น.310 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า ธรรมะในฐานะ สิ่งที่โลกสำนึกพระคุณน้อยเกินไป. [ปรารภและทบทวน.] ขอซ้อมความเข้าใจว่า การบรรยายทุกครั้ง กระทำไปด้วยความรู้สึกว่า ถ้าธรรมะ ไม่กลับมา โลกาวินาศ ; ถ้าธรรมะกลับมา โลกาก็จะสงบสุข. เรากำลังมองไม่เห็นพระคุณของธรรมะ ก็มี, มองเห็นน้อยเกินไป ก็มี ในบางกรณีก็กระทำเหมือนกับว่า เป็นคนอกตัญญู เนรคุณต่อธรรมะอย่างยิ่ง, เราจึงได้รับโทษอย่างสาสม ดังที่กำลังมีวิกฤตการณ์อยู่ในเวลาน. ๒๗๔
น.311 บางคนอาจจะแย้งว่า วิกฤตการณ์ ทั้งหลายที่ได้รับอยู่ในเวลานี้นั้น มัน เนื่องมาจากความปั่นป่วนของโลก : เนื่องจากการเมืองบ้าง การเศรษฐกิจบ้าง การสงครามบ้างต่างหาก; ไม่เกี่ยวกับธรรมะทำเมอะอะไรเลย. นั่นแหละคือข้อที่ ไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ หรือรู้จักน้อยเกินไป. ขอโอกาสทำความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะ สักหน่อยหนึ่งก่อน. สิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ นั้น เป็นนามธรรม ไม่ใช่วัตถุ มองไม่เห็นตัว ; ตามองเห็นแต่วัตถุ ก็ไม่มองเห็นธรรมะ. เมื่อกล่าวโดยขนบธรรมเนียมประเพณี ในประเทศไทยเรา พระ- มหากษัตริย์ขึ้นเสวยราชสมบัติ จะต้องทรงประกาศสุรสีหนาทออกมาดัง ๆ ว่า เรา จักปกครองโดยธรรม. ขอให้คิดดูเถอะว่า ธรรมนี้อะไรกัน ? ทำไมจะต้องเอามา กล่าวอ้าง ในฐานะเป็นสิ่งสำคัญ หรือสิ่งสูงสุด ? ถ้าไม่ปกครองโดยธรรมจะเป็น อย่างไร ? ที่ว่าปกครองโดยธรรมนั้นเป็นอย่างไร ? ถ้าเข้าใจเรื่องนี้ ก็จะรู้จัก ธรรมะโดยหลักพื้นฐาน ว่าสำคัญแก่การที่มนุษย์จะอยู่กันเป็นผาสุก มีผู้ปกครอง ที่ประกอบไปด้วยธรรมะ. มีธรรมะทำให้มีการปกครองถูกต้อง. อาตมาอยากจะแนะให้เห็นว่า ธรรมะ นั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้มีการ ปกครองที่ถูกต้อง และประสบผลสำเร็จในการปกครอง ; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
น.312 ที่เราเรียกกันว่าระบบประชาธิปไตย ที่กำลังชักชวนให้สนใจ ให้ขวนขวายกัน เป็นอย่างยิ่ง ก็มีคำกล่าว ที่เรียกได้ว่าไพเราะ เป็นที่หลงใหลกันมาก ว่า การ ปกครองของประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน. ฟังดูมันก็เคลิ้มไปทีเดียว แต่ระวังให้ดีว่านั่นยังไม่ใช่ความจริง เป็นการพูดเพ้อ ๆ ไปก็ได้, คือ ถ้าไม่มี ธรรมะแล้วมันก็เป็นไปไม่ได้. ประชาชนไม่มีธรรมะแล้ว จะเป็นการ ปกครองที่เลวร้ายที่สุด; ถ้าหากว่าเพื่อประชาชน โดยประชาชน ของ ประชาชน. เพราะเหตุที่มีธรรมะอยู่ในประชาชน หรือในระบบการปกครองนั้น การปกครองนั้นจึงสำเร็จประโยชน์. ถ้าประชาชนไม่มีธรรมะ ตัวใครตัวมัน ก็ถือประโยชน์ของตนเป็นใหญ่ ก็เป็นการปกครองที่เลวร้าย; จะเรียกว่า ปโยชนาธิปไตย เสียมากกว่า ที่จะเรียกว่าประชาธิปไตย. ประชาธิปไตย ต้องเป็นประชาชนที่มีธรรมะ จึงเอามาเป็นใหญ่ใน การปกครอง. ที่จริงก็ไม่ได้ปกครองโดยประชาชนทุกคน แต่ปกครองโดย ธรรมะ ประโยชน์จึงเป็นไปเพื่อประชาชนทุกคน. เราไม่อาจจะเอาประชาชน ทุกคนมาเป็นผู้ปกครอง ; แต่ปกครองโดยผู้ได้รับมอบหมาย. ผู้ได้รับมอบ หมายต้องมีธรรมะ จึงจะสามารถปกครอง ให้สำเร็จประโยชน์ อย่างมนุษย์ได้. นี่มัน อยู่ที่ธรรมะปกครอง; แล้วก็มาพูดว่าประชาชนปกครอง มันเป็นคำพูดที่เล่นตลกอยู่มากทีเดียว. ขอให้ผู้รักประชาธิปไตย ที่เรียกว่า เพื่อประชาชน, โดยประชาชน, ของประชาชน, หรืออะไรก็ตามนั้น, มองให้ ลึกเข้าไป จนเห็นว่า ต้องเพื่อธรรมะ, ของธรรมะ, โดยธรรมะ, จึงจะเป็น
น.313 ประชาธิปไตย ; มิฉะนั้น แล้วมัน จะเป็นปโยชนาธิปไตย หรือ อัตตาธิปไตย หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียก. ฉะนั้นขอให้รู้จักธรรมะ ในฐานะที่เข้ามาเกี่ยวข้อง กับการปกครอง ทำให้การปกครองสำเร็จประโยชน์ ดังนี้. ทีนี้ถ้าจะดูกัน ในแง่เกี่ยวกับการเมือง. การเมืองในโลกทุกโลก ระหว่างประเทศทุกประเทศ มัน พูดกันไม่รู้เรื่อง; เพราะไม่มีธรรมะ, ถ้ามี ธรรมะเข้ามาเป็นหลักเป็นประธาน แล้วก็จะพูดกันรู้เรื่อง คือตกลงกันได้ ชนิดที่ เป็นที่พอใจด้วยกันทุกฝ่าย, ปลอดภัยด้วยกันทุกฝ่าย, มีความสงบสุขด้วยกัน ทุกฝ่าย. เดี๋ยวนี้การเมืองพูดกันไม่รู้เรื่อง; เพราะว่าในการพูดนั้น ไม่ประ- กอบไปด้วยธรรมะ ไม่ดำเนินเรื่องให้ประกอบไปด้วยธรรมะ. นี่ประโยชน์ของ ธรรมะ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง แม้ในเรื่องของการเมือง. เศรษฐกิจก็ถูกต้องเพราะมีธรรมะ. ทีนี้ก็จะดูถึง เรื่องของเศรษฐกิจ บ้าง เศรษฐกิจเป็นไปไม่ได้ ใน ทางที่จะให้เกิดความสงบสุข หรือประโยชน์สุขอันแท้จริง. สิ่งที่เรียกว่า เศรษฐกิจ กำลังเป็นสิ่งที่ทุก ๆ ประเทศใช้เป็นเครื่องมือ สำหรับทำลายล้างกัน, หรือ ว่าหมู่คณะบางกลุ่ม บางคณะ ก็ใช้เป็นเครื่องมือ สำหรับทำลายล้างกัน, อย่าง น้อยที่สุดก็เป็นเครื่องเอาเปรียบกัน.
น.314 เราจะมองดูไปจากต้นตอทีเดียว การผลิต ของประชาชนผู้ผลิตครั้ง แรก แล้วก็ มีการขาย มีผู้ซื้อ แล้ว มีคนกลาง มีคนส่งออกนอกประเทศ เหล่านี้, ถ้าไม่ประกอบไปด้วยธรรมะจะเป็นอย่างไร ? ถ้ามีจิตใจคอยจ้อง แต่จะเอาเปรียบ มันก็เกิดปัญหาอย่างยิ่งขึ้นมา ที่เกี่ยวกับการผลิต การซื้อ การขาย การขนส่งอะไรทุก ๆ อย่าง. แต่ ถ้าเรามีผู้ผลิตที่มีธรรมะ มันก็จะผลิตได้ดี ; ดีโดยคุณสมบัติ, ดีสำหรับที่มันจะมีมากพอ ; แล้วก็ไม่ขายอย่างขูดรีด. ผู้ซื้อ ก็ไม่ซื้ออย่างจะขูดรีด ผู้ขาย, ผู้ขาย ก็ไม่ขายอย่างจะขูดรีดผู้ซื้อ: คนกลาง, ถ้ามีธรรมะ การซื้อ ขายก็เป็นไปอย่างยุติธรรม. การส่งออกที่ไม่มีธรรมะ จึงเกิดปัญหาปลอมปน ยุ่งยาก ลำบาก กันไปทั้งสองฝ่าย นี้มันก็เรื่องของความไม่มีธรรมะ. การเศรษฐกิจที่เนื่องด้วยเรื่องสหกรณ์ สมาคมอะไรต่างๆ ก็ติดขัด เป็นไปไม่ได้ เพราะสมาชิกไม่มีธรรมะ ทำได้กันแต่สหโกง คือร่วมกันโกง ไม่ ได้ร่วมกันกระทำประโยชน์เพื่อมนุษย์ส่วนรวม ตามความมุ่งหมายของคำว่า สหกรณ์ ถ้ามีธรรมะ ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่มี. นี่แหละขอให้ท่านทั้งหลายคิดดูให้ดีเถอะว่า สิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ นั้น ต้องเอามาประกาศ ในการขึ้นครองราชสมบัติ ของพระมหากษัตริย์. ต้องมา อยู่ในการปกครอง, ต้องมาอยู่ในการเมือง, ต้องมาอยู่ในการเศรษฐกิจ, นี่ คือธรรมะโดยย่อ ๆ.
น.315 พระธรรมเจ้าเป็นสิ่งสูงสุดกว่าสิ่งใด ๆ. อยากจะกล่าวให้เลยไปกว่านั้นอีกว่า ธรรมคือพระเจ้า. คนบางคนก็ หาว่าพูดเล่นลิ้น หรือว่าแกล้งพูดให้คนเข้าใจผิด ; โดยที่แท้แล้ว ธรรมะนั้นคือ พระเจ้า. คำว่า พระเจ้า นั้น ถือเอาใจความที่ถูกต้อง ว่า เป็นสิ่งสูงสุดกว่าสิ่งใด, เป็นต้นเหตุที่ให้สิ่งต่าง ๆ ออกมา, เป็นผู้สร้างสิ่งทุกสิ่ง, เป็นผู้ควบคุมสิ่งทุกสิ่งอยู่ แล้วก็ ทำลายทุกสิ่ง, ตามโอกาสที่ควรทำลาย, มีอำนาจเหนือสิ่งใด มีอยู่ในที่ทั่ว ไป, เป็นที่รวมสิ่งทุกสิ่ง ราวกับว่าปทานุกรมอันดีเลิศ, รวมคำทุกคำ ที่กล่าวถึง สิ่งทุกสิ่ง ที่มีอยู่ในหมู่มนุษย์ นี่คือพระเจ้า. พุทธศาสนา เราก็มีสิ่งที่กล่าวนี้ ที่มีคุณค่าอย่างนี้ เราเรียกว่าพระ- ธรรมเจ้า หรือเราจะเรียกกันอย่างวิทยาศาสตร์ ว่า กฎของธรรมชาติ กฎของ ธรรมชาติคือพระเจ้า. ธรรมะ หรือพระธรรมเจ้า นี้สร้างสิ่งทุกสิ่งไม่ยกเว้น อะไร ; สร้างแม้แต่พระพุทธเจ้า พุทธบริษัทรู้ดีว่า ธรรมะเครื่องทำความเป็น พระพุทธเจ้าก็มีอยู่ พระพุทธเจ้าจึงเกิดขึ้นมาในโลก. นี่พระธรรมเจ้าสร้างพระ- พุทธเจ้า. พวกอื่นเขาถนัดที่จะเรียกว่าพระเจ้า, พระเป็นเจ้าก็ไม่เป็นไร. พวก ฝรั่งเขาเรียกยาวว่า God แปลว่า พระเจ้า เราเรียกสั้น ๆ ว่า กฎ ก็แปลว่า พระเจ้า เหมือนกัน คือกฎของธรรมชาติ ; เรามีพระเจ้าองค์เดียวกัน เรียกชื่อผิดกัน เล็กน้อย, นี้พระเจ้าคือพระธรรมเจ้า พระธรรมเจ้าคือกฎอันเฉียบขาดของ ธรรมชาติ.
น.316 ขอย้ำ อีกนิดหนึ่ง หรือเตือนอยู่บ่อย ๆ ว่า คำว่าธรรม หรือ ธรรมะ มี ความหมาย ๔ ความหมาย คือ ธรรมชาติ อย่างหนึ่ง, คือ กฎของธรรมชาติ อย่าง หนึ่ง, คือ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ อย่างหนึ่ง, และ ผลอันเกิดมาจากหน้าที่ นั้นๆ อีกอย่างหนึ่ง, รวมเป็น ๔ อย่างด้วยกัน. ใน ๔ ความหมายนี้ ความหมายที่สำคัญที่สุด คือความหมายที่ ๒ ที่เรียกว่า กฎของธรรมชาติ ; นั่นน่ะคือตัวพระเจ้า. หรือตัวพระธรรมเจ้า ที่เทียบกันได้กับพระเจ้า. พระเจ้าชนิดนี้สร้างทุกสิ่ง แม้แต่พระพุทธเจ้า; เป็นปฐมเหตุ ที่ออกมาแห่งสิ่งทั้งปวง, สร้างสิ่งทั้งปวง, ควบคุมสิ่งทั้งปวง, ทำลายสิ่ง ทั้งปวง เมื่อควรจะทำลาย, อยู่เหนือสิ่งใดหมด, อยู่ในที่ทั่วไปไม่เว้นแม้แต่ใน อณูหนึ่ง ๆ ของวัตถุ และรวมความหมายของทุกสิ่งไว้ในคำคำเดียว ว่าพระเป็นเจ้า เอ้า, ทีนี้ก็ดูกันต่อไป พระเจ้าสร้างโลก ในฐานะสร้างสิ่งทุกสิ่งขึ้นมา ให้มนุษย์ อย่างดีที่สุดที่พระเจ้าท่านจะสร้างได้ : นับตั้งแต่โลกไม่มีอะไร ไม่มี อะไรจนมีโลก จนมีอะไร ๆ ขึ้นมาในโลก ครบถ้วนบริบูรณ์ทุกอย่าง จนชีวิต เกิดขึ้นมาได้, จนชีวิตเป็นไปได้ จนชีวิตเจริญมาตามลำดับ เป็นชีวิตที่สะดวก สบาย สมบูรณ์ด้วยปัจจัยเครื่องดำรงชีวิตทุกอย่าง มีอยู่ในผืนแผ่นดินนี้.
น.317 พระธรรมเจ้าสร้างโลกมา แต่คนกลับทำลาย. ท่านลองนึกถึงโลกเรานี้ ก่อนแต่มนุษย์จะทำลายมีต้นไม้พฤกษชาติ มีสัตว์ทั้งหลาย มีทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์เท่าไร, มีแร่ธาตุทรัพยากรในแผ่นดิน เท่าไร. พระเจ้าสร้างมาสมบูรณ์ หรือเกินกว่าจะสมบูรณ์เสียอีก. ทีนี้ มนุษย์ก็เริ่มทำลาย เอาแต่ทำลายอย่างเดียว ทำลายมันหมดไป เพื่อกิเลสตัณหาของมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงว่า พระเจ้าสร้างมาเพื่อให้สำเร็จ ประโยชน์ที่สุด. พระเจ้าสร้างมาให้สำหรับกินไข่เท่านั้น ; มนุษย์ก็กินตัวเสีย เลย; แล้วมันจะกินได้กี่มากน้อย ? นี่แหละดูเถอะว่า ป่าไม้ก็ดี, สัตว์ทั้งหลาย ปู ปลา ก็ดี, ทรัพยากรธรรมชาติ มีอยู่สำหรับจะให้เป็นประโยชน์อย่างไร ; เรา ก็ทำลายกันเสีย: เช่น ป่าไม้มีสำหรับให้แผ่นดินชุ่มชื้น กระทำกสิกรรม ได้เป็นอย่างดี เราก็ ทำลายป่าไม้ นั้นเสีย นี่เรียกว่าเรารู้คุณ เรากตัญญูต่อ พระเจ้า หรือเราเป็นสัตว์เนรคุณ เป็นสัตว์อกตัญญูต่อพระเจ้า ? สร้างมาให้กิน ไข่ มันกลับกินตัวเสียเลย. ขอโอกาสเล่านิทาน เรื่องเนื้อสมันกับนายพราน อีกนิดหนึ่ง ว่าเนื้อ สมันตัวหนึ่ง เห็นนายพรานเดินมาแต่ไกล หลบเข้าไปอยู่ในสุมทุมพุ่มไม้แห่ง หนึ่ง จนนายพรานพ้นไป; แล้วมันก็เริ่มกินใบของสุมทุมนั้นจนโปร่งไปหมด นายพรานกลับมาเห็น ก็ยิงตาย สมน้ำหน้ามัน ที่เป็นสัตว์อกตัญญู. มนุษย์เรากำลังเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ? อะไร ๆ ที่พระเจ้าสร้างมาเพื่อ อยู่รอด เพื่อเจริญ เพื่อคุ้มครอง เรากำลังทำลายสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า? ทั้งที่ เราได้อาศัยสิ่ง เหล่านั้นมาตามลำดับอยู่กันเป็นผาสุกสบาย.
น.318 พระธรรมเจ้าต้องกลับมาจึงจะแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้. เดี๋ยวนี้เรากำลังเรียกร้องสิ่งต่าง ๆ, พูดถึงสิ่งต่าง ๆ ; เช่นว่า รัฐบาล ของเรา กำลังเรียกร้องความซื่อสัตย์สุจริต ของข้าราชการและประชาชน ทำไม เราไม่พูดถึงธรรมะกันบ้าง ? ไม่เรียกร้องธรรมะให้กลับมาบ้าง เมื่อธรรมะไม่ กลับมาแล้ว เราจะเอาความซื่อสัตย์สุจริต ของข้าราชการและประชาชนมา จากไหน. เราเรียกร้องความสามัคคี โดยไม่ต้องเอ่ยถึงธรรมะ นี่เราจะให้กฎหมาย ควบคุมสังคมกัน หรือว่าจะให้ธรรมะควบคุมสังคม ? ถ้ากฎหมายหรืออำนาจ ควบคุมสังคม เอ้าก็ไม่ต้องพูดถึงธรรมะ. แต่ถ้าให้ธรรมะเป็นผู้ควบคุมสังคม แล้ว ต้องพูดถึงธรรมะ มากกว่าสิ่งใดทั้งหมด มากกว่ากฎหมาย มากกว่าอำนาจ อะไร ๆ ที่ถือกันว่าจะให้สำเร็จประโยชน์. เรายังไม่ประสบความสำเร็จ แม้ในการกำจัดยาเสพติด, เราไม่ ประสบความสำเร็จ ในการควบคุมความสุรุ่ยสุร่ายของประชาชน, เราไม่ควบคุม อบายมุขได้, เพราะเราไม่สนใจธรรมะ เพราะขาดธรรม, เราเล่นตลกกับธรรมะ เอาธรรมะไปเรียกเป็นอย่างอื่น. เช่น เรื่อง สิทธิมนุษยชน เราไม่พูดถึงว่าข้อนี้เป็นธรรมะ ; กลับ ไปพูดเป็นอุบายทางการเมือง สำหรับรวมกลุ่มประเทศ เพื่อสำหรับจะอวดอ้าง ในการรวบรวมกลุ่มประเทศ. เราไม่เคยสูบบุหรี่ในห้องที่มีสตรีอยู่ เพราะมีมรรยาท เพราะมีศีลธรรม ; นี่ก็เรียกว่าเคารพสิทธิมนุษยชน มาตั้งแต่โบรมโบราณ.
น.319 เดี๋ยวนี้เอาไปเรียกเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง : เราสงเคราะห์คนตก ทุกข์ได้ยาก เช่นที่ชายแดนนี้ เป็นเรื่องของศีลธรรม, เป็นเรื่องของจริยธรรม มันมา กลายเป็นเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง. นี่เหยียบย่ำธรรมะ, ขบถต่อ ธรรมะ, เอาธรรมะไปเปลี่ยนชื่อ ปล้นเอาสมบัติของพระเจ้า ไปเป็นเครื่องมือ ของการเมือง จงเตรียมตัวรับโทษอย่างมหันต์ ให้สาสมกัน. เราจะเป็นสัตว์กตัญญูกันเสียที จะได้หรือไม่ ? ทบทวนศีลธรรม อารยธรรม วัฒนธรรม ของชนชาติไทยดู จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง. เราจะไม่เพียงกตัญญู ต่อบิดามารดา ครูบาอาจารย์เท่านั้น ; นั้นมันเป็น หลักพื้นฐานทั่วไป ไม่ลึกซึ้งอะไร. เราจะต้องกตัญญู ต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน ที่อยู่ร่วมโลกกัน. ที่เขาได้ทำอะไรใส่ไว้ในโลกก่อนเรา เราเกดมาก็ได้ใช้ ประโยชน์อันนั้น. เรื่องหยูกเรื่องยา, เรื่องความปลอดภัยอะไรต่าง ๆ เขาทำไว้ เป็นแบบฉบับ ; เราเกิดขึ้นมาก็ได้อาศัย. เราอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ เราก็มี เพื่อนมนุษย์ทุกคนในโลกเป็นผู้มีบุญคุณต่อเรา. นี้ถ้าว่า กตัญญูจริง ต้องมองลงไปถึงสัตว์พาหนะ เช่นวัวควาย ซึ่งเป็นสัตว์มีประโยชน์อย่างยิ่ง. มนุษย์อาศัยรอดชีวิตอยู่ได้ แล้วกลับเนรคุณ ต่อมัน. วัวควายกำลังหายไป จะหาดูไม่ได้อยู่แล้ว เพราะความอกตัญญูคนเอา ไปฆ่ากิน, หรือเอาไปกระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ; ไม่คำนึงถึงว่า นี้ก็เป็นสัตว์ ที่มีบุญคุณควรจะกตัญญู. ถ้ากินนมของมัน ก็ควรถือว่ามันก็เหมือนกับแม่. ทีนี้ เราเป็นสัตว์อกตัญญูต่อป่าไม้ ต่อทุ่งนาถนนหนทาง ห้วย หนอง คลองบึงบาง. เราทำลายป่าไม้อย่างคนอกตัญญู. สิ่งที่เป็นถนน
น.320 หนทาง ห้วยหนองคลองบึงบาง ก็ถูกรุก ถูกทำลาย โดยผู้เห็นแต่ประโยชน์ของ ตัว มันก็ลำบากยุ่งยากมากขึ้นทุกที. สมัยก่อน ประชาชนช่วยกันสร้างถนนหนทางได้ ; สมัยนี้ไม่เอา ต้อง ใช้กันแต่เงินภาษีอย่างเดียว. ไม่มีใครรักษาถนนหนทางตามธรรมชาติ ให้ยัง คงอยู่ในลักษณะที่ว่ามันมีบุญคุณแก่เรา. นี่เราไม่กตัญญู แม้แต่ป่าไม้ ทุ่งนา ถนนหนทาง ห้วยหนองคลองบึงบาง. คนไหนบ้างกตัญญูต่อนก ต่อดอกไม้ ต่อผีเสื้อ อันสวย ๆ ที่โบกบิน อยู่ สำหรับทำให้มนุษย์สบายตา ร้องเพลงอย่างไพเราะให้ฟัง ? มันมีแต่จะทำลาย สิ่งเหล่านี้ เห็นแก่ประโยชน์ตัว, ทำลายสิ่งเหล่านี้ อย่างทารุณที่สุด จนเกือบ จะไม่มีเหลือเป็น ๆ อยู่แล้ว ไปอยู่ในตู้กระจกเสียหมด. คิดดูเถอะว่า มันมีบุญ คุณทางจิต ทางวิญญาณ ก็ทำลายมันได้ลงคอ. ถ้าเป็นคนกตัญญูจริง เขาก็จะนึกว่า แม้แต่ศัตรูคู่ปรปักษ์ ก็มีบุญคุณ แก่เรา : ศัตรูทำให้เราก้าวหน้า, ปรปักษ์ทำให้เรามีสมรรถนะเพิ่มขึ้น ผู้ อิจฉาริษยา เรา นั่นแหละ ทำให้เราเป็นคนหนักแน่นมั่นคงขึ้น. ทำให้เรา เป็นคนมีเมตตาสูงสุด ชนิดที่คนอื่นเขาไม่มี. เราถือว่าคนริษยาเรา ทำให้ เราเก่งขึ้นถึงอย่างนี้ เรารู้บุญคุณเขา. พระธรรมเจ้าต้องการให้คนประพฤติธรรม. ทีนี้จะดูว่า อุปสรรคทั้งปวง ทำให้เราเก่งขึ้นในการแก้ปัญหา. ถ้าไม่มีอุปสรรคใด ๆ เข้ามาขัดขวางแล้ว มนุษย์เรายังโง่กว่านี้มาก. สติปัญญา
น.321 ของเราเกิดขึ้นมาทุกครั้งที่มันมีอุปสรรค, ควรจะถือว่าอุปสรรคก็เป็นสิ่งที่มีบุญคุณ แก่เรา. แม้แต่ ความเจ็บ ความไข้ มันมา ทำให้เราฉลาด ขึ้น. มันมา ทำ ให้เราเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มัน ทำให้เราบรรลุนิพพานได้ หรือมันทำ ให้เราอยากที่จะบรรลุนิพพาน มันมีประโยชน์แก่เราอย่างนี้ คิดดูให้ดี. ถ้าเรากตัญญูได้แม้แต่สิ่งดังกล่าวเหล่านี้แล้ว ทำไมเราจึงไม่กตัญญู ต่อพระธรรมเจ้า ซึ่งมีบุญคุณอย่างยิ่งมากไปกว่านี้รวมกันทั้งหมด ? ทำไมเราไป เนรคุณอกตัญญูต่อพระธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับเราอยู่ ปกครองเราอยู่ คุ้มครอง เราอยู่ ทุกลมหายใจเข้าออก ? ทั้งเนื้อทั้งตัวของสัตว์ที่มีชีวิตนั้น พระธรรมคุ้ม ครองอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก ทำไมไม่นึกถึงพระคุณของพระธรรม ? แล้วไป อกตัญญูต่อพระธรรมเหยียบย่ำพระธรรม อย่างที่เห็น ๆ กันอยู่: ไม่ถือเอา พระธรรมเป็นสิ่งสูงสุด เอากิเลสขึ้นมาทูนหัว เป็นสิ่งสูงสุดแทนพระธรรม ขอให้เรามาให้ความยุติธรรม, ให้ความเป็นธรรมต่อพระธรรม โดย รู้สึกพระคุณของพระธรรมให้ถูกต้อง, คือให้เพียงพอ ให้ยุติธรรม; ไม่ต้อง อะไรมาก เพียงประพฤติธรรมเท่านั้นแหละ, ประพฤติธรรมเท่านั้น ไม่ต้องทำ อะไรมาก. นั่นแหละ คือการตอบแทนพระคุณของพระธรรม พระธรรม ต้องการให้เราประพฤติธรรม, ประพฤติธรรมตามความต้องการของพระธรรม เพื่อให้เราอยู่เป็นสุข มนน่าหัว มนุษย์นี่บ้าหรือดี ? ที่ไม่รู้จักตอบแทนพระคุณ ของสิ่งที่ ต้องการให้เราอยู่กันเป็นสุข. เราประพฤติธรรม แล้วผลนั้น ๆ กลับมาได้แก่เรา
น.322 ไม่เห็นว่าได้แก่พระธรรมที่ไหน ; เพียงแต่ว่าโดยหลักของการประพฤติธรรม เราตอบแทนพระคุณของพระธรรม แล้วผลนั้นกลับได้แก่เรา ตามความ ประสงค์ของพระธรรม ซึ่งมีในโลก มีในที่ทั่วไป สำหรับคุ้มครองมนุษย์ให้อยู่ กันเป็นผาสุก. เราอย่าทำลายสมบัติมหาศาล ที่พระธรรมเจ้า หรือพระธรรม หรือกฎของธรรมชาติ มอบให้แก่เรา. เราทำลายสมบัติที่พระธรรมมอบให้แก่ เรา เพื่อกิเลสมาร, เอาไปบูชากิเลสมาร. นี่ดูให้ดี ยิ่งเจริญยิ่งเป็นสัตว์กตัญญู หรือว่าเป็นสัตว์อกตัญญู ? อาตมาได้อ่านรายงานของพวกฝรั่งคนหนึ่ง ที่เขาไปสำรวจพวกเงาะป่า จังหวัดภาคใต้สมัยที่นานมาแล้ว. เขาต้องการให้ทำอะไร มัน ก็ทำให้ดูทุกอย่าง : บันทึกเสียง ถ่ายรูป อะไรได้หมด ; แต่พอให้ร้องเพลง เล่นดนตรีให้ฟังมันไม่ทำ ไม่ยอมทำ ; ให้เงินเท่าไร ๆ ก็ไม่ยอมทำ เพราะว่ามีพ่อแม่คนหนึ่งเพิ่งตายใหม่ ๆ ศพยังเพิ่งจะลงหลุมอยู่ในวันนั้น มันไม่ยอมร้องเพลง ไม่ยอมเล่นดนตรี ให้เงิน เท่าไรมันก็ไม่เอา, ฝรั่งก็หมดปัญญา ที่จะได้การร้องเพลงหรือดนตรีไป. นี่คนป่านะ สมัยนู้นนะ ยังไม่ยอมเล่นดนตรี ร้องเพลงต่อหน้าศพนะ ; แล้วเดี๋ยวนี้เราเอาพิณพาทย์มากี่วง ? เอาดนตรีมากี่วง ? เอาเพลงมากี่วงมาเล่น ต่อหน้าศพ ? โดยเฉพาะในบ้านนอกบางแห่งแล้วมีรำวงด้วย. นี่สัตว์ยิ่งเจริญ ยิ่งกตัญญู หรือยิ่งลดลงในที่จะกตัญญู ? อาตมามิได้ประสงค์จะมาด่าท่านผู้ฟังให้เมื่อยปากให้หนวกหู ; แต่มา บอกให้ทราบว่า พวกเราทั้งโลก, ทั้งโลกกำลังจะได้รับโทษแสนสาหัส เพราะทำ ตัวเป็นสัตว์เนรคุณ อกตัญญูต่อพระธรรมต่อพระเจ้า.
น.323 ขอให้เรานึกถึงพระธรรม รู้จัก พระธรรม แล้วก็เคารพให้สมกัน ปฏิบัติให้ตรงตามประสงค์ ก็เรียกว่า เป็นผู้กตัญญูต่อพระธรรม ต่อพระเจ้า ต่อพระเป็นเจ้า ; พูดอย่างวิทยาศาสตร์ก็ว่า ตรงต่อกฎของธรรมชาติ ที่เป็น ไปในทางให้เกิดความเจริญ นี้เรียกว่ากตัญญูต่อพระธรรม. จะทำอะไร ขอให้นึกถึงพระเจ้าก่อน นึกถึงพระธรรมก่อน : จะ หย่าเมีย หย่าผัว จะตีลูก จะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงพระเจ้าก่อน นึกถึงพระธรรม ก่อน ; ท่าน จะคุ้มครอง ให้ประพฤติกระทำไปอย่างถูกต้อง ไม่มีทางผิด พลาดเลย. นี่แหละประโยชน์ของพระธรรม ที่ต้องมีอยู่ทุกครั้งที่เราหายใจเข้า - ออก ตลอดเวลา จนกว่าจะสิ้นชีวิต. ขอให้เป็นสัตว์กตัญญู รู้คุณของ ธรรม โดยนัยนี้เถิด มนุษย์ก็จะเป็นมนุษย์ สมนามว่าเป็นมนุษย์ คือสัตว์ที่มี ใจสูง. นี่แหละคือธรรมะ พระธรรม พระธรรมเจ้า หรือพระเป็นเจ้า ใน ฐานะที่สัตว์โลกสมัยนี้สำนึกในพระคุณน้อยเกินไป. ขอได้โปรดนำไปคิดใหม่ แล้วก็ หยุดความเป็นสัตว์อกตัญญู, หยุดความเป็นสัตว์ เนรคุณ ; แล้วโลก นี้ก็จะกลายเป็นโลกใหม่ ที่มีอยู่โดยมิตรภาพของคนทุกคน ตามความประสงค์ ของพระธรรมเจ้า หรือของพระเป็นเจ้า. เวลาสำหรับบรรยายปาฐกถาธรรมสิ้นสุดลงแล้ว. อาตมาขอยุติด้วยความหวังว่า เราจะมีความกตัญญูกตเวที หรือกตเวทิตาต่อพระธรรม ให้สมกับที่พระธรรมมีคุณต่อเรา ด้วยกันจงทุก ๆ คนเถิด.
Buddhadasa