Buddhadasa.org

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) ครั้งที่ ๒๗ — ธรรมะ ในฐานะสิ่งที่ต้องการถอนตอแล้วลงหลัก

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) — คำบรรยายปาฐกถาพิเศษทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑–๒๕๒๔ (๓๖ ครั้ง ราวเดือนละครั้ง วันอาทิตย์ที่สาม) · วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๒๓

☰ สารบัญ 📅 ดูวันนี้ในปฏิทิน ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.379 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาจะได้กล่าวโดยหัวข้อว่า ธรรมะในฐานะ สิ่งที่ต้องการ การถอนตอแล้วลงหลัก. ขอให้ทบทวนถึงหัวข้อที่แล้ว ๆ มา ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น คือเราได้พูด กันถึง การคงเส้นคงวา ถูกฝาถูกตัว มีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ บัดนี้ก็มาถึง การถอนตอลงหลัก. ธรรมะจะมาอยู่กับเราได้ ก็โดยการที่เราชวนกันมาประพฤติปฏิบัติ ให้ตรงตามความประสงค์ของธรรมะ ; ราวกับว่าเป็นบุคคล หรือเป็นพระเจ้า อันสูงสุด. ถ้าไม่มีการต้อนรับ เอาอกเอาใจอ้อนวอนให้ดี ก็ไม่มาอยู่กับเรา ๓๔๓

น.380 ดังนั้นเรา เมื่อประสงค์จะให้ธรรมะมาอยู่กับเรา เราก็ต้องมีการปรับปรุงตัวเอง ในลักษณะที่ถูกต้อง กับการที่ธรรมะจะมาอยู่กับเรา. [ทบทวนถึงความจำเป็นที่ต้องมีธรรมะ.] ในชั้นแรกนี้ จะขอพูดถึงความจำเป็นที่จะต้องมีธรรมะ ก่อนทุกคราว ไป เพื่อให้เรื่องมันชัดเจนยิ่ง ๆ ขึ้นไป. โลกเราต้องมีธรรมะ, มนุษย์เราจะต้องมีธรรมะ จึงจะเป็นโลกของ มนุษย์ ; มิฉะนั้นแล้วจะกลายเป็นโลกของอะไร ก็เหลือที่จะกล่าวได้. เรามีธรรมะ ก็เพื่ออย่าให้มนุษย์ต้องละอายแก่แมว หรือสัตว์ เดรัจฉานทั่วไป. ท่านลองสังเกตดูให้ดีว่า สัตว์ เช่นแมว เป็นต้นนั้น ; มัน ไม่ต้องปวดหัว, ไม่ต้องกินยาปวดหัว, มันไม่ต้องกินยานอนหลับ, เหมือนที่คน ในโลกกินกัน ปีหนึ่งเป็นตัน ๆ ทีเดียว. แมวไม่เป็นโรคประสาท ไม่เป็นโรคจิต เหมือนกับที่คนกำลังเป็น, แมวทำคอร์รัปชั่นไม่เป็น คดโกงก็ไม่เป็น, ทำสงคราม อย่างที่คนทำกันอยู่ก็ไม่เป็น ไม่มีปัญหาทางกามารมณ์มาก เหมือนที่คนกำลัง เป็นกัน. แมวไม่ต้องปวดหัว, มนุษย์ต้องปวดหัว ต้องกินยานอนหลับ นี้มัน น่าละอายแมว. มีข่าวว่าเศรษฐีมีเงินร้อยล้าน ก็ยังฆ่าตัวตาย เพราะปวดหัว นั่นเอง แมวทำไม่เป็น นี่เราต้องอายแมว ; เพื่อให้ไม่ต้องอายแมว ก็จะ ได้มีธรรมะ ; เพื่อไม่ต้องปวดหัว เพื่อไม่ต้องนอนไม่หลับ.

น.381 สัตว์มีมันสมองต่ำจนไม่มีปัญหาเหล่านี้. คนมีมันสมองสูงทำไมจึงมี ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งน่าละอายสัตว์ ? แต่ถ้าธรรมะเข้ามาแล้ว คนจะไม่มีปัญหา อย่างนั้น คือไม่ต้องมีเรื่องที่จะต้องละอายสัตว์อีกต่อไป. คนจะไม่ปวดหัว คน จะนอนหลับ, จะไม่เป็นโรคประสาท ไม่เป็นโรคจิต ไม่คดโกง ไม่คอร์รัปชั่น ไม่ทำสงคราม ไม่มีกามารมณ์เฟ้อ. นี่ขอให้มองเห็นว่า ธรรมะต้องมี จำเป็นต้องมี ; มีธรรมะแล้ว ปัญหาจะไม่เกิด, ปัญหาที่เกิดอยู่ก็จะแก้ได้ ทำให้หายไป. เรื่องของ ศีลธรรมนี้เป็นเรื่องทางวิญญาณ. เราไม่สนใจ; เรา สนใจแต่เรื่องทางวัตถุ เรื่องการเมือง เป็นเรื่องเนื้อหนัง เป็นเรื่องปากเรื่องท้อง ข้างเดียวมากเกินไป. ที่แท้มันต้องคู่กันไป สติปัญญาของมนุษย์ก้าวหน้าใน ทางวัตถุเท่าไร เขาจะต้องมีธรรมะมาชดเชยกัน ให้สมกันอย่างควบคู่กันไป จึงจะไม่มีปัญหาที่ต้องละอายสัตว์ เกิดขึ้นมา. ดูเถิด มนุษย์นี้ไว้ใจกันไม่ได้ มีอะไรก็ต้องมีระเบียบ ; แม้เช่น ระเบียบราชการถี่ยิบ ซึ่งแสดงว่า เป็นความไม่มีศีลธรรมของผู้ปฏิบัติ ระเบียบ จึงมีถี่ยิบยิ่งขึ้นทุกที ตามความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์. ดูที่การทำสัญญา : จะทำอะไรกันสักอย่างหนึ่ง ต้องมีข้อระบุถี่ยิบ ราวกับว่าทุกคนพร้อมที่จะโกง โกงเหลือประมาณ. นี่สัตว์มันไม่มีปัญหาชนิดนี้. ถึงแม้จะมีระเบียบถี่ยิบอย่างไร ก็ไม่ทำให้สิ่งต่าง ๆ ลุล่วงไปด้วยดี ; ยังมีการโกง กันอย่างถี่ยิบ อยู่นั่นเอง.

น.382 ขอท่านทั้งหลายอย่าได้เห็นไปว่า การแก้ไขทางศีลธรรมนั้นมันนาน เกินรอ. ท่านก็มัวแก้ไขแต่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ไขต้นตอ, คือแก้ไขทางศีลธรรม ; กว่าถั่วจะสุกงามันก็ไหม้. รัฐบาลทั้งหลายในโลก มัวแต่แก้ไขปลายเหตุ เล็ก ๆ น้อย ๆ ร้อยเรื่องพันเรื่อง ไม่มีรัฐบาลไหนมุ่งแก้ปัญหาศีลธรรม ซึ่งเป็นต้น ตอแห่งปัญหาทั้งหลาย. ลองพิจารณาดูกันอย่างเป็นธรรมว่า เมื่อศีลธรรมกำลังตายซาก อยู่ อย่างทุกวันนี้ อะไรได้เกิดขึ้น ? ปัญหามากมายเกิดขึ้น แล้ว ปัญหาเหล่านั้นแก้ได้ ด้วยการเมือง การเศรษฐกิจ การสงคราม อย่างนั้นหรือ ? เรามัว ช่วยเหลือให้เกิดความก้าวหน้าแต่ทางวัตถุ ทางฝ่ายวิญญาณ มันไม่มี ก็เป็นมนุษย์กันได้เพียงครึ่งเดียว. เราต้องช่วยกัน ในทางจิตทางวิญญาณให้มาก : ช่วยกันแจก ธรรมะให้มาก แจกพระธรรมให้มาก เหมือนกับที่เราแจกพระพุทธ สัญญลักษณ์ ของพระพุทธ ซึ่งคนก็รู้จักกันดี. ตั้งแต่โบราณมาจนถึงวันนี้ คงจะแจกกัน ตั้งร้อยล้านองค์แล้วก็ได้ ; แต่แล้วท่านก็ถูกทำให้หมดความเป็นพระพุทธ ด้วย การเอาไปแขวนคอ แล้วยกแก้วเหล้าข้ามพระเศียรท่าน ข้ามไปข้ามมา จน หมดความเป็นพระเศียรมันจึงไม่มีผล. เราไม่แจกพระธรรม ให้เท่ากันกับที่แจกพระพุทธไม่สมดุลย์กันกับที่ แจกพระพุทธ เรา จะต้องมีพระธรรมให้สมดุลย์กันกับพระพุทธ ; แล้วจะ ไม่ถูกยกแก้วเหล้าข้ามพระเศียรด้วย. ขอให้ช่วยคิดดูด้วยจิตใจอันเป็นธรรม.

น.383 ถ้าสร้างขึ้นมาแขวนคอ ยกแก้วเหล้าข้ามพระเศียรจนหมดความเป็น พระพุทธแล้ว มันก็สูญเปล่า. น่าเห็นใจผู้ที่ทำพิธีพุทธาภิเศกอย่างเหน็ดเหนื่อย, แล้วเขาเอามาลบล้างกันเสียหมดอย่างนี้. มันน่าสงสารหรือไม่ ? ได้กรุณาสนใจ เพื่อเห็นแก่พระพุทธและพระธรรม ที่เรายังแจกกันโดยไม่สมดุลย์. พูดถึงการศึกษา เราก็มีการก้าวหน้ารวดเร็วกว้างขวาง ; พิจารณา กันอย่างที่เรียกว่าเต็มที่ มีการศึกษาก้าวหน้าโดยเร็ว และกว้างขวาง. แล้ว ทำไม โลกนี้จึงยังเต็มไปด้วยวิกฤตการณ์นานาชนิด ? หาสันติสุขส่วนบุคคลก็ไม่ได้, หา สันติภาพส่วนสังคมก็ไม่ได้, มีแต่เทวดาหนุ่มสาวเป็นฝูง ๆ ล้วนแต่เกเรทั้งนั้น : ชอบยาเสพติด ชอบเรียกตัวเองว่าฮิปปี้ แฮปปี้ เป็นฝูง ๆ ที่ล้วนแต่ผ่านการ ศึกษามาแล้วทั้งนั้น. คิดดูเถอะว่า การศึกษาของเราเป็นอย่างไร คนของเรา จึงเป็นอย่างนี้ ? ขอให้ช่วยกัน ทำให้ธรรมะเต็มอยู่ในจิตใจ ; มีธรรมะแล้ว ก็มี พระพุทธเจ้าโดยแท้จริงอย่างที่ พระองค์ตรัสว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา, ผู้ใด เห็นเรา ผู้นั้นเห็นธรรม, หรือจะพูดเสียใหม่ก็ได้ว่า ผู้ใดมีธรรม ผู้นั้นมีพระพุทธเจ้า, ผู้ใดมีพระพุทธเจ้า ผู้นั้นต้องมีธรรม, เป็นสิ่งเดียวกัน ที่จะแยกจากกันไม่ได้. นี่แหละ ความไม่มีธรรมะ ไม่มีศีลธรรม สร้างปัญหาเหลือประมาณ. เราจะทำให้ธรรมะกลับมา ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามเหตุผลที่ธรรมะจะกลับมา ; ซึ่งในวันนี้ จะได้กล่าวถึงคำว่า ถอนตอแล้วลงหลัก.

น.384 ความหมายของคำว่า "ตอและหลัก". ถอนตอแล้วลงหลัก โดยตัวหนังสือ คำว่า ตอ ก็คือ อุปสรรค หรือ อันตราย ; หลัก นั้น เป็นที่พึ่ง, เป็นความปลอดภัย, เป็นความมั่นคง. ตอ ในภาษาวัตถุ ภาษาคน ก็คือ หลักตอเกะกะ กีดขวาง ; แต่ ตอ ใน ภาษาธรรม นั้น คือ มิจฉาทิฏฐิ. เราจะต้องรู้จัก ตอ ทั้งในภาษาคน และภาษาธรรม. พิจารณาดูให้ดีว่า ถ้า ตอ มัน เต็มไปในแผ่นดิน แล้วเรา จะปลูก บ้านปลูกเรือน ให้แน่นหนาถาวรมั่นคงได้อย่างไร ? ถ้าไม่มีตอ เราก็ลงเข็ม ได้ลึก บ้านเรือนก็มีรากฐานดี. จะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ได้ว่า ถอนตอ คือ ละอธรรมเสียให้หมด ; ลง หลัก ก็คือ สะสมธรรมะ ให้มีขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม. ทีนี้จะได้พิจารณาถึงสิ่งที่เรียกว่า ตอ หรือหลัก เป็นคู่ ๆ กันไป คู่ที่ ๑ ตอ คือ ลัทธิที่เห็นแก่ตน มีตัวกู - ของกู เป็นวัตถุที่ตั้ง ที่อาศัย. หลัก นั้น เป็นลัทธิที่เห็นประโยชน์ของประชาชน, หรือเพื่อนมนุษย์ เพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นใหญ่ ก็มีเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัตถุ เป็นที่ ตั้งอาศัย. ตอ คือ ลัทธิที่ไม่รู้จักพระคุณของแม่. แม่ของเขาเขายังไม่รู้จัก ถามว่าแม่คืออะไร ? ก็ตอบไม่ถูก. นักเรียนชั้นประถม ชั้นมัธยม เราถามว่า

น.385 ธนาคารไหนบ้างที่เราไปเบิกเงินได้ไม่มีสิ้นสุด โดยไม่ต้องฝากเลย ? เขาก็ยังตอบ ไม่ถูก ไม่รู้จักคุณของแม่ แล้วจะไปรู้จักคุณของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ลึกซึ้งกว่านั้นได้อย่างไร ? การรู้จักพระคุณของแม่ ทำให้เกิดรากฐานแห่งความรัก ความ ซื่อสัตย์ ความกตัญญู ซึ่งจะแผ่กว้างขวางไปถึงความรักชาติ ศาสนา พระ- มหากษัตริย์ ได้โดยง่าย. ขอให้มีการศึกษาที่ถูกต้องไปตั้งแต่ชั้นอนุบาล เป็น ชนชาติที่มีศีลธรรมเป็นรากฐานของประชาธิปไตย. ทีนี้ดูอีกคู่หนึ่ง คู่ที่ ๒ ตอ คือ การเหวี่ยงสุดซ้ายสุดขวา ไม่สมดุลย์. หลักคือมัชฌิมา พอดี หรือ สมดุลย์เป็นทางออกที่ ๓ ของมนุษย์แห่งยุคนี้ ซ้ายสุดเหวี่ยงขวาสุดเหวี่ยง นั้นถือว่าผิดกันมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล. กามสุขัล- ลิกานุโยค จมอยู่ในกาม มันก็เหวี่ยงไปข้างหนึ่ง. อัตตกิลมถานุโยค จมอยู่ใน ความเห็นผิด ทำตนให้ลำบากโดยไม่จำเป็น มันก็สุดไปข้างหนึ่ง , ถ้ามัชฌิมา อยู่ ตรงกลางมันก็พอดี. เรา มีนายทุนเพื่อกรรมกร มีกรรมกรเพื่อนายทุน มันก็ไม่ มีอันตราย ; เพราะว่ามัน อยู่ที่ตรงกลางที่พอดี ; แต่ถ้าเราแยกกันให้สุดเหวี่ยง มันก็ต้องฆ่ากัน. คู่ที่ ๓ ต่อไป ตอ คือ ความไม่มีวินัย ไร้วินัย ดื้อวินัย หลัก คือ ความสมบูรณ์ ด้วยวินัย . ดูเถิด เรากำลังตะโกนเรียกหาวินัยกันคอแห้งแล้ว มันก็ยังไม่ค่อยมีวินัย.

น.386 แม้แต่ว่า ฟังเทศน์เงียบ ก็เพราะมีวินัย . ฟังเทศน์ส่งเสียงอื้ออึง ก็เพราะไม่มีวินัย. เท่าที่สังเกตมา ไปเทศน์ในกองทหารเงียบกริบน่าชื่นใจ ; เขาฟังกันน่าชื่นใจ อย่างมีวินัยถึงที่สุด. ไปเทศน์ในที่อื่นๆ ได้รับการส่งเสียง จ๊อกแจ๊กจอแจ แทรกแซงอย่างไม่มีวินัย. แม้แต่ในที่ประชุมครูบาอาจารย์ ก็ไม่ได้ฟังเทศน์กันเงียบกริบอย่างในหมู่ทหาร. อาตมาก็ประสบมาอย่างนี้ พวก ที่เคยไปเทศน์กันมา ก็บอกอย่างนี้เหมือนกัน คือเรียกว่ามันตรงกัน. พึงรู้จัก ตอหรือมิจฉาทิฏฐิ หลักคือสัมมาทิฏฐิ. เอ้า, ทีนี้ก็จะมาถึงที่สุด ที่ควรจะจดจำไว้เป็นหลัก. ตอ คือ มิจฉาทิฏฐิทุกชนิด ทุกประเภท ทุกระดับ. หลัก คือ สัมมาทิฏฐิทุกชนิด ทุกประเภท ทุกระดับ. ถอนตอ ก็คือถอนมิจฉาทิฏฐิออกไปเสีย ลงหลัก ก็ คือยึดหลักสัมมาทิฏฐิให้แน่นแฟ้น. นี้เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา. พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า สมฺมาทิฏฐิสมาทานา สพฺพํ ทุกฺข์ อุปจฺจคํ, - สัตว์ทั้งหลายจะก้าวล่วงความทุกข์ทั้งปวงได้ ก็เพราะมีสัมมาทิฏฐิ. ท่านเรียกว่า สมาทานสัมมาทิฏฐิ. คำว่า สมาทาน นั้น หมายความว่า มีอยู่อย่างดี ถือไว้อย่างดี ; ไม่ใช่ เพียงแต่ปากว่า; เหมือนที่คนทั่วไป โดยมากเขาสมาทานศีล เขาพูดแต่ปาก ว่าจบแล้วก็เลิกกัน. อย่างนี้เรียกว่าสมาทาน นี้ไม่ถูก ไม่จริง ไม่ใช่พุทธศาสนา.

น.387 สมาทาน แปลว่า ถือเอาไว้อย่างดี ครบถ้วน, คือ ต้องมีอยู่ที่เนื้อที่ตัว. เรา ต้องมีสัมมาทิฏฐิ อยู่ที่เนื้อที่ตัว, ถอนมิจฉาทิฏฐิออกไปเสียให้หมด ในระดับสูงสุด มิจฉาทิฏฐิ ก็คือ อัสมิมานะ - ความสำคัญมั่นหมาย เป็น ตัวกู - ของกู. ความรู้สึกอันนี้มันสะสมมาตั้งแต่อ้อน แต่ออก. มันช่วย ใครไม่ได้, ช่วยกันไม่ได้ ที่จะไม่มีความรู้สึกตัวกู - ของกู, มีอัสสมิมานะ ; เพราะว่าพอเราเกิดมาเป็นทารก ก็ได้รับแต่การสั่งสอนให้รู้สึกเป็นตัวกู เป็นของกู เรื่อย ๆ มาจนเป็นหนุ่มเป็นสาว, มันจึงลงรากลึก คือเหนียวแน่นยากที่จะถอน. ครั้น พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสรู้ ขึ้นมาในโลก ท่าน สอนสิ่งที่ตรงกันข้าม คือว่า ดูให้ดี สิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้น คือ กระแสแห่งเหตุปัจจัยที่เปลี่ยนไป เอามา เป็น ตัวกู - ของกูไม่ได้. ท่านสอนเรื่อง อนัตตา - สิ่งเหล่านั้นมิใช่ตัวตน. ท่านสอน สุญญตา ความที่สิ่งเหล่านั้นเป็นของว่างจากความหมายแห่งตัวตน. ท่านสอน ตถตา หรือ ปฏิจจสมุปบา ท ว่ามันเป็นอย่างนั้นเอง : เมื่อ มีเหตุปัจจัยอย่างนี้ ผลก็เกิดขึ้นอย่างนี้ ; เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น ; เพราะสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่เกิดขึ้น ; มันมีแต่อาการอย่างนี้ ฉะนั้น อย่าได้ไป หมายมั่นให้เป็นตัวกู - ของกู ขึ้นมา ตัวเองนั่นแหละจะเป็นทุกข์, แล้วก็ จะลามปามไปถึงผู้อื่นรอบข้าง ก็จะพลอยเป็นทุกข์ จากการเบียดเบียนบุคคลที่ เห็นแก่ตน.

น.388 นี่เป็น หลักที่ควรมี ต้องปักลงไปในจิตให้แน่นแฟ้น ; ถอนตอ เก่าออกไปเสีย ลงหลักใหม่ที่ดี ที่ถูกต้องให้แน่นแฟ้นทีเดียว มิจฉาทิฏฐิ เป็นเครื่องทำลายโลก, ทำให้เห็นโดยประการที่มัน ตรงกันข้าม จากที่ควรจะเห็น : เห็นสิ่งที่สร้างความทุกข์ เป็นสิ่งอันพึงปรารถนา ในโลกนี้จึงมีการผลิตสิ่งที่ทำให้คนหลงใหล ติดจมอยู่ในสิ่งนั้นมากขึ้น ๆ น่า เวทนาสงสารลูกเด็ก ๆ ที่เขาเกิดขึ้นมาในโลกชนิดนี้ พอมาถึงก็ถูกย้อมให้ติดจมอยู่ ในความรู้สึกหลงใหล มิจฉาทิฏฐิหรือตอจึงมีรากลึก ยากที่จะขุด ยากที่จะถอน ขึ้นมา ; แต่แล้วมันก็ช่วยไม่ได้ มันก็ต้อง ช่วยกันถอนให้ได้ แล้วก็ลงหลัก เสียใหม่ให้ถูก ให้ดี. ตอ คือ มิจฉาทิฏฐิ ความสำคัญผิด ความเข้าใจผิด ความเห็นผิด ความเชื่อผิด ความมีอุดมคติผิด ; ล้วนแต่ผิดไปทั้งนั้น นี้เรียกว่า ตอ. จะต้องทำให้เป็นไปในทางที่ตรงกันข้าม คือ มีความเข้าใจถูก, มีความเห็นถูก, มีความเชื่อถูก, มีอุดมคติที่ถูก, แล้วก็กลายเป็นหลัก ที่ยึดแล้ว ก็เป็นไปแต่เพื่อความสุขความเจริญโดยส่วนเดียว. ขอได้รู้จักตอและหลักอันร้ายกาจที่สุด เป็นที่สรุปรวมแห่งปัญหาทั้ง- หลาย จะแก้ปัญหาได้หรือไม่ได้ ก็อยู่ตรงที่เรารู้จักตอ รู้จักหลัก อย่างถูก ต้อง แล้วจัดการกันให้ถูกต้อง.

น.389 เดี๋ยวนี้เรากำลังถอนหลักและปักตอ. ทีนี้ก็อยากจะให้ดูกันอีกสักนิดหนึ่งว่า เดี๋ยวนี้ เรากำลังถอนหลัก แล้วปักตอ ฟังดูแล้วน่าหัว เรากำลังถอนหลัก แล้วปักตอ หลักที่จะเป็นที่พึ่ง เป็นประโยชน์ได้นั้น กลับถอนทิ้งเสีย แล้วก็ ปักตอ ให้เกะกะ ให้เป็น อันตราย. นี้คือ ความเจริญก้าวหน้าแต่ในทางวัตถุ อย่างเดียว ; เลิกล้าง ความถูกต้องในทางจิตทางวิญญาณ, เลิกล้างพระธรรม เลิกล้างพระศาสนา, เลิกล้างพระเจ้า, เลิกล้างขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดี, วัฒนธรรมที่ดี, ไปรับ เอาสิ่งที่เลวร้ายเข้ามายึดถือ. นี้เรียกว่ากำลังถอนหลักแล้วกำลังปักตอ. การไปทอดกฐิน นี่ ก็ดูเถอะ ดูตามข่าวหนังสือพิมพ์ก็ได้ เพื่ออะไร ? เพื่อไปกินเหล้า เพื่อไปเต้นรำเพื่อไปให้รถพลิกคว่ำตายกันเป็นหมู่ ๆ. การไป ทอดกฐินก็เพื่อไปกินเหล้า เพื่อไปเล่นการพนัน. การบวชนาค ก็เพื่อได้กินเหล้า ที่มากันมาก ๆ นั้นส่วนมากมากินเหล้า มาโลด ๆ เต้น ๆ สนุกสนาน. การบวชนาคกลายเป็นโอกาสสำหรับกินเหล้า. การเรี่ยไร เพื่อบุญเพื่อกุศล ก็ต้องจัดงานอบายมุข, ขอความช่วยเหลือ ทางบุญทางกุศล ก็ต้องจัดงานที่เป็นอบายมุข ; อย่างน้อยก็เรื่องเลี้ยง เรื่องดื่ม เรื่องหลอก เรื่องลวง เรื่องอะไรกันต่าง ๆ ลงทุนด้วยบาปเพื่อเอาบุญมันจะ เป็นไปได้อย่างไร ? ว่าเอาบาปมาลงทุน เพื่อจะได้บุญ ผลออกมามันก็ติดลบหมด มันไม่มีบวก ลงทุนด้วยบาปเพื่อจะเอาบุญ นี้เขากำลังถอนหลัก แล้วก็จะ ปักตอ.

น.390 เขา ควรจะถอนตอ เหล่านั้นเสีย คือทอดกฐินก็ต้องไม่ใช่เพื่อกินเหล้า, ต้องเพื่อให้สำเร็จประโยชน์ ตามพระวินัย ตามพระพุทธประสงค์ จะบวชนาค ก็ไม่ ใช่เพื่อกินเหล้า ; แต่จะเพื่อให้เกิดบุตรพระตถาคต พุทธชิโนรสเพิ่มจำนวน มากขึ้น ในพระพุทธศาสนา. จะเรี่ยไร หาทุนหารอนมาทำการกุศล หรือจะขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับ การกุศล ก็ อย่าต้องหลอกลวงกัน, ด้วยสิ่งหลอกลวง, เพราะว่าการหลอกลวงนั้น มันเป็นบาปเป็นอกุศลเสียแล้ว จะเอาบาปเอาอกุศล มาลงทุนหาบุญหากุศลนี้ คิดดู เถอะว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร. ขอให้เราพุทธบริษัททั้งหลาย ได้มองดูให้ดี ว่าเรา กำลังจะถอนหลักแล้วปักตอ. สิ่งที่น่าหัว อยากจะเอามาพูดที่นี้สักนิดหนึ่ง ก็คือว่าเรื่องเกี่ยวกับ งานศพ ที่ทำกันอยู่เป็นยุค ๆ เป็นสมัย. สมัยหนึ่ง เขาสรุปเรียกว่า คนตายขายคนเป็น. คนที่ตายไปแล้วทำให้ลูกหลานต้องเสียเงินมากยากจน เพราะงานศพ. นี่คนตาย ขายคนเป็น. ทีนี้ต่อมา เดี๋ยวนี้กลับตรงกันข้าม คนเป็นขายคนตาย. พอศพมีบน เรือน ก็เปิดให้เล่นไพ่ เล่นการพนัน กินเหล้าเมายา หารายได้เป็นกำไรไปเสียอีก คนเป็นขายคนตาย. ในที่บางจังหวัดภาคใต้นี้ มีคนรับเหมาเลย ; ตายแล้ว ศพอยู่บนเรือนนี้ เขาจะมารับเหมาจัดให้หมด ให้อยู่นาน ๆ วัน, แล้วก็ได้เงินค่า ธรรมเนียมจากการเล่นการพนันนั้นมาก เอามาให้เจ้าของศพ ก็รวยไปเลย เรียกว่าคนเป็นขายคนตาย.

น.391 แต่เมื่อดูให้ดีแล้ว จะเห็นว่า คนตายขายคนเป็น หรือ คนเป็นขาย คนตายนี้ เป็นตอทั้งนั้น เป็นมิจฉาทิฏฐิ ทั้งนั้น ไม่อาจจะเป็นหลักได้. อย่า เห็นว่ามันตรงกันข้าม แล้วมันจะเป็นตอสักข้างหนึ่ง เป็นหลักสักข้างหนึ่ง, อย่าง นี้มันเป็นไปไม่ได้, มันเป็นตอ เป็นมิจฉาทิฏฐิทั้งนั้น. คนตายขายคนเป็น ก็เป็นตอ. คนเป็นขายคนตาย ก็เป็นตอ คือเป็นมิจฉาทิฏฐิ เป็นเสี้ยนหนาม ของมนุษย์. ควรจะระวังให้ดี, อย่าเห็นว่าตรงกันข้ามแล้วก็จะเลือกเอาข้างหนึ่ง อย่างนี้มันไม่ถูก. เราควรจะมีสัมมาทิฏฐิยิ่ง ๆขึ้นไป. คนเราหรือ มนุษย์นี้ บางพวกเขา ถือว่า ผีให้เกิดมา, ผีสร้างคน, ผีปั้นคน ; กลิ่นไอแห่งไสยศาสตร์ยุคไหนก็ไม่รู้ มันยังเหลืออยู่ว่า คนนี้เกิดมาจากผี ผีสร้างคน ผีปั้นคน. อาตมาเห็นว่า นี้เป็น มิจฉาทิฏฐิ. เราควรจะมีความเห็นให้ถูกต้องว่า พระธรรมต่างหากให้คนเกิดมา ; ไม่ใช่ผีให้เกิดมา. พระธรรมให้เกิดมาตามกฎของพระธรรม, เรียกว่าพระธรรม ให้เกิด ไปเทียบกันดู ว่าผีให้เกิดกับพระธรรมให้เกิด นี่อันไหนมันจะมีประโยชน์ กว่า : เกิดมาโดยพระธรรม, โดยกฎแห่งพระธรรม, โดยเหตุแห่งปัจจัย. พระพุทธเจ้าเป็นพ่อ เป็นเหตุให้พระธรรมเกิดเรามา ; พระธรรมจึงเป็นแม่ ; พระสงฆ์ทั้งหลายก็กลายเป็นพี่ เพราะว่าเกิดก่อนเรา. เราต้องมีสัมมาทิฏฐิเป็นหลักมั่นคง. ขอให้มีสัมมาทิฏฐิ เป็นหลัก แน่นแฟ้นเหลือประมาณลงไปว่า พระ- พุทธเจ้าเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์เป็นพี่; แล้วก็ทำให้สมกันกับ

น.392 ที่มี พระพุทธเจ้าเป็นพ่อ, พระธรรมเป็นแม่, พระสงฆ์เป็นพี่. รายละเอียดนี่ ไปหาดูเอาเองก็ได้ ; ไปคิดดูเองก็จะมองเห็น ว่าพระธรรมให้เกิดมา พระพุทธ- เจ้าเป็นต้นเหตุให้เกิด, พระสงฆ์เกิดก่อนก็กลายเป็นพี่ ถ้าเรา ถือหลักกันอย่างนี้ แล้ว พระธรรมก็จะมาอยู่ในจิตใจ; ไม่ใช่ มารกรุงรังอยู่ข้างนอก หรือตามพื้นแผ่นดินหรือตามสถานที่ต่าง ๆ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะเข้าไปอยู่ในจิตใจของเรา. เรามีพระพุทธเจ้าเป็นพ่อ มีพระธรรมเป็นแม่ มีพระสงฆ์เป็นพี่ เราก็เดินตามกันไป ในร่องรอยที่ถูกต้อง ; แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ? ถ้าถึงขนาดที่พระพุทธเป็นพ่อ, พระธรรมเป็นแม่, พระ- สงฆ์เป็นพี่, นี้ปัญหาอะไรจะเหลืออยู่ สำหรับให้มนุษย์ต้องละอายแก่สัตว์เดรัจฉาน เหมือนที่กล่าวแล้วข้างต้น สืบต่อไป. ในที่สุดนี้ ขอสรุปความว่า ธรรมะต้องมี ; ความเป็นมนุษย์จึงจะมี ธรรมะจะมี เราต้องประพฤติปฏิบัติให้ตรงตามความประสงค์ของธรรมะ ราว กับว่าธรรมะนั้นเป็นบุคคล เป็นพระเจ้าโดยการปฏิบัติให้เข้ารูปเข้ารอยของพระ- ธรรม ว่าเราจะ ต้องมีความคงเส้นคงวา, เราจะมีความ ถูกฝาถูกตัว , เราจะ มีหัวมีหาง, ระวังคางระวังคอ, ถอนตอแล้วก็ลงหลัก. อาตมาขอยุติการบรรยายนี้ลงด้วยความสมควรแก่เวลาว่า ขอให้ท่านทั้งหลาย จง พยายามที่จะถอนตอแล้วลงหลัก สำหรับความเป็นพุทธบริษัทที่มั่นคง โดยการที่มี พระพุทธองค์เป็นพ่อ, มีพระธรรมเป็นแม่, มีพระสงฆ์เป็นพี่, อยู่ด้วยกันแล้วมีความเจริญ งอกงามในทุกสถาน ในการงานทุกชนิด อยู่ทุกทิพาราตรีกาลเทอญ.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต