Buddhadasa.org

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) ครั้งที่ ๑๑ — ธรรมะ ในฐานะที่เป็นสิ่งที่หายไปจากระบบการศึกษา

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) — คำบรรยายปาฐกถาพิเศษทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑–๒๕๒๔ (๓๖ ครั้ง ราวเดือนละครั้ง วันอาทิตย์ที่สาม) · วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๒

☰ สารบัญ 📅 ดูวันนี้ในปฏิทิน ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.163 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า ธรรมะในฐานะ สิ่งที่หายไป จากระบบการศึกษา ธรรมะในแง่ต่าง ๆ กัน อาตมาก็ได้บรรยายมาแล้ว แต่ละ ครั้ง ๆ ส่วนวันนี้ จะชี้ให้เห็นธรรมะ ในแง่หนึ่ง คือ ในฐานะ หรือในลักษณะเป็นสิ่งที่หายไปจาก ระบบการศึกษาของโลก. พูดตรงๆ ก็คือว่า ระบบการศึกษาของโลกเดี๋ยวนี้ ไม่ประกอบไป ด้วยธรรมะ ปัญหาอะไรเกิดขึ้น ? เพราะเหตุนี้ เราจะได้พิจารณากันต่อไป. ธรรมะทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์. ในข้อแรก ธรรมะเมื่อกล่าวโดยสรุปแล้วว่าได้แก่ อะไร ? แต่ โบราณ- กาลมา ท่านได้สรุปว่า ธรรมะคือ สิ่งที่ทำความแตกต่างระหว่างมนุษย์ กับสัตว์ ๑๒๗

น.164 เดรัจฉาน. โดยมีบทที่ถือเป็นหลักกันว่า การกินอาหาร การนอน การหนีภัย การประกอบเมถุนธรรม เหล่านี้มีได้เหมือนกันในระหว่างคนกับสัตว์ ; แต่ว่าธรรมะเท่านั้น ทำความแตกต่างระหว่างคนกับสัตว์ , ธรรมะไม่มีแล้ว คนกับสัตว์ก็เหมือนกัน . นี่คือ ใจความสำคัญ ที่จะต้องมองกันในข้อแรกว่า ธรรมะคือสิ่งที่ทำความแตกต่าง ระหว่างมนุษย์กับสัตว์เดรัจฉาน. มนุษย์จะต้องมีธรรมะ จึงจะมีความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับสัตว์เดรัจฉาน. ที่ว่า มีธรรมะ, มีธรรมะนั้น มีได้อย่างไร ? มีได้โดยรู้ธรรมะ ปฏิบัติธรรมะ และรับ ผลของการปฏิบัติธรรมะ. ทั้ง ๔ ความหมายของคำว่าธรรมะอาตมาได้ย้ำอยู่บ่อย ๆ ในเรื่องธรรมะ ๔ ความหมาย : ธรรมะคือตัวธรรมชาติ , ธรรมะคือตัวกฎของธรรมชาติ , ธรรมะคือหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ ธรรมะคือการได้รับผล จากการปฏิบัติหน้าที่นั้น ๆ , รวมเป็น ๔ ความหมายด้วยกัน. เราจะ ต้องรู้ ธรรมะเหล่านี้ ปฏิบัติตาม กฎเกณฑ์แห่งธรรมะเหล่านี้ แล้วก็ ได้รับผลของการปฏิบัติอยู่ จึงจะเรียกว่ามีธรรมะ; มีธรรมะนี้ ก็ต้องมีการปฏิบัติ เป็นส่วนสำคัญ ; ไม่ใช่ว่ามีแต่ความรู้แล้วก็จะพอ. ระบบธรรมะ นั่นแหละ จัดเป็นศาสนาหนึ่ง ๆ ในโลกนี้ ; รวมความ.แล้ว ก็คือการปฏิบัติธรรมะให้ถูกต้องทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการของมนุษย์ เมื่ออยู่ในวัยเด็ก วัยหนุ่ม วัยสาว คนแก่ คนเฒ่า ก็ต้องมีการปฏิบัติธรรมะให้ถูกต้อง ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการของตน ๆ.

น.165 ธรรมะ ในฐานะเป็นสิ่งที่หายไปจากระบบการศึกษา ๑๒๙ ระบบการศึกษาของโลกปัจจุบันขาดธรรมะ. ทีนี้ก็มาดูถึง การศึกษา ระบบการศึกษาของโลก ในปัจจุบันนี้ ขาดธรรมะไป. นี้อาตมาย่อมยืนยันอยู่ในตัวว่า การศึกษา, ระบบการศึกษาของโลกในกาลก่อนนั้น มีการศึกษาธรรมะรวมอยู่ด้วยมันจึงครบถ้วน. การศึกษาเรามีเป็นสามระบบ หรือสามตอน : การศึกษาเพื่อให้รู้หนังสือ มีสติปัญญา นี้อย่างหนึ่ง การศึกษาเพื่อประกอบอาชีพ ได้แก่เทคโนโลยีทั้งหลาย นี้ก็ประการหนึ่ง, ประการสุดท้ายก็คือ การศึกษาธรรมะ สำหรับความเป็นมนุษย์อย่างถูกต้อง นี้ก็อีกระบบหนึ่ง เป็นระบบที่สาม. สรุปสั้น ๆ อีกทีหนึ่งว่า เรียนหนังสือ แล้วก็ รู้อาชีพ แล้วก็ รู้ธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง เมื่อศึกษากันครบทั้งสามระบบแล้ว ก็มีผล เป็นมนุษย์ ที่เต็มตามความหมาย ของคำว่า "เป็นมนุษย์” คือสัตว์ที่ไม่มีอันตราย, สัตว์ที่ปราศจากอันตราย ; เป็นสุภาพบุรุษก็ปราศจากอันตราย, เป็นสัตบุรุษก็ปราศจากอันตราย, เป็นอริยชนก็ปราศจากอันตราย. การจะเป็นอย่างนี้ได้ก็ต้องมีธรรมะ ต้องมีการศึกษาธรรมะมาแล้ว. การศึกษาเพียงให้รู้หนังสือ หรือเพียงรู้อาชีพนั้นมันไม่ทำให้มีความเป็นมนุษย์ชนิดนี้. ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ หรือสัตบุรุษ หรืออริยชนได้ เพราะเพียงแต่รู้หนังสือ และรู้อาชีพ ; จะต้องรู้ส่วนที่เป็นธรรมะให้มีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องด้วย.

น.166 ทีนี้ ลองสังเกตกันดูสักหน่อยจะพบว่า แต่ก่อนโน้นพวกพระจัดการ ศึกษา การศึกษาอยู่ในมือของพระการศึกษาจึง มีธรรมะหรือศาสนา รวมอยู่ใน ระบบการศึกษา : พระในศาสนาไหนจัดการศึกษา ก็จะมีธรรมะแห่งศาสนานั้น รวมอยู่ในระบบการศึกษา ของประเทศนั้น ๆ แล้วแต่ว่าจะมีการถือศาสนาอะไร. ทีนี้ต่อมา พวกฆราวาสแย่งเอาการศึกษาไปจัดพระไม่ต้องจัด พวก ฆราวาสเขาจัด เป็นมาเรื่อย ๆ มา ก็มาถึงยุคหนึ่ง ซึ่ง พวกฆราวาส เหล่านั้น เห็น ว่า ธรรมะหรือศาสนา ไม่จำเป็นแก่การเมือง เป็นต้น เพราะมองเห็นเรื่องทาง เศรษฐกิจเป็นใหญ่. ครั้นมาถึง ยุคที่มีความก้าวหน้ามากทางวัตถุ ประดิษฐ์วัตถุขึ้นมาสำหรับ บำรุงบำเรอความสุขของมนุษย์อย่างเต็มที่ มนุษย์ก็มาตกปลักแห่งความสุข สนุก สนานเอร็ดอร่อยทางวัตถุ จิตใจก็น้อมไป ในทางเกลียดธรรมะหรือศาสนายิ่งขึ้น ก็ค่อย ๆ ขจัดการศึกษา ส่วนที่เป็นธรรมะหรือศาสนาออกไป ๆ, มันจึงเหลืออยู่ แต่การศึกษา ที่เป็นการเรียนหนังสือ และการเรียนวิชาอาชีพ; มันหายไป เสียส่วนหนึ่งทีเดียว ในสามส่วนนั้น. การศึกษาที่ขาดธรรมะ อันเป็นส่วนที่ ๓ อย่างนี้อาตมา ขอเรียกชื่อว่า "ระบบการศึกษาหมาหางด้วน". ขออภัยถ้ามันหยาบคายไป ก็จะพูดว่า การศึกษา ระบบสุนัขหางขาด ; แต่ถ้าพูดกันตรงๆ ก็ว่า ระบบการศึกษาหมาหางด้วน, มัน ไม่มีหาง. ลองจับสุนัขตัวหนึ่งมาตัดหาง แล้วปล่อยให้มันวิ่งมันจะวิ่งเปะปะ ๆ ไม่เหมือนเดิม. นี่ โทษที่มันไม่มีหางมันเป็นอย่างนี้.

น.167 ธรรมะ ในฐานะเป็นสิ่งที่หายไปจากระบบการศึกษา ๑๓๑ ขาดธรรมะก็พ่ายแพ้แก่อำนาจวัตถุ. ทีนี้ ระบบการศึกษาในโลก มันจะกลายเป็นหมาหางด้วนได้อย่างไร ? ก็ขอพูดถึงนิทานเรื่องหมาหางด้วน กันสักนิดหนึ่งเถอะ ท่านที่มีอายุสูงปูน ๕๐ - ๖๐ ปี เคยเรียนหนังสือในโรงเรียนสมัยโน้น ก็คงจะเคยอ่านหนังสือนิทานอิสป เรื่องหมาหางด้วน. เรื่องมันมีที่จะต้องขอเล่าซ้ำ สำหรับท่านที่ไม่เคยได้ยินว่า สุนัขตัว หนึ่ง มันไปติดกับ หางขาดกลายเป็นหมาหางด้วน แล้วมันก็หาทางออก โดย เที่ยวบอกหมาด้วยกันว่าหางด้วนดีกว่า, ชักชวนให้ตัดหาง มีหมาหลายตัวเห็นด้วย แล้วก็ยอมตัดหาง เป็นหมาหางด้วนกันขึ้นมา เต็มไปหมด, จนกว่าจะไปพบสุนัข อีกตัวหนึ่ง บอกว่าไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องหลอกลวง นี่แหละนิทานเรื่องหมา หางด้วน. เดี๋ยวนี้ การศึกษาเป็นหมาหางด้วนอย่างไร ? คือประเทศใหญ่ ๆ ที่มี อำนาจ จัดการศึกษา ครั้นมาถึงยุคที่วัตถุนิยมมันเจริญ, วัตถุนิยมมีอำนาจมาก. อาตมาใช้คำว่า "วัตถุนิยม" สมัยนี้ หมายถึง ความก้าวหน้าทางวัตถุ ที่มาดึงเอา จิตใจของคน ไปหลงใหลในทางวัตถุเสียหมด . นี่เหมือนกับ กับที่คมงับ เอาหางหมาด้วนไป. ชาติที่จัดการศึกษา ที่พ่ายแพ้แก่อำนาจของวัตถุ เขี่ย ธรรมะหรือศาสนาออกไปจากระบบการศึกษา. นี่เราเรียกว่า "กับ" คือวัตถุนิยม งับเอาหางหมาตัวนั้นขาดไปแล้ว เป็นหมาหางด้วน.

น.168 ชาติที่จัดการศึกษาอย่างหมาหางด้วน ก็ชักชวนชาติอื่น ๆ ให้จัดการ ศึกษาอย่างหมาหางด้วน ; ชาติอื่น ๆ ก็พลอย หลงใหล ในอำนาจของวัตถุนิยม เขี่ยธรรมะหรือศาสนาออกไป จากระบบการศึกษา เป็นการจัดการศึกษาอย่าง หมาหางด้วน มากยิ่งขึ้นทุกที. ประเทศเล็ก ๆ ทนไม่ไหว ก็เอาอย่างตามอย่าง จนถึงกับว่า การศึกษาทั้งโลกมันกลายเป็น ระบบการศึกษาหมาหางด้วนไป ทั้งนั้น คือไม่เอาธรรมะหรือศาสนา มาฝากไว้กับระบบการศึกษาอีกต่อไป. การศึกษาขาดธรรมะ ย่อมมีผลเป็นความเลวร้ายต่าง ๆ. นี่แหละเมื่อ การศึกษา ไม่มีระบบธรรมะ หรือศาสนาแล้ว จะเป็น อย่างไร ? รู้จักกันแต่เรื่องหนังสือหนังหา สำหรับทำให้ฉลาด, แล้วก็รู้จักอาชีพ สุดเหวี่ยงยิ่งประดิษฐ์ ได้มาก ยิ่งทำให้เกิดผลกำไรได้มาก ก็ยิ่งหลงในรสอร่อยทาง วัตถุมาก ; โลกก็เกิดวิกฤตการณ์ คือว่า เ รียนจบแล้วไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ, เรียนจบแล้วมีปริญญายาวเป็นหาง แต่ก็ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ, ไม่มีบุรุษที่ไว้ ใจได้ไม่มีบุรุษที่ปราศจากอันตราย คือไม่มีศีลธรรม, มีความเสื่อมเสียศีลธรรม, เป็นโลกที่ไม่มีศีลธรรม. ฉะนั้น เราจึงประสบวิกฤตการณ์ มีอาชญากรรม เต็มไปในทุกหัวระแหง : - ภายในประเทศก็มีอาชญากรรม ระหว่างประเทศ ก็มีอาชญากรรม คือสงครามแล้วก็มีโทษที่เป็นผลพลอยได้จากสงคราม ให้มัน เกิดระส่ำระสายทั่วกันไปหมด.

น.169 ธรรมะ ในฐานะเป็นสิ่งที่หายไปจากระบบการศึกษา ๑๓๓ นี่แหละคือ ความเลวร้าย ที่เกิดมาจากระบบการศึกษา ที่เป็นเหมือน หมาหางด้วน, ระบบการศึกษาที่มีแต่ความรู้ทางหนังสือ และรู้แต่อาชีพ ไม่มี ธรรมะสำหรับให้มีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง ต้องปลูกศาสนาหรือธรรมะในระบบการศึกษา. ที่นี้ก็มีปัญหาเหลืออยู่ในเวลานี้ว่า เรามาช่วยกันต่อหางหมากันเถอะ ให้มีธรรมะและศาสนาอยู่ในระบบการศึกษา, จะเรียกว่าต่อหางหมาก็ได้ จะเรียก ว่าปลูกหางหมากันใหม่ก็ได้ ปลูกหางหมากันใหม่นี้ดูจะปลอดภัยกว่า. ต่อหาง หมานี่ ถ้าไปคว้าเอาหางลิงมาต่อเข้ากับหมาละก็ คงจะร้ายไปกว่าเดิม. นี่มาตั้งหน้า ปลูกหางหมา ค่อย ๆ ปลูกให้มันงอกยาวออกมา เป็นสุนัข ที่มีหาง คือระบบการศึกษา ที่มีธรรมะและศาสนาอยู่ เป็นส่วนที่สาม : เรามี การศึกษาหนังสือ ให้ฉลาด , เรามีการ เรียนอาชีพโดย เทคโนโลยีทั้งหลาย ทั้งปวง, แล้วเราก็มีธรรมะหรือศาสนา ให้มีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง. โปรดจำคำว่า "มีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้อง" ตรงตามความหมายของ คำว่า มนุษย์ ทุกศาสนาแก้ปัญหาได้ด้วย "รักผู้อื่น". ทีนี้ก็มาดูกัน ที่ ตัวธรรมะ หรือ ตัวศาสนา ที่จะเอามาใส่เข้ากับระบบ ของการศึกษา ให้เป็นระบบการศึกษาที่ถูกต้องและสมบูรณ์ ต่อไปตามเดิม.

น.170 ขอให้สังเกตกันให้ละเอียดลออ จนพบความจริงอย่างยิ่งข้อหนึ่ง ว่า ทุก ๆ ศาสนา มีหัวใจแห่งคำสอนคือ "รักผู้อื่น" สามพยางค์เท่านั้น, รัก - ผู้ - อื่น มีอยู่สามพยางค์เท่านั้น เป็นหนึ่งประโยค. นี่แหละคือหัวใจของสิ่งที่เรียกว่าศาสนา หรือพระธรรมของทุก ๆ ศาสนา ที่เรียกได้ว่า เป็นศาสนา ; เพราะว่า ปัญหามันได้เกิดขึ้นในโลกมนุษย์ เนื่องด้วยมนุษย์ไม่รักกัน มนุษย์ ฆ่ากัน มนุษย์ ขโมยกัน มนุษย์ ล่วงละเมิดของรักของผู้อื่น มนุษย์ โกหกหลอกลวง มนุษย์ ดื่มสิ่งมัวเมาของเมา แล้วก็ไทำความรำคาญให้แก่ผู้อื่น ลำบากแก่ผู้อื่น ; นี่เพราะว่าไม่รักผู้อื่น หลักธรรมะหรือหลักศาสนาจึงแก้ปัญหาด้วยคำว่า "รักผู้อื่น". มองดูก็เห็นได้ง่ายนิดเดียว ถ้ามีความรักผู้อื่นแล้ว ก็จะฆ่าใครที่ไหนได้ ; มันก็ ไม่มีการฆ่า ไม่มีการประทุษร้ายร่างกายและชีวิต. เมื่อรักผู้อื่นแล้ว ก็ ไม่ขโมย ไม่ประทุษร้ายทรัพย์สมบัติของใคร. รักผู้อื่นแล้ว ก็ไม่ ประทุษร้ายของรักของบุคคลผู้อื่น คือไม่ล่วงศีลข้อกาเม ฯ. รักผู้อื่นแล้วจะไปโกหกกับใครที่ไหนได้ มันก็ โกหกไม่ออก. รักกันแล้วก็ ระมัดระวัง ไม่เสียสติสัมปชัญญะ ด้วยดื่มกินเสพของมึนเมา ไปกระทบกระทั่งผู้อื่นด้วยความมึนเมา. รักผู้อื่นอย่างเดียว จึงแก้ปัญหาได้หมดทุกอย่างจึงถือว่า ทุกศาสนานี้แก้ปัญหาของมนุษย์ ด้วยการสอนให้รักผู้อื่น. โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ศาสนาคริสเตียน นับว่าได้จัดไว้ดีที่สุด ; อาตมารู้สึกว่าดีที่สุด ในบรรดาศาสนาทั้งหลาย ที่จัดไว้โดยหลักที่ว่า "รักผู้อื่น" คือให้ถือว่า : สอนลูกเด็ก ๆ เล็ก ๆ ให้รู้สึกว่า พระเจ้ารักเรา เราต้องรักพระเจ้า,

น.171 ธรรมะ ในฐานะเป็นสิ่งที่หายไปจากระบบการศึกษา ๑๓๕ เรารักพระเจ้า เราต้องทำตามพระเจ้าสั่ง, พระเจ้าสั่งให้รักผู้อื่น เราจึงต้องรักผู้อื่นเหมือนที่พระเจ้ารักเรา, มันก็สมบูรณ์แล้ว สำหรับการจะรักผู้อื่น. ครั้น รั ก ผู้อื่นแล้วก็ฆ่าเขาไม่ได้ ขโมยเขาไม่ได้ ล่วงกาเม ฯ เขาไม่ได้ โกหกเขาไม่ได้ ไม่ทำตนให้เป็นคนมึนเมา พลอยทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน โดยไม่เจตนา อย่างนี้. นี่ความรักผู้อื่น คือหัวใจของศาสนาทุก ๆ ศาสนา ; แม้ที่สุดศาสนา-อิสลาม ที่มีคนชอบพูดว่า ถือดาบ. อาตมาก็มองเห็นว่า เขาถือดาบเพื่อให้คนรักผู้อื่น แล้วมันจะเป็นอะไรไป. เมื่อได้รักผู้อื่นเสียแล้ว มันก็หมดปัญหา มันก็ไม่ต้องมีการใช้ดาบ เมื่อยังเห็นแก่ตัวมากเกินไป ไม่รู้จักเห็นแก่ผู้อื่น ก็ต้องใช้ดาบเป็นธรรมดา ถ้าว่าถือดาบจริงก็ต้องมีข้อเท็จจริงอย่างนี้ . พุทธศาสนาก็สอนให้รักผู้อื่นอยู่แล้วแต่ทำไม่พอ. ทีนี้ พุทธศาสนาเราก็สอนข้อที่ว่า สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อน ทุกข์เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ; คิดดู, จะไม่รักผู้อื่นอย่างไร มันหัวอกเดียวกันปัญหาเดียวกัน ทนทุกข์อย่างเดียวกัน, เพราะฉะนั้น เราจึงต้องรักกัน. หรือว่า อุดมคติของโพธิสัตว์ในพุทธศาสนายอมตายเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่นได้ นี่ก็คือความหมายของคำว่า "รักผู้อื่น".

น.172 ถ้าทาง ฝ่ายมหายาน ด้วยแล้ว จะมีถึงกับว่า ว่าผู้อื่น รออยู่ เหลืออยู่ เป็นคนสุดท้าย ถ้ายังมีคนมีทุกข์เหลืออยู่สักคนเดียว จะไม่สนใจเรื่องนิพพาน อย่างนี้ . เราพิจารณากันให้มากว่า เมื่อรักผู้อื่นแล้วปัญหาจะหมดไป เป็น เรื่องทางศีลธรรม พอรักผู้อื่นแล้วก็เกิดศาสนาพระศรีอารยเมตไตรยขึ้นมาทันที. ศรีอารยเมตไตรย : เมตไตรยนั้นแปลว่า เนื่องด้วยความเป็นมิตร , ความเป็นมิตร เมตตานั่นแหละ คือความรักผู้อื่น, เมตเตยฺย - เนื่องอยู่กับความรักผู้อื่น, ศรี อารยเมตไตรย คือ ศาสนาที่เนื่องกันอยู่กับความรักผู้อื่นสุดเหวี่ยง. มันก็จริงอย่าง นั้น ถ้าทุกคนในโลกรักผู้อื่น ไม่มีการฆ่า ขโมย ล่วงละเมิดของรัก โกหก หลอกลวง แล้ว มันก็เป็นศาสนาพระศรีอารย์ขึ้นมาทันที, คือปลอดภัยร้อยเปอร์- เซ็นต์ขึ้นมาทันที, เรื่องทางสังคมก็หมดไป ปัญหาทางสังคมก็หมดไป. แม่ค้าที่รักผู้อื่นแล้ว ก็จะไม่เอาหาบมาเที่ยววางไว้เกะกะตามทางเท้า ที่ตำรวจต้องไล่จับอยู่เรื่อยไป. นี่ถ้ารักผู้อื่นเสีย มันก็ไม่เที่ยวไปวางหาบไว้เกะกะ ตามทางเท้าให้ผู้อื่นลำบาก. นี้เป็นปัญหาทางศีลธรรม ทางศาสนาแท้ ๆ ; แต่คนไปมองเป็นปัญหาเศรษฐกิจไปเสียหมด จะกำจัดคนวางของเกะกะตามทาง เท้าด้วยการจัดทางเศรษฐกิจไม่ได้มุ่งหมายจะจัดทางศีลธรรม. อาตมารู้สึกว่า ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ ; ต้องแก้ปัญหาทางศีลธรรมกันเสียก่อน. เพราะฉะนั้น เราอาจจะสร้างศาสนาพระศรีอารยเมตไตรยขึ้นมา ด้วย การรักผู้อื่น ก็จะไม่มีปัญหา : พอรักผู้อื่นแล้ว นายทุนก็รักชนกรรมาชีพ,

น.173 ธรรมะในฐานะ เป็นสิ่งที่หายไปจากระบบการศึกษา ๑๓๗ ชนกรรมาชีพก็รักนายทุน, คอมมูนิสต์ก็ตายหมดเอง. นี่แหละคือการทำลาย คอมมูนิสต์ ฆ่าคอมมูนิสต์ให้ตายหมด ด้วยการทำให้เกิดการรักผู้อื่น . ร่วมมือกัน "รักผู้อื่น" จะขจัดชั่วร้ายได้สิ้น .. โลกขาดการรักผู้อื่น คอมมูนิสต์จึงเกิดขึ้นมาในโลก เพื่อเป็นปฏิกิริยา ต่อการที่มนุษย์ไม่รักกัน พอมนุษย์รักกัน คอมมูนิสต์ก็ตายหมด ไม่มีที่อยู่ที่ อาศัยในโลกนี้. นี่แหละประโยชน์อันสูงสุด เพราะฉะนั้นเรามาช่วยกันทำให้ โลกนี้ถึงจุดหมาย ของความมุ่งหมายแห่งความเป็นมนุษย์ คืออยู่กันเป็นผาสุก โดย เอาหัวใจของศาสนาทุกศาสนาเพียงสามพยางค์ ว่า รัก-ผู้ -อื่น มาถือ เป็นหลักปฏิบัติในโลก; ไม่มีปัญหาทางศีลธรรม ทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ทางการทหาร อะไรเหลืออยู่อีกเพราะว่า คำว่า "รักผู้อื่น" มันขจัดความเลวร้าย เหล่านี้ออกไปจนหมดสิ้น ขอยืนยันว่า คำ สมัยโบราณ โน้น พอพูดว่า ศึกษา - ศึกษา อย่างนี้แล้ว ก็หมายถึง สีลสิกขา, จิตตสิกขา, ปัญญาสิกขา คือ ทำให้เกิดความถูกต้อง ทางกาย ทางวาจา เรียกว่า สีลสิกขา, ทำให้เกิดความถูกต้องทางจิต เรียกว่า จิตตสิกขา, ทำ ให้เกิดความถูกต้อง ทางความคิดเห็น หรือสติปัญญา ความรู้ ก็เรียกว่า ปัญญา สิกขา. ถ้ามีสิกขา หรือศึกษาอย่างนี้ ในโลกก็ไม่มีปัญหาอะไร. เดี๋ยวนี้เราสอนกันแต่ศิลปศาสตร์ คือให้รู้หนังสือและรู้อาชีพ นั้นเขาเรียก ว่า ศิลปศาสตร์. ถ้าพูดว่า สิกขา หรือศึกษา แล้วก็เป็นเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา

น.174 ให้มีความถูกต้องทางกาย ทางวาจา ทางจิต ทางทิฏฐิความคิดเห็น ; ดังนั้นการศึกษาของสมัยโบราณ จึงไม่เป็นระบบการศึกษาหมาหางด้วน ไม่เหมือนกับระบบการศึกษาในโลก ปัจจุบันนี้ มีลักษณะเป็นหมาหางด้วน. ลูกเด็ก ๆ ของเรา ไม่ได้รับการศึกษาอบรมทางธรรม ทางศาสนา เขาก็ไม่รู้ที่จะกลัวบาป เขาก็ไม่รู้ที่จะรักบุญ. เขาก็ทำอะไรไปตามอำนาจของกิเลส โลกนี้ก็เต็มไปด้วยอาชญากรรม ที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน อย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่ ว่าไม่เคยมีอาชญากรรมเลวร้าย : กลางวันแสกๆ แม้ในรถประจำทาง ในกลางถนนหลวง กลางวันแสกๆ นี่ ไม่เคยมีอย่างนี้. นี่การศึกษาหมาหางด้วน มันทำให้มีสิ่งซึ่งไม่พึงปรารถนาเหล่านี้ขึ้นมา. จึงขอวิงวอนว่า พวกเราทุกคน จงมามองเห็นว่า ปัญหาต่าง ๆ เหล่า-นั้น มันขึ้นอยู่กับปัญหาทางศีลธรรม ; ไม่ใช่ปัญหาทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ทางการทหารอะไรนัก. สันติภาพของโลกขึ้นอยู่กับการหมดปัญหาทางศีลธรรม แม้ที่สุดแต่ว่า แม่ค้าก็จะไม่วางของให้เกะกะทางเท้าอีกต่อไป. ขอให้มาร่วมมือกัน ปรับปรุงแก้ไข ให้มีเรื่องของพระธรรม เรื่องของพระศาสนา มาอยู่ในระบบการศึกษาแล้วศีลธรรมก็จะกลับมาครองโลกนี้ ก็จะทำให้เกิดความรักผู้อื่น ปัญหาทางสังคมก็หมดไป ผลวิเศษทางส่วนบุคคลก็ยังมีคือว่า เมื่อรักผู้อื่นแล้ว ก็จะไม่มีความเห็นแก่ตัว. ครั้นหมดความเห็นแก่ตัวจริง ๆ แล้ว คนก็เป็นพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นการเป็นพระอรหันต์ก็ยังคงมีได้ เพราะการรักผู้อื่นเป็นบทเรียน. ทำบทเรียน "รักผู้อื่น" เรื่อย ๆไป ก็หมดความเห็นแก่ตัวเรื่อยไป ๆ จนหมดสิ้น ก็ เป็นพระอรหันต์ เพราะหมดความเห็นแก่

น.175 ธรรมะในฐานะ เป็นสิ่งที่หายไปจากระบบการศึกษา ๑๓๙ ตัว, ไม่อาจจะเกิดความโลภ ความโกรธ ความหลงอีกต่อไป เพราะว่าไม่มีความเห็นแก่ตัว. นี้เรียกว่า "รักผู้อื่น" ประโยคเดียว ๓ พยางค์ จะเป็นการแก้ปัญหาในโลกนี้ได้หมดสิ้น. ส่วนบุคคลก็จะเป็นพระอรหันต์ได้, ส่วนสังคมก็จะเป็นอยู่อย่างเป็นผาสุก, มีแต่ความรัก ไม่มีความแก้แค้นของลัทธิ ที่กำลังทำความปั่นป่วนยุ่งยากให้แก่โลกนี้. ขอได้โปรดดูธรรมะ ในฐานะเป็นสิ่งที่ทำมนุษย์ให้แตกต่างจากสัตว์เดรัจฉาน, ธรรมะทำให้อยู่กันเป็นผาสุก. เมื่อระบบการศึกษาตัดธรรมะออกไป มันก็กลายเป็นระบบการศึกษาหมาหางด้วน. ขอวิงวอน ท่านทั้งหลายทุกคน จงมาช่วยกันจัดระบบการศึกษาให้กลับมีธรรมะหรือมีศาสนา, หมดความเป็นหมาหางด้วน อีกต่อไป. นี่แหละคือ ธรรมะในฐานะสิ่งที่หายไปจากระบบการศึกษาของโลก. ฉะนั้น ขอให้ระบบการศึกษาของโลก ได้รับอะไรกลับมาอย่างครบถ้วน ตามความหมายเดิมคือตามความมุ่งหมายของธรรมะและพระศาสนา. การบรรยายสมควรแก่เวลาแล้ว อาตมาขอยุติการบรรยายครั้งนี้ไว้เพียงเท่านี้.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต