Buddhadasa.org

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) ครั้งที่ ๑๒ — ธรรมะ ในฐานะหน้าที่รีบด่วนของมนุษย์แห่งยุคปัจจุบัน

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) — คำบรรยายปาฐกถาพิเศษทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑–๒๕๒๔ (๓๖ ครั้ง ราวเดือนละครั้ง วันอาทิตย์ที่สาม) · วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๒๒

☰ สารบัญ 📅 ดูวันนี้ในปฏิทิน ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.176 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การแสดงปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า ธรรมะในฐานะ หน้าที่รีบด่วนของมนุษย์ แห่งยุคปัจจุบั น หัวข้อนี้อาจจะทำให้ผู้ฟังงงไปบ้าง แต่ขอให้ทน ฟังต่อไปก่อน. [ทบทวน ] ธรรมะในฐานะเป็นหน้าที่ นี้ขอให้เข้าใจอย่างที่ได้เคยกล่าวมาแล้ว ในการบรรยาย ครั้งก่อน ๆ ว่า ธรรมะมีความหมายหลายอย่าง. ธรรมะ คำนี้ หมายถึงตัวธรรมชาติก็ได้, หมายถึงกฎของธรรมชาติก็ได้, หมายถึงหน้าที่ ที่สิ่งมีชีวิตจะต้องปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามกฎของ ธรรมชาติก็ได้, แล้วยังหมายถึง ผลที่จะได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่นั้นก็ยังได้. ๑๔๐

น.177 ธรรมะที่จะบรรยายในวันนี้ หมายถึง ธรรมะในฐานะ เป็น หน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติ แล้วยังเป็น หน้าที่ที่รีบด่วนแห่งยุคปัจจุบัน แล้วก็ ของมนุษย์ ทั่วไปทั้งโลก. หน้าที่ ก็คือ เรา จะต้องช่วยกันแก้ไขวิกฤตการณ์ที่กำลังลามอยู่ทั่วไป ในโลก ถ้าเราไม่ทำหน้าที่อันนี้ โลกนี้ก็จะต้องวินาศ หรืออย่างน้อยก็เป็นโลกที่ ไม่มีประโยชน์อะไร คือหาความสงบสุขไม่ได้. หน้าที่ของมนุษย์ทั้งโลก ไม่ เฉพาะแต่ประเทศไทย หากแต่ว่าตรงกันทุกประเทศในโลก หน้าที่รีบด่วนมี ๓ ประการ. หน้าที่รีบด่วนที่สุด ปัจจุบันนี้ ขอระบุเป็นหน้าที่ ๓ ประการ คือ หน้าที่ที่ ๑. ได้แก่ การปรับปรุงระบบการศึกษา ให้ถูกต้องและสมบูรณ์. หน้าที่ที่ ๒. คือ กา รแก้ปัญหา อันเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ให้หมดไป. หน้าที่ ที่ ๓. คือ ทำให้จิตมีสถาบันทั้งสามโดยแท้จริง. กล่าวสั้น ๆ อีกครั้งหนึ่งว่า หน้าที่สามประการ นั้นได้แก่ : ปรับปรุง ระบบการศึกษา, แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์, ทำจิตให้มีสถาบันทั้งสาม. บางคนอาจจะฉงนว่า ในประเทศที่เขาไม่มีการปกครองระบบที่มีกษัตริย์ นี่จะทำให้คนเหล่านั้น มีสถาบันทั้งสามได้อย่างไร ? นี้ขอให้ท่านทนฟังไปก่อนว่า จะมีได้อย่างไร. อาตมาจะได้กล่าวถึง หน้าที่ทั้งสาม นั้น แต่ละอย่าง ๆ เป็นลำดับ ไป :-

น.178 ต้องปรับปรุงการศึกษา. หน้าที่แรก ที่ตรงกันทั้งโลกก็คือ ปรับปรุงระบบการศึกษา ให้ พ้นจากความเป็นระบบการศึกษาชนิดหมาหางด้วน. ถ้าคำว่า หมาหางด้วนมัน หยาบคายนัก ก็ขอเปลี่ยนเป็น สุนัขหางขาด, ให้พ้นจากความเป็นสุนัขหางขาด. ข้อนี้หมายความว่า ในบัดนี้เรา ให้การศึกษากันแต่เพียงสองอย่าง คือ วิชาหนังสือ และ วิชาเทคโนโลยี สองอย่างนี้เราให้กันอย่างถูกวิธี รวดเร็ว ที่สุด มีผลดีที่สุดจนจะกล่าวได้ว่า เพ้อเกินความจำเป็นไปเสียแล้ว ก็ได้. ท่านลองเปรียบเทียบกันดู ว่า มนุษย์ในปัจจุบันนี้เก่งในทางเทคโน- โลยี จนมนุษย์เก่งกล้า สามารถเกิน ทำอะไรได้อย่างน่าประหลาด จนจะเก่งเท่า หรือเก่งกว่าพระวิษณุกรรม อย่างที่เราเคยได้ยินได้ฟังมาในเรื่องนิยาย. มนุษย์ กำลังแสดงบทบาทออกมา อย่างที่เรียกว่าเก่งกล้าสามารถเกิน จะให้เขาทำอะไร ก็ได้ ใต้น้ำใต้ดินก็ทำได้ บนฟ้าหรือนอกบรรยากาศของโลกออกไป เขาก็ยังทำได้ นี่ดูจะเก่งกว่าพระวิษณุกรรมไปเสียอีก. มนุษย์กล้าเกิน เก่งกล้าเกิน สามารถเกิน รวดเร็วเกิน ทำอะไรอยู่ ในโลกปัจจุบันนี้ ราวกับว่ามีอาการวิ่ง, เร็วยิ่งกว่าลมพัด เขาสามารถทำเครื่องบิน ที่มันเร็วกว่าเสียง. แล้วลองคิดดูว่า เขาเก่งกล้าสักเท่าไร. เขาเก่งกล้าและวิ่งว่อนอยู่อย่างนี้ เราก็ถามเขาว่า นี่จะไปไหนกัน ? เขากลับจะตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ทราบขอให้ไปถามคอมพิวเตอร์ดู. เราถามว่า อะไร เป็นสิ่งสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ ? เขาตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ทราบ ขอให้ไปถาม

น.179 คอมพิวเตอร์ดู ว่าอะไรเป็นสิ่งสูงสุดสำหรับมนุษย์ . เราถามอีกว่า เมื่อไม่ทราบ แล้ว ท่านทั้งหลาย จะเดินให้ถูกเรื่องถูกราวได้อย่างไร ? เขาก็ยังตอบว่า ข้าพเจ้า ไม่ทราบขอให้ไปถามคอมพิวเตอร์ดู. นี่แหละ คือข้อที่ว่า ต้องไปถามคอมพิวเตอร์ดูนี้เปรียบเหมือนกับระบบ การศึกษาหมาหางด้วน. ระบบนี้ไม่นำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องและสมบูรณ์. ลองคิดดูว่า สอนกันอย่างไร ? จนในที่สุดก็คว้าอะไรไม่ถูก; ต้องไปคว้างุ่มง่าม อยู่อย่างพวกฮิปปี้ทั้งหลาย ไม่รู้ว่าจะเอาอะไร, จบมหาวิทยาลัยแล้ว ยังต้องไป เป็นฮิปปี้. สอนกันอย่างไรจนในโลกนี้ ไม่มีบุญไม่มีบาป, ไม่มีบิดามารดา, ไม่มีศาสนา ไม่มีพระเจ้า ? สอนกันอย่างไร จนในโลกนี้ไม่มีใครรักใคร? ความรักผู้อื่นนั้น หายาก หามาทำยาหยอดตาก็แทบจะหาไม่ได้ มีแต่การเอาเปรียบผู้อื่น แล้วก็มี การทำลายซึ่งกันและกัน สอนกันจนกระทั่งว่า ในโลกนี้ไม่มีสุภาพบุรุษไม่มีสัต- บุรุษ ซึ่งปราศจากอันตราย มีแต่มนุษย์อันตรายไว้ใจกันไม่ได้. เรามีหน้าที่ ที่จะต้อง ปรับปรุงการศึกษานี้ ให้สมบูรณ์ การศึกษา ที่เนื่องอยู่กับธรรมะ หรือศาสนา, ทำมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ ให้โลกนี้มีความเป็น มนุษย์ที่ถูกต้อง. อย่าปรับปรุงให้ผิดเลยไปเสียอีก; อาตมาขออภัย ที่ใช้ คำว่า "การต่อหางหมา" นั้น อย่าเอาหางลิงมาต่อ คืออย่าเอาการศึกษาชนิดนิยม จิตวิทยา เพื่อใช้ในการคดโกง หลอกลวงผู้อื่น ทางการเมือง ทางการเศรษฐกิจ สำหรับเอาเปรียบตัวเอง, เอาเปรียบผู้อื่น เอาเปรียบรัฐบาลของตนเอง หรือ

น.180 เอาเปรียบกันทั้งโลก. ถ้าเอาการศึกษาชนิดนี้มาต่อ ก็เหมือนกับว่าเอาหางลิงมา ต่อหางหมา เรื่องมันก็ร้ายไปกว่าเดิม. ขอให้ พยายามกระทำให้ศาสนากลับมา ให้ธรรมะกลับมา ใน ลักษณะที่เป็นหาง เหมือนกับหางเสือ สำหรับถือท้ายเรือให้ตรงทาง ; ทำได้ดังนี้ แล้ว โลกนี้ก็จะเป็นโลกพระศรีอารย์ คือพระศรีอารยเมตไตรย มีแต่ความรัก ความเมตตา มองดูกันด้วยสายตาแห่งความรักเข้ากันได้สนิท เหมือนน้ำกับน้ำนม มีความซื่อสัตย์ต่อกันและกัน หาอันตรายอันใดมิได้. นี่เรียกว่า หน้าที่ที่ ๑. คือ ปรับปรุงระบบการศึกษา ให้พ้นจาก ลักษณะแห่งความเป็นหมาหางด้วน แต่ให้เป็นสุนัขที่สมบูรณ์ มีหางสำหรับจะ เดินให้ตัวตรงหรือถูกทาง ไม่เปะ ๆ ปะ ๆ. แก้ปัญหาทุกอย่างด้วยทำให้รักผู้อื่น. ทีนี้ อาตมาก็จะได้กล่าวถึง หน้าที่ ที่ ๒. หน้าที่ที่สอง คือ แก้ปัญหา คอมมิวนิสต์. โลกปัจจุบันทั้งโลก กำลังมีปัญหามากมายหลายอย่าง ; แต่แล้วอาจจะ ไปสรุปได้ อยู่ที่ว่าเป็นปัญหา อันเนื่องกันกับคอมมิวนิสต์. ปัญหานี้มันพัวพัน กันกลับไปกลับมา : ถ้าไม่มีนายทุนก็ไม่ต้องมีคอมมิวนิสต์, ถ้าไม่มีคอมมิวนิสต์ นายทุนก็ไม่มีปัญหา ปัญหามันเกิดขึ้นแก่กันทั้งสองฝ่าย.

น.181 ปัญหาเกิดขึ้นมา จากระบบการศึกษาที่ไม่ถูกต้อง คือ ไม่มีศาสนา ไม่รักกัน : คนจนเกิดขึ้นต่อต้านคนมั่งมี เพราะคนมั่งมีไม่มีศาสนา , หมายถึงคน มั่งมีในยุคที่ว่างศาสนา ในแผ่นดินตรงนั้น ที่มันว่างศาสนา จนคนมั่งมีเป็น อันตรายแก่คนจน จึงเกิดลัทธิต่อต้านคนมั่งมีขึ้นในโลกนี้ ที่ตรงจุดนั้น ที่เวลานั้น อย่างที่เรารู้กันดี สำหรับผู้ที่ได้อ่านเรื่องนี้มาแล้ว การแก้ปัญหาเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ ต้องแก้ด้วยระบบการศึกษาที่ ถูกต้อง ไม่เป็นระบบสุนัขหางด้วน ; แต่ถ้าศาสนากลับมา ธรรมะกลับมา มนุษย์ ธรรมก็กลับมา, แล้วมนุษย์ก็รักผู้อื่น. เมื่อขาดศาสนาไป คือ ขาดศาสนาที่แท้ จริงไป มีแต่ศาสนาเนื้องอก มันก็เปลี่ยนอย่างตรงกันข้าม ; แผ่นดินที่ตรงนั้น และในเวลานั้น ก็ว่างจากธรรมะ, มีแต่การเอาเปรียบ หวังร้ายต่อกันและกัน, เป็นเหตุให้ที่นั้นเกิดนายทุนกระดาษซับ, และเกิดศักดินาอันทารุณโหดร้าย พร้อม กันไปในตัว. เมื่อเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว ก็เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ของคนที่ถูก เอาเปรียบข่มเหงเบียดเบียน กล่าวคือลัทธิคอมมิวนิสต์. โลกนี้ปั่นป่วนด้วยสงคราม ทั้งสงครามร้อน และสงครามเย็น ทั้งใต้ ดินและบนดินไม่มีที่สิ้นสุด ; ฉะนั้น การขจัดปัญหานี้ออกไปเสียได้ นับว่าเป็น บุญกุศล อันสูงสุดของสมัยนี้. การแก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ ก็คือแก้ปัญหา ทุกอย่าง อันเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ เหมือนกับว่าฆ่าคอมมิวนิสต์ให้หมดไปจาก โลก ; แต่การกระทำดังนั้น มันเนื่องกันอยู่ถึงกับว่า จะต้องฆ่านายทุนกระดาษ ซับ ให้หมดสิ้นไปจากโลกด้วย แล้วคอมมิวนิสต์ก็จะตายหมดไปเอง.

น.182 การ ขจัดปัญหาคอมมิวนิสต์ จึงต้องมุ่งกระทำไป ที่ต้นเหตุอัน แท้จริง คือความไม่มีธรรมะ ไม่มีศาสนา จนเกิดนายทุนกระดาษซับ, เราจะ ต้องเอาความมีศาสนากลับมา เอาธรรมะกลับมา. ชาวพุทธทั้งหลายจะต้องเป็น คอมมิวนิสต์ ที่เหนือกว่าคอมมิวนิสต์ กล่าวคือ แก้ปัญหาด้วย ความรักผู้อื่น ไม่แก้ปัญหาด้วยอาวุธ, ไ ม่แก้ปัญหาในทำนองที่ว่า เอาน้ำโคลนมาล้างโคลน เราจะต้องมีน้ำสะอาดมาล้างโคลน. พุทธศาสนา หรือศาสนาไหนก็ตาม ทุกๆ ศาสนาในโลก มีหัวใจ แห่งคำสั่งสอนอยู่ที่ ความรักผู้อื่น ; เมื่อมีความรักผู้อื่นแล้ว ปัญหาจะหมด ไป. คิดดูให้ดี ๆ ว่า ศาสนา ทั้งหลายนั้นเป็นยาพิษ สำหรับกำจัดคอมมิวนิสต์ ให้หมด ไปจากโลก; แต่ทำไปทำมากลับเปลี่ยนกลายเป็นว่า ศาสนาเป็นยาเสพติด ของประชาชน. ศาสนาที่แท้จริงนั้น มีแต่ทำให้คนรักกัน จนคอมมิวนิสต์และนายทุน กระดาษซับ หายไปจากโลกด้วยกันทั้งสองอย่าง ชาวพุทธเราจะต้องสามารถแก้ ปัญหาอันนี้. อย่าเข้าใจไปว่า ธรรมะหรือศาสนานี้เป็นของเปราะ ๆ แตกง่าย โป้งเดียวก็แตกหมด เหมือนที่เขาชอบพูดกันว่า "คอมมิวนิสต์มาศาสนาหมด" ; แต่อาตมามองเห็นไปในทางที่ว่า ศาสนาเป็นยาพิษ สำหรับกำจัดลัทธิคอม- มิวนิสต์ คือ ทำให้คนรักผู้อื่น; เมื่อคนรักผู้อื่นแล้วลัทธินายทุนกระดาษซับ ก็หายไปจากโลก, แล้วคอมมิวนิสต์จะอยู่ได้อย่างไร เพราะไม่มีนายทุน สำหรับ ให้คอมมิวนิสต์เป็นจุดมุ่งหมายสำหรับที่จะต่อต้าน.

น.183 ความรักผู้อื่นนั่นแหละ เป็นคอมมิวนิสต์ที่เหนือคอมมิวนิสต์; ข้อนี้ เราจะต้องยอมรับว่า ทั้งศาสนา และ ทั้งคอมมิวนิสต์ มีอุดมคติตรงกันตรงที่ว่า " จะ สร้างสันติภาพ ขึ้นในโลก" อาตมาก็เห็นด้วย และยอมรับว่า คอมมิวนิสต์เขามุ่งจะ สร้างสันติภาพขึ้นมาในโลก โดยที่เขามองเห็นว่าพวกนายทุนกระดาษซับ เป็น ศัตรูของสันติภาพในโลก ; ดังนั้นเขาจึงมุ่งหมาย ที่จะกำจัดนายทุนกระดาษซับ ให้หมดไปจากโลก โดยหวังสันติภาพ นี้เขาหวังสันติภาพ. ส่วนศาสนา ทุกศาสนา โดยเฉพาะพุทธศาสนาพุทธบริษัท นี้ก็มุ่ง หมายจะสร้างสันติภาพขึ้นในโลก; เรามีจุดมุ่งหมายไม่ต่างกัน แต่วิธีการ ปฏิบัตินั้นต่างกันลิบ. เราไม่ต้องการจะฆ่าใคร ทำลายใคร, ต้องการจะใช้อาวุธ เพียงอย่างเดียว คือความรักผู้อื่น จึงดึงศาสนากลับมา ดึงธรรมะกลับมา ให้เกิด ความรักผู้อื่นขึ้นในโลก แล้วโลกนี้ก็มีสันติภาพ. นี่แหละ วิธีจัดโลกให้มีสันติภาพ นั้นมันมีวิธีต่างกันอย่างนี้ เราจะ ถือว่า ความรักผู้อื่น ซึ่งเป็นหัวใจของศาสนาทุก ๆ ศาสนา นั่นแหละ คือคอม- มิวนิสต์ที่เหนือที่ยิ่งไปกว่าคอมมิวนิสต์, ต้องเอาคอมมิวนิสต์ที่เหนือกว่าคอมมิว- นิสต์มาแก้ปัญหาของคอมมิวนิสต์. ผลสุดท้ายก็คือ นายทุนกระดาษซับ แห่งเสรีประชาธิปไตย ก็ตายไป ชนกรรมาชีพผู้อาฆาตแก้แค้นแห่งลัทธิคอมมิวนิสต์ ก็ตายไป, เหลืออยู่ในโลกนี้ แต่เพียงมนุษย์ชนิดหนึ่งชนิดเดียว คือ มนุษย์ที่รักผู้อื่น ; เหลืออยู่แต่มนุษย์ที่ รักผู้อื่นในโลกนี้ โลกนี้ก็ไม่มีปัญหาทุกอย่าง ที่เกี่ยวกับลัทธิคอมมิวนิสต์.

น.184 นี่แหละคือสิ่งที่อาตมาเรียกว่า แก้ปัญหาเกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ หลังจาก ที่ปรับปรุงระบบการศึกษา แล้วก็แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ นี่เป็นหน้าที่ที่สอง. อบรมให้ภักดีในเรื่อง ชาติ ศาสนา มหากษัตริย์. ทีนี้ ก็มาถึง หน้าที่ที่ ๓. คือทำจิตให้มีสถาบันทั้งสาม. การศึกษาระบบหมาหางด้วนนี้ ทำให้คนไม่รู้จักสถาบันทั้งสาม โดย ถูกต้องและสมบูรณ์. ขอจำกัดความกันไว้เสียสักหน่อยในที่นี้ว่า สถาบันทั้ง สามนั้นเป็นอย่างไร ?. สถาบันทั้งสาม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์. ชาติ นี้เปรียบเหมือนกับร่างกาย คนเรา มันต้องมี ตั้งอยู่เป็นพื้นฐาน สำหรับสิ่งอื่น ๆ. ศาสนา นั้นคือ ระบบจิต ที่เป็นความรู้อันถูกต้อง เปรียบเหมือนกับ ศาสนาคือ ธรรมะ. พระมหากษัตริย์ นั้น คือ ระบบประสาท สำหรับเชื่อมร่างกายกับจิต ให้สัมพันธ์กัน จนสามารถทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดได้. ถ้าปราศจากระบบประสาท แล้ว ก็เหลือแต่กายกับจิต มันก็ทำอะไรไม่ได้ มันก็จะตายไปเองในที่สุด. เราจะต้องมีสถาบันทั้งสาม ตามความหมายอันลึกตรงตามกฎเกณฑ์ของ ธรรมชาติ ว่าต้องมีร่างกาย, ต้องมีจิตใจ, ต้องมีระบบประสาท, ที่ทำความ สัมพันธ์ ระหว่างร่างกายกับจิตใจ จะขาดเสียแต่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้.

น.185 ทีนี้ ท่านลองพิจารณาดูเถิดว่า ประเทศชาติประเทศไหน ที่จะไม่มี สถาบันทั้งสาม ; แม้ว่าในประเทศบางประเทศ ในปัจจุบันนี้ ไม่มีระบบกษัตริย์ เขาไม่ยอมมีกษัตริย์ ; แต่ก็ต้องมีความหมายของระบบกษัตริย์ อยู่อย่างใดอย่าง หนึ่งด้วยเป็นแน่นอน. คือเขาต้องมีประเทศชาติ, แล้วเขาจะต้องมีหลัก ธรรมะสำหรับประเทศชาติ ซึ่งจะถอดรูปแบบออกมาจากศาสนา, แล้วเขา จะ ต้องมีบุคคล หรือคณะบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ก็ตาม สำหรับทำให้ชาติกับธรรมะ สำหรับชาตินั้น เนื่องสัมพันธ์กันอยู่ เป็นชาติที่มีตัวร่างกาย มีระบบจิตใจ, แล้วก็มีระบบประสาท ให้ธรรมะประจำชาติแน่นแฟ้นกันอยู่กับชาติ. ดังนั้น ประเทศใดก็ตาม จะต้องมีสถาบันครบทั้งสาม หากแต่เรียกชื่อ เป็นอย่างอื่น ไม่ได้เรียกว่ากษัตริย์; แต่เขาต้องมีชาติ คือตัวประเทศชาติ ที่คุม กันอยู่ได้, แล้วมีหลักธรรมประจำชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกในที่นี้ว่าศาสนา, แล้ว ก็ต้องมีระบบ ที่ทำให้ชาติกับศาสนานั้นสัมพันธ์กันอยู่ ก็กลายเป็นประเทศที่มี ธรรมะ ประเทศใดไม่มีธรรมะนั้น มันเป็นประเทศหางด้วน ; เหมือนกับว่า ช้างตัวหนึ่ง หางมันด้วน ยิ่งเป็นช้างตัวโตเท่าไร ถ้าหางด้วนแล้ว มันยิ่งน่า เกลียดเท่านั้น, อย่าได้มีประเทศใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นเหมือนกับช้างหางด้วนเลย. คือ เขาจะต้องมีระบบชาติ, ระบบศาสนา และระบบกษัตริย์, ที่ทำความสัมพันธ์กัน ระหว่างชาติ กับหลักธรรมะประจำชาติ เราจะเห็นได้ว่าระบบกษัตริย์นั้นอาจจะเป็นบุคคลก็ได้ เป็นคณะบุคคล ก็ได้ เป็นองค์กรอะไรอันหนึ่งก็ได้ ที่กำลังทำหน้าที่อยู่อย่างแท้จริง สำหรับทำ ให้ธรรมะนี้เชื่อมกันอยู่กับชาติ ถ้ามิฉะนั้นแล้ว ไม่ควรจะเรียกว่าเป็นชาติมนุษย์ หรือเป็นมนุษย์ชาติ. เมื่อไม่มีความเป็นมนุษย์ชาติแล้ว มันก็ล้มละลายหมดแล้ว.

น.186 เดี๋ยวนี้การศึกษาระบบหมาหางด้วน ไม่ได้ทำให้คนรู้จักสถาบันทั้งสาม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์. อย่างแท้จริง สอนกันอย่างไร จึงเกิดยุวชน ระบบที่นิยมซ้าย ไม่รู้จักความหมาย ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์. อาตมาเคยสนทนากับเยาวชนนิยมซ้าย เขามาพูดจาในทำนองว่า ศาสนาเป็นยาเสพติด, ระบบกษัตริย์นั้นเพื่อไม่จำเป็นไม่ต้องมี, เหลืออยู่แต่ชาติที่ สมบูรณ์ด้วยเศรษฐกิจ ไม่มีนายทุนกระดาษซับก็แล้วกัน เขาต้องการเพียงอย่างนี้ นี่เยาวชนเหล่านี้ ได้รับการศึกษามาจากไหน ถ้าไม่ใช่จากโรงเรียน จากมหา- วิทยาลัย ที่กำลังมีอยู่ในปัจจุบัน อันเป็นระบบหมาหางด้วน. การศึกษาไม่พอ ที่จะทำให้เยาวชน มีระบบสถาบันทั้งสามในดวง ใจ, ในดวงใจของเขาไม่มีระบบสถาบันทั้งสาม. แม้แต่คนทั่วไป ก็ไม่มีระบบ สถาบันทั้งสามอยู่ในดวงใจ ; มีอยู่แต่ที่ปาก, มีอยู่แต่ที่ปากหมายความว่า ปาก มันพูดในใจมันไม่มี. พูดแต่ว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดี ต่อประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์, มีแต่ว่า ข้าพเจ้าจะ จงรักภักดี. ภาษาอย่างนี้ใช้ไม่ได้คำว่า "จะ" นั้นถ้าเป็นบาลี ในสังฆกรรมวินัยบัญญัติแล้วเป็นโมฆะ ใช้ไม่ได้ มีค่า เท่ากับว่า ไม่ได้พูด. เขาจะ ต้องพูดให้ชัดลง ไปว่า ข้าพเจ้าภักดี บัดนี้และตลอดไป ต่อประเทศชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ ; พูดอย่างนี้ ในสำนวนภาษาบาลีจึง จะใช้ได้. ถ้ามัวแต่พูดว่า ข้าพเจ้าจะจงรักภักดี ก็กลายเป็นโมฆะ ; เพราะ

น.187 ฉะนั้นขอให้สนใจกันให้ดีว่า เรามีสถาบันทั้งสามแต่ที่ปากและเป็นอนาคตกาล ยังไม่ได้ทำ และไม่ทำก็ได้ และเป็นคำที่ไม่มีความหมายอะไร เพราะมันไม่ได้ ออกมาจากใจ. สถาบันทั้งสาม จะต้องเป็นคุณสมบัติ ที่รู้สึกซึมทราบ แล้วฝั่ง แน่นอยู่ในใจ จึงจะเรียกว่า มีอยู่ในจิตใจโดยแท้จริง. ต้องให้การศึกษาที่ สมบูรณ์ จงทำหน้าที่ต่อหรือปลูกหางหมากันเถิด คนในโลกก็จะมีระบบ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยแท้จริง. การทำอย่างนี้ นับว่าเป็นบุญกุศลอันสูงสุด จะทำให้โลกนี้อยู่กันเป็น ผาสุก หมดปัญหาต่าง ๆ ทุกอย่างทุกประการ ที่กำลังมีอยู่ในโลก : ปัญหา เศรษฐกิจก็ดี, ปัญหาการเมืองก็ดี, ปัญหาเกี่ยวกับสงครามทั้งหลายก็ดี, มันมาจาก ระบบการศึกษา ที่เป็นเหมือนกับหมาหางด้วน. ระบบการศึกษานี้จะต้องถูก ปรับปรุง แล้วก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ที่เกี่ยวกับคอมมิวนิสต์ แล้วก็จะทำให้จิตของคนทุกคน สมบูรณ์อยู่ด้วยสถาบันทั้งสาม. อาตมาจึงถือว่า เป็นการได้บุญอย่างสูงสุด ในการที่จะทำให้มนุษย์ อยู่กันอย่างเป็นผาสุก ; ถ้ามิฉะนั้นแล้ว มันก็จะเป็นไปในทางที่ว่าคนจะงอก หางออกมาอย่างที่เราเคยรู้ ในภาษาชีววิทยา ประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งว่าสัตว์แต่ ก่อนนั้น มันก็มีหาง หางหดไปหมด ก็กลายเป็นคน. เดี๋ยวนี้คนก็จะกลับงอก ออกมาเป็นหาง แทนสุนัขที่หางด้วน ระวัง, ระวังกันทั้งโลก ขออย่าให้หาง ออกมาที่คน, เป็นการย้อนกลับมาอย่างที่น่าละอาย.

น.188 นี่เรียกว่า แก้ปัญหาจำเป็นรีบด่วนของมนุษย์ทุกคนในโลก คือ ปรับปรุงระบบการศึกษา, แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์, ทำจิตให้มีสถาบันทั้งสาม อยู่ด้วยกันทุก ๆ คนในโลกทั้งโลกเถิด. การบรรยายปาฐกถาธรรม สมควรแก่เวลาแล้ว อาตมาขอยุติการบรรยาย ในวันนี้ ไว้เพียงเท่านี้.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต