Buddhadasa.org

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) ครั้งที่ ๒๐ — ธรรมะ ในฐานะดวงวิญญาณแห่งประชาธิปไตย

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) — คำบรรยายปาฐกถาพิเศษทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑–๒๕๒๔ (๓๖ ครั้ง ราวเดือนละครั้ง วันอาทิตย์ที่สาม) · วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓

☰ สารบัญ 📅 ดูวันนี้ในปฏิทิน ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.283 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, อาตมาบรรยายปาฐกถาธรรม ตลอดเวลาที่แล้วมานี้ ด้วยความรู้สึกว่า “ธรรมะ ไม่กลับมา โลกาจะวินาศ". ในวันนี้จะกล่าวโดยหัวข้อว่า ธรรมะในฐานะดวงวิญญาณแห่ง ประชาธิปไตย. ถ้าไม่มีธรรมะเป็นวิญญาณแห่งประชาธิปไตยแล้ว ; ประชาธิปไตยนั้นจะเป็น อันตรายแก่มนุษย์ เสียมากกว่าที่จะเป็นประโยชน์. รู้จักดวงวิญญาณของประชาธิปไตยให้ถูกต้อง. ประชาธิปไตย คำนี้มีคำแปลที่กำกวม คือ ถ้ามีธรรมะเข้ามาประสม ประชาธิปไตยคำนี้ก็ ต้องแปลว่า ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ . แต่เรามา แปลกันเสียว่า ประชาชนเป็นใหญ่ ซึ่งมันต่างกันมาก ; ประชาชนเป็นใหญ่ ๒๔๗

น.284 นั้นมันเป็นไปไม่ได้, มันปฏิบัติไม่ได้, มันผิดธรรมชาติ, แล้วมันจะขาดธรรมะ เสียด้วย, เพราะว่าเราไม่อาจจะเอาคนทุกคน มาเป็นใหญ่ได้. ดูแต่การเลือกผู้แทน เรามีการจำกัดสิทธิ : บุคคลพวกหนึ่งไม่มีสิทธิ์ ที่จะเลือกผู้แทน คือเด็กบ้าง, ผู้ที่ไม่ประกอบไปด้วยคุณสมบัติที่ต้องการบ้าง, เพศบรรพชิตบ้าง, ร่วมกันแล้วตั้ง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เข้ามาเลือกผู้แทน แล้วจะเรียกว่าประชาชนเป็นใหญ่ ได้อย่างไร ? ผู้แทนที่ได้รับเลือกเข้ามานั้น ยังมีผู้แทนประเภทเจ้าบุญทุ่มก็มี ผู้แทนที่ได้มาด้วยการพนันขันต่อ ซึ่งเป็นวิธีการใหม่ ๆ หยก ๆ นี้ก็มี, ผู้แทนที่ซื้อตัวเอามาก็ยังมี, เอามารวมกัน แล้วจะเรียกว่า ประชาชนเป็นใหญ่ นี้มันรู้สึกตะขิดตะขวงกันหรือหาไม่ ก็ลองคิดดู. เรา จะต้องแปลคำว่า ประชาธิปไตย กันเสียให้ถูกต้อง คือแปลว่า ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่. นี่เรา จะปฏิบัติได้ ; เพราะว่ามันถูก ตามธรรมชาติ : ตามธรรมชาติของธรรมะ ของพระเจ้า. เราไม่ต้องเอาบุคคลทุกคนมาเป็นใหญ่ ซึ่งเราทำไม่ได้ ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ; แต่เราเอาบุคคลหรือคณะบุคคล หรือใครก็ได้ขอแต่ให้มีธรรมะนั่นแหละ มาเป็นผู้จัดระบบประชาธิปไตยให้มีประโยชน์แก่คนทุกคน. นี่เราเคยพูดกันถึง พระราชา ที่ประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรม ว่าเป็นผู้จัดการปกครอง ในลักษณะที่ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ; แต่ คำว่า พระราชาที่ประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรมนั้น ไม่มีในตำราของพวกฝรั่งที่

น.285 เขียนให้เราเรียน. นักเรียนของเรา นักศึกษาของเรานักปราชญ์ราชบัณฑิตของเราเรียนตามตำราของฝรั่ง เรื่องประชาธิปไตย; ดังนั้นจึงไม่เคยพบคำว่า พระราชาที่ประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรม ทั้ง ๆ ที่เราเคยได้รับประโยชน์อันนี้จากพระราชาประเภทนี้โดยตรง. ทุกคนยอมรับกันว่า พ่อขุนรามคำแหงเป็นพระราชาในระบอบ ราชาธิปไตย ; แล้วท่านก็จัดการปกครองไป ในลักษณะที่ประชาชนทุกคน ได้รับประโยชน์ ไม่มีใครคัดค้าน ไม่มีใครรังเกียจกินแหนงพ่อขุนรามคำแหง ; เพราะว่ามองกันไปแต่ในทางที่ เป็นพระราชา ที่ประกอบไปด้วยทศพิธราช- ธรรม. อาตมาอยากจะให้ทุกคน ระลึกถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ ที่ยอมรับ กันอีกคนหนึ่ง ; นั่นคือ พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ปกครองประเทศอินเดีย ในยุคหนึ่ง เป็นประโยชน์ทั้งในด้านการปกครอง และในด้านพระศาสนา ในด้านพระศาสนานั้นเป็นที่ยอมรับกันว่า พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ ส่งคณะประกาศพระศาสนาไปในทิศทางต่าง ๆ รวมทั้งเขตสุวรรณภูมิ คือประเทศ- ไทยเรานี้ด้วย. แต่ส่วนระบบการปกครองนั้น ท่าน ปกครองในระบบพระราชา ที่ประกอบไปด้วยทศพิธราชธรรม. ประกาศในจารึกภูเขาของท่านแห่งหนึ่งว่า ประชาชนทุกคนเป็นลูกของข้า ; หมายความว่า ท่านประพฤติประโยชน์แก่ประ- ชาชนทุกคน เหมือนกับว่าเป็นลูกหลานของท่านเอง.

น.286 มีสิ่งที่ควรเอามาพินิจพิจารณากันก็คือ ในการปกครองของพระเจ้า อโศกนั้น มีตำรวจศีลธรรม เรียกกันว่า ธัมมะอมัจโจ ; ดูตามหน้าที่ ที่ประพฤติ กระทำแล้ว ก็คือ ตำรวจศีลธรรม มีหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบทั่วทุกหัวระแหงว่า ประชาชนได้ประพฤติตามพระบรมราชโองการนั้น แล้วหรือยัง ? ในการปลูก ต้นไม้รับสั่งให้ปลูกต้นมะม่วง ต้นขนุน ต้นพิกุล ไว้ชัดเจน. ประชาชนได้ปลูก กันแล้วหรือยัง? ตำรวจศีลธรรมก็จะต้องเที่ยวตรวจ. ข้อนี้ทำให้ระลึกถึงพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ที่เป็นเทศา ฯ ตรวจราชการ ด้วยตนเอง คือตรวจว่า ตามที่ตกลงกันว่า บ้านนี้ต้องเลี้ยงไก่ ๑๐ แม่, ต้องปลูก กล้วย ๑๐ กอ. ต้องมีพริก ๑๐ ต้น, ต้องมีมะเขือ ๕ ต้น, ต้องมีตะไคร้ ๑๐ กอ. แล้วแต่ว่าจะตกลงกันอย่างไร ; แล้วท่านก็มาตรวจด้วยตนเอง. ถ้ายังไม่ได้ทำ ก็ได้รางวัล กล้องยาแดงเคาะศีรษะ. นี้จะเท็จจริงอย่างไร อาตมาก็กล่าวไปตาม ที่ได้ยินได้ฟัง. ตำรวจศีลธรรมจะต้องตรวจสิ่งเหล่านี้ ตรวจกระทั่งในทุก ๆ เรื่อง ใน ห้องน้ำห้องครัว ว่าได้ประพฤติศีลธรรมถูกต้องหรือไม่ ? พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงต่อรองกับประชาชนว่า จงลดการกินเนื้อสัตว์ ว่าแม้ แต่ในโรงครัวของราชสำนัก เดี๋ยวนี้ก็ฆ่าเนื้อทรายเพียงวันละตัวเดียวเท่านั้น ; อย่างนี้เป็นต้น. ใครขี้เกียจนอนสาย ใครไม่ไหว้พระสวดมนต์เหล่านี้ก็เป็นหน้าจะต้อง ตรวจ, ความเป็นอันธพาลมั่วสุมอยู่ ณ ที่ไหน คล้าย ๆ กับว่า จะต้องจดรายชื่อ อันธพาลไว้หมดสิ้น. นี่เรียกว่ามัน เป็นหน้าที่ทางศีลธรรม. ตำรวจกฎหมาย ก็มีหน้าที่ทำตามกฎหมาย ไม่สามารถจะบังคับ ให้เลยลึกลงไปถึงหน้าที่ทางศีลธรรม

น.287 ซึ่งมันไม่ผิดกฎหมาย ; เช่นเรื่องอนามัยเหล่านี้ ใครไม่ทำ ก็ไม่ได้ผิดกฎหมาย ; แต่ว่ามันก็ผิดศีลธรรม เ ป็นหน้าที่ ที่ตำรวจศีลธรรมจะต้องจัดการ. เดี๋ยวนี้เราจะสามารถมีตำรวจศีลธรรมกันได้ไหม ? ก็ลองคิดดู ตำรวจ กฎหมายก็ดูยังวุ่นวายอยู่เต็มที. การที่พระเจ้าอโศกมหาราชมีการปกครองประชาชนอย่างนี้ เป็นเผด็จ- การหรือไม่ ? แน่นอน ใคร ๆ ก็ต้องเห็นว่าเป็นเผด็จการ ; แต่เป็นเผด็จการ โดยธรรม บนประชาชนที่ทุกคนเป็นลูกของข้าพเจ้า. การเผด็จการของพระเจ้า อโศกนั้น ในบางกรณีทำให้ต้องจับภิกษุจำนวนร้อยจำนวนพันสึกออกไป ; เพราะ ว่ารู้ธรรมะผิด, สอนธรรมะผิด, เป็นพวกนอกศาสนาปลอมบวชเข้ามา, อย่างนี้ ก็มี ; แสดงความเป็นเผด็จการอย่างเต็มที่. นี่แหละ ประชาธิปไตย เอาประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ แม้เผด็จ- การก็ยังใช้ได้ ; เพราะว่า มีธรรมะเป็นผู้เผด็จการ. ลักษณะธรรมะในฐานะเป็นดวงวิญญาณแห่งประชาธิปไตย. อาตมาได้กล่าวโดยหัวข้อข้างต้นว่า ธรรมะในฐานะดวงวิญญาณแห่ง ประชาธิปไตย. เราก็ควรจะดูกันถึง ธรรมะ ในฐานะที่เป็นดวงวิญญาณ กัน นี้บ้าง. ธรรมะเป็นดวงวิญญาณของประชาธิปไตย ก็คือประชาธิปไตยมีธรรมะ เป็นดวงวิญญาณ.

น.288 ในกรณีที่จะต้องเผด็จการ นั่นก็คือ ธรรมะนั่นเองเป็นผู้เผด็จการ ; ไม่ใช่กิเลสของคนเป็นผู้เผด็จการ. ธรรมะเผด็จการไม่มีในตำราฝรั่งอีกนั่นแหละ มันมีแต่คนอันธพาลเป็นผู้เผด็จการ. เขารู้จักกันแต่อย่างนั้น ก็เลยจงเกลียด จงชังคำว่าเผด็จการ อย่างเข้ากระดูกดำ อย่างนี้เป็นความไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง ต่อสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ ธรรมะเหมาะสมที่สุดที่จะเผด็จการ ถ้าไม่เผด็จการ ผลอะไรก็ไม่ เกิดขึ้น. จงดูกฎของธรรมชาติ มันเผด็จการอย่างไร, แก่ใคร, ในที่ไหน ? มันต้องเฉียบขาดอย่างนั้น. เมื่อพูดว่า ธรรมะเป็นดวงวิญญาณ ก็หมายความว่า ความถูกต้องตามธรรมะนั่นแหละ เป็นวิญญาณ. ถูกต้องอย่างไร ? ก็ถูกต้องในลักษณะที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ตามแบบ ของพระเจ้า เพราะว่าธรรมะนั้นคือพระเจ้า ถูกต้องตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหมือนเนื้อตัวขององค์พระเจ้า. ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหมือนกับจิตใจของพระเจ้า ถูกต้องตามหน้าที่ ตามกฎของธรรมชาติ. นี่คือพระประสงค์ของ พระเจ้า. ถูกต้องตามผล ที่จะต้องเกิดขึ้นตามกฎของธรรมชาติ . นี่คือผล ประทานมาจากพระเจ้า นี้คือความถูกต้อง จึงเรียกว่าธรรมะ ซึ่งเป็นดวงวิญญาณ ของประชาธิปไตย.

น.289 พระธรรมเจ้าเป็นดวงวิญญาณแห่งประชาธิปไตย. เมื่อเราทำความถูกต้องใน ๔ ความหมายอย่างนี้แล้วก็มีพระเจ้า หรือ พระธรรมเจ้านั่นแหละเป็นดวงวิญญาณ ในระบอบประชาธิปไตย อาตมาอยากจะใช้คำว่า พระเจ้าธรรมะ หรือพระธรรมเจ้า จะเรียก อย่างไรก็ได้ : พระเจ้าธรรมะ. พระธรรมเจ้า ; คือธรรมะเป็นพระเจ้า. พระเจ้า คือธรรมะ อย่างที่เคยพูด ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ว่า ตัวธรรมชาติ, ตัวกฎของธรรมชาติ, ตัวหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ, ตัวผลอันเกิดจากหน้าที่, นี่มันเป็นเรื่องของ ธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎของธรรมชาตินี้มันสูงสุดเท่าไร, มันเฉียบ ขาดเท่าไร. ใครไปต่อต้านได้ พระเจ้าในฐานะที่เป็นกฎของธรรมชาตินี่แหละ ไปสร้างชีวิตทั้ง หมดขึ้นมา : ชีวิตสัตว์เดรัจฉาน ชีวิตคนสร้างคนทุกคนขึ้นมา. ทุกคนเป็น ของพระเจ้า โดยธรรมชาติอย่างถูกต้อง อย่างยุติธรรม ทำไมไปดึงเอาอำนาจจากพระเจ้าไปให้คนซึ่งมีกิเลส ? เราจะดึงอำนาจ จากพระเจ้า คือพระธรรมมาให้คน, ให้กิเลสของคนเป็นสิ่งที่มีอำนาจ มันเป็นเรื่องบ้า หรือเรื่องดี ? ขออภัยใช้คำ ๆ หยาบคายไปหน่อย. ไปคิดดูเอาเองเถิด เราจะมี พระเจ้าเป็นอำนาจดี. หรือจะมีกิเลสของคนเป็นอำนาจดี ? เราควรจะเลือกเอาคนที่มีธรรม มาจัดการปกครองให้เกิดประโยชน์ ของประชาชนเป็นใหญ่. อย่ามัวฝันเพ้อว่าทุกคนเป็นใหญ่ ประชาชนเป็นใหญ่.

น.290 นั่นมันเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติ, ผิดกฎของธรรมชาติ ดึงอำนาจจากพระเจ้ามา ให้คน มันเป็นไปไม่ได้. คำว่า ประชาธิปไตย จงแปลกันเสียใหม่ว่า ประโยชน์ ของประชาชนเป็นใหญ่, แล้วเราก็ จัดทำให้เป็นไปได้ โดยบุคคลที่มีพระ- เจ้า หรือมีพระธรรมเป็นเครื่องมือเผด็จการนั่นเอง ; หาคนดีคนเดียวมาจัด ระบบการปกครอง มันง่ายกว่าที่จะหาคนดีเป็นฝูง ๆ มาจัดระบบการปกครอง เรา จะหามาจากไหน คนเดียวก็ยังหายาก ฉะนั้นจึงถือว่า มีบุคคลที่ประกอบไปด้วยธรรมะเป็นผู้จัดปกครอง นั่นแหละเป็นสิ่งที่จะเป็นไปได้ ตามธรรมชาติ, ตามกฎของธรรมชาติ, ตาม หน้าที่ที่ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ และตามผลที่จะเกิดขึ้นมาจากการทำถูกต้อง ตามหน้าที่. เรามองดูไปถึงประชาธิปไตย โลกไม่ประสบผล, องค์การโลกไม่ประ- สบผล เพราะไม่เอาพระเจ้าเป็นใหญ่. แต่เอาเสียงสมาชิก ที่แบ่งพรรคแบ่ง พวกกันตามประโยชน์ของตนเป็นใหญ่ ดึงกันไปตามพวก เป็นประชาธิปไตย ที่ขาดธรรมะ มันจึงไม่สำเร็จประโยชน์. ประชาธิปไตยของพระธรรมเจ้าจักบริสุทธิ์สามัคคีกัน. เรามาดูประชาธิปไตยของพระเจ้ากันบ้าง. เราจะดึงอำนาจจากคนที่มี กิเลสนี้ ไปคืนให้พระเจ้า; ให้พระเจ้าจัดระบอบประชาธิปไตย มันจะยากนัก

