Buddhadasa.org

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) ครั้งที่ ๒๓ — ธรรมะ ในฐานะสิ่งที่ต้องการความคงเส้นคงวา

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) — คำบรรยายปาฐกถาพิเศษทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑–๒๕๒๔ (๓๖ ครั้ง ราวเดือนละครั้ง วันอาทิตย์ที่สาม) · วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๒๓

☰ สารบัญ 📅 ดูวันนี้ในปฏิทิน ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.324 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า ธรรมะในฐานะ สิ่งที่ต้องการ ความคงเส้นคงวา. [ปรารภและทบทวน.] ขอทำความเข้าใจไว้เสมอไปว่า การบรรยายทุกครั้ง อาตมากระทำไปด้วยความ หวังว่า ธรรมะจะกลับมา; ถ้าธรรมะไม่กลับมา โลกาจะวินาศ. ถ้าธรรมะกลับมา โลกาก็จะเป็นสันติสุข หรือถ้ากล่าวให้ชัดอย่างธรรมดา ๆ ก็จะกล่าวว่า ถ้าธรรมะไม่กลับมา ถึงที่สุดแล้ว เราก็จะไม่มีแผ่นดินอยู่. เพราะเหตุไร ? เพราะเหตุว่า ธรรมะหายไปเท่าไร อันธพาลก็จะ มากขึ้นในโลกเท่านั้น. อันธพาลก็จะรุกราน จนเราไม่มีแผ่นดินจะอยู่ คือ ๒๘๘

น.325 จะรุกรานถึงในห้องนอน แล้วจะไปอยู่กันที่ไหน, อย่างไร ? เมื่อภาวะแห่ง อันธพาลขยายตัวออกไปครอบงำนักเศรษฐกิจ มีนักเศรษฐกิจอันธพาล ; ครอบงำ นักการเมือง มีนักการเมืองอันธพาล ; ครอบงำนักปกครอง มี นักปกครอง อันธพาล. แล้วมันจะเป็นอย่างไร ? ท่านลองคิดดูว่า เราจะอยู่กันที่ไหน ที่จะ มีความสงบสุข ? ขอให้สังเกตดูว่า แม้ปัจจุบันนี้ สภาพอันธพาลก็มีอยู่ทั่วๆ ไป : อันธพาล โดยตรง เห็นได้ด้วยตา, อันธพาล โดยอ้อม, ต้องคิดดูจึงจะเห็น อย่างนี้ ก็มีอยู่มาก. เช่นว่า มีคนรถคว่ำ นอนเจ็บเลือดสาดอยู่ ก็ยังมีคนที่เข้ามาปลดทรัพย์ จากคนที่เจ็บจะตายอยู่รอมร่อนั้นแล้ว; อย่างนี้มันไม่เคยมี ในสมัยที่ศีลธรรม ยังดี. ในสมัยบรรพบุรุษของเรา เขาจะมาช่วยเหลือ, จะเอาน้ำมาให้กิน, เอายา มาให้กิน, ช่วยเหลือเหมือนลูกเหมือนหลานของเขา ; ไม่มีใครมาปลดทรัพย์ จากคนที่กำลังจะตาย แล้วก็ปลดมาก จนถึงกับว่าจะเหลือแต่กางเกงใน. อย่างนี้ ก็ปรากฏอยู่บ่อย ๆ. ข้อที่กล่าวไว้ในพระบาลีว่า นอนไม่ต้องปิดประตูเรือน, ลูกอ่อนเต้นรำ อยู่บนหัวอกมารดา นี่มัน มีได้แต่ในสมัยที่มีธรรมะมากพอ เท่านั้น. เดี๋ยวนี้การออกจากบ้านไม่ต้องปิดประตูเรือน นั้นหาดูไม่ได้; แต่ โชคดีที่ยังเหลืออยู่นิดหนึ่ง ได้ยินผู้ที่พอจะเชื่อได้กล่าวว่า ในหมู่คนไทยที่ตกค้าง

น.326 อยู่ในรัฐไทรบุรีประเทศมาเลเซีย ยังมีศีลธรรมดี ถึงขนาดที่ว่า ไปไหนไม่ต้องปีด ประตูเรือน, หรือ เพียงแต่ว่าจับประตูไว้ ฝากคนข้างบ้านไว้ได้ อย่างนี้. นี้แสดงว่า ลักษณะแห่งความมีศีลธรรมเต็มรูปแบบครั้งโบราณนั้น ยัง เหลืออยู่ที่นั่น แต่ว่าในประเทศไทยเมืองแม่เรานี้ จะหาดูที่ไหนได้ อาตมาก็ ไม่ทราบ จึงถือว่ามันไม่มี. คนโบราณจัดศีลธรรมมีมากน้อยตามยุค. เราจะเปรียบดู ความมากน้อยแห่งศีลธรรม ตามยุค ตามสมัย ตามที่ ท่านกล่าวไว้แต่โบรมโบราณว่า โลกเป็นยุค ๆ มีศีลธรรมมากน้อยไปตามยุค. -ยุคทีแรก เรียกว่า กฤดายุค นี่คนมีศีลธรรม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มี นิยมวัตถุเนื้อหนัง ซึ่งเป็นเหยื่อของกิเลส ดังนั้นศีลธรรมมันจึงดี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์. ยุคถัดมา เรียกว่าไตรดายุค นี่ความนิยมธรรมะลดเหลือ ๓ ส่วน นิยม วัตถุเนื้อหนังเสีย ๑ ส่วน. ครั้นล่วงมาถึง ทวารยุค ความนิยมธรรมะถูกเหลือ ๒ ส่วน ไปนิยม วัตถุเสีย ๒ ส่วน คือเท่า ๆ กัน. ครั้นมาถึง กลียุค ความนิยมธรรมะถูกเหลืออยู่ส่วนเดียว ไปนิยมวัตถุ เสีย ๓ ส่วน ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จะได้ว่า :-

น.327 - ยุคแรก เรามีธรรมะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีการนิยมวัตถุ. -ยุคถัดมา นิยมธรรมะ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ไปนิยมวัตถุเสีย ๒๕ เปอร์เซ็นต์. - ยุคถัดมา นิยมธรรมะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นิยมวัตถุ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เท่ากัน. - ยุคกลียุคนี้ นิยมธรรมะเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นิยมวัตถุ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ นี้มันเป็นอย่างไร ก็ขอให้ลองคิดดูเถิด ข้อที่จะต้องระวัง ก็คือต่อไปนี้ ความนิยมธรรมะจะตกศูนย์ แล้ว ความนิยมวัตถุก็จะขึ้นถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะมีได้โดยไม่ต้องสงสัย ถ้า หากว่า สภาพศีลธรรมยังตกต่ำอยู่เช่นนี้เรื่อย ๆ ไป. ธรรมะเท่านั้นจะเป็นที่พึ่งของชาวโลก. ทีนี้เราก็จะมาดูกันถึง ธรรมะ ซึ่งจะมาเป็นที่พึ่งแก่เราได้ ธรรมะ นั้น เป็นสิ่งที่คงเส้นคงวา เพราะว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ, เป็นกฎของ ธรรมชาติ, เป็นหน้าที่เฉียบขาดตามกฎของธรรมชาติ ดังที่กล่าวไว้ในพระ- บาลีว่า :- ตถตา - ความเป็นเช่นนั้น. อวิตถตา - ความไม่ผิดไปจากความเป็นเช่นนั้น.

น.328 อนญฺญถตา - ความไม่เป็นอื่นไปจากความเป็นเช่นนั้น ธมฺมฎฺฐิตตา - เป็นการตั้งอยู่ตามธรรมดาโดยกฎของธรรมชาติ ธมฺมนิยามตา - เป็นกฎตายตัวของธรรมดา พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า ตถาคตจะเกิดขึ้น หรือจะไม่เกิดขึ้นก็ตาม สิ่งนี้ยังคงเป็นอยู่อย่างนี้ ; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เราเรียกกันว่า อิทัปปัจจยตา กฎปฏิจจสมุปบาท ซึ่งเป็นหัวใจแห่งพระพุทธศาสนา นี่เป็นสิ่งที่คงเส้นคงวาอย่าง ยิ่ง, ธรรมะคงเส้นคงวาอย่างยิ่งอยู่ในตัวเอง ในตัวธรรมะเอง ; เพราะเป็นตัว ธรรมชาติ, เป็นตัวกฎของธรรมชาติ, เป็นตัวหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ, เป็นผล โดยสมควรแก่หน้าที่ มันคงเส้นคงวาอยู่ในตัวธรรมะเอง, และยัง จะต้องมีความ คงเส้นคงวา ระหว่างคนกับธรรมะ คือ คนจะต้องประพฤติปฏิบัติหน้าที่ของ ตน ให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติ. เดี๋ยวนี้คน เป็นเสมือนนอกใจต่อธรรมะ ไปนิยมวัตถุแทนที่จะนิยม ธรรมะ; แล้วเราจะพึ่งธรรมะ ซึ่งมีความคงเส้นคงวาได้อย่างไรกัน. ขอให้ คิดดูเถิด. พิจารณาดูความนิยมธรรมะสมัยปัจจุบัน. อาตมาอยาก จะเปรียบเทียบ ด้วยตัวอย่างที่ควรจะเปรียบเทียบ ว่า เรามีความคงเส้นคงวากันอยู่มากน้อยเท่าไร ?

น.329 ในประเทศไทยเรา มีการหยุดชดเชยให้แก่วันชาติ วันศาสนา วันพระ- มหากษัตริย์ ที่เรียกว่าของผู้มีความรักชาติ. เราประกาศเป็นผู้รักชาติ รักศาสนา รักพระมหากษัตริย์ แล้วหยุดงานในวันชาติ วันศาสนา วันพระมหากษัตริย์ ; แต่ถ้าเผอิญวันนั้นไปตรงกับวันอาทิตย์ เราหยุดชดเชยวันจันทร์ ไม่ยอม เสียเปรียบ. ถ้าวันอาทิตย์ตรงกับวันศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา เป็นต้น เราก็ หยุดชดเชยในวันจันทร์ถัดไป ไม่ยอมเสียเปรียบ. วันที่เนื่องด้วยพระมหากษัตริย์ เผอิญไปตรงกับวันอาทิตย์ เราก็ต้อง หยุดชดเชยวันจันทร์ อย่างไม่ยอมเสียเปรียบ. เครียดถึงขนาดนี้ จะเรียกว่า รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างคงเส้นคงวาอย่างไรกัน. วันหนึ่งแห่ง ๓๖๕ วัน ก็เสียสละให้ไม่ได้; ฉะนั้นในบางปีมีครบ ทั้ง ๓ วัน หยุดชดเชยวันชาติ, หยุดชดเชยวันศาสนา, หยุดชดเชยวันพระมหา- กษัตริย์. นี่ดูความคงเส้นคงวา ในความเป็นคนรักชาติ ศาสนา พระมหา- กษัตริย์. ทีนี้อยากจะให้ดูต่อไปว่า คนที่มาสมัครเป็นผู้แทนราษฎร โดยหลักการ ที่ว่า จะเข้ามาควบคุมรัฐบาล ชาวบ้านเขาเลือกผู้แทน ด้วยคิดว่าจะมาควบคุม รัฐบาล แล้วผู้แทนก็ไปเป็นรัฐมนตรี เข้าคณะรัฐบาลเสียเอง หมายความว่า ตั้งใจจะมาคุมเขา แต่มากลายเป็นผู้ถูกคุมเสียเอง อย่างนี้ มัน คงเส้นคงวา อย่างไรกัน ? ชาวบ้านเขาพูดว่า มะลิซ้อนแต่ออกดอกเป็นมะลิลา.

น.330 ในที่บางแห่ง ในบางยุคบางสมัย จะมีอย่างไร ? ก็ขอให้ลองคิดดู ว่าเป็นทั้งผู้แทนราษฎร เป็นทั้งสมาชิกรัฐบาล คือเป็นรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง พร้อมกันไปในตัว มันเป็นเรื่องคาบลูกคาบดอกอย่างนี้แล้ว จะเป็นผู้คงเส้นคงวา ได้อย่างไร ? แล้วก็กล่าวกันว่า ถ้ารัฐบาลไม่เอาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามา เป็นรัฐมนตรีแล้ว ก็ถือว่ามันเป็นการดูหมิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากเกินไป. นี่ดูความคงเส้นคงวากันในข้อนี้กันเถิด. หรือว่า คำว่า ข้าราชการ นี้ ไม่มีความคงเส้นคงวา คือ ไม่รู้ว่าเป็น นายราษฎร หรือเป็นผู้รับใช้ราษฎร. ดูอีกทีหนึ่งก็เป็นนายราษฎรเหลือ ประมาณ, ดูอีกทีหนึ่งก็พูดว่าจะเป็นผู้รับใช้ราษฎร. พุทธบริษัทยังหลงกามสุขัลลิภานุโยคอยู่มาก. ดูต่อไปถึง พุทธบริษัท พุทธบริษัทยัง หลงใหลในวัตถุ บูชาวัตถุแทน ธรรมะ มากเกินไป ; ดำรงตนในกามสุขัลลิกานุโยค ธรรมะ คือ แวดล้อมไปด้วย สิ่งเหลือเฟือ ส่งเสริมความรู้สึกในทางกาม . เขากระซิบกันว่า เรื่องนี้มันสูงขึ้น ไปถึงพวกนักบวชบรรพชิตแล้ว บางทีจะถึงระดับพระเถระพระมหาเถระ ด้วย ซ้ำไป เขาพูดกันว่าอย่างนั้น ดูอีกทีก็จะเห็นได้ว่า ภิกษุทำหน้าที่นอกเรื่องนอกราวของภิกษุ มากขึ้น ทุกที. วัดนั่นแหละจัดมหรสพ มือบายมุขครบทุกอย่าง นี้มัน คงเส้นคงวากัน ที่ตรงไหน ?

น.331 ดูเรื่องเบ็ดเตล็ดกันบ้าง หมอที่ยังดื่มเหล้า ก็ชวนให้คนเลิกดื่มเหล้า. ครูที่ยังสูบบุหรี่ ก็ชวนนักเรียนให้เลิกบุรี่. รัฐบาลก็ยังส่งเสริมอบายมุข อยู่หลาย อย่าง ว่าเป็นความจำเป็น เพื่อประโยชน์แก่ภาษี มาบำรุงประเทศชาติ; ภิกษุ ก็สนองความประสงค์ของรัฐบาลได้ยาก ในการที่จะช่วยขจัดอบายมุข เพราะมัน เดินสวนทางกัน. ดูที่ บิดามารดา ส่วนมาก ก็ อยากให้ลูกรวย รวยมาก ๆ ไม่อยากให้ เป็นคนดี แต่ว่ายากจนหรือจน ให้ลูกรวยก็แล้วกัน จะดีจะชั่วไม่ต้องถือเป็น ประมาณ. นี่ บิดามารดาที่เป็นพุทธบริษัท ก็ยังเป็นเสียอย่างนี้ มันมีความ คงเส้นคงวาที่ตรงไหน ? แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ ขึ้นไปอีก เช่น ต้นไม้ที่จะปลูกเป็นร่มเงาแก่ถนน ; บางทีก็ว่าดี แล้วก็ปลูก บางทีก็ว่าไม่ดี ก็ตัดทิ้งไป, บางทีก็ ว่าดี ก็ ปลูกใหม่. ไม่มีความคงเส้นคงวา แม้แต่ต้นไม้ที่จะปลูกบังเงาให้แก่ถนน. ไม่คงเส้นคงวาแล้ว มัน จะเป็นอย่างไร ? จะเดือดร้อนเหลือ ประมาณ ยกตัวอย่างว่า ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล, ธรรมชาติไม่คงเส้นคงวา, นี้อะไรมันจะเกิดขึ้น ความลำบากยากเข็ญมันเกิดขึ้น จนรัฐบาลจะต้องใช้เงินผัน จำนวนมาก ไปช่วยคนเหล่านี้ เพราะความไม่คงเส้นคงวาของฟ้าของฝน. ขอให้ท่านทั้งหลาย พิจารณาดูความไม่คงเส้นคงวา ว่ามันเป็นสิ่ง ที่สร้างปัญหา นำมาซึ่งความทุกข์.

น.332 เราจะ หวังพึ่งพระธรรม แต่พระธรรมเป็นสิ่งที่คงเส้นคงวา เรา จะทำให้ธรรมะกลับมาคุ้มครองเราได้อย่างไร ? เราก็ จะต้องเป็นผู้มีความคง เส้นคงวา : นิยมธรรมไม่บูชาวัตถุ อย่างคงเส้นคงวา. เรื่องเศรษฐกิจก็ประกอบ ไปด้วยธรรมะ, เรื่องการเมืองก็ประกอบไปด้วยธรรมะ, การปกครองก็มีธรรมะ, แม้แต่เรื่องสงคราม ก็จะจัดให้มันมีธรรมะ. ข้อที่ว่า ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน โดย ประชาชน ของประชาชนนั้น. ถ้าไม่มีธรรมแล้ว ประชาธิปไตยนั่นแหละจะ ทำลายโลก; ต่อเมื่อมีธรรมะ ประชาธิปไตยนั้นจึงจะมีประโยชน์แก่มนุษย์ ; ประชาธิปไตยที่ไม่มีธรรมะ ไม่มีประโยชน์อะไร. การศึกษาต้องมุ่งทำให้พลเมืองมีธรรม. เพื่อธรรมะกลับมา เราจะต้องเลิกการศึกษาชนิดที่ไม่คงเส้นคงวา ไปเสียให้หมด ; การศึกษาที่ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ : การศึกษาจะรับใช้การ เมือง. การศึกษาจะรับใช้เศรษฐกิจ, อะไร ๆ ที่ไม่ประกอบด้วยธรรม, หรือวิกฤต- การณ์ที่การศึกษาอันไม่สมบูรณ์สร้างขึ้นมา. นี่เป็นสิ่งที่เลวร้าย. การศึกษา ต้อง มุ่งไปที่ความมีธรรมะอยู่ ในพลเมือง. อาตมาขอย้ำว่า ความมีธรรมะอยู่ในพลเมืองนี้เป็นหัวใจ เป็นความ มุ่งหมายของการศึกษา ; เอาเพียงแต่เป็นสุภาพบุรุษ, เป็นสัตบุรุษ มีอยู่ใน พลเมือง ก็แก้ปัญหาได้หมด.

น.333 ดูต่อไป เราจะต้องเลิกวัฒนธรรมเนื้อหนัง ที่กำลังนิยมส่งเสริมกัน นัก แลกเปลี่ยนกันทั่วโลก ; มันไม่มีอะไร มันมีแต่การเต้นรำเหมือนลิงเมาเหล้า มันไม่มีประโยชน์อะไรแก่มนุษย์เลย. วัฒนธรรมที่แลกเปลี่ยนกันในลักษณะ อย่างนี้ เป็นวัฒนธรรมเนื้อหนัง. อยากจะให้กลายเป็นว่า กินข้าวแล้ว แทนที่จะไปสถานเริงรมย์ อาบอบนวด. ขอให้ ไปนอนกลิ้งเกลือกอยู่ในโบสถ์ ร้องเพลงธรรมะ สวดมนต์ไหว้พระกันดูบ้าง จะเป็นอย่างไร? อย่ารับวัฒนธรรมที่ทำลาย ธรรมะ เข้ามาสู่บ้านเรือน เข้ามาสู่เมือง หรือประเทศชาติของเรา. เราจะต้องมีหลักธรรม ที่ยึดถืออย่างคงเส้นคงวา หรืออย่างเฉียบ- ขาด ตรงตามกฎของธรรมชาติ, เรามีกฎของธรรมชาติเป็นพระเจ้า หรือจะเรียก ว่า พระธรรมเจ้าก็ได้. กฎของธรรมชาติ เป็นพระเจ้าโดยแท้จริง. พุทธบริษัทก็มี พระเจ้า คือมีกฎของธรรมชาติเป็นพระเจ้า. สัจจธรรมทั้งหลาย ที่พระพุทธ- องค์ตรัสรู้นั้น คือกฎของธรรมชาติ เรารับนับถือกฎของธรรมชาติ อย่างกับ ว่าเป็นพระเจ้า ; ต้องนับถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎ ของธรรมชาติ ที่เป็นไปเพื่อความเจริญ. เรา จะปฏิเสธว่า เราไม่รู้กฎของธรรมชาติ แล้วเราก็ไม่ต้องปฏิบัติ ธรรม อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง. มันเหมือนกับกฎหมาย ใครอย่า ปฏิเสธว่าไม่รู้

น.334 กฎหมาย แล้วก็ทำผิดกฎหมายไม่ต้องรับโทษ ; อย่างนี้มันเป็นไปไม่ได้ กฎของ ธรรมชาติมันเฉียบขาดยิ่งไปกว่านั้นอีก. หวังพึ่งธรรม ต้องรู้คุณพระธรรมปฏิบัติอย่างมั่นคง. เราต้องรู้คุณของพระธรรม ที่ทำให้เรารอดชีวิตอยู่ได้ในบัดนี้ ; มีการประพฤติธรรม บรรเทากิเลส ข่มขี่กิเลสไว้ ไม่ลุกขึ้นมาเผาผลาญ เราจะ ต้องมีลมหายใจอยู่อย่างประกอบด้วยธรรม มีความพอใจตนเองว่าประกอบอยู่ด้วย ธรรม, เป็นอยู่ด้วยอำนาจของธรรม ในเวลา ๒๔ ชั่วโมง, ว่างกิเลสถึง ๒๓ ชั่วโมง มีกิเลส ๑ ชั่วโมง อย่างนี้ มันอยู่ได้ ไม่เป็นโรคประสาท ถ้ามากกว่า นี้มันก็เป็นโรคประสาท ข้อนี้แหละ ที่เราควรจะละอายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานไม่เป็น โรคประสาท เพราะมันไม่มีวิตกกังวลมากเหมือนคน. สัตว์เดรัจฉานไม่มีพรุ่งนี้ คือไม่ต้องวิตกกังวลว่าพรุ่งนี้จะกินอะไร ลูกเมียจะกินอะไร. สัตว์เดรัจฉานไม่มี มะรืนนี้ ไม่มีอาทิตย์หน้า เดือนหน้า ปีหน้า หรือแม้แต่ชาติหน้า. เรามันมี วิตกกังวลเต็มไปหมด เราจึงเป็นโรคประสาท จนเต็มอัดอยู่ในโรงพยาบาล ไม่มีที่จะรับคนเป็นโรคประสาทอยู่แล้ว. สัตว์เดรัจฉานไม่มีคอร์รัปชั่น มันทำไม่เป็น, สัตว์เดรัจฉานไม่มี สงคราม มันทำไม่เป็น, สัตว์เดรัจฉานไม่มีการหลอกลวงกันด้วยการเมือง เหมือน โลกมนุษย์. สัตว์เดรัจฉานไม่มุ่งเอาเปรียบผู้อื่น เพราะมันทำไม่เป็น มันไม่มีบาป

น.335 มันจึงอยู่อย่างสงบสุข ตามแบบของสัตว์เดรัจฉาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือไม่เป็น โรคประสาทนั่นเอง สุนัขเป็นโรคกลัวน้ำนั้น ไม่ใช่โรคประสาท มันเป็นโรค อื่น อย่าเอามันมาปนกัน โรคประสาทที่นอนไม่หลับ ที่ทรมานอย่างละเอียด ประณีต นั่นน่ะ เป็นกันแต่คน. ทำไมไม่ละอายสัตว์เดรัจฉาน ; จะได้มีหิริ มี โอตตัปปะ ละอายบาป และละอายต่อความชั่ว, แล้วก็จะมีนักเศรษฐกิจบริสุทธิ์ นักการเมืองบริสุทธิ์ นักปกครองบริสุทธิ์ นักสังคมบริสุทธิ์ อะไร ๆ มันก็จะบริสุทธิ์ ด้วยอำนาจของ ธรรมะ เพราะว่าเรา ละอายต่อการที่ไม่มีธรรมะ. ขอให้ท่านทั้งหลายพิจารณาดู เถิด. เราจะหวังพึ่งธรรมะ ที่เป็นสิ่งคงเส้นคงวา เราก็จะต้องมีความ เป็นคนคงเส้นคงวา, ความเป็นมนุษย์ ของเรา ก็ต้องคงเส้นคงวา. ความ เป็นพุทธบริษัท ของเราก็ต้องคงเส้นคงวา ความเป็นไทยเป็นคนไทย ของเราก็ต้อง เป็นอย่างคงเส้นคงวา, ความคงเส้นคงวาเท่านั้นที่จะช่วยเราได้. บรรพบุรุษของเรา เคยมีความคงเส้นคงวาต่อธรรมะ ; โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ท่านก็เคยรอดอยู่ด้วยอำนาจของธรรมะ นอนไม่ต้องปิดประตูเรือน, วัว ควายปล่อยไว้ที่ไหนก็ได้, ไม่ต้องใส่คอกที่มีกุญแจเหมือนสมัยนี้. สมัยนี้ นอนใต้ถุนเรือนก็มีคนมายิง, นอนอยู่ในห้องก็มีคนบุกเข้าไปถึงห้องนอน อย่างนี้. นั่นแหละคือผลของการที่ไม่มีธรรมะอย่างคงเส้นคงวา.

น.336 ขอให้ท่านทั้งหลายระลึกนึกถึง ธรรมะ ว่าเป็นสิ่งที่มีความคงเส้น คงวา. จะทำอย่างหลุบ ๆ ล่อ ๆ ปลูกมะลิซ้อนออกดอกมาเป็นมะลิลา, อย่าง นี้มันก็ไม่เหมาะที่จะได้รับประโยชน์จากธรรมะ, จะต้องทนทรมานต่อไปด้วย ความไม่คงเส้นคงวาของตน. ไทยต้องคู่กับธรรม ธรรมต้องคู่กับไทย, ความเป็นไทย เป็นได้ ด้วยความมีธรรม. หมดธรรม หรือ ธรรมะแล้ว ความเป็นไทยก็จะไม่เหลือ อยู่ : เพราะเป็นทาสของกิเลสเสียเต็มที่แล้ว. ก็จะต้องทำอะไรผิดพลาด ไปตาม อำนาจของกิเลส ; แล้วความเป็นไทยก็จะสูญเสียไป. ความเป็นไทยในภายใน สูญเสียแล้ว ; ความเป็นไทยในภายนอกก็จะสูญเสียตาม เราจงเป็นไทยให้คงเส้นคงวา, เป็นพุทธบริษัทไทยให้คงเส้นคงวา เช่นไม่ต้องหยุดชดเชย วันชาติ วันศาสนา วันพระมหากษัตริย์ ที่เผอิญไปตรง กับวันอาทิตย์นั้นอีกต่อไป ก็จะมีความคงเส้นคงวา ตรงกันทั้งปากและใจยิ่งขึ้น นี่แหละคือการมีธรรมะอย่างคงเส้นคงวา. ไทยต้องคู่กับธรรม, ธรรมต้องคู่ กับไทย จึงจะยังคงความเป็นไทยไว้ได้. ขอให้ พุทธบริษัทชาวไทยเรา เอาธรรมะกลับมา ดึงธรรมะกลับมา ด้วยความเป็นคนคงเส้นคงวา แล้วเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ในการเสวยความสุข ตามแบบของพุทธบริษัทยิ่ง ๆ ขึ้นไป จงทุกประการเทอญ.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต