Buddhadasa.org

ค่ายธรรมบุตร ครั้งที่ ๕ — การรู้จักถือประโยชน์จากศาสนา

ค่ายธรรมบุตร —

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.107 ท่านที่เป็นลูกเสือ และผู้ที่เป็นผู้บังคับบัญชาลูกเสือทั้งหลาย, อาตมารู้สึกยินดีและขอต้อนรับในการมาของท่าน. สำหรับการ ต้อนรับด้วยวัตถุ ด้วยสิ่งของนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นับว่าไม่มีอะไรมากใน ส่วนนั้น ; แต่ต้อนรับอีกอย่างหนึ่ง คือ ต้อนรับด้วยการกระทำที่ประพฤติ ประโยชน์ให้กันและกัน อย่างนี้ก็เรียกว่า ต้อนรับด้วยธรรม เรียกเต็มที่ว่า ธรรมปฏิสันถาร : ต้อนรับด้วยการทำประโยชน์ ประพฤติประโยชน์ ให้กัน และกัน ; เดี๋ยวนี้ยินดีต้อนรับท่านทั้งหลาย ด้วยอาการอย่างนี้. สิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ท่านทั้งหลายทั้งหมดนี้ และแก่ส่วนที่จะพึงได้ โดย เฉพาะที่นี่นั้นก็มีจำกัดอยู่ : คือเรื่องเกี่ยวกับวิชาความรู้. ถึงแม้เกี่ยวกับวิชาความรู้ ก็ยังมีอยู่หลายอย่างหลายชนิด บางชนิดยังไม่เป็นที่ทราบกัน หรือมองข้ามกันไปเสีย. สำหรับสวนโมกขพลารามสถานที่นี้ มีความมุ่งหมายจะแก้ปัญหาในข้อนี้ ; คือ ทำให้ ๘๐

น.108 ได้รับหรือมองเห็นสิ่งที่มองข้ามกันไปเสีย หรือไม่เคยได้รับ ; และยิ่งกว่านั้น จะต้อง ทำด้วยความพอใจหรือเพลิดเพลินด้วย ไม่ใช่น่าเบื่อ. เรื่อง ธรรมะ เรื่อง ศาสนา เรื่อง ศีลธรรมนี้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะกล่าวได้ ว่า เป็น เรื่องที่น่าเบื่อ ; นั้นมัน เป็นเพราะทำผิด . ถ้าทำถูก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้น่า เบื่อเลย เป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดความสุขและความพอใจ. สิ่งใดที่ทำให้เกิดความสุข สิ่งนั้น จะเป็นสิ่งที่น่าเบื่อไม่ได้. ส่วน คนนั้นโง่เอง ไม่รู้จักถือเอาประโยชน์จากธรรมะ จากศาสนา ; ไม่ได้อะไรมันก็น่าเบื่อ ก็เลยเหมาเอาเป็นเรื่องที่น่าเบื่อกันไปหมด. ทีนี่เรากำลังจะพิสูจน์ว่า ธรรมะนี้เป็นสิ่งที่ ไม่น่าเบื่อ แต่กลับจะสนุก สนานเหมือนมหรสพ เหมือนการเล่น การดูมหรสพ ; เราจึงเรียกกิจการนี้ว่า “มหรสพทางวิญญาณ", เรียกตึกหลังนี้ว่า "โรงมหรสพทางวิญญาณ" อย่างนี้เป็นต้น. ตัวธรรมะเองนี้เป็นตัวมหรสพ ถ้าใครเข้าถึงตัวธรรมะแล้วจะสนุกสนานมาก เหมือนมหรสพ , คือการดูการเล่นมหรสพ. รวมความว่า ธรรมะไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อ และเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด. ธรรมะนี้มีอยู่ทั่วไปในทุกศาสนา หรือเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ธรรมะ คืออะไร ? คำว่า ธรรม กับคำว่า ธรรมชาติ นี้มัน เป็นคำ ๆ เดียวกัน ; สำหรับ ภาษาบาลี ธรรมชาติทุกอย่างเป็นธรรมะ , หรือว่าธรรมะนั้นเล็งถึงสิ่งทุกสิ่ง ไม่ยก เว้นอะไร : นับตั้งแต่ตัวธรรมชาติเป็นข้อแรก, เล็งถึงกฎของธรรมชาติเป็นข้อที่ ๒, เล็งถึงหน้าที่ที่คนเราจะต้องปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติเป็นข้อที่ ๓, เล็งถึงผลประโยชน์ ที่เราจะได้รับจากหน้าที่อันนั้น เป็นข้อที่ ๔, ทั้ง ๔ ข้อนี้เรียกว่าธรรมะหมด.

น.109 ธรรมะในฐานะที่เป็นตัวธรรมชาติ, ธรรมะใน ฐานะที่เป็นกฎของตัว ธรรมชาติ, ธรรมะ ในฐานะที่เป็นหน้าที่ของมนุษย์ตามกฎของธรรมชาติ, ธรรมะ ใน ฐานะที่เป็นผลจากหน้าที่นั้น, นี่ทุกคน ควรจะเข้าใจให้ดี. ให้รู้จักสิ่งที่เรียก ว่าธรรมะอย่างถูกต้อง แล้วจะเป็นสากล. สิ่งที่เป็นสากล หรือสิ่งทั้งหมด อย่างนี้แหละคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์. บางคนชอบเรียกสิ่งนี้ว่า พระเป็นเจ้า หรือ ส่วนใหญ่ส่วนมากก็เรียกว่าอย่างนั้นในโลกนี้ ; แต่ส่วนในหมู่พุทธบริษัท เรียกว่า ธรรม หรือพระธรรม หรือธรรมะ. พวกที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา อาจจะเรียกธรรมะว่าธรรมชาติ, หรือทุกอย่าง เกี่ยวกับธรรมชาติ เช่นตัวธรรมชาติเอง หรือกฎของธรรมชาติ, หน้าที่ตามธรรมชาติ, หรือว่าผลที่จะได้รับจากการทำหน้าที่นั้น. ฉะนั้น จึงควร รู้จักคำว่า ธรรมะ นี้ให้ดี ๆ แล้วส่วนที่มันเป็นประโยชน์ที่สุดนั้นคือหน้าที่ ขอ ให้เรารู้จักธรรมชาติ กฎของ ธรรมชาติ แล้วก็ หน้าที่และประพฤติหน้าที่ ให้ถูกต้อง แล้วจะต้องได้รับ ประโยชน์เต็มที่ที่มนุษย์ควรจะได้รับ. สิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ ควรจะได้รับ ปัญหาของเราก็มีเพียงข้อที่ว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับนั้นคือ อะไร ? และจะต้องทำอย่างไร ? ทีนี้ ก็มาถึงกิจการของลูกเสือ ; ท่านทั้งหลายเป็นลูกเสือ เรียนอุดมคติของลูกเสือ ถ้าเข้าใจสิ่งนี้ถูกต้องและประพฤติได้ กระทำได้ ก็จะเป็นเรื่อง เดียวกัน. เพราะว่าความ เป็นลูกเสือนั้น ก็คือมีความมุ่งหมายที่จะให้ได้รับสิ่งที่ดี ที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ. เราแยกกิจกรรมลูกเสือออกจากการเรียนหนังสือในโรงเรียน ก็เพราะว่า การเรียนหนังสือนั้น เป็นการเรียนเพียงแต่ให้รู้หนังสือ หรือว่ารู้วิชาอาชีพ หรือว่ารู้สิ่งที่ต้องรู้ ; แต่เรื่องทางจิต ทางวิญญาณนั้น ยังไม่ได้ทำ.

น.110 กิจการลูกเสือมุ่งหมายเรื่องทางจิต ทางวิญญาณ : คือเป็นเรื่องอบรม จิตใจ อบรมนิสัย ดัดแปลงนิสัย, ปรับปรุงความรู้สึกทางสัญชาตญาณ ให้เป็นความรู้ เป็นสติปัญญา เป็นอะไรที่สูงที่สุดขึ้นไป จนได้รับประโยชน์สูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ. ฉะนั้น เราจงมองดูกันในข้อนี้ให้เห็นชัด ; มิฉะนั้นแล้ว จะปนกันยุ่ง แล้วก็จะลาง เลือน แล้วก็จะ เป็นลูกเสือไปกันอย่างเพ้อ ๆ อย่างงม ๆ งาย ๆ ไม่รู้ว่าเป็นทำไม ; เป็นแต่เพียงเพื่อแต่งเครื่องแบบ หรือเล่นกองไฟ หรือเล่นอะไรกัน อย่างนี้ก็นับว่า เป็นลูกเสือกันอย่างน่าหัวเราะ เป็นลูกแมวมากกว่า. สำหรับคำว่า "เสือ เสือ" นี้ อยากจะบอกกล่าวกันว่า ในฝ่ายพุทธศาสนา โดยเฉพาะนั้น มีเรื่องเปรียบเทียบเสือกับพระภิกษุ พระภิกษุนี่เป็นเสือ ซุ่มจับเหยื่อ ให้ได้ เหยื่อนั้นคือ มรรค ผล นิพพาน. ภิกษุต้องเป็นเสือที่ถูกต้อง เป็นเสือที่ดี ที่รู้จักสถานที่ รู้จักเวลา รู้จักกิริยาอาการ ปฏิบัติกัมมัฏฐานภาวนา เขาเรียกว่า สติปัฏฐานสี่ นี้ เป็นกัมมัฏฐาน เป็นวิธีปฏิบัติของภิกษุ ; เปรียบเหมือนกับวิธีซุ่มจับ เหยื่อ หรือสัตว์ป่า รู้จักสถานที่ รู้จักเวลา รู้จักการกระทำ จนตะครุบเอาเหยื่อมาได้ คือการบรรลุ มรรค ผล นิพพาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ. คำว่า “เสือ" หมายความว่า สัตว์ที่สามารถถือเอาสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรจะ ได้รับ จึงจะเรียกว่าเสือ. การที่เป็นอย่างลูกสุนัข เป็นลูกหมาป่า กัดกัน ทะเลาะ วิวาทกัน, แม้อยู่ในเครื่องแบบ อยู่ในจีวร, หรืออยู่ในเครื่องแบบลูกเสือ, อยู่ใน เครื่องแบบอะไรก็ตาม มันกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่เสือ; ไม่ใช่อุดมคติของคำว่าลูกเสือ ฉะนั้น คำว่า ลูกเสือไม่ใช่เป็นลูกสัตว์ที่โง่เขลา และไม่ใช่เป็นเสือชนิดที่ว่าจะกัด กัน หรือจะรังแกผู้อื่น ซึ่งหมายถึงเสืออันธพาล. ถ้ามีความหมายอย่างนั้น พระพุทธเจ้าก็ไม่ตรัสเปรียบภิกษุกับเสือ ; ที่ทรงเปรียบภิกษุกับเสือ ก็เพราะว่าภิกษุ จักสามารถถือเอาสิ่งสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับได้ คือ มรรค ผล นิพพาน.

น.111 การที่เป็นลูกเสือ หรือเป็นเสือ หรือเป็นลูกเสือก็ตาม ที่ท่านทั้งหลายกำลัง สนใจ กำลังเป็นกันอยู่นี่ จะต้องมีอุดมคติอย่างลูกเสือ คือไม่ใช่สัตว์อันธพาล ; แต่เป็นสัตว์ที่จะต้องปรับปรุงตนเอง เป็นสัตว์น้อย ๆ ที่จ ะปรับปรุงตัวเองให้ถึงความ สมบูรณ์ แล้ว ให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ. เป็นอันว่า ลูกเสือที่ เป็นกันก็เพื่อปรับปรุงตัวเองทุกส่วน ทั้งส่วนร่างกาย ทั้งส่วนพลานามัย ทั้งส่วนจิตใจ ทั้งส่วนสติปัญญา ทั้งส่วนวิญญาณในที่สุด ให้มีความเหมาะสม ที่จะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ. ธรรมะ เป็นของสากล ทีนี้ เราจะได้พูดกัน. ถึง สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ กันสักนิดหนึ่ง ; ให้นึกถึงข้อที่ว่าสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ หรือ พระเจ้า นี้เป็นของสากล ; เป็นของ ศาสนาไหนไม่ได้. ถ้าพระเจ้าองค์ใดเป็นของศาสนาไหนโดยเฉพาะ ก็เป็นพระเจ้าที่ บ้าเต็มที่ ; พระเจ้าต้องเป็นของทุกคน. ที่เรียกว่าพระเป็นเจ้า จะต้องเป็นของ ทุกคน จะเป็นของศาสนาไหน โดยเฉพาะไม่ได้ ; เช่นเดียวกับธรรมะ ต้องเป็น ของทุกคนในโลก, ชีวิตที่มีอยู่ในโลก จึงจะเป็นธรรมะที่ถูกต้องได้. จะเป็น ธรรมะของคริสต์ศาสนา, หรือธรรมะของพุทธบริษัท อย่างนี้ก็บ้าเต็มที่ ; มันต้อง เป็นของทั้งหมด. ทุกคนจะต้องรู้จักสิ่งนี้ จะต้องถึงสิ่งนี้ คือสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ, อย่าไปมัวฝันหวานว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับคือ ความสุขสนุกสนานอะไรทางเนื้อทางหนัง ทางกามารมณ์ ; อย่างนั้นไม่มีสอนใน ลัทธิไหนในศาสนาไหน. สิ่งที่ดีที่สุด ต้องเป็นผลของการประพฤติปฏิบัติที่ถูก ต้องและที่ดีที่สุด ; ฉะนั้น สิ่งที่ดีที่สุดเล็งถึงการกระทำ, นึกเล็งถึงการกระทำกันก่อน. อย่าเพ่อเล็งถึงผล ; พิจารณากันเอาตามหลักจริยธรรมสากลก่อนดีกว่า

น.112 หลักจริยธรรมสากล นั้นเกิดขึ้น โดยนักจริยธรรมหรือศีลธรรมคณะหนึ่ง ethicist ของโลกหลายสิบปีมาแล้ว หรือหลายร้อยปีมาแล้วก็ได้. เขาช่วยกันคิด ช่วย กันวิพากษ์วิจารณ์ ช่วยกันคิดพิสูจน์ในแง่ของจริยธรรมศีลธรรมในโลก ในที่สุดก็ยุติ กันว่า : สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์นั้น มีอยู่ ๙ หัวข้อด้วยกัน. ถ้าลูกเสือคนไหนจะ จำไว้ได้ ก็จะเป็นการดี จดจำไว้ให้ได้จะเป็นการดี จะเป็นการช่วยให้ง่ายเข้า สำหรับ ที่เราจะเป็นลูกเสือให้ถูกต้องและแท้จริง สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์ เขาใช้คำภาษาจริยธรรมสากลว่า Summum Bonum เป็นภาษาลาติน, นี้ก็คือ หมายถึง ๑. ความสงบสุข ๒. ความเต็มเปี่ยม ของความเป็นมนุษย์. ๓. หน้าที่เพื่อหน้าที่ หน้าที่ที่ประพฤติกระทำเพื่อหน้าที่เอง ๔. ความรักสากล ไม่จำกัด ไม่มีขอบเขตจำกัด. ข้อที่ ๑ ที่ว่า ความสงบสุข หรือเรียกกันเฉย ๆ ว่า HAPPINESS นี้ ก็หมายถึง ความสุขที่ถูกต้อง, ความสุขที่เป็นความสุขจริงๆ. ใน ภาษาไทยเรา มีคำที่ช่วยให้เข้าใจได้ง่ายอยู่ ๒ คำ : คือ สุก ก สะกด ต้มสุก เผาสุก ที่สุก, และสุข ข สะกด. สุก ก สะกดนี้มันร้อน, สุข ข สะกด นี้หมายถึงเย็น. ไปเล่น ไปกิน ไปดื่มกันให้เต็มที่ ไปสรวลเสเฮฮากันให้เต็มที่, คิดว่า พรุ่งนี้เราอาจจะตายเสียก็ได้. วันนี้เราจะต้องกินเหล้าเมายา อะไรกันเสียให้เต็มที่ สนุกทางสุรา นารี อะไรก็ตาม ; นี่ไม่ใช่ความสุขที่ควรจะมุ่งหวัง มันเป็นสุก ก สะกด. สุขที่เขาหวังกันนั้น สุข ข สะกด เป็นความสุขอย่างถูกต้องและสงบเย็น มันเนื่อง กันอยู่กับสามข้อที่เหลือ. ข้อที่ ๑ คือความสุขนี้ มันเนื่องอยู่กับสามข้อที่เหลือ ที่จะพูด ต่อไป.

น.113 ความสุขนี้อย่าเอาไปปนกันกับความสนุก. อย่าเอาไปปนกับ คำว่า เพลิดเพลิน, อย่างคำว่า pleasure นี้หมายถึงเพลิดเพลิน จะเอามาเป็นความสุข ไม่ได้, หรือความสนุกอย่างอื่นใดก็ตาม จะเอามาเป็นความสุขไม่ได้ ; มันยังไม่ถึง ขนาดที่เรียกว่าความสุขที่แท้จริง. ความสุขที่แท้จริง ต้องได้มาจาก การประพฤติ กระทำที่ถูกต้อง เป็นไปเพื่อความไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น จำไว้ว่า ข้อแรกที่ต้องเล็งถึงก็คือ ความมุ่งหมายที่เรียกว่า ความสุขเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ ควรจะได้. ข้อที่ ๒ เรียกว่า ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ perfection ความเต็มของความเป็นมนุษย์นี้ ในขณะที่เรายังไม่มีความเป็นมนุษย์ที่เต็ม เรายังไม่พอใจ ยังไม่หยุดยังจะวิ่ง ยังจะก้าวไปข้างหน้าอยู่เรื่อย. การ เป็นลูกเสือนี้ ก็คือลักษณะหนึ่ง หรืออาการส่วนหนึ่ง. ของการวิ่งไปสู่ความเต็มของความเป็น มนุษย์ด้วยเหมือนกัน. เราอย่าเพ่ออวดดีว่า เรามีความเต็มเปี่ยมของความเป็น มนุษย์, หรือมีความเปรื่องปราดเก่งกาจสามารถอย่างนั้นอย่างนี้ จนถึงกับยกตนข่มท่าน ทำอันตรายผู้อื่น อย่างนี้ ซึ่งเป็นความเต็มของความเกเร หรือความเดินไปผิด จนถึง กับยกตนข่มท่าน. และระวังให้ดี; เรายังมีบกพร่อง ทุกอย่าง เรายังมีบกพร่อง : วิชาความรู้ ก็ยังบกพร่อง ความประพฤติ ก็ยังบกพร่อง ทรัพย์สมบัติ ก็ยังบกพร่อง ความดี อย่างอื่น ๆ ก็ยังบกพร่อง ยังไม่เต็ม. เราจะต้องทำให้มีความเต็มเปี่ยมของ ความเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ มีความมุ่งหมายจะเต็มในข้อที่มีจิตใจสูงสุด มีความดี ความงาม ความถูกต้อง ความจริง ความยุติธรรม หรือความสงบสุขในที่สุด ซึ่งต้อง เป็นส่วนที่ทำให้เต็ม. ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควร จะได้ในชีวิตนี้ เป็นข้อที่ ๒.

น.114 ข้อที่ ๓ หน้าที่เพื่อหน้าที่ หน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อหน้าที่ DUTY FOR DUTY'S SAKE หน้าที่สำหรับประโยชน์ต่อหน้าที่ หรือพูดว่า ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำงาน เพื่องาน, นี้เป็นอุดมคติอย่างยิ่ง ของลูกเสืออยู่แล้ว. ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ไม่ใช่ทำหน้าที่เพื่อรางวัล ไม่ใช่เพื่อความขอบใจ ไม่ใช่เพื่อเงิน. ที่นี้ ถ้าเราทำงานเพื่อเงิน จึงมีความทุจริต ยุ่งยาก วุ่นวาย ลำบาก. ถ้าเรามีการทำงาน เพื่องานโดยตรงแล้วก็จะมีความก้าวหน้าในทางความสงบ ความเจริญอย่างถูกต้อง. เราทำงานเพื่องานกันก่อน แล้วเงินนี้จะมีมาเอง และจะมาทีหลังได้. นี่เป็นหลัก จริยธรรมสากลด้วย เป็นหลักของศาสนาทุกศาสนาด้วย ; แม้ว่า เราจะพูดว่า เราจะ ทำงานนี้เพื่อพระเป็นเจ้า มันก็เป็นการทำเพื่อหน้าที่ ไม่ใช่ทำเพื่อจะเอาเงิน แต่ทำ เพื่อพระเป็นเจ้า. เรามีหน้าที่เกิดขึ้นโดยพระเป็นเจ้า หรือ พระเป็นเจ้ามีหน้าที่ให้เรา ; เรา ก็ประกอบ กระทำ เรียกว่าทำหน้าที่เพื่อหน้าที่เหมือนกัน . ถ้าทำเพื่อความเห็น แก่ตัว, เห็นแก่ตัวแล้วทำ นี้มันก็เรียกว่าทำเพื่อประโยชน์ที่ตัวต้องการ. ผู้ที่เป็น ลูกเสือ หรือว่า เป็นผู้ที่มีศีลธรรมที่ดี หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะต้องทำหน้าที่ด้วย ความตั้งใจ ซื่อตรงต่อหน้าที่ , หรือ ปฏิบัติดีเต็มตามหน้าที่ ; ส่วนเงินหรือ เกียรติอะไรนั้น เป็นสิ่งมาทีหลัง. ถ้าทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ละก็ มันสกปรกเสียตั้งแต่ที่แรก. มันก็ไม่ เป็นเกียรติ หรือไม่เป็นผลดีอะไร, กบได้เงินมาก็เป็นเงินสกปรก ได้เกียรติมาก็เป็น เกียรติสกปรกหลอกลวง เงินปลอม เกียรติยศปลอม ก็ตบตาผู้อื่น อย่างนี้มีอยู่มาก ; ฉะนั้นถือปฏิบัติให้ตรงต่อการทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ เป็นสิ่งสากล เป็นหลักสากลในระหว่าง จริยธรรมกับศาสนาและทุกศาสนา นี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้ เป็นข้อที่ ๓.

น.115 ข้อที่ ๔ ความรักสากล คือ UNIVERSAL LOVE ความรักสากล หมายถึงว่า มีความรักชีวิตผู้อื่น ไม่เลือกหน้า ไม่มี ขอบเขตจำกัด ไม่มีเขา ไม่มีเรา. ทุกศาสนาก็ต้องการอย่างนี้ ; แม้แต่จริยธรรม ก็ต้องการอย่างนี้ ให้มีความรักผู้อื่น เสมอกันกับความรักตัว ; นี่จิตใจมันสูง. ถ้า จิตใจมันต่ำ มันก็เห็นแก่ตัว มันรักผู้อื่นไม่ได้ ; แม้แต่เพื่อนฝูงอยู่ในโรงเรียนเดียวกัน ก็ยังชกต่อยกัน ; ที่จะไปรักคนอื่นทั่วไป แม้ที่เป็นศัตรูนี้จะทำได้อย่างไร. เราจะต้องมีความคิดนึกที่ถูกต้องตามหลักตามอุดมคติของศีลธรรม ; ว่าเรา ทุกคนชีวิตทั้งหมดนี้ เป็นเพื่อนเดินทางจากความชั่วไปสู่ความดี. จากความต่ำไปสู่ ความสูง, จากความทนทุกข์ทรมานไปสู่ความพ้นทุกข์สิ้นเชิง, เป็นเพื่อนด้วยกันทั้ง หมดทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นคนชาติไหน ภาษาไหน, หรือจะเป็นศาสนาไหนก็ตาม, ล้วนเป็นเพื่อนเดินทางด้วยกันทุกคน. เราต่างกันแต่เพียงว่ามีฐานะต่างกัน อะไร ต่างกันบางอย่างเท่านั้นเอง ; แต่ทว่า หน้าที่แล้วละก็เหมือนกันหมด ; จะต้องเดิน ทางจากความต่ำไปหาความสูง เพื่อหมดทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น จากความสุขอยู่ในกรงขัง ไปสู่ความพ้นเป็นอิสระทางวิญญาณ. ฉะนั้นเรา ต้องรักผู้อื่นด้วยกันทั้งหมด ในฐานะ เป็นเพื่อนเสมอกัน เป็นความรักสากลอย่างนี้ เป็นความไม่เห็นแก่ตัวโดยสิ้นเชิง. ดังที่กล่าวมานี้เป็น อุดมคติของลูกเสือเพื่อทำลายความเห็นแก่ตัว ; ค วาม เห็นแก่ตัวมีขึ้นเมื่อไร ก็มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เมื่อนั้น. เห็น แก่ตัว มีขึ้นมัน ก็โลภ อยากจะได้, เห็นแก่ตัว เมื่อไม่ได้อย่างใจ มัน ก็โกรธ ก็ฆ่าเขา ตีเขา ด่าเขา, เห็นแก่ตัว มัน ก็มืดมัว ซอกแซก สงสัย สนใจ ไม่มีขอบเขตจำกัด และ มัวเมาในสิ่งต่าง ๆ. เมื่อมีความเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นที่ไหน ; มันก็มีความชั่ว หรือว่ามีกิเลสขึ้นมามีการเบียดเบียนที่นั่น แม้ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มันก็เบียดเบียน ตัวเอง ทรมานตัวเองให้เร่าร้อนหม่นหมองอยู่ตลอดเวลา ; นี่เรียกว่าเบียดเบียนตัวเอง,

น.116 มีความเห็นแก่ตัวที่ไหน ก็มีความเบียดเบียนตัวเองที่นั่น ; ฉะนั้น เ ราต้องทำลาย ความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นอุดมคติของทุกศาสนา เป็นอุดมคติของศีลธรรมทั้งหมด จนกระทั่งเกิด universal love มีความรักสากล. สิ่งต่าง ๆ ที่เขาให้ลูกเสือศึกษาอบรมประพฤติฝึกฝน ก็เพื่อสิ่งเหล่านี้คือความ ดีสูงสุด ที่มนุษย์ควรจะได้ทั้งนั้น. อย่าไปเห็นว่า มันหยุดอยู่เพียงแค่รู้เท่านั้น ต้อง ประพฤติกระทำ เพื่อเกิดนิสัยที่ดี เพื่อให้เกิด spirit ที่ดี ให้มีขึ้นมาในตัว. เราจะ ต้อง มองให้เห็นอุดมคติหรือความมุ่งหมาย แล้วกระทำให้ได้. อย่าทำอย่างเพียง แสดงละคร, อย่าเพียงแต่สวมเครื่องแบบลูกเสือ, อย่าเพียงแต่แสดงท่าทางไป ตามแบบ ; อย่างนั้นมันก็เป็นลูกเสือไปตามแบบ. ไม่ใช่เราจับสัตว์บางชนิดมาสวม เครื่องแบบลูกเสืออย่างนี้ก็จะเป็นลูกเสือได้ เป็นตำรวจ เป็นทหารได้. แต่ เป็นอะไร ก็ตาม ต้องหมายความว่า จะเป็นได้ ต่อเมื่อ ปฏิบัติหน้าที่นั้น ๆ อยู่, หรือ ปฏิบัติหน้าที่ เหล่านั้นสำเร็จแล้ว ; เพียงแต่สวมเครื่องแบบแล้วออกท่าทางนั้น เป็นละครลิง ชนิดหนึ่ง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น. ต้องประพฤติ กระทำได้ด้วยกายด้วยวาจา ด้วยจิตใจ นั้นจึงจะได้เป็น ตามที่เรามุ่งหมายที่เป็นลูกเสือ. นี้เรียกว่าเราจะเพ่งเล็งถือเอาจริยธรรมสากลเป็นหลัก. ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้รับ นั้นคืออะไร ? เป็นอย่างไร ? เป็นอุดมคติของลูกเสือ, เป็นอุดมคติ ของจริยธรรมสากล, เป็นอุดมคติของทางศาสนาทุกศาสนาพร้อมกันในตัว ; คล้าย กับยิงนกทีเดียวได้นกหลายตัว ตัวใหญ่ๆ ทุกชนิดได้หมด. มันดีอย่างนี้ โดย ใช้จริยธรรมสากลเป็นหลัก ; สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์เป็นอย่างนี้. เมื่อเราเป็นลูกเสือ ก็ควรจะทำให้ได้อย่างนี้. : "สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้" พูดอย่างภาษาชาวบ้านก็คือ : ๑. เป็นลูกเสือนี้ ก็เพื่อจะอบรมให้ เป็นบุตรที่ดี ของบิดามารดา ๒. เป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์. ๓. เป็นพลเมืองที่ดี ของประเทศชาติ. ๔. เป็น

น.117 สาวกที่ดี ของพระศาสดาแห่งศาสนาของตน ๆ ; นี่จะเป็นสิ่งที่ชาวบ้านเข้าใจได้. ที่เรา มี ที่เรากำลังประพฤติกระทำอยู่นี้ อบรมนิสัยอะไรอยู่นี้ ก็เพื่อให้ได้เป็นบุตรที่ดีของ บิดามารดา เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เป็นสาวกที่ดี ของพระศาสดาของตน ๆ ตามศาสนาที่ตนนับถือปฏิบัติอยู่. เดี๋ยวนี้เด็กๆ ไม่ได้เป็นที่แน่นอนว่า เป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เพราะ ว่าจับบิดามารดาใส่นรกอยู่บ่อย ๆ ; เด็ก ๆ เล็กๆ นี้จับบิดามารดาของตัวใส่นรกอยู่ บ่อย ๆ. คือทำบิดามารดาให้ร้อนใจ เหมือนเอาไฟเข้าไปเผาอยู่ในอกนั้นบ่อย ๆ อย่างนี้เรียกว่าไม่ใช่บุตร ตามความมุ่งหมายที่เป็นผู้ยกบิดามารดาออกมาเสียจากนรก ซึ่งมี ความร้อนใจเหมือนไฟเผา. เมื่อบิดามารดายังไม่มีลูกก็ร้อนใจ วิตกกังวล ใคร่จะมีลูกเพื่อเป็นผู้สืบสกุล หรือมีลูกไว้ช่วยเหลือเมื่อแก่เมื่อเฒ่า ; เมื่อเป็นคนแก่เฒ่าจะได้มีคนเลี้ยงดู มีความหวัง กังวลอย่างนี้. เมื่อมีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ควรจะได้ช่วยพ่อแม่ให้ได้หวังไปตามนั้น ก็จะไม่มี ความร้อนใจ ; แต่พอลูกทำผิดไปจากนั้น ก็มีความร้อนใจ เป็นนรกอยู่ในใจ ; ด้วยว่า บุตรนั้นเอง ไม่ใช่บุตรเสียแล้ว เป็นอะไรชนิดหนึ่ง จับบิดามารดาใส่ลงไปในนรก. เมื่อเราจะเป็น บุตรที่ดี ของบิดามารดา ต้องกระทำให้สมกับคำว่าบุตร คือผู้ที่ยกบิดา มารดาขึ้นมาจากนรก. คำว่า ปุตตะ นี้เป็นชื่อของนรกชนิดหนึ่ง ถ้าถือตามภาษาในประเทศ อินเดียโบราณแล้ว เขายังหวังอยู่ว่าบุตรนี้เป็นผู้ที่สามารถจะยกบิดามารดาออกไปจากนรก, คือความร้อนใจทุกอย่างทุกประการ ; ฉะนั้น เด็ก ๆ ต้องไม่ทำให้บิดามารดาร้อนใจ แต่ประการใดจึงจะได้ชื่อว่าบุตร. ถ้ามิฉะนั้นแล้วมันก็เป็นแต่เพียงก้อนสกปรกอะไร ก้อนหนึ่งออกมาจากท้องของมารดา มารังควานบิดามารดาอยู่เสมอ ทำให้ได้รับความ ร้อนอกร้อนใจ ; นี้ไม่ใช่บุตร.

น.118 ที่ว่า เป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์ก็เหมือนกัน ; เดี๋ยวนี้วัฒนธรรมเลวลง เด็ก ๆ ไม่ได้เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์, กลับจะเป็นผู้ต่อต้านครูบาอาจารย์ด้วยซ้ำ ไป ; ก็เพราะความโง่เขลา ที่สับสนวนเวียนกัน จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอย่างไร, ศิษย์ เป็นอย่างไร, ครูบาอาจารย์เป็นอย่างไร, ใครมีหน้าที่อย่างไร ; แล้วเด็ก ๆ ก็ไป หลงของเอร็ดอร่อยสนุกสนานสมัยใหม่มากขึ้น จนเลยมองข้ามสิ่งที่ควรจะมองเห็น. คำว่า ครู นี้แปลว่า ผู้นำทางวิญญาณ เป็นมัคคุเทศก์ทางวิญญาณ. เด็กๆ เกิดมาดวงวิญญาณยังเดินทางไม่ถูก ครูเป็นผู้ช่วยนำ หรือ guide หรือมัคคุเทศก์ทาง วิญญาณ. เราต้องปฏิบัติต่อครูให้ถูกต้อง จนครูสามารถเป็นผู้นำทางวิญญาณได้ ; เราจึงจะชื่อว่า เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ได้. ในเรื่อง ความเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาตินี้ ก็พูดกันอยู่ทุก ๆ วัน เคารพธงชาติบ้าง อะไรบ้าง ก็เรียกว่าชาติบ้าง ; แต่แล้วเราก็มักจะทำกันแต่ปาก ทำกันแต่พีธี. จะต้องทราบถึงความหมายของ คำว่าชาติ ไม่ใช่แผ่นดิน ไม่ใช่ท่าที ล้วน ๆ. ที่ถูกคือความเป็นหมู่คณะที่ดี ที่มีความเป็นธรรม มีความถูกต้อง : เราจะต้องระวังรักษาคุณสมบัติลักษณะอันนี้เอาไว้, นี้เรียกว่า เป็นพลเมืองดีของ ประเทศชาติ ; เป็นงานใหญ่ ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกันทุกคน. เพื่อประโยชน์สุข เพื่อประโยชน์ทุกชนิดของชาติ ซึ่ง พลเมืองเราทุกคนอยู่ในชาติ; แล้วต้องไม่มีเขา ไม่มีเรา มีความรักสากล อย่างที่ว่ามาแล้ว. ไม่มีเขา ไม่มีเรา ซึ่งหมายความว่าจะ อยู่ที่แผ่นดินไหนก็ทำที่แผ่นดินนั้น . เมื่อ ทำกันได้อย่างนี้ ทั้งโลก ก็ดีไปหมด ไม่มีความเบียดเบียนกัน ก็จะมีความสงบสุขกันทั้งโลก. นี้เรียกว่า เป็นพลเมืองที่ดีของชาติหรือของโลก ความเป็นสาวกที่ดีของพระศาสดาแห่งศาสนาของตนนี้. เป็นของสูงสุด ; เพราะว่าพระศาสดาเป็นบุคคลผู้สูงสุด เป็นผู้ชี้ทาง ชี้แนว ชี้ทางทุกประการ ทุกอย่าง

น.119 ทุกประการให้แก่คนทุกคน ; ฉะนั้น ความรู้ทางจริยธรรมทางศาสนา ทางเอาตัวรอดนี้ เราได้รับมาจากผู้ที่เป็นพระศาสดา. เราเป็นสาวกที่ดี ก็ด้วยการปฏิบัติตาม ; ไม่ใช่ เป็นแต่กระทำเพียงเข้าพิธีตามทางศาสนานั้น ๆ แล้วก็เรียกว่าเป็นสาวกที่ดี. "นั่นมัน เป็นเพียงการจดทะเบียนเท่านั้น. จะจดทะเบียนลูกเสือ จดทะเบียนเป็นทหารแบบนี้ ก็ยังเป็นลูกเสือ เป็นทหารที่ดีไม่ได้ จนกว่าเมื่อใดได้ปฏิบัติถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว จึงจะเป็นลูกเสือที่ดี เป็นทหารที่ดีได้. การเป็นสาวกที่ดีของพระศาสดาก็เหมือนกัน จะไปถือเพียงว่า. เราเกิดมา จากพ่อแม่ผู้นับถือศาสนานั้น ๆ เราจะเป็นสาวกที่ดีแล้ว ยังไม่ถูก, หรือว่าเราได้ทำพิธี ปฏิญาณตนเป็นสาวกของศาสดาถือศาสนานั้นศาสนานั้น มันก็ยังไม่พอ และยังไม่ถูก. เรา ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสอนของศาสดานั้น ๆ. ทีนี้มันมีแง่ที่ว่า พระศาสดาทุกองค์ ไม่ว่าศาสนาไหน สอนอย่างเดียว กันหมด มีความมุ่งหมายเหมือนกันหมด คือ ต้องการ "ให้ทำลายความเห็นแก่ ตัว" : มีคำพูด มีคำสอนต่างกันก็จริง แต่ว่าความมุ่งหมายเหมือนกันหมด คือสอนให้ ทำลายความเห็นแก่ตัว ; จะเป็นพระพุทธเจ้า. พระมหะหมัด. พระยีซัสไครสต์ หรือพระอะไรก็ตาม ล้วนแต่สอนให้ทำลายความเห็นแก่ตัวทั้งนั้น. นี่เป็นการง่าย แก่พวกเราที่จะเป็นมิตรกัน ร่วมกันทำงานเพื่องานร่วมกัน มีอุดมคติอย่างเดียวกัน แล้วไม่มีสิ่งที่เรียกว่าศาสนานั้นมาเป็นเครื่องขัดขวางกันเลย; ให้ทุกคนระดมร่วมมือ กัน เพื่อทำลายความเห็นแก่ตัว ก็จะได้ชื่อว่าเป็นสาวกที่ดีของพระศาสดาแห่ง ศาสนาของตน ๆ ด้วยกันทั้งนั้น. นี่จึงหวังว่า ลูกเสือทุกคนจะมีอุดมคติของลูกเสือดังที่กล่าวว่า : เป็นบุตร ที่ดีข องบิดามารดา, เป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์, เป็นพลเมืองที่ดี ของประเทศชาติ หรือของโลก, เป็นสาวกที่ดี ของพระศาสดาแห่งศาสนาของตน ๆ, แล้วประพฤติ

น.120 กระทำ เพื่อให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ : คือความสุขที่แท้จริง, ความเต็มเปี่ยมของความเป็นมนุษย์, เป็นผู้ที่มีหน้าที่เพื่อหน้าที่, แล้วก็มีความ รักสากล : ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว. นี่รู้สึกว่าจะเป็นความเพียงพอ สำหรับหัวข้อที่ควรจะจดจำและปฏิบัติ ราย ละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ก็ไปคิดเอาเองบ้าง. และขอให้จดจำข้อเหล่านี้ไว้บ้าง แล้วก็จะ มีความเป็นลูกเสือที่ดี ไม่ใช่จะเป็นลูกเสืออันธพาลเกเร. เป็นเหมือนลูกสุนัขบ้ากัดกัน ; และไม่มีการทำลายผู้ใด ไม่มีการเบียดเบียนผู้ใด แต่เราทำลายกิเลส ทำลายความชั่ว ซึ่งเป็นศัตรูร่วมกันของเรา. ได้สิ่งที่ดีที่สุด ๔ ประการอย่างที่กล่าวมา ซึ่งเป็นอันเดียว กันกับหลักเกณฑ์ทางศาสนา, ซึ่งยกตัวอย่างแต่เพียงพุทธศาสนา ภิกษุก็เป็นเสือ ซุ่ม จับเหยื่อ คือมรรค ผล นิพพาน ก็ได้. หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ แล้วขอให้ทุกคนตั้งใจประพฤติปฏิบัติให้สุดกำลัง เต็มสติกำลังของตน เพื่อความเป็นลูกเสือที่ถูกต้อง. ขอกล่าวคำสวัสดีแก่ทุกคน.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต