตัว ต้อง ละโมบโลภมาก ต้องไม่สันโดษ ต้องล่าเมืองขึ้น ต้องรบราฆ่าฟัน. สงครามลัทธิก็ตาม สงครามปัญหาดินแดนก็ตาม ล้วนมาจากความเป็นทาสของวัตถุ ซึ่งเรียกว่าเป็นทาสของ กิเลสนั้นถูกกว่า. กิเลสต้องการวัตถุ แล้วเราก็ยอมเป็นทาสของกิเลส เพื่อได้วัตถุ. เมื่อเราเป็นทาสของกิเลสเพียงอย่างเดียวแล้ว มันก็จะเป็นทาสของ ทุก ๆ อย่างหมด ไม่มีอะไรเหลือ. เป็นทาสของกิเลสหรือตัณหา หรืออะไรก็แล้วแต่จะ เรียก เป็นทาสของกิเลสอย่างเดียวแล้ว ก็จะเป็นทาสของวัตถุทุกอย่างหมด. ผู้ชายที่เข้มแข็ง, สามารถ, เต็มไปด้วยคุณสมบัติ อาจจะไปเป็นทาสของผู้หญิงที่โง่ ๆ กะร่องกะแร่งคนหนึ่ง ก็ได้. นี่เพราะความเป็นทาสของกิเลสมันบังคับให้เป็นไป หรือจูงให้เป็นไป. เราไม่ ต้องยกตัวอย่างมาก พูดแต่เพียงว่า ถ้าเป็นทาสของกิเลสอย่างเดียวแล้ว จะเป็นทาสของ ทุกสิ่งหมดไม่มีอะไรเหลือ. เพราะฉะนั้นระวังให้ดี, ให้มีบรมธรรม หรือความเป็น ไทยนี้เป็นเครื่องรางคุ้มครองอยู่, อย่าให้เป็นเอามาก ๆ ถึงอย่างนั้น. เพราะฉะนั้น ถ้าใครไม่อยากจะเป็นทาส ก็ต้องสนใจในเครื่องราง ที่จะคุ้มครองไม่ให้เป็นทาส คือ บรมธรรม, บรมธรรมคือสัญญลักษณ์แห่งความเป็นไทย เหมือนที่ได้พูดมาแล้ว ข้างต้น. เรื่องบรมธรรม เราก็พูดกันมาเรื่อย ไม่เว้นเลย, เดี๋ยวนี้พูดในฐานะที่เป็น สัญญลักษณ์ของความเป็นไทย, ก็จะต้องสนใจในบรมธรรมในฐานะที่เป็นเครื่องฆ่ากิเลส,

น.100 ล้างผลาญกิเลส ซึ่งเป็นต้นเหตุของความเป็นทาสทุกประการ. เพราะฉะนั้นในวันต่อไป เราจะต้องพูดถึงวิธีการฆ่ากิเลส, การปฏิบัติหลักพระพุทธศาสนาในฐานะที่เป็นการฆ่า กิเลส. ในชั้นนี้ให้ถือไว้เป็นปณิธาน เป็นการอธิษฐานไว้ก่อนว่า เมื่อไม่อยากจะ เป็นทาส ก็ต้องสนใจบรมธรรมในฐานะที่เป็นเครื่องฆ่ากิเลส; แล้วก็ทำงานใน ชีวิตประจำวันทุก ๆ งาน ทุกอย่างนี้ด้วยจิตที่ไม่เป็นทาสของกิเลส. คุณไปจัดแจงอะไรเสียใหม่, ปรับปรุงเสียใหม่, ให้การงานของเราที่ทำทุกวัน ทุกชนิดของการงาน ทำไปด้วยจิตที่ไม่เป็นทาสของกิเลส. อย่าไปหลงเชื่อตามที่คนโง่ ๆ เขาพูดกัน, คนโง่ ๆ ที่มีปริญญาจากเมืองนอกยาวเป็นหางหรืออะไรก็ตาม, เขาพูดกันว่า ถ้าเป็นฆราวาสต้องมีกิเลส ต้องใช้กิเลส ต้องทำอะไรไปตามอำนาจของกิเลส เพราะเรา ยังเป็นปุถุชน. นี่ผมเห็นว่าเป็นคำพูดที่โง่ที่สุด อย่าได้ไปถือเอาเลย. แม้จะเป็น ฆราวาส ปุถุชนคนดิบ ๆ นี้ จะต้องพยายามจนสุดความสามารถ ที่จะมีจิตที่ไม่มีกิเลส, โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ทำการงาน, อย่าลุอำนาจแก่ราคะ โทสะ โมหะ แล้วทำ การงาน จงพยายามสำรวมจิตใจให้ดี, ให้มีจิตที่ปราศจากกิเลสเหล่านี้เสมอ แล้วทำการ งานที่จะต้องทำ. เช่นเรื่องทำมาหากินหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนั่นแหละ จงทำด้วยใจคอ ที่ปรกติ ไม่ถูกกิเลสครอบงำ, จงพยายามทำทุกอย่าง ด้วยจิตที่ไม่เป็นทาสของกิเลส. อย่าเข้าใจผิดว่า เป็นคฤหัสถ์แล้วต้องมีกิเลส ต้องใช้กิเลส จึงจะได้เปรียบ ผู้อื่น จึงจะชนะผู้อื่น ; นั้นมันจะยิ่งพ่ายแพ้. ที่ไปอยู่ในคุกในตรางนั้นเพราะอำนาจ ของกิเลสทั้งนั้น, ที่เป็นเจ้าใหญ่นายโตแล้วก็ยังคอรัปชั่น ก็เพราะเป็นทาสของกิเลส เท่านั้น. ถ้ามีกิเลสแล้ว สู้ทำไปตามอำนาจของกิเลส นั่นคือไม่สันโดษเป็นต้นแล้ว แม้เป็นชาวนายากจนขุดดินอยู่ ก็มีความเดือดร้อนทั้งนั้น มีความทุกข์ร้อนในจิตใจทั้งนั้น เพราะเป็นทาสของกิเลส. ต้องรู้จักบัดกิเลสออกไปเสีย จนมีสันโดษ มีความอิ่ม ความพอ เป็นต้น, แล้วก็ยิ้มกริ่มอยู่เรื่อยตลอดเวลา ตั้งแต่การขุดดินที่แรกเป็นต้นไป.

น.101 คฤหัสถ์ก็ต้องทำงานด้วยจิตที่ไม่เป็นทาสของกิเลส, พยายามอย่างนั้นเรื่อยไป ไม่ใช่เป็นเรื่องของพระอรหันต์พวกเดียว แต่เป็นเรื่องของคนทุกคน. นี่กลับความคิดที่ เข้าใจผิดกันเสียใหม่ มาเป็นคนไทยที่ถูกต้อง, มีจิตใจที่เป็นไทยเสียก่อน แล้วก็ทำงาน ทุกชนิดด้วยจิตใจที่เป็นไทย จึงจะสมกับความเป็นไทย. ความเป็นคนไทยมีจิตใจ อย่างไทย คือไม่เป็นทาสของกิเลส, แล้วก็ทำงานทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความอิ่มอก อิ่มใจ พอใจตัวเอง เคารพตัวเอง ยกมือไหว้ตัวเองได้, เพราะว่าเต็มไปด้วย ความเป็นไทย หรือความดี, นี้จะเป็นบรมธรรมสูงสุดพร้อมกันไปเลยทั้งสองแง่, คือ ความเป็นคนไทยก็ตาม หรือความเป็นไทยของมนุษยชาติก็ตาม ; เราจะต้องมีความหมาย ของคำนี้ ความเป็นไทยนี้อย่างเดียวกัน คือมีบรมธรรมนี้เป็นหลัก. เพราะฉะนั้นเราจึง พูดว่า บรมธรรมคือสัญญลักษณ์ของความเป็นไทย เหมือนหัวข้อที่พูดข้างต้น. ต้องพยายามอยู่อย่างนี้, จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ จะต้องพยายามอยู่อย่างนี้, มันต้องสำเร็จ อย่างน้อยที่สุดก็รักษาความเป็นไทยไว้ได้ สำหรับความเป็นคนไทย, หรือความเป็นไทยของมนุษยชาติโดยส่วนรวม ที่จะต้องต่อสู้ กับกิเลส. กิเลสเป็นข้าศึกของมนุษยชาติทั้งหมด. คนไทยเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ มันก็ต้องมีปัญหาอย่างเดียวกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยกันเพื่อต่อสู้ ข้าศึกคือกิเลส เพื่อรักษาความเป็นไทยไว้ได้. เมื่อมีความเป็นอย่างนี้ก็จะสมกับความ ที่เป็นคนไทย เป็นไทย ยังคงเป็นไทย, เป็นอิสระสมกับที่เป็นคนไทย, สมกับที่เป็น พุทธบริษัท. ได้เป็นมนุษย์ ได้สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรจะได้, ที่เราชอบพูดกันว่า "ได้เกิด มาเป็นมนุษย์ แล้วได้พบพระพุทธศาสนา นี้เป็นโชคดีที่สุดแล้ว", โชคดีนี้ก็ไม่มี ความหมายอย่างอื่น นอกจากความหมายว่ามีความเป็นไทย, เป็นอิสระจากกิเลสก่อน แล้วก็อิสระจากทุก ๆ อย่างที่จะมาทำให้สูญเสียความเป็นอิสระ. ทีนี้กิเลสนี้มันมีอำนาจมาก, มีความพลิกแพลง, มีความหลอกลวง ตลบแตลงมาก. คุณจงมองดูสิ่งที่เรียกว่ากิเลสนั้นให้ดี ๆ. มันไม่ได้อยู่ที่ไหน มัน

น.102 ก็อยู่ในคนนี้, มันก็ยึดครองคนเป็นอาณาจักรของมัน. กิเลสมีอาณาจักรอยู่ที่ไหน ? มันก็มีอาณาจักรอยู่ในหัวใจคน. พอคนเผลอ หรือคนโง่ไป กิเลสมันก็เกิดขึ้น หรือว่า โผล่ออกมาให้เห็น. แล้วมนุษยชาติอยู่ที่ไหน ? ก็อยู่ที่มนุษย์ทำอะไรกันอยู่เป็นประจำ, การกระทำของมนุษย์นั่นแหละ เป็นตัวมนุษยชาติ ไม่ใช่ตัวเนื้อหนังร่างกายนี้. การ กระทำของมนุษย์ที่กระทำอยู่เป็นประจำวัน นั่นแหละคือตัวมนุษยชาติ, มันจะเปลี่ยนไป ในทางสูงขึ้นหรือเลวลงมันก็อยู่ที่การกระทำนั้น. แล้วการกระทำนี้มันไม่ใช่กระทำเฉพาะ ตนฝ่ายเดียว มันถ่ายทอดไปอีก. จงจำคำว่า "ถ่ายทอด" ไว้, พ่อแม่เป็นอย่างไร ก็ถ่ายทอดไปให้ลูก เล็ก ๆ ตาดำ ๆ มาแต่อ้อนแต่ออก โดยไม่รู้สึกตัว. นี่ความเป็นมนุษยชาติอยู่ที่ตรงนั้น. พ่อแม่ถ่ายทอดอะไรลงไป ลูกเล็ก ๆ โตขึ้นมา ก็ถ่ายทอดเอามาในลักษณะอย่างนั้น, ในความเป็นอย่างนั้น. ถ้าพ่อแม่ถ่ายทอดความเป็นทาสลงไป คือเป็นทาสวัตถุนิยม, เป็นทาสเนื้อหนัง, เด็ก ๆ ที่เกิดขึ้นมา โตขึ้นมา, มันก็เกิดขึ้นมา โตขึ้นมา ใน ลักษณะที่เป็นทาสของเนื้อหนังมาเสร็จแต่อ้อนแต่ออก. พ่อแม่ให้กำเนิดทารกในครรภ์ ออกมา ด้วยจิตใจที่เป็นทาสของเนื้อหนัง ก็ใส่เชื้อความเป็นทาสของเนื้อหนังลงไปแล้ว. พอเด็กคลอดออกมา, ก็ถูกแวดล้อมด้วยกิริยาอาการที่ล้วนแต่เป็นทาสของเนื้อหนัง, โตขึ้นมาโดยความเป็นทาสของเนื้อหนังอย่างสมบูรณ์, นี้คือมนุษยชาติ. ความเป็นมนุษย์ชาติของมนุษย์ทั้งโลกมันอยู่ที่ตรงนี้ มันจึงเปลี่ยนไปสู่ความ เป็นทาสได้อย่างไม่รู้สึกตัว ด้วยความสนิทใจไม่รังเกียจ, ปัญหาจึงมีมาก แก้ยากอยู่ที่ ตรงนี้. มันเลยเป็นนิสัยสันดาน, นิสัยสันดานนี้ก็คือความเคยชิน, เป็นกิเลส, เขา เรียกว่าเป็นกิเลสชนิดหนึ่งเหมือนกัน แต่ที่แท้มันเป็นความเคยชินของกิเลส, คือกิเลส ที่ประพฤติกันจนชิน เรียกว่ากิเลสชั้นละเอียด เรียกว่าสังโยชน์ เรียกว่าอนุสัยหรืออะไร ก็ตาม แต่เขามักจะเรียกว่ากิเลสเสียเลย. ที่จริงสังโยชน์ หรืออนุสัยนี้ มันไม่ใช่กิเลส,

น.103 มันเป็นความเคยชินอย่างยิ่งของกิเลส, ที่พร้อมที่จะเกิดอย่างนั้นได้อยู่ทุกเมื่อ. เพราะ ฉะนั้นเดี๋ยวนี้เราจึงมีความเคยชินเป็นอนุสัย พร้อมที่จะเป็นทาสของกิเลส, เป็นทาสของ วัตถุ, เป็นทาสของเนื้อหนังอยู่ทุกเมื่อ. จะเล่านิทานของพวกเซ็นสักนิดหนึ่ง มัน จำง่ายดี ว่า :- เมื่อยมบาลเขาจะปล่อยวิญญาณดวงหนึ่ง ให้หลุดเป็นอิสระออกมาจากยมโลก, ไปพิจารณา เห็นว่าวิญญาณตัวนี้มันมีอะไรดีอยู่บ้าง เคยทำความดีไว้บ้าง น่าจะตอบแทน สนองคุณมัน, ก็เลยเรียกวิญญาณตัวนี้มาบอกว่า เดี๋ยวนี้แกจะพ้นจากโทษแล้ว จะไปจาก ยมโลกแล้ว แกมีความดีอยู่บางอย่าง อย่างนั้น ๆ. ฉันจะให้พรให้แกเลือกเอา, ฉัน จะให้พรว่า แกจะไปเกิดใหม่ จะไปเกิดชนิดที่เลี้ยงผู้อื่นก็ได้, หรือจะไปเกิดอย่างให้ ผู้อื่นเลี้ยงแกก็ได้. ในสองอย่างนี้ แกจะเลือกเอาอย่างไหน ? วิญญาณตัวนั้นก็อึกอัก ๆ ฉงน ตอบว่า ขอไปคิด, เสร็จแล้วก็มาบอกว่า "ผมไม่มีปัญญาเลี้ยงคนอื่น, ผมขอเกิดอย่างให้คนอื่นเลี้ยงผมเถอะ". นี่ฟังดูให้ดี คน นั้นรู้สึกอย่างนี้. ยมบาลก็ชักจะโมโห, ผลสุดท้าย พูดแล้วก็ต้องทำจริง. ยมบาลก็ว่า "เอ้า ! ถ้าเช่นนั้น แกก็ไปเกิดเป็นขอทาน, เพื่อให้คนอื่นเขาช่วยกันเลี้ยง". คนนั้น ก็ต้องไปเกิดเป็นคนขอทานสมน้ำหน้า นี่ คือความเห็นแก่ตัว ไม่อยากเลี้ยงคนอื่น. ถ้าเราไปเกิดเป็นคนธรรมดา เราก็เลี้ยงขอทาน. ความหมายของการเลี้ยงคนอื่นนั้น คนเห็นแก่ตัวมันไม่ยอม. ความเห็นแก่ตัวมันไม่ยอม มันก็ไม่เลี้ยงคนอื่น, อยากให้ คนอื่นเลี้ยง. นี้คือความโง่ หรือกิเลสอันเป็นเหตุให้เห็นแก่ตัวเป็นอย่างนี้ คนนั้นก็ได้ เกิดให้คนอื่นเลี้ยงอย่างคนขอทาน. แต่เรื่องนี้มันพาดพิงมาถึงพวกเรานะ ระวังให้ดี เพราะเราเป็นภิกษุสามเณร ก็คนอื่นเลี้ยงอยู่เหมือนกัน แต่ว่าคนละแบบ. เราไม่ใช่เป็นขอทานให้คนอื่นเลี้ยง. เรา ได้ทำอะไรที่มีคุณสมบัติดี, เรามีบรมธรรม เราแจกจ่ายบรมธรรม เพราะฉะนั้นเราเป็น

น.104 เจ้าหนี้ และเป็นเจ้าหนี้เหนือประชาชนในโลก, เพราะเรามีคุณธรรม มีบรมธรรม ฉะนั้นเราไม่ใช่เป็นคนหมดความสามารถ หรือเป็นลูกจ้าง หรือให้คนอื่นเลี้ยงตามแบบ คนขอทาน. ต้องยกเว้นภิกษุสามเณร หรือนักบวช ที่มีคุณธรรมอย่างนักบวช. ถ้าภิกษุสามเณรองค์ไหนเป็นอลัชชี เป็นมิจฉาทิฏฐิ หลอกลวงบวชอยู่ในศาสนานี้ นั่นแหละเป็นขอทาน, นั่นแหละเป็นผีตัวนั้นมาเกิดด้วยเหมือนกัน. แต่ถ้าเป็นภิกษุ สามเณรที่ดี ก็เป็นผู้มีคุณธรรมสูงเหนือชาวบ้าน ก็เป็นเจ้าหนี้, เป็นผู้มีพระคุณเหนือ ชาวบ้าน, บริโภค อย่างเจ้าหนี้, อย่างนี้ไม่ใช่ผีตัวนั้นมาเกิด. มันเป็นพวกที่ว่าเกิดมา เพื่อจะเลี้ยงคนอื่นในทางด้านวิญญาณ, ไม่ใช่เลี้ยงทางปากทางท้องจริง, แต่ว่าเลี้ยงจิตใจ ของคนทุกคนในโลก ในทางด้านจิตด้านวิญญาณ มาช่วยกันยกจิตวิญญาณของมนุษย์ ให้สูงขึ้น. นี่ สาวกของพระพุทธเจ้าจึงเป็นอย่างนี้ อยู่ในฐานะเป็นปูชนียบุคคลอย่างนี้, ไม่ใช่ผีตัวนั้นมาเกิด. คุณระวังให้ดี อย่าให้มีการกระทำชนิดที่ว่า เป็นผีตัวนั้นมาเกิด, เป็นภิกษุสามเณร มาเอาเปรียบคนอื่น ให้เขาเลี้ยง กินอยู่เป็นประจำ. เราต้องเกิดมา เพื่อเลี้ยงคนอื่น เราต้องมีคุณธรรมมากพอที่จะเผื่อแผ่เจือจานให้แก่บุคคลอื่น, ให้มี บรมธรรมด้วยกัน. จะต้องเป็นผู้ให้ทานธรรมะซึ่งเป็นการให้ทานที่สูงสุด, เราก็มีความ เป็นไทย. ถ้าเกิดมาให้คนอื่นเลี้ยง เราก็มีความเป็นทาส. ถ้าเราเกิดมาเพื่อเลี้ยงคนอื่น มันก็มีความเป็นไทย. คือไม่เป็นทาส เพราะฉะนั้นบรมธรรมเป็นสัญญลักษณ์ของความ เป็นไทยอย่างยิ่งด้วยประการทั้งปวง แต่ต้นจนปลายในลักษณะอย่างนี้. นกร้องเตือนแล้ว เวลาชั่วโมงหนึ่งของเราก็หมดลงแล้ว.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต