Buddhadasa.org

ค่ายธรรมบุตร ครั้งที่ ๖ — ความรอดตัวของวัยรุ่น

ค่ายธรรมบุตร —

☰ สารบัญ ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.121 การพูดกันในครั้งนี้มีความเห็นว่าจะพูดเรื่อง ธรรมะสำหรับคนวัยรุ่น จะเป็นการเหมาะสม. เดี๋ยวนี้ตามที่สังเกตเห็นทั่วไปก็คือว่า มีคำพูดที่เป็นที่เสียหาย แก่ยุวชนวัยรุ่น อยู่คำหนึ่งที่เขาเรียกว่า ปัญหาเกี่ยวกับคนวัยรุ่น ซึ่งมันหมาย ความว่า เมื่อก่อนนี้คนวัยรุ่นไม่ค่อยมีปัญหา. เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่า คนวัยรุ่น มีปัญหา โดยเฉพาะรัฐบาลหยิบขึ้นไปเป็นปัญหาสำหรับพิจารณา ; แล้ว ประชาชนก็บ่นกัน. ดังนั้นขอให้คนวัยรุ่นเองนั้นรู้ไว้ว่า เรากำลังเป็นผู้ที่ ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นปัญหา ; เมื่อก่อนนั้นไม่เคยมี หรือมีก็เหมือนกับไม่มี คือมันมีน้อยเกินไป เดี๋ยวนี้กลับมีมากขึ้น. ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พวกเราที่นั่งอยู่ที่นี่ ก็ยังต้องพลอยเสียเกียรติเสียชื่อร่วมกัน เพราะพูดว่า วัยรุ่นกำลังเป็นปัญหา : ยิ่งกว่านั้นก็คือว่า เขาว่าวัยรุ่นกำลังเป็นปัญหา ๙๔

น.122 ทั่วทั้งโลก, ทั่วทั้งโลกเป็นปัญหา. ในที่นี้หมายความว่า ทำความยุ่งยากลำบากขึ้น หลายอย่างหลายประการ นับตั้งแต่ว่า : เป็นอันธพาล, ชกต่อยตีกัน แม้ในโรงเรียน แม้ในมหาวิทยาลัย ; ซึ่งเมื่อก่อนนี้หาดูไม่ได้. เดี๋ยวนี้กลายเป็นมีมากขึ้น และที่ มากไปกว่านั้นก็คือ อาละวาดบนรถประจำทาง บนยานพาหนะ ; กระทั่งทำสิ่งที่เป็น อาชญากรรมหนัก ๆ ไปกว่านั้น, เรื่องการตีรันฟันแทงบ้าง เรื่องชู้สาวบ้าง เรื่องที่เป็น สิ่งที่เรียกว่าอาชญากรรมเต็มตัว และก็อย่างแรงด้วย ; นี่มันกำลังมีอยู่พวกหนึ่งและ จะมากขึ้นทุกที ; อีกพวกหนึ่งก็ยังรักษาตัวดีมีอยู่เหมือนกัน. นี่เราก็คิดดูให้ดีก็แล้วกันว่าเรากำลังจะเป็นอย่างไร จะไปเข้าพวกไหน ? กำลังจะไปเข้าพวกไหน ? โรคร้ายชนิดนี้เป็นโรคร้ายที่ติดต่อกันได้ง่าย และก็โดยไม่รู้สึก ตัวด้วย. การที่จะเปลี่ยนไปเป็นอันธพาลนั้นเป็นได้ง่าย และโดยไม่รู้สึกตัวด้วย ; ดังนั้น อย่าได้ประมาทเลย เพราะเหตุว่าถ้ามีความประมาทเสียแล้ว ก็เห็นว่าความ เป็นอันธพาลนั้น หาใช่ความเป็นอันธพาลไม่ ; มันเป็นเสียอย่างนั้น. เมื่อเ กิดประมาท มืดมัวแล้วจะเห็นว่า ที่เป็นอันธพาลนั่นแหละคือถูกต้อง ถือว่าดีไม่ใช่เป็นอันธพาล จึงเลยเป็นกันมาก. เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นการทำตามอย่างกัน เหมือนกับแฟชั่น. ที่เขาเรียก แฟชั่นชนิดหนึ่ง แฟชั่นไว้ผม แฟชั่นเสื้อผ้า แล้วมันก็มีแฟชั่นอันธพาล ; ใครได้แสดง ลักษณะอันธพาล เขาก็รู้สึกว่าเก๋ดี หรือว่าถึงกับมีเกียรติ ; เป็นอันธพาลสูบบุหรี่ นี่ก็คิดว่าเก๋ดี. " เขาไม่เห็นว่าเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าติเตียน และโง่เขลาเปลืองเปล่า ๆ ให้โทษแก่ร่างกาย. นี่ขอให้รู้ไว้เถิดว่า ความชั่วนั้นมันครอบงำเราได้ง่าย เพราะ เราไม่ รู้สึกว่าเป็นความชั่ว ; เรื่องที่เห็นง่ายที่สุด เช่นเรื่องสูบบุหรี่ เปลืองก็เปลือง, ให้โทษแก่ร่างกายก็ยังให้ ; แต่คนก็ไม่คิด.

น.123 มื่อเช้านี้ ท่านอาจารย์องค์หนึ่งท่านเล่าให้ฟังว่าพอเลิกสูบบุหรี่ น้ำหนักตัว เพิ่มขึ้นได้โดยอัตโนมัติกิโลครึ่ง พอลองกลับไปสูบบุหรี่ใหม่ น้ำหนักตัวก็ลดลง ๑ กิโล ครึ่ง ; ท่านว่าอย่างนี้, ท่านยืนยันว่าอย่างนี้. การที่น้ำหนักตัวเพิ่ม น้ำหนักตัวลดนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งเล็กน้อยนะ มันมีเหตุผล เพียงสูบบุหรี่อย่างเดิมน้ำหนักตัวก็ลดลงกิโลครึ่ง, เพียงไม่สูบเฉย ๆ กลับเพิ่มขึ้นกิโลครึ่ง. การสูบบุหรี่เป็นอันตรายแก่สุขภาพอนามัย เปลืองด้วย และไม่มีเหตุผลว่าทำไมเราจะต้องสูบบุหรี่ ; นอกจากจะเห่อตามแฟชั่น ที่เขาสูบกันว่าเก๋ดี เป็นลูกผู้ชายต้องกินเหล้าต้องสูบบุหรี่. นี่เรามันก็ไปเข้าใจเสียอย่างนั้น ก็เป็นอันว่า : เข้าใจว่าที่ชั่วนั้นคือดี มันก็ไม่ละเลิกเท่านั้นเอง. อีกประการหนึ่งการที่ว่าจะไปชกต่อยกัน หรือทำระเบิดขวด หรือทำอะไร ที่มันร้ายกว่านั้น ก็เห็นเป็นของดีไปหมด ; นี่อย่าทำเล่นกับสิ่งที่เรียกว่ากิเลส, กิเลส มันต้องเก่งกว่าคนนั้นเสมอไป มันจึงหลอกคนให้ทำอะไรที่ไม่น่าทำได้ ; จึงต้องถือว่า ปัญหาแรกที่สุดของคนวัยรุ่น ก็คือที่ การนิยมไปทำสิ่งซึ่งไม่ควรทำ ; จนต้องมีการ บังคับให้ตัดขากางเกงให้ถูกต้องบ้าง ให้ตัดผมให้ถูกต้องบ้าง อะไรเช่นนี้แสดงว่า เมื่อปล่อยตามความต้องการของความรู้สึกแล้ว มันเป็นไปกับแฟชั่นของคนอันธพาลบ้าง ของแฟชั่นที่อยากจะเปลี่ยนเรื่อยบ้าง. ขออย่าได้มองข้ามสิ่งเหล่านี้ : ความเห็นผิดเป็นชอบ นี่คือต้นเหตุของ ความล้มละลาย ต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ ต้นเหตุของความที่จะทำลายตัวเรา แล้วเราก็ ไม่รู้ว่าทำลายตัวเรา เห็นเป็นของดีไปได้. เช่นเห็นกงจักรเป็นดอกบัว ปรากฏชัดไปว่า : การเล่าเรียนเอาดีไม่ได้, เป็นเจ้าชู้ตั้งแต่เล็ก, ใช้เงินเปลืองตั้งแต่เล็ก, ไม่มีบิดา มารดาครูอาจารย์, ไม่มีบุญ ไม่มีบาป ; วัยรุ่นก็พากันเป็นเสียอย่างนี้. บางทีเขาจะถือว่า นี่เป็นเครื่องหมายของคนดี หรือเครื่องหมายของคนสมัยใหม่ที่เจริญหรืออย่างไร.

น.124 วัยรุ่นฝรั่งที่มาที่วัดนี้ชอบพูดว่า "ผมไม่มีศาสนา", พูดว่า ผมไม่มี ศาสนา ก็รู้สึกว่าพูดอย่างนั้นถูกต้องที่สุด และเก่งด้วย และเก๋ด้วย มีเกียรติด้วย ; พูด ว่าผมไม่มีศาสนา. ไม่เท่าไรแฟชั่นอย่างนี้จะมาถึง พวกคนไทยที่ตามกันฝรั่ง ในแง่ หนึ่งส่วนหนึ่ง คนไทยตามกันฝรั่งเหมือนสุนัขตัวผู้ตามกันสุนัขตัวเมียอย่างนั้นแหละ ; เขาทำกันอย่างไรก็ทำตาม, ก็ไปได้ด้วยกัน. นี่ขอให้ระวังให้ดี ; ถ้าเราจะไปตามก้น ฝรั่งที่ถือว่าเจริญนั้นต้องเลือกดูสิ่งที่ดีมีประโยชน์ อย่าให้ทำลายวัฒนธรรมศีลธรรม อะไรของคนไทยเรา. คนเรา ถ้าไม่มีศาสนาก็หมายความว่าทำอะไรได้ตามใจ ตามชอบใจ ; คิดดูเถอะมันจะเป็นอย่างไร. เรื่องกางเกงไม่มีขา หรือว่าไม่ต้องปิดกายกันแล้ว, หรือไว้ผมบ้า ๆ บอ ๆ พวกฝรั่งนำทำทั้งนั้น ; คนไทยโง่ ก้มหัวตามกันเขา มันก็มีปัญหาด้วย ; คือลำบาก ยุ่งยากด้วย และไม่เป็นไทยด้วย. ถ้าเป็นไทยต้องเป็นอิสระ ; เดี๋ยวนี้โง่ ก้มหัว ไปตามกันเขา หรือจะเป็นอิสระได้ ก็ไม่ใช่ไทย ; และสิ่งนั้นก็ผิด ๆ ด้วย. ดังเช่น ชอบไว้ผมยาว เหมือนพวกฝรั่งฮิปปี้ หรือพวกอะไรก็ไม่รู้ เรียกยาก. พวกนักศึกษาไทย ชั้นมหาวิทยาลัยไว้ผมยาวเป็นฮิปปี้มาที่นี่ เป็นนักศึกษาก็มี เป็นครูก็มี ก็เลยถามดูว่าทำทำไม ? ประโยชน์อะไร ? เขาว่าทำตามความพอใจ เพื่อไม่ให้ มีอะไรมาบังคับบัญชา มาผูกมัดเขา, เขาต้องการจะเป็นอิสระ. เราก็เลยบอกเขาว่า เป็นอิสระชนิดที่คนอื่นไม่ลำบาก นั่นจึงจะเป็นอิสระที่ถูกที่ควร ; ถ้าอิสระชนิดที่ คนอื่นต้องลำบากละก็ ไม่ถูกไม่สมควร, ไม่ใช่อิสระที่สมควร. ทีนี้เขาถามว่า ไว้ผมยาวนี่มันทำให้คนอื่นลำบากอย่างไร ? ผมก็ของผมนี้ อยู่บนหัวผม. ผมไว้ผมยาวมันจะลำบากอย่างไร ? นี่เขาตอบคำถาม เขาแย้ง ขึ้นมาอย่างนั้น. เราบอกว่า : ผมยาวของคุณนั้น มันทำให้พวกเราเสียเวลามองดู

น.125 สังเกตให้รู้ว่า "คุณนี่เป็นคนบ้าหรือคนดี" ; เพียงเท่านี้ก็ถือว่าทำให้เราเดือด ร้อน เราต้องเสียเวลาคอยสังเกตว่าคนนี้มันบ้าหรือดี. “ พอครั้งแรกเราเห็นเข้าก็กลัว, เกรงว่าจะเป็นคนบ้า มันจะทำอันตรายเอา เพราะฉะนั้นการไว้ผมยาวของคุณนี่ มันทำ ให้คนอื่นลำบากเสียแล้ว ถ้าต้องการเสรีภาพก็ทำอย่างอื่นเถอะชนิดที่คนอื่นไม่ต้องลำบาก จึงจะเรียกว่าสมควรหรือเป็นอิสระที่น่านับถือ. ในที่สุดก็ตกลงกันไม่ได้ แล้วก็ไม่ต้อง พูดกัน หยุดไว้แค่นี้. อยากจะเอาเรื่องอย่างนี้แหละมาเป็นหลักว่า ทำไมเราจะต้องไปทำให้มัน แปลก หรือไปทำให้คนอื่นยุ่งยากลำบาก จนคนอื่นไม่รู้ว่าคนบ้าหรือดี? ในเรื่อง แต่งเนื้อแต่งตัว เรื่องผมเผ้า เรื่องอะไรก็ตาม, จนกระทั่งแม้แต่เรื่องเล่าเรียน เล่นหัว ร้องเพลง ก็ควรจะไม่ต้องทำให้คนอื่นพลอยลำบาก. เหล่านี้เป็นเรื่องวัยรุ่น เป็น ปัญหา ของวัยรุ่น เพราะวัยรุ่นกำลังจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ คือยังเป็นไม่สมบูรณ์ ; เขา เรียกว่ารุ่น รุ่น ๆ ๆ จะเป็นผู้ใหญ่ก็ยังไม่ใช่ จะเป็นเด็กก็ยังไม่เชิง มันก็อยู่ใน ระหว่างที่เรียกว่าจะเป็น หัวเลี้ยวหัวต่อ. ถ้ามันเลี้ยวไปลูกทางก็นับว่าดี ถ้าเลี้ยว ไปผิดทางก็ต้องลำบากแน่ ; ถ้าผิดทางมากเกินไปต้องฉิบหาย ถ้าอย่ามีเรื่องอย่างนี้ การเรียนจะดีกว่านี้. ทุกคน ๆ ที่นั่งอยู่ที่นี่ ถ้าอย่ามีเรื่องบ้า ๆ บอๆ อย่างนี้ การเรียนจะดีกว่านี้. เดี๋ยวนี้เราไปเสียเวลา ไปคิดไปนึกอะไรในเรื่องที่ไม่ควรต้องสนใจ ; และบางทีถึงขนาดที่ เรียกว่า ไปใช้เงินเปลืองเพื่อสิ่งเหล่านี้ก็มี, หนักเข้าก็กลายเป็นเรื่องเพศ เรื่องเจ้าชู้ เรื่องอะไรตั้งแต่อยู่ในวัยเรียน ; การเรียนมันก็เสีย. ถ้าเราเคารพศาสนา นับถือ ศาสนา เคารพบิดามารดา นับถือครูบาอาจารย์ มันก็ไม่ทำอย่างนี้ได้ ; ฉะนั้น ถ้าเรียกว่า วัยรุ่นก็ขอให้เดินตามผู้ใหญ่ คือเดินตามกฎระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด

น.126 เพื่อให้จำง่ายก็อยากจะบอกให้ทราบว่า คนฉลาดที่สุดแต่โบราณเขาพูดไว้ เป็นหลักจนกระทั่งบัดนี้ก็ไม่มีใครด้านได้ ไม่มีใครเอาเหตุผลมาพิสูจน์ว่ามันผิดเสียแล้ว, คือคนโบราณเขาพูดไว้ว่า : คนเราเกิดมากว่าจะตายนี้ ให้แบ่งเป็น ๔ ระยะ. ตั้งแต่เกิดมาหรือ วัยรุ่น อย่างนี้ เขา เรียกว่า พรหมจารี อย่าเพ่อเข้าใจผิด ๆ คิดเอาเองว่า พรหมจารีคืออะไร ; เดี๋ยวจะว่าให้ฟัง. ตั้งแต่เกิดมา ตั้งแต่หนุ่มสาว ก่อนแต่งงาน เขาเรียกพรหมจารี. พอแต่งงานแล้วเขาเรียกว่า คฤหัสถ์ เป็นคฤหัสถ์ ไปจนพอใจถึงที่สุด. ที่เขาเรียกว่าเกษียณอายุนั้น อายุ ๖๐ ปีเขาก็ไปเป็นผู้หาความสงบ เรียกว่า วนปรัสถ์ ; ไปหาความสงบส่วนตัว ไม่ยุ่งด้วยเรื่องนั้นนี่. ถ้ายังอยู่ต่อไปได้อีก อายุ ๘๐-๙๐ ปี ถึง ๑๐๐ ปี เขาเรียกว่า สันยาสี เป็นผู้นำแสงสว่างให้แก่ผู้อื่น พูดจาให้ เป็นประโยชน์แก่เด็ก ๆ. ถ้าทำได้อย่างที่กล่าวมานี้ เรียกว่าถูกต้องครบบริบูรณ์ ; ถ้าไม่ได้อย่างนี้ เรียกว่าเกิดมาได้ไม่ครบ ไม่เต็ม, ไม่เต็มคน, เขาเรียกว่าไม่เต็มคน, เกิดมามี ความเป็นมนุษย์ไม่เต็ม. ถ้าเต็มก็ต้องเป็นพรหมจารี คือตั้งแต่เกิดมาถึงหนุ่มสาวที่ดี เป็นพ่อบ้านแม่เรือนไปถึงที่สุดมันก็ดี นับว่าไม่หลงจนเข้าโลง, อายุมากพอสมควร แล้วก็รู้จักหาความสงบ, ได้ความสงบส่วนตัว ก็รู้จักทำผู้อื่นให้ได้รับแสงสว่าง ด้วยการ พูดจา. ที่เราเกิดมาเป็นหนุ่มสาว อายุสมมติว่า ๒๐ ปี, ๒๐ ปีนี่ควรจะเป็นพรหมจารี, ๒๐ ปีถึง ๖๐ ปี เป็นคฤหัสถ์ ผู้ครองเรือน, เหลือนั้นก็เป็นผู้สงบ เป็นวนปรัสถ์บ้าง, เป็นสันยาสี อบรมสั่งสอนพูดจาหรือเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นบ้าง. ๑ ปี ถึง ๒๐ ปี นี่คือจุดตั้งต้น : คือว่าตั้งต้นดีก็ดี ตั้งต้นไม่ดีก็ไม่ดี. ฉะนั้นจึงขอบอกพวกเธอทุกคน ที่นี่ว่า เธอกำลังอยู่ในระยะที่อันตราย เป็นระยะตั้งต้น ; ถ้าตั้งไม่ดีก็ไม่ดี. ตั้งดีก็ดี.

น.127 อย่าไปคิดเรื่องอื่นให้คิดแต่ในเรื่องตั้งต้นให้ดี, ตั้งต้นให้ดีก็คือเป็นพรหมจารีที่ดี. พรหมจารีในที่นี้เขาเรียกว่า ประพฤติดี ประพฤติประเสริฐ : พรหม แปลว่า ประเสริฐ, จารี แปลว่า ผู้ประพฤติ, พรหมจารี แปลว่า ผู้ประพฤติประเสริฐ ตรงนี้สำคัญมาก ต้องให้ประพฤติให้ดีที่สุดเอาไว้ก่อน ; เพราะฉะนั้นจึง เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี, ระเบียบวินัยที่เขามีไว้สำหรับคนรุ่นสำหรับคนหนุ่ม สาว ; ดังนั้นอย่าเหยียบย่ำระเบียบขนบธรรมเนียม วินัยเหล่านั้นเป็นอันขาด. พอ เธอเหยียบย่ำเธอก็เป็นอันธพาลผีสิง ไม่ต้องมีใครมาพูดมากล่าวแล้ว พอไปทำเข้ามันก็ เป็นเท่านั้น, การเหยียบย่ำกฎประเพณีวินัยอะไรต่าง ๆ ของนักเรียน นี่ก็เป็นอันธพาลแบบ ผีสิง : คือต่อสู้ดื้อดึงดื้อด้าน ไม่ยอมที่จะประพฤติตามกฎระเบียบ, ถือว่าการดื้อหรือ การฝืนกฎระเบียบนั้นได้ นั้นดี นั้นเก๋ ; นั่นเป็นอันธพาลผีสิง. แล้วเรื่องต่อไปมันจะ เป็นอย่างไร ; เราดูเอาเองก็แล้วกัน. เด็กคนนี้เป็นอย่างนี้ เด็กคนหนึ่งมันเป็น ตรงกันข้าม ; อย่างนี้จะเหมือนกันไม่ได้ มันจะต้องต่างกันลิบ. ดังนั้นอยากจะขอ ร้องวิงวอนพวกเธอทุกคนว่า ขอให้ช่วยตั้งหน้าตั้งตาสังเกตดูเด็กบางคนที่เขาดี ๆ ให้มาก สักหน่อย. อย่าไปหัวเราะเยาะเขา อย่าไปล้อเลียนเขา อย่าไปแกล้งขัดคอเขา, กลัวว่า เขาจะดีกว่าเรา แล้วก็หาทางให้มันเสื่อมเสียไป ; นี่มันก็ไม่ถูก. ถ้าสังเกตดูแล้วจะเห็นได้ว่า คนที่รอดตัวไปได้, เรียนได้ดี มีความเจริญเร็ว นั่นเพราะเขาเป็นคนดี. คนดีในที่นี้ คือ เป็นพรหมจารีที่ถูกต้อง คือไม่ประพฤติ กระทำสิ่งที่มันนอกคอกนอกเรื่อง ทำแต่ในสิ่งที่มันเป็นหน้าที่โดยตรง : ขั้นแรกก็คือ ศึกษาเล่าเรียนอย่างดีที่สุด ไม่ไปเสียเวลา ไม่ต้องไปทำนั่นนี่ ไม่ต้องเปิดวิทยุพลาง ทำการบ้านเขียนหนังสือพลาง. เดี๋ยวนี้มีกันมาก ทำบทเรียน หรือทำการบ้าน ก็เบ็ด วิทยุพร้อมกันไป, มือเขียนไป; อย่างนี้เป็นคนที่มีจิตใจเลื่อนลอย. จริงอยู่ ฟังวิทยุพลาง ทำงานพลางก็ได้เหมือนกัน ; แต่มันไม่ดี. นี้เรียกว่าเราตามใจกิเลส มากเสียแล้ว, ไม่เคารพระเบียบ.

น.128 ทีนี้ตามใจกิเลสไม่เท่าไรก็กลายนิสัยเป็นคนชอบนั่นชอบนี่ ชอบดนตรี ชอบ เพลง ชอบอะไรมากขึ้น, แล้วมันก็ชอบเกินขอบเขตจนมาเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม. เหมือนกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่แรกนุ่งผ้าพอพ้นเข่า ละอายกระดาก ; แล้วก็ขืนทำไป. ทีนี้ก็ถูกขึ้นมา : ทีแรก ๆ รู้สึกกระดาก ทีหลังมันก็ไม่กระดาก ; แล้วไปนุ่ง ชุดบิกินี่ อะไรก็ได้, ไม่กระดาก. ผลสุดท้ายเปลือยก็ได้ ไม่ละอาย ไม่กระดาก ; คือค่อยเลื่อนขึ้นไปทีละนิด ๆ ; แล้วเขาก็เป็นคนคนเหมือนเรานี่ ไม่ใช่จะเลวกว่าเรา หรือจะวิเศษวิโสอะไร, เขาเกิดมาในพ่อแม่ที่เป็นอย่างนี้ ในที่สุดมันก็ ไม่มีความ ละอาย. ความลับในเรื่องนี้ มันมีอยู่คือ ค่อยๆ ทำไปทีละนิด ๆ คือ เลวลงที ละนิด ; มันไม่รู้สึกหรอก. อะไร ๆ ที่ว่าทำไปทีละนิดจะไม่รู้สึก ; ถ้าเป็นไปใน ทางดีก็ดีไป ไม่รู้สึก, ถ้าเลวก็เลวไปไม่รู้สึก. เหมือนทีแรกเราเดินเท้าเปล่าไม่ได้, ปวด. แต่ถ้าเราขยันเดินไป มันก็เดินได้ทีหลัง ; หินขรุขระก็เดินได้ไม่ปวด เป็น ไปในทางดี มันต่อต้านได้เอง. ดังนั้น ขอให้อดทนให้มีความดี ไปในทางดี คืออดทนให้มันดีไปในทางดี. อย่าให้มันค่อย ๆ รุดไปในทางหน้าด้าน ไม่ละอาย, ไม่มี หิริโอตตัปปะ แม้เป็นผู้หญิงก็ไม่ละอายยังทำได้อย่างนั้น ; กก แล้วพวกผู้ชายก็ไปก้มหัว บูชาคนที่นุ่งผ้าน้อย, หรือคนไม่ละอายนั่น. นี่พวกวัยรุ่นผู้ชายต้องระวังให้ดี อย่าไป บูชาสิ่งชนิดนั้น ; มันจะเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง, แล้วก็จะมีการเรียนที่เลว วัยรุ่นฝ่ายหญิงก็เหมือนกัน ก็ต้องระวังอย่างเดียวกัน ; คือจะต้องมีระเบียบ วินัย มีกฎเกณฑ์อะไรเป็นหลัก, แล้วก็ประพฤติอย่างดีที่สุด. อย่าเพ่อแหกคอก แหกวินัยกฎระเบียบ ; ถ้าทำอะไรผิดระเบียบแล้ว จักต้องละลาย ให้รู้จักละอาย ให้มาก นี่เรียกว่าจิตใจมันยังอยู่ในความดี อยู่ในขอบเขตของความดี ; พอไม่ละอาย ต่อความผิด ก็คือว่าเลวแล้ว เป็นผู้ชั่วไปแล้ว.

น.129 นี่คือปัญหาวัยรุ่น ไม่ใช่อย่างอื่น ; อย่าไปหวังอย่างอื่น. เรื่องเล่าเรียน เรื่องไม่ได้เล่าเรียนนั้น มันไม่ใช่ปัญหา, ปัญหามันอยู่ที่ แม้มีที่เล่าเรียน มันก็ เรียนไม่ได้; หรือเรียนได้อย่างเลว. บางคนก็ซัดไปว่า ไม่มีเงิน พ่อแม่จน เรียนไม่ได้ ไม่ได้เรียน ; นี่มันก็โง่ มันก็โกหกด้วย. เราไปเห็นคนที่พ่อแม่ไม่มีเงินเลย ไม่ได้ส่งเสียเลย เขายังเรียนกันได้จนสำเร็จ, และดีกว่าเด็กที่พ่อแม่มีเงินมาก ส่งเสีย เสียอีก ; คือว่าเขา ตั้งตนดี จนทุกคนเอ็นดูสงสาร ทำให้มีคนช่วย พระเณรช่วย เขาก็ได้เล่าเรียนดีเสียอีก ดีไปกว่าพวกแรก, ได้ผลดี โดยไม่ใช่ใช้เงินมาก ใช้เงินน้อย หรือแทบจะไม่ได้ใช้เลย. คนที่ตั้งตนดีการเรียนของเขากลับดี ดีกว่าเด็กที่พ่อแม่มีเงินมาก ส่งเสริมมาก. เด็กที่เรียนไม่ดีแล้วยังหลอกต้มพ่อแม่สุกแล้วสุกอีก ; ในที่สุดมันก็เละเหลว พ่อแม่ก็ เดือดร้อน. ไปเรียนในกรุงเทพ ฯ ก็หลอกพ่อแม่ตลอดเวลา, พ่อแม่ส่งเงินไปให้ถลุง เพราะท่านไม่รู้ ; การเรียนก็เลว. พ่อแม่ก็เกิดความลำบากเดือดร้อน เป็นหนี้เป็น สิน ; “นี่เป็นอย่างนี้. ทีแรกก็รักพ่อแม่ ทำไม่ลง, มันทำไม่ลงในทันที ; แต่แล้ว มันค่อย ๆ ทำได้ทีละนิดๆ ; มันไปคบเพื่อนชั่ว, มันทำได้ทีละนิด ๆ จนเรียกว่า ทำอย่างต้มพ่อแม่สุกเปื่อยก็ทำได้, ผมนี่เขาเรียกว่า ไม่บังคับตัวด้วย, เพราะไปคบ เพื่อนชั่วด้วย, มันก็อย่างนี้เอง. นี่คือปัญหาวัยรุ่น ; ไม่ใช่ปัญหาไม่มีเงิน หรือไม่มีที่เรียน ไม่มีการเรียน. ถ้าดีจริงจะต้องมีที่อยู่ที่เรียน มีโอกาสประพฤติตนเป็นคนดี, และจะต้องมีโอกาสช่วยได้ เดี๋ยวนี้เหลวไหล ก็ไปแก้ตัวว่า ไม่มีที่เรียน ไม่มีเงินเรียน ไม่มีใครช่วย ; ใครจะ ไปช่วยคนเลว ๆ แบบนั้น, เทวดาก็ไม่ช่วย, ลิผีก็ยังไม่ช่วย คนเลวแบบนั้น ; อย่าว่าแต่คนจะช่วย, เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำตัวให้เป็นคนดี มนุษย์ก็เอ็นดูสงสาร : แม้เทวดาถ้ามี ก็เอ็นดูสงสาร ; แม้แต่ผีซึ่งเป็นสัตว์ที่เลวมันก็ยังเห็นด้วย ว่าคนนี้ดี,

น.130 มันยังจะเอาใจช่วยได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นปัญหาวัยรุ่นนี้ มันอยู่ตรงที่ไม่ประพฤติดี นี้ไม่ใช่อยู่ที่ไม่มีอะไร หรือว่าบ้านเราไม่มีมหาวิทยาลัยพอ หรืออะไร. สรุปสั้น ๆ ปัญหาเรื่องวัยรุ่นคือบังคับตัวเองไม่ได้ ; นี่คือความล้มเหลว ของวัยรุ่น คือบังคับตัวเองไม่ได้. จำแต่คำนี้คำเดียวไว้ก่อนว่า : มันบังคับตัวเอง ไม่ได้ ; บังคับตัวเองให้เป็นพรหมจารีที่ดีไม่ได้, บังคับให้เป็นนักเรียนที่ดีไม่ได้. บังคับตัวเองไม่ได้ เพราะเหตุอะไรบ้างก็มีหลายอย่าง : เช่น คบเพื่อนชั่ว ทำให้บังคับตัวเองไม่ได้, แล้วไม่พยายามจะ บังคับ ; เพราะมันบังคับตัวเองไม่ได้ มันบังคับตัวเองให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็ไม่ได้ จะบังคับตัวเอง อย่าไปคบเพื่อนชั่ว มันก็บังคับไม่ได้. ลงได้บังคับจิตใจตัวเองก็ไม่ได้, คืออย่าทำเลว ก็บังคับไว้ไม่ได้, พออยากสูบบุหรี่ สูบ, อยากดูหนัง ดู, อยากไปทำ อะไร ทำ, โดยไม่ต้องมีเหตุผลว่าควรหรือไม่ควร, ที่ถูก เราจะทำอะไรเราต้องมี เหตุผล, อยู่ในอำนาจของเหตุผลเสียก่อนว่าควรหรือไม่ควร. แต่ง่ายกว่านั้นคือ พ่อแม่นั้นดีที่สุด : อย่าอวดดีว่าเราเข้าโรงเรียน เราเก่งกว่าพ่อแม่, พ่อแม่โง่. อย่า นึกอย่างนั้นเป็นอันขาด ; ไปถามเถอะว่า อะไรควรทำไม่ควรทำ พ่อแม่จะบอกได้ ดีที่สุด ; เพราะเขาเกิดก่อนเรามาก. อย่าดูถูกพ่อแม่, และอย่าถึงขนาดว่าต้มพ่อแม่ ให้สุก. นี่ความสำคัญมันอยู่ที่ความเคารพบิดามารดา ครูบาอาจารย์ หรือคน ที่ควรเคารพ ; มันก็เลยบังคับตัวเองได้. เมื่อบังคับตัวเองได้ ก็อยู่ในร่องในรอย ของความดี ทั้งการเรียนก็ได้ดี ความประพฤติดี คนรักใคร่ เอ็นดูสงสารมาก ; เรียกว่า สังคมดี มันก็มีความเจริญ เท่านั้น. ขอให้ไปบังคับตัวเองให้ได้ เพื่อประโยชน์สัก ๔-๕ อย่างก็พอ : คือเพื่อ ให้ เป็นบุตรที่ดี ของบิดามารดาให้ได้, ให้เป็น ศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์ให้ได้, ให้เป็น

น.131 นที่ดี ของเพื่อนให้ได้, ให้เป็นพลเมืองที่ดี ของประเทศชาติให้ได้, ให้ เป็น พุทธบริษัท หรือพุทธมามกะ ที่ดีของพระพุทธเจ้าให้ได้. นี่เรียกว่า ๕ ดี เป็นบุตรที่ดี ของบิดามารดา, เป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์, เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนด้วยกัน, เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ, และเป็นพุทธมามกะ พุทธบริษัทที่ดีของศาสนาของ พระพุทธเจ้า. เพราะฉะนั้นถ้าเธอจำดี ทั้ง ๕ ดีนี้ไว้ได้ ; ปัญหาวัยรุ่นหมด ; แต่ว่า ทั้งหมดนั้นมันขึ้นอยู่ที่บังคับตัวเอง. ถ้าบังคับตัวเองไม่ได้ มันจะดี ๕ อย่างนี้ไม่ได้, ถ้าบังคับตัวเองได้ มันจะดีได้ทั้ง ๕ อย่างนี้ : เป็นลูกที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี เป็นพลเมืองที่ดี เป็นพุทธมามกะที่ดี. เพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดสนใจ ที่ว่าจะแก้ปัญหาของตัวในวัยรุ่น ก็จงจำ ๕ คำนี้ ๕ ดีนี้ไว้ให้ได้; แล้วก็จำคำที่ว่า ได้หรือไม่ได้. มันอยู่ที่การ บังคับตัวเองได้หรือไม่ได้. ถ้าบังคับตัวเองได้ มันก็ต้องดี, บังคับไม่ได้ มันก็ดี ไปไม่ได้. ขอให้สนใจใน ๕ อย่างนี้ ให้มากเป็นพิเศษ. ถามตัวเองอยู่อย่าง โดย ตรงไปตรงมา ไม่ลำเอียงว่า : เราเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่หรือยัง ? ต้องถาม ด้วยความซื่อตรง, ต้องตอบด้วยความซื่อตรง. เราอยู่คนเดียวไม่ต้องมีใครได้ยิน กูเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่หรือยัง ? ถ้ามันเลวข้อไหนก็เขกหัวมันเข้า. บุตรที่เลวคือว่า เหลวไหลในการเรียน, ขี้เกียจในการเรียน ; ก็เขกหัวมันได้, แกง เป็นเจ้าชู้ตั้งแต่เล็ก ก็เขกหัวมันเข้า, ใช้เงินของพ่อแม่ ที่ได้มาด้วยเหงื่อไคลนั้นเปลือง ไม่เห็นใจไม่สงสาร ก็เขกหัวมันเข้า. ตัวหาเงินยังไม่ได้ก็ไปใช้สุรุ่ยสุร่าย. เรื่องการสูบบุหรี่ เรื่องดูหนังนี่ ตัวหาเงินยังไม่ได้ ; แต่ก็ใช้เงินของพ่อแม่ ที่หามาด้วยเหงื่อไคล ; อย่างนี้มันใช้ไม่ได้. ทดสอบอย่างนี้ : เราเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่หรือยัง ? เราเป็นศิษย์ที่ดี ของครูบาอาจารย์หรือยัง ? รู้ได้ง่าย ๆ เดี๋ยวนี้ที่นี้ แม้ในห้องเรียน ในอะไรก็รู้ได้ ;

น.132 เป็นผู้ซื่อตรงต่อระเบียบวินัย คำสั่งการบังคับบัญชา เป็นศิษย์ที่ดี. นี่โดยมากยังรวมหัว กันเพื่อแอนตี้ครูบาอาจารย์ก็มี, เรียกครูบาอาจารย์ว่าไอ้ ว่าอีก็มี, พอโกรธขึ้นมา มันก็ลำบากกันไปหมด ; ยิ่งครูอาจารย์เป็นหญิงด้วย นักเรียนเป็นผู้ชายอย่างนี้ มันยาก ที่จะดีได้ ; เพราะฉะนั้นต้องระวัง เมื่อปัญหามันมีขึ้นมา. ทีนี้เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน ถ้าเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน มันชกต่อยกัน ไม่ได้ นี่ยังมีด่า มีตี มีชกมีต่อย อะไรกันอยู่ก็พิสูจน์อยู่ในตัวแล้ว ; มันยิ่งมีมึง ๆ กู ๆ กันอยู่ก็เป็นเพื่อนดีต่อกันไม่ได้. นี่เรื่องของเด็ก ๆ : เป็นลูกที่ดี เป็นศิษย์ที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี ; ทีนี้พอโต หน่อยมันยังเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เป็นพุทธมามกะที่ดีของพระพุทธศาสนาด้วย แล้วจึงค่อยศึกษาต่อไป. ขอให้ถือว่าปัญหาวัยรุ่นนี้แก้ได้ ด้วยการดีๆ สัก ๕ อย่างนี้ : ลูกที่ดี ศิษย์ที่ดี เพื่อนที่ดี พลเมืองที่ดี พุทธมามกะที่ดี ; นี่ได้เพียง ๕ อย่างนี้ แก้ปัญหาวัยรุ่นทั้ง หมดได้เลย. ผิดจากนี้เป็นอันธพาล, เป็นวัยรุ่นอันธพาล. ดีทั้ง ๕ อย่างนี้ ได้มาโดยการบังคับตัวเอง อดกลั้นอดทน บังคับตัวเอง ; มีสัจจะจริงใจ ที่จะทำ ให้ดี, มีหมะ บังคับตัวเองทำให้ดี, มีขันติ อดทนเมื่อจะต้องอดทน ; การทำดี มันต้องทน ไม่มีการทำดีที่ไหนที่ไม่ต้องทน ยิ่งดีมากยิ่งต้องทนมาก, มีจาคะ ละสิ่งเลว ๆ สิ่งใดเลว ละออกไป, สิ่งใดเลว ละออกไป นี่เรียกว่า จาคะคือละ ; ก็เป็น คนดีได้ตามความปรารถนา. ปัญหาวัยรุ่นหมดไป เพราะดี ๕ ดีนี. ทำได้ด้วยมีความจริงใจคือมีสัจจะ บังคับตัวเองคือมีทมะ มีความอดทน คือมีขันติ สละความชั่วคือจาคะ. นี่พระพุทธเจ้า สอนสำเร็จอยู่ที่การบังคับตัวเอง คืออดทนนั้นแหละ, นอกนั้นมันแวดล้อมความ บังคับตัวเอง, สำเร็จอยู่ที่การบังคับตัวเอง.

น.133 ถ้าเราไม่มีจริงใจ เราก็ไม่บังคับตัวเอง, เราไม่อดทนเราก็บังคับอยู่ไม่ได้. เราไม่สละความชั่วเสียบ้าง เราก็บังคับไม่ไหว, มันกดดันสูงมากไป. ดังนั้นขอให้มี สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ บังคับตัวเองให้ได้, ให้เป็นคนดี ๕ ประการ. ปัญหาวัยรุ่นหมด จะมีการเรียนก็ดี ความประพฤติก็ดี สังคมก็ดี ; คนทุกคนจะรักจะเอ็นดู ผีสางเทวดา ถ้ามีก็เอ็นดู, ไม่มีก็แล้วไป, ถ้ามีก็จะเอ็นดูแก่คนเด็ก ๆ ชนิดนี้. การที่ขอร้องให้พูดเรื่องเกี่ยวกับปัญหาของคนวัยรุ่นก็พูดอย่างนี้, แล้ว ก็พูดตรง ๆ อย่างนี้ ไม่ต้องเสียเวลาอ้อมค้อม แล้วก็ ไม่ได้พูดระบุเฉพาะพวกเธอที่ นั่งอยู่ที่นี่ ระบุวัยรุ่นทั้งโลกเลย ไม่ใช่แต่ประเทศไทย มีปัญหาอย่างเดียวกัน หมด. โลกกำลังจะล่มจมเพราะว่าวัยรุ่นเป็นอันธพาลมากขึ้น, โลกทั้งโลกกำลังจะ ล่มจม เพราะว่า วัยรุ่นเป็นอันธพาลมากขึ้น ในประเทศเราก็เหมือนกัน ประเทศอื่น ก็เหมือนกัน เมื่อมันเกิดแบ่งแยกกันเป็น ๒ พวกอย่างนี้แล้ว ; เราอยู่ฝ่ายนี้เถอะ อยู่ฝ่ายที่พระพุทธเจ้าแนะนำนี้ อยู่ฝ่ายดี ; อย่าไปอยู่ฝ่ายที่บาปหรือกิเลส หรือผี หรือพญามารมาแนะนำเลย. ก็เป็นอันว่า ได้พูดโดยหัวข้อเกี่ยวกับ ความรอดตัวของวัยรุ่น อย่างครบถ้วน โดยหัวข้อโดยแนวสังเขป, รายละเอียดก็ไปคิดเอาเองได้ไม่ยาก ; ถ้าไม่ลืมหัวข้อ เหล่านี้เสีย. ถ้าลืมหัวข้อเหล่านี้เสีย ก็เป็นอันเลิกกัน. ขอให้ผู้ที่ตั้งใจดี มีความปรารถนาดี จงมีความสุขความเจริญงอกงามก้าวหน้า ทั้งทางโลกและทั้งทางธรรม ทุกทิวาราตรีกาลเทอญ.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต