น.482 ท้องย่อยหมดเลิกกัน ; ถ้าเราให้ผู้อื่นไปกิน, ของอย่างเดียวกันเท่ากันนั้น มันอยู่ในจิตใจในความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายตลอดกาลนาน . เรามีของกินคำเดียว เรากินเองเดี๋ยวก็หมด : ถ้าให้ผู้อื่นกิน มันอยู่ในใจไปนาน ไม่รู้จักเหี่ยวไม่รู้จักโรยรา. อย่าเข้าใจว่า เรื่องเอาเรื่องได้ มันจะดี มันจะมีความสุขไปเสียหมด. ลองคิดดูถึงเรื่องให้ เรื่องไม่เอา เรื่องเสียสละดูบ้าง : พระศาสดาทุกศาสนา ล้วนแต่เป็นทั้งหมดของการเสียสละ. อาตมาใช้คำว่า ทั้งหมด คือเป็นทุกอย่างทุกชนิดของทั้งหมดของการเสียสละ. เรานี่แหละ เป็นสาวกของพระ ดีกว่าเป็นสาวกของมาร : ถ้าเราเป็นสาวกของมาร เราก็คิดจะเอาเรื่อย ไม่ยอมคิดเสียสละ. ถ้าเราเป็นสาวกของพระก็คิดจะให้เรื่อย ไม่เคยคิดจะเอา. เด็ก ๆ หรือคนที่มีความคิดสั้น และหย่อนการศึกษาเท่านั้น ที่จะเห็นแต่ได้ ; เพราะถือว่าได้นั่นแหละเป็นการดี. แต่ผู้ที่มากด้วยการศึกษาเห็นโลกพอแล้วจะรู้สึกว่า ให้นั่นแหละดีกว่าเอา. เราไม่จำเป็นต้องทำอย่างเดียวเราทำได้ทั้งสองอย่าง แต่เดี๋ยวนี้แนะให้นึกว่า ในขณะที่ให้นั่นแหละ สบายใจกว่าในขณะที่จะเอา ; ดังนั้นเราก็ได้กำไรตอนนี้. เดี๋ยวนี้เรามีปัญหาเรื่องจะช่วยกันทำมนุษย์ให้เจริญ ทำโลกให้เจริญ ; แต่แล้วโลกมันเจริญไม่ได้ เพราะมีแต่คนที่ดีแต่จะเอา. โลกนี้มันเจริญไม่ได้เพราะอุปสรรคอย่างเดียว คือคนมัน ดีแต่จะเอา คือคนรกโลก . คนรกโลกอย่างที่เราพูดกันแล้วแต่วันก่อน เขามีชื่อในสมัยใหม่นี้อีกคำหนึ่งว่า พวกแกะดำ . พวกแกะดำมีความหมายอย่างไรก็ลองไปพิจารณาดูเอง : ธรรมดาแกะต้องขาว ทีนี้มันเกิดดำขึ้นมา ; ถ้ามันมีมาก มันก็สูญความหมายของความเป็นโลกมนุษย์. โลกมนุษย์ไม่ควรจะเต็มไปด้วยแกะดำ ; ควรจะเต็มไปด้วยแกะขาว มันจึงเป็นโลกของมนุษย์ ; ดังนั้นการที่เราไม่เป็นคนรกโลก ก็คือไม่เป็นแกะดำ,
น.483 ประกาศนียบัตรหรืออะไรก็ตาม ที่เราได้รับไปนี้ มันเป็นเครื่องเตือนใจให้ เสียสละ เป็นวัตถุเครื่องหมายแห่งการเสียสละตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว : เราได้ยอมเหนื่อย ยอมเปลือง ยอมอะไรทุกอย่างเพื่อมารับการอบรมทำความรู้ความเข้าใจกันในที่นี้ มันก็ เป็นการเสียสละ แล้วก็รู้สึกซึ้งในการที่จะเสียสละต่อไป แล้วก็ทำต่อไป ช่วยกันทำโลกนี้ ให้เต็มไปด้วยผู้เสียสละ ก็มีหวังว่ามนุษย์เรา โลกมนุษย์เรา จะเป็นของมนุษย์ ตาม ความหมายของความเป็นมนุษย์ ; ดังนั้นหลังจากนี้เราก็ไปพูดให้เขารู้จักเสียสละ แม้เพื่อ ทำประโยชน์ส่วนรวม. เดี๋ยวนี้มันเห็นแก่ตัวกันมากเกินไป ถึงกับ เห็นแก่ตัวสองซ้อน สองชั้น จนต้องบังคับเคี่ยวเข็ญให้ทำประโยชน์เพื่อตัวเอง. ขอให้ช่วยจำคำนี้ไปด้วย ว่าสิ่งที่น่าหวัว น่าขัน น่าอะไรที่สุดก็คือ การที่ จะต้องเป็นให้ทำประโยชน์เพื่อตัวเอง แท้ที่สุดก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุด น่าสลดสังเวช ที่สุด น่าละอายที่สุด ที่จะต้องให้ใครมาเข็นให้ทำประโยชน์แก่ตัวเอง. ขอให้สิ่งนี้หมด ไปจากพวกเรา จากพุทธบริษัทหรือจากพลเมืองดีทั้งหลาย : อย่าต้องมีการเข็นเพื่อ ประโยชน์แก่ตัวเองอีกต่อไปเลย. การที่เห็นแก่ตัว ถึงกับต้องเข็นให้ทำประโยชน์แก่ ตัวเองนี้ มันไม่ไหวแน่ มันยังป่าเถื่อนเกินไป มันเหมาะสำหรับระบบเผด็จการ หรือ อาจจะเหมาะสำหรับระบบคอมมิวนิสต์ด้วยซ้ำไป ถ้าไม่ทำประโยชน์แก่ตัวเอง เขาต้อง บังคับให้ทำ แล้วไม่ทำไม่ได้ ฆ่าตายเลย นี้เป็นระบบที่พวกคอมมิวนิสต์เขาใช้กันอยู่ เพราะคนมันเห็นแก่ตัวจัดมากเกินไป : นี่มันต้องใช้ระบบเผด็จการ ซึ่งมันพ้นสมัยแล้ว. ดังนั้นอาการที่ต้องบังคับ หรือว่าเข็นให้ทำประโยชน์แก่ตัว หรือบ้านเมือง ของตัวนี้มันไม่ควรจะมีแล้ว ; และเราจะรู้สึกได้ด้วยตัวเราว่า ประเทศเป็นของเรา ด้วยใจจริง เราต้องช่วยกันทุกอย่างทุกทาง. แม้ความรู้สึกต่อรัฐบาลก็เหมือนกัน ก็ให้รู้สึกว่ารัฐบาลเป็นผู้จัดการของเรา : เขาจะเป็นรัฐบาลขึ้นมาในรูปไหน เดี๋ยวนี้ก็ เป็นระบบประชาธิปไตย ก็ต้องยอมรับว่ารัฐบาลเป็นผู้จัดการของเรา. เราจะมองเขาใน
น.484 ฐานะเป็นผู้จัดการ : ไม่ใช่คู่ต่อสู้, ไม่ใช่คู่ปรปักษ์, คู่เอาเปรียบ, คู่เกี่ยงงอนกัน ! เขาเป็นเพียงผู้จัดการของเรา เราเป็นเจ้าของทั้งหมด ดังนั้นเราจะต้องทำให้ถูกเรื่อง คือถูกฝาถูกตัวถูกอะไรกันไปหมด ไม่ต้องมีการเคี่ยวเข็นให้ทำประโยชน์แก่ตนเอง : เราพร้อมที่จะทำประโยชน์แก่ตัวเอง แก่ประเทศชาติของเราเองในฐานะที่เราเป็นเจ้าของ และรัฐบาลเป็นเพียงผู้จัดการเท่านั้น. เราก็มีระบอบระเบียบที่วางไว้ที่เรียกว่าธรรมนูญนี้ อยู่แล้ว ต่างคนต่างประพฤติตามธรรมนูญนั้น มันก็เป็นไปด้วยกันได้ ในระหว่าง เจ้าของกับผู้จัดการ. ทีนี้ กลัวแต่ว่าฝ่ายเจ้าของนี้จะไม่รู้อะไรเสียเป็นส่วนใหญ่ : ทำไปผิด ๆ บ้าง หรือไม่ทำบ้างจนต้องเข็นให้ทำประโยชน์แก่ตัวเอง อย่างนี้แล้วมันก็ลำบากมาก ; ดังนั้นจึงขอฝากไว้ว่าช่วยนำไปพิจารณา ให้ทุกคนยินดีพอใจในการที่จะทำประโยชน์ แม้เพื่อตัวเอง เพื่อบ้านเมืองของตัวเอง ; และให้เขารู้สึกเหมือนเรารู้สึกว่า จิตที่ คิดจะให้นั้น สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา. ขออ้างเอาคุณพระรัตนตรัยมาเป็นเครื่องดลบันดาล ให้สิ่งต่าง ๆ ตามที่เรา ต้องการนี้ เป็นไปอย่างตรงตามประสงค์มุ่งหมายทุก ๆ ประการ เทอญ.
น.485 (เรื่องที่ ๒๓) การสังคมสงเคราะห์ส่วนที่ยังขาดอยู่ โอวาทแก่ คณะสภาสังคมสงเคราะห์ ผู้มาพักแรมที่ค่ายธรรมบุตร บรรยายที่ ลานหินโค้ง สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา ๑๙ กันยายน ๒๕๑๓ —————— ท่านผู้ดำเนินงาน แห่งสภาสังคมสงเคราะห์ทั้งหลาย. ท่านทั้งหลายประสงค์จะให้พูดเรื่องอะไร ? (ตอบว่า แล้วแต่ใต้เท้าจะกรุณา) ถ้าจะให้พูดตามชอบใจ ก็อยากจะพูดตามชอบ ดังต่อไปนี้ : เรื่องการศึกษาก็ดี, เรื่องการสังคมสงเคราะห์ก็ดี, เราทำกัน แต่ฝ่ายวัตถุ หรือฝ่ายรูปธรรม, ฝ่ายนามธรรม ฝ่ายจิตฝ่ายวิญญาณนั้น ไม่ได้สนใจกันเลย. เราน่าจะนึกถึงเรื่องการศึกษาก่อน เพราะว่าการศึกษาของ โลกนั้น ก็ก้าวหน้าในเรื่องทางวัตถุ ซึ่งมีผลให้เห็นแก่ตัวมากขึ้น ; ส่วนทางจิตใจนั้น ไม่ก้าวหน้า มันก็เลยไม่สมดุลย์กัน ; ฉะนั้น โลกนี้จึงมีแต่เรื่องทุกข์ภัย ที่เกิดมาจากความเห็นแก่ตัว. ขอให้ไปคิดเรื่องนี้กันก่อน เพราะว่า ถ้าการศึกษานั้นผิด มนุษย์ก็มีจิตใจผิด คือ เห็นแก่ตัวจัด แรงกว่าเดิม ; ฉะนั้น ก็เลยเห็นแก่ตัวจัด. ทีนี้เราจะ ไปสงเคราะห์ ๔๖๐
Buddhadasa