น.291 หรือ ที่จะดึงอำนาจนี้กลับไปสู่ความยุติธรรม ? บางคนจะพูดว่า หนูตัวไหนนะที่ จะเอาลูกพรวนไปผูกคอแมว อย่ามัวคิดกันแต่อย่างนั้นเพราะว่ามัน อาจจะมีเด็ก น้อย ๆ สักคนหนึ่ง ช่วยเอาลูกพรวนมาผูกคอแมว เพื่อประโยชน์แก่หนู. แมวก็ ไม่มีโอกาสที่จะกินหนูอีก. ผู้ใดคือผู้ที่ทำให้คนรู้จักพระเจ้า รู้จักพระธรรมนั่นแหละคือ เด็ก น้อยๆ ที่จะเอาลูกพรวนไปผูกคอแมวให้แทนที่หนูจะไปผูกเอง, ทุกคนจะรัก พระเจ้าทั้งนั้น ถ้ารู้จักพระเจ้า เดี๋ยวนี้ไม่รู้จักพระเจ้าจึงไม่รัก. ประชาธิปไตยของพระเจ้านั้น ต้องไม่มีฝ่ายค้าน. ถ้ามีฝ่ายค้าน ไม่เป็นประชาธิปไตย; เพราะต้องทำให้สร้างเครื่องมือ สำหรับทำลายฝ่ายตรง กันข้าม. จงพิจารณาดูเครื่องมือของฝ่ายค้าน เช่นหนังสือพิมพ์สักฉบับหนึ่ง จะ มีแต่คำด่า คำล้อ คำติเตียน สบประมาทรัฐบาล จะมีแต่บทความที่ยุแหย่ ให้ คนเกลียดชังรัฐบาลไปทุกบรรทัด. อย่างนี้แหละประชาธิปไตยฝ่ายค้าน, ซึ่งไม่ มีความเป็นประชาธิปไตย มีแต่การแบ่งแยกแตกสามัคคี ประชาธิปไตยของพระเจ้า สามารถต่อต้านมารร้ายของประชาธิปไตย ถ้ามีพระเจ้าธรรมะมาจัดแล้ว ระบบไหนก็ได้ : เผด็จการก็ได้ ราชาธิปไตย ก็ได้, สังคมนิยมก็ได้, โดยทหารก็ได้, โดยพลเรือนก็ได้ ปนกันก็ได้; ถ้ามี ธรรมะแล้ว ไม่ต้องเลิกระบบใต้เท้า ระบบราชาศัพท์ ระบบสมณศักดิ์ หรือ ระบบอะไร ๆ ที่คิดว่าจะชวนกันเลิก. นั่นเพราะไม่มองให้เห็นตามที่เป็นจริงว่า การมีระบบสูงต่ำนี้ทำให้เกิดการเคารพเชื่อฟัง. การอยู่อย่างเสมอกันนั้น

น.292 เป็นสิ่งเลวร้ายมาก. อย่าง ธรรมภาษิตที่ว่า ทุกฺโข สมานสิวาโส -การอยู่อย่าง เสมอกันนั้นเป็นทุกข์. ต้องอยู่กันอย่างมีสูงมีต่ำจะบังคับบัญชากันได้ โดยสะดวก. นี่อาตมาเห็นว่า ไม่ต้องเลิกระบบใต้เท้า ระบบราชาศัพท์ ระบบ สมณศักดิ์ หรือว่ายศศักดิ์อะไรก็ตาม. ขอให้มันเป็นสิ่งที่ ทำไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม ก็แล้วกัน จะเกิดระบบที่ทำให้เชื่อพึ่ง สมัครสมานสามัคคีกันได้โดย ง่าย. ทีนี้ระบบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น ควรจะ เป็นอย่างไร ? เดี๋ยวนี้ท่านมีอำนาจที่จะจัดสิ่งใด ๆ ให้เป็นไปโดยธรรมตามธรรม หรือไม่ ? ท่านอาจจะจัดให้มีธรรมะเป็นวิญญาณของประชาธิปไตยหรือไม่ ? ถ้า เรามีพระราชา ที่สามารถมีธรรมะเป็นดวงวิญญาณในการจัดระบบประชา- ธิปไตยแล้ว จะสะดวกเพียงไร มันไม่โอ้เอ้ยืดยาด. ที่ไชยามีวัดวัดหนึ่ง เป็นตัวอย่างแห่งความดีของระบบประชาธิปไตย ที่ประกอบไปด้วยธรรม ; คือมีวัดสมบูรณ์แบบวัดหนึ่ง สมบูรณ์แบบใหญ่โตเต็ม ที่เหมือนวัดที่กรุงเทพฯ แต่สร้างเสร็จในสามเดือน. นี่สมเด็จ ฯ ชาวไชยาองค์ หนึ่ง ในรัชกาลที่ ๓ สร้างเสร็จในสามเดือน หรือไม่เกินสี่เดือน เป็นวัดสมบูรณ์ แบบที่สุด กระทั่งว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ต้นไม้ ดอกไม้ มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุด. อย่างนี้ประชาธิปไตยโอ้เอ้อืดอาดนั้น สร้างสิบปีก็ไม่เสร็จ หรือกี่สิบ ปีก็ไม่เสร็จ อย่าว่าแต่สามเดือน สี่เดือน ใครอยากไปดูก็ไปดูได้ ที่นั้นมี อนุสาวรีย์ของราชาธิปไตย ที่ประกอบไปด้วยธรรม.

น.293 พระธรรมเจ้ากลับมาแล้วทุกคนจะอยู่รอด. ขอให้ ธรรมะกลับมา โดยเร็วเถิด คือ พระเจ้ากลับมา; มีพระเจ้ามี ธรรมะแล้ว นายทุนขูดรีดก็เกิดขึ้นในโลกไม่ได้ คนมั่งมีกลายเป็นเศรษฐีใจบุญ ไปหมด. เมื่อไม่มีนายทุนขูดรีดแล้ว คอมมิวนิสต์ก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นมาได้ หรือ เกิดขึ้นแล้วก็ตายไปเอง. เมื่อเป็นดังนี้ปัญหาก็ไม่มี ปัญหามี เพราะว่าไม่มีใครช่วยใคร ให้รู้จักพระเจ้า; มีแต่ช่วย กันและกันให้เกิดกิเลส. เราจึงมีกิเลสเต็มโลก เราไม่มีธรรมะมาเป็นดวง วิญญาณ แห่งประชาธิปไตย. ธรรมกถาที่แสดงมาโดยลำดับ ตั้ง ๒๐ ครั้งแล้วนี้เพื่อประโยชน์อย่าง เดียว คือ เพื่อธรรมะกลับมา ก่อนแต่ที่จะโลกาวินาศ, ก็สมควรที่จะพิจารณา กันถึงสิ่งที่เรียกว่า "ธรรมะ" ในฐานะเป็นพระเจ้า ผู้สร้างโลก, ผู้คุ้มครองโลก มีอำนาจเหนือโลก, เราต้องเอาพระเจ้ากลับมา คือ เอาธรรมะกลับมา. ธรรมะใน ๔ ความหมาย คือ ธรรมชาติ, คือ กฎของธรรมชาติ, คือ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ, คือ ผลที่เกิดจากหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ มาเป็น ใหญ่ มาจัดประชาธิปไตย; แล้วเราจะได้รับผลอย่างไร ? อย่างน้อยก็ทำให้ต้อง แปลคำว่า ประชาธิปไตย กันเสียใหม่ จากที่ แปลว่าประชาชนเป็นใหญ่อย่าง หลับหูหลับตา ; แต่มาแปลกันเสียใหม่ว่า ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ กว่า สิ่งใด. ใครจัดก็ได้; ถ้าจัดให้เป็นประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่แล้ว. นั่น แหละคือตัวประชาธิปไตยอันแท้จริง.

น.294 นี่อาตมาขอยุติการแสดงปาฐกถาธรรมในวันนี้ ด้วยการแสดงความ หวังว่า เราควรจะมีตำรวจศีลธรรม แบบของพระเจ้าอโศกมหาราช. เราจะมีได้ หรือไม่ ? ขอให้ช่วยกันคิดดู ; ถ้ามีไม่ได้ ก็เพราะว่าเราสนใจธรรมะกันน้อย เกินไป. ถ้าเราสนใจธรรมะกันให้มาก; เหมือนกับที่เราสนใจประโยชน์แล้ว มันก็ไม่ยากเลย ในการที่ระบบธรรมะจะกลับมา, ถึงขนาดที่ว่า เราจะมีตำรวจ ศีลธรรมแบบของพระเจ้าอโศก ฯ ที่สามารถเข้าไปตรวจได้ถึงในครัว ในห้องน้ำ ว่ามันสะอาดหรือไม่ ? ใครปฏิบัติผิดหลักอนามัยสำหรับมนุษย์ ก็จะได้แก้ไขว่า กล่าวตักเตือน. มีตำรวจศีลธรรมช่วยให้ธรรมะกลับมาโดยเร็ว. ธรรมะ กลับมา, เราก็มีธรรมะนั่นแหละ เป็นดวงวิญญาณของประชาธิปไตย ทั้ง ของประเทศไทย และของโลก ทั้งสิ้น เป็นที่แน่นอน. เดี๋ยวนี้โลกกำลังไม่มีธรรมะ ; ยังไม่พอ, ยังแถมจะเกลียดธรรมะ เอาด้วย, เกลียดพระเจ้าจนสมมติให้พระเจ้าตายแล้ว ก็เท่ากับว่า ธรรมะตาย แล้ว แล้วจะมีอะไรเป็นเครื่องคุ้มครองสัตว์ ? มันยุติธรรมหรือไม่ ที่ว่าไม่ยอมให้ ผู้ที่สร้างโลกขึ้นมานี้ปกครองโลก ? เป็นการดึงอำนาจจากพระเจ้า มาให้เป็น อำนาจของคนที่มีกิเลส ; แล้วพระเจ้าท่านก็จะตบหน้าเอา โดยการรางวัลวิกฤติ- การณ์อันถาวรให้แก่โลก ให้โลกนี้เต็มไปด้วยวิกฤติการณ์อันถาวร. แล้วจะไป โทษใคร นอกจากความโง่ของมนุษย์เราเอง ที่ไม่รู้จักพระเจ้า, ไม่รู้จักพระธรรม ซึ่งเป็นดวงวิญญาณของประชาธิปไตย.

น.295 ขอให้เรามีประชาธิปไตย ชนิดที่ประโยชน์ของประชาชนเป็น ใหญ่, ตลอดลงไปจนถึงสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งมันก็มีชีวิตและความรู้สึกคิดนึก และ ขอให้ตลอดลงไปถึงต้นไม้ต้นไล่. ป่าไม้ในประเทศชาติถูกทำลาย เพราะไม่มีใครคิดว่า มันเป็นสมบัติ ของพระเจ้า, เป็นของโปรดปรานของพระพุทธเจ้า. ความไม่มีธรรมะย่อมทำลาย ทุกอย่าง ความเป็นประชาธิปไตย ก็กลายเป็นเรื่องลิงหลอกเจ้า เพราะว่าไม่มี ธรรมะนี้เอง. ขอวิงวอนให้สนใจประชาธิปไตย ในความหมายที่ว่า ประโยชน์ของ ประชาชนเป็นใหญ่. เราไม่อาจให้ทุกคนเป็นใหญ่ หาคนดีคนเดียวก็ยังหายาก แล้วจะหาคนดีเป็นฝูง ๆ มันคงเป็นไปไม่ได้. ขอให้ท่านทั้งหลาย หันหน้าไปหาพระธรรมหรือพระเจ้า ดึงเอา มาเป็นดวงวิญญาณของประชาธิปไตยเถิด ทุกคนก็จะรอด และเป็นสุขอยู่ ทุกทิพาราตรีกาล. อาตมาขอยุติการบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ ไว้แต่เพียงเท่านี้.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต