Buddhadasa.org

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) ครั้งที่ ๒๙ — ธรรมะ ในฐานะสิ่งที่ต้องรู้ว่า กิเลสเป็นตัว ธรรมะเป็นตน

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) — คำบรรยายปาฐกถาพิเศษทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑–๒๕๒๔ (๓๖ ครั้ง ราวเดือนละครั้ง วันอาทิตย์ที่สาม) · วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๓

☰ สารบัญ 📅 ดูวันนี้ในปฏิทิน ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.408 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมทุกครั้ง อาตมามี เจตนากล่าวเพื่อให้ธรรมะกลับมา ธรรมะ กลับมาโลกาก็จะมีสันติ ธรรมะไม่กลับมาโลกาก็จะวินาศ ; พุทธศาสนาก็จะหมดไปด้วย, หรือ หมดด้วยกันทุกศาสนา. [ปรารภทบทวนถึงคนไม่สนใจศาสนา.] มีคนถามว่า รู้ได้อย่างไร ว่าธรรมะเหือดหายไป ? อาตมาก็ว่า ง่าย นิดเดียว สังเกตดูในโลกนี้ มีแต่วิกฤตการณ์ : เต็มไปด้วยซากสงคราม, การ เตรียมสงคราม, แข่งขันกันสร้างอาวุธ, มีปัญหายาเสพติดอย่างโง่เขลา ; ไม่สม กับการเป็นโลกที่เจริญ ไม่สมกับการมีธรรมะ มีศาสนามีการศึกษา. ยุวชน ๓๗๒

น.409 ในโลก กำลังบูชาเนื้อหนังยิ่งกว่าวัฒนธรรม ; เขาชอบความอุตริวิตถารทาง กามารมณ์และอื่น ๆ ล้วนแต่ทำลายความเป็นมนุษย์ ของเขา. ดูประเทศไทยเรา ได้ยินว่ามีนักโทษจะย่างเข้าเรือนแสน ; อันธพาล ชุมยิ่งกว่ายุง แม้ในท้องถนนบนรถเมล์, สถิติโรคประสาทโรคจิต เพิ่มขึ้น อย่าง น่าตกใจ. คนเห็นแก่ตัวอำมหิตโหดร้าย ถึงกับเปลื้องผ้าคนเจ็บเพราะรถคว่ำ นอนแบ็บอยู่ข้างถนน ; แทนที่จะช่วย. บนรถไฟมีคนไล่ที่นั่งพระ เพื่อจะ นั่งกินเหล้า. มีการยั่วให้คนทำบุญโดยวิธีการอันหลอกลวง, เป็นอบายมุข นานาประการ. นี่จะไม่เรียกว่าธรรมะเหือดหายไป แล้วจะเรียกว่าอะไร ? ขืนเป็นอยู่ อย่างนี้ พุทธศาสนาก็จะหมด โดยที่คอมมิวนิสต์ไม่ต้องมา. เรากลัวกันว่า คอมมิวนิสต์มา พุทธศาสนาหมด นั้นยังไม่น่ากลัวเท่ากับว่า พุทธศาสนาจะหมด เสียก่อนแต่ที่คอมมิวนิสต์จะมา. เอ้า, จะพูดกันถึงคำว่า ศาสนาหมด : หมดไม่ใช่เพราะใครมาทำให้ หมด ; แต่ หมดโดยการทำกันเอง ; ดังที่ พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ ว่า ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา นั่นแหละจะทำให้ธรรมวินัยนี้หมดไป, ศาสนาหมดไป. ศาสนาหมด เพราะอะไร ? เพราะทำ อย่างไร ? หมดเพราะสอนผิดหลัก พุทธศาสนา, ปฏิบัติกันผิดหลักพุทธศาสนา, หวังผลผิดหลักพระพุทธศาสนา. เขียนตำราคัมภีร์ขึ้นมาใหม่ ๆ กลายเป็นศาสนาฮินดูไป. นี่คือหมดสนิทเช่นเดียว กับที่พุทธศาสนาได้หมดไปจากอินเดีย เพราะมีการสอนผิด, แต่งคัมภีร์พุทธผิด

น.410 จนกลายเป็นฮินดู : มีตัวตนเวียนว่ายตายเกิด; แล้วก็ไปโทษว่า อิสลามมา ทำให้พุทธศาสนาหมด หรือฮินดูรังแก. นี้ไม่ตรงตามความจริง. เช่นเดียวกับป่าไม้ ในเมืองไทยของเรานี้หมด ; มันหมดเพราะการ ให้สัมปทานยืดยาว กว้างขวาง นมนาน ; แล้วไปโทษว่าหมดเพราะมีผู้ ลักลอบตัดป่าไม้. นี้ไขว้กันอยู่กับความจริง. ทีนี้อยากจะแนะให้เห็น สิ่งที่ควรเห็นอย่างยิ่ง ต่อไปอีกว่า ถ้าคอม ฯ มา คอม ฯ นั่นแหละจะหมด. พุทธศาสนาเป็นคอมมิวนิสต์ที่เหนือยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์ คอมมิวนิสต์จัดโลกด้วยอาวุธ ; พุทธศาสนาจัดโลกด้วยธรรมะ คือ ความรัก และ เมตตา. พระเจ้าอยู่ข้างเรา, เรามี สหกรณ์ชีวิต ที่แตกต่างกัน. สหกรณ์ชีวิต : เช่น คอมมูน ของพวกหนึ่ง, คิบบุตช์ ของพวกหนึ่ง, นั้น สู้พุทธสหกรณ์ไม่ได้ ดอก. พุทธสหกรณ์ นั้น เราเป็นสหกรณ์แห่งการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ; อย่างที่กล่าวว่า สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น, ลงไปถึงสัตว์เดรัจฉาน แต่เพราะเรา ไม่ถือธรรมะในพุทธศาสนา เรา ก็ทำสหกรณ์อะไร ไม่ได้ : สหกรณ์ซื้อรำก็ล้ม สหกรณ์ขายไก่ก็ล้ม, สหกรณ์ขายข้าวก็ล้ม, สหกรณ์ ขายปุ๋ยก็ล้ม ; ล้มทั้งนั้น เพราะมันกลายเป็นสหโกง, คือช่วยกันโกง เพราะ ไม่มีธรรมะ.

น.411 คอมมูนหรือ คิบบุตซ์ แบบใดในโลก นั้นเป็นสหกรณ์เพียงเพื่อทำมา หากิน. พุทธสหกรณ์นั้นเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย, เป็นสหกรณ์กันถึง ความเจ็บไข้และความตาย, และตลอดลงไปถึงสัตว์เดรัจฉาน และต้นไม้ ซึ่งก็มี ชีวิตด้วยเหมือนกัน. เราถือหลักเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย. ใครเจ็บลง ก็เป็นทุกข์เป็นร้อนกันทั้งหมู่บ้าน, ใครตายลง ก็มาช่วย กันทั้งหมู่บ้าน, ให้เจ้าของนั่งร้องไห้ตามพอใจ. ถ้าเขาอยากจะนั่งร้องไห้ ก็มี เพื่อนบ้านมาหุงข้าวหุงปลาอาหาร, หรือกระทั่งทำมาให้เสร็จ; บ้านที่มีคนตาย นั้น ไม่ต้องติดไฟขึ้นเลยก็ยังได้. นี้คือสหกรณ์ชีวิตตามแบบของพุทธบริษัท ในพระพุทธศาสนา. คอมมิวนิสต์มา พุทธศาสนาไม่หมด ; เพราะว่าพุทธศาสนาแข็งแกร่ง เป็นเหล็กเพชร. พุทธศาสนาไม่ใช่ของกรอบเป็นข้าวเกรียบ, อะไรกระทบ นิดหนึ่งก็แตกสลาย. พวกเราอย่าได้ดูหมิ่นพระศาสนาของเรา ถึงขนาดนั้นเลย ; พุทธศาสนาที่แท้จริงนั้นเราเก็บไว้ในหัวใจ, จะหมดได้อย่างไร? ใครจะ ทำลายร่างกาย หัวใจก็ยังมีธรรมะ ; ธรรมะก็ยังเหลืออยู่ สำหรับสั่งสอนและ ปฏิบัติสืบต่อกันไป. ขอให้เราทุกคนเป็นพุทธบริษัทโดยแท้จริงเถิด พุทธศาสนาไม่ใช่อยู่ที่เปลือก เช่น โบสถ์ วิหาร พระเจดีย์ เป็นต้น. แต่ พุทธศาสนาที่แท้จริงอยู่ในหัวใจคน ; แม้ว่าเปลือกนอกจะถูกทำลาย เรา ก็สร้างเอาใหม่ได้, มีซากเหลือ อย่างที่เห็นอยู่ได้ทั่วไปในอินเดีย. เรามาหล่อ เปลือกกันพักเดียว ก็ได้เป็นแสนเป็นล้าน เพราะว่าหัวใจมันยังอยู่ ; อย่าให้ หัวใจตายเสียเลย.

น.412 การทำลายเปลือกนอกของพุทธศาสนา เช่นโบสถ์ วิหาร พระเจดีย์ โดยใช้อาวุธนั้น มีการกระทำกันมาแล้วแต่หนหลัง, เราก็เคยประจญกัน ก่อนแต่ ที่คอมมิวนิสต์จะมีขึ้นมา ในโลกด้วยซ้ำไป. เรารบพม่าก็เคย. เรารบฝรั่งก็เคย, ชนะมาแล้วด้วยธรรมะ มิใช่หรือ ? ประเทศเล็ก ๆ รอดตัวอยู่ได้ด้วยธรรมะ มิใช่หรือ? อาวุธธรรมะ ชนะอาวุธเหล็ก. สามารถต่อสู้ทำลายปฏิปักษ์ ได้ทุกลัทธิ ถ้าหากว่าเราใช้เป็น. อย่าดูหมิ่นพระธรรมประจำชาติของเราเลย พุทธบริษัททั้งหลายเอ๋ย พระ- ธรรมเคยช่วยเรามาอย่างไร ; จงนำมาช่วยสืบต่อไปอย่าได้หยุดเสีย. อย่ามัวกลัวว่า คอมมิวนิสต์มาพุทธศาสนาหมด. ควรกลัวอย่างยิ่งว่า พุทธศาสนาจะหมด ทั้งที่คอมมิวนิสต์ยังไม่มา. เตรียมธรรมะไว้รับหน้า คอมมิวนิสต์ในทุกกรณี ภายในประเทศ ภายนอกประเทศ หรือทั่วโลก ช่วยกัน ให้เพียบพร้อมไปด้วยธรรมะ. ธรรมะจะมีอำนาจเหมือนกับปาฏิหาริย์ จะทำให้ทหารของเรารบโดย ไม่มีบาป, มีธรรมะอยู่ในใจ รบเพื่อป้องกันธรรมะ เพื่อช่วยโลก ไม่มีเจตนา จะฆ่าใคร. ทหารจะมีกำลังที่ไหนมารบ ถ้าไม่มีกำลังธรรมะอยู่ในใจ. มีธรรมะ อยู่ในใจ, อยู่ที่กาย อยู่ที่ใจ จะมีกำลังอย่างยิ่งเหมือนกับปาฏิหาริย์. จงสะสมธรรมะเป็นอาวุธเถิด ให้พร้อมๆ กับที่สะสมอาวุธทั่วไป, สะสมธรรมะเป็นอาวุธ ให้เท่า ๆ กับอาวุธทั่วไป หรือมากกว่า จงฝึกฝนการใช้ อาวุธ ที่ทำให้มีอำนาจ เหมือนกับอำนาจของพระเจ้า.

น.413 สำหรับพระธรรมนั้น ทำให้เราไม่รู้จักตาย ใครฆ่าก็ไม่ตาย. พระ ธรรมไม่รู้จักตาย ใช้เป็นที่พึ่งได้ทุกกรณี. ใครจะมาฆ่าคนที่มีธรรมะให้ตาย มันก็ตายแต่เปลือก. ธรรมะอยู่ในหัวใจ : ธรรมะไปอยู่ในใจทุกคนที่ได้รับคำสั่ง สอน, แล้วนำมาปฏิบัติกันอยู่ไม่มีวันสูญสลาย, ธรรมะไม่มีวันตาย. ขอให้ธรรมะรีบกลับมา ขอให้ร่วมมือกันช่วยทำให้ธรรมะกลับมา เป็นที่พึ่งของผู้ถือธรรมะในโลกนี้ ; จะมาในนามของพระพุทธศาสนา ก็ได้ ของ พระเป็นเจ้าในศาสนาใดก็ได้. พระเจ้าคือกฎของพระธรรม อาตมาจึง มีเจตนา บรรยายธรรม เพียงเพื่อธรรมะกลับมา. ที่นี้ก็จะดูถึงการบรรยาย ในครั้งที่แล้ว ๆ มา ที่ได้พูดไปโดยหัวข้อว่า ธรรมะจะกลับมา ด้วยความคงเส้น คงวา ความถูกฝาถูกตัว ความมีหัวมีหาง ระวัง คางระวังคอ ถอนตอแล้วลงหลัก รู้ว่ากงจักรหรือดอกบัว. ส่วนในวันนี้จะได้กล่าว โดยหัวข้อว่า กิเลสเป็นตัว ธรรมะเป็นตน. กิเลสเป็นตัวทำให้เกิดตัวกู เห็นแต่แก่ตัว. กิเลสเป็นตั ว ระวังให้ดี, คนเรานั้น ชอบตัวเอง เห็นแก่ตัวเอง รักตัวเอง, นั่นแหละ กิเลสเป็นตัว. กิเลส คำนี้ ตรงกับคำว่า คอร์รัปชั่น คือ ของ สกปรกที่แทรกอยู่ในของ สะอาด. กิเลสคือคอร์รัปชั่น ถึงขนาดว่าไปปล้นเอาของธรรมชาติมาเป็นตัวกู -

น.414 ของกู หรือปล้นของของพระเจ้า ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ; แม้ของส่วนรวม ของประเทศชาติ มาเป็นของตัว, อาศัยอำนาจหน้าที่ราชการ ที่เขามอบให้ด้วย ความไว้วางใจ ปล้นของประเทศชาติมาเป็นของตัว. นี้คือกิเลสเป็นตัว, ตัวเป็น ของกิเลส. ตัวชนิดนี้เป็นของกิเลส, ระวังให้ดี; อย่ารักตัวชนิดนี้, อย่าเห็น แก่ตัวชนิดนี้. ต่อไปนี้ก็ดูให้เห็นว่า ตัวกูนั้นเกิดมาจากกิเลส. พิจารณากันโดย หลักธรรมชั้นลึก เป็นเรื่องภายในจิตใจ ว่า กิเลสจะเกิดกันได้อย่างไร ? แล้ว เกิด เป็นตัวกู - ของกูขึ้นมาได้อย่างไร ? เมื่อคน มองเห็นของรัก น่ารักอย่างยิ่ง อยากจะได้ อย่างจับอกจับใจ ไป เกี่ยวข้องเข้าแล้ว ก็เพลิดเพลินอย่างยิ่ง, พร่ำสรรเสริญ สูดปากทีเดียว, มีจิตหยั่ง แน่นลงไปในสิ่งที่ตนรัก. จิตของเขาตกเป็นทาสของความอยาก อันเนื่องด้วยสิ่งนั้น. พระพุทธเจ้าตรัสเรียกจิตชนิดนี้ ว่าประกอบอยู่ด้วยอุปาทาน, เกิดความหมายมั่น สืบเนื่องขึ้นมาในตัวเองว่า ตัวกู. และหมายมั่นสิ่งที่หลงรักว่า ของกู. นี่แหละ กิเลสมันสร้างตัวกู, สร้างของกู, มีกิเลสนั่นเป็นตัวกู ตามความสำคัญมั่น หมาย ; เป็นมายาหลอกลวงอย่างยิ่ง เป็นตัวปลอม ไม่ใช่เป็นตัวที่แท้จริง นี้ เอาเป็นที่พึ่งไม่ได้. แต่บุถุชนคนทั้งหลายในโลกนี้ ก็มีตัวกู ตัวตนปลอมนี้ ด้วยกันทั้งนั้น จึงได้เป็นทุกข์อย่างสาสมกัน ทั่วไปในโลก ทั่วทั้งโลก. อาการอย่างนั้น เรียกว่า

น.415 เป็นกิเลส ประเภทโลภะ ความโลภอยากจะได้, หรือ ราคะ ความกำหนัด ย้อมใจ. กิเลสประเภทนี้ มีลักษณะดึงเข้ามาหาตัวกู มากอดรัดไว้ มายึดถือไว้ เป็นลักษณะเฉพาะของมัน. ทีนี้ ถ้าเป็นกรณีที่มันไม่ได้ตามต้องการ ก็เกิดกิเลสประเภทถัดไป คือโทสะ หรือ โกธะ; มันมีลักษณะที่จะฆ่า จะทำลาย จะผลักให้ออกไป, นี้ก็เป็นกิเลสประเภทหนึ่ง มีตัวกูเกิดขึ้นอย่างดุร้าย. ส่วน กรณีที่หลงใหลอยู่ ด้วยความสงสัย ทึ่ง สนใจ สลัดออกไปจากความรู้สึกไม่ได้ ; นี้เป็น กิเลสประเภทโมหะ. สังเกตกันได้ง่าย ๆ อย่างนี้ว่า โลภะ ดึงเข้ามา, โทสะ ตีออกไป, โมหะ วนอยู่รอบ ๆ. ทุกคน จงรู้จักกิเลส ทั้งหมดทั้งสิ้น มากมายหลายร้อยหลายพันอย่างว่ามัน มีอยู่เพียง ๓ ประเภทเท่านั้น. และทั้ง ๓ ประเภทนั้น มีความรู้สึกว่าตัวกูเต็มปรี่อยู่ทั้งนั้น ; เป็นตัวตนปลอม แต่ก็ไม่รู้จัก, ก็หลงรักโดยความเป็นตัวตน. กิเลสเป็นตัวกู, ตัวกูที่เกิดมาจากกิเลสอย่างนี้ ทำให้เห็นแก่ตัว, ไม่สามัคคีกันได้, ไม่รู้จักรักประเทศชาติ, ศาสนา พระมหากษัตริย์. แม้จะเรียก ร้องความสามัคคีอย่างไรมันก็มีไม่ได้ ; เพราะมันเห็นแก่ตัว มันรักแต่ตัวกู.

น.416 นี่แหละ กิเลสเป็นตัว, ตัวของกิเลส, เป็นตัวกู ของกู ตัวมายาตัว ปลอม มิได้มีอยู่จริง ; เอาตัวชนิดนี้เป็นที่พึ่งไม่ได้. ธรรมะเป็นตน คือปฏิบัติถูกตรงมีผลถูกต้องปรากฏที่กาย วาจา ใจ. ทีนี้ก็มาถึง ธรรมะเป็นตน. ธรรมะเป็นตน คู่กับกิเลสเป็นตัว ธรรมะ นั้นเป็นตน คือเป็นตัวตนที่แท้จริง และจะเอาเป็นที่พึ่งได้. ธรรมะคืออะไร ? ธรรมะคือผลของการปฏิบัติถูกต้อง ทางกาย ทาง วาจา ทางใจ ด้วยสติปัญญา ถูกต้องตามขั้นตอนแห่งชีวิต ที่วิวัฒนาการ ของตน. ผลเกิดมาจากการปฏิบัติถูกต้องอย่างนี้ เรียกว่าธรรมะ, หลักปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนี้ ก็เรียกว่า ธรรมะ, ความรู้เพื่อให้ปฏิบัติได้อย่างนี้ ก็เรียกว่า ธรรมะ. มีธรรมะจริงแล้ว ก็รู้จักสิ่งทั้งปวง ว่ามีความเป็นเช่นนั้นเอง, มัน เป็นเช่นนั้นเอง ตามกฎของธรรมชาติ; เช่นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จะยึดถือ เอามาเป็นตัวกู - ของกู ไม่ได้ เห็นแล้วก็ไม่หลงหมายมั่นอะไร ว่าเป็นตัวกู - ของกู, ชนิดที่เป็นการปล้นธรรมชาติ เอามาเป็นของกู มีธรรมะแล้ว ก็ไม่ทำ อย่างนั้น จึงไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ ; ใช้เป็นที่พึ่งได้ แม้แก่ตัวของกิเลส, ตัว ของกิเลสอันเร่าร้อนนั้น ใช้ธรรมะที่เป็นตนอันแท้จริงมาเป็นที่พึ่ง.

น.417 ตนของธรรมะ เป็นที่พึ่งแก่ตัวของกิเลสได้ จำเป็นที่จะต้องใช้กัน ทั้งโลก; ทำให้โลกนี้มีสันติ. จงเห็นแก่ตนของธรรมะ ; อย่าเห็นแก่ตัว ของกิเลส. ถ้ายิ่งเป็น ธรรมะประเภทอสังขตะ ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นที่พึ่งได้อย่างยิ่ง. อสังขตะ ไม่อยู่ในอำนาจของสิ่งใด ; เช่นกฎของธรรมชาติ หรือพระนิพพาน อันเป็นอมตะนิรันดร เป็นที่พึ่งอันสูงสุด อำนวยสุขอันสูงสุด ให้ปรากฏแก่จิต มีตนเป็นที่พึ่ง; มีตนเป็นที่พึ่งนี้ไม่ใช่มีตัวกู - ของกู เป็นที่พึ่ง, มีตนอันเกิดจากธรรมะเป็นที่พึ่ง. พระพุทธองค์ตรัสว่า อตฺตที่ปา อตฺตสรณา อนญฺณสรณา ธมฺมทีปา ธมฺมสรณา อนญฺญสรณา ; หมายความว่า การมีตน เป็นที่พึ่งนั้น คือการมีธรรมะเป็นที่พึ่ง. ให้ทุกคนแสวงหามาเป็นที่พึ่ง นี้คือ พระพุทธศาสนา ที่มีธรรมะเป็นหัวใจ. ขอให้เรา แสวงหาที่พึ่งอันแท้จริง กันอย่างนี้ คือธรรมะที่เป็นตัวตน อันแท้จริง แม้ของธรรมะเอง ไม่มีใครทำอะไรได้ ; เป็นอยู่ในลักษณะที่ สมมติเรียกกันว่าพระเป็นเจ้า, แล้วมีผลเป็นพระนิพพาน คือสุขอันเป็นนิรันดร. ตน ที่แท้จริงคือธรรมะ, มีธรรมะเป็นตน. พุทธศาสนาเรามีธรรมะ เป็นหัวใจ ; โดยเฉพาะ ชนชาติไทยเรานี้ มีธรรมเป็นคู่ชีวิต.

น.418 ธรรมะเท่านั้นเป็นคู่ชีวิต. อาตมายืนยันว่า ธรรมะเท่านั้นเป็นคู่ชีวิต ; ไม่ใช่ผัว ๆ เมีย ๆ เป็น คู่ชีวิต. ผัวเมียที่ไม่มีธรรมะแล้ว จะต้องกัดกันเป็นแน่นอน แล้วจะเรียกว่า คู่ชีวิตได้อย่างไร ? ชาวไทยเรามีธรรมะเป็นคู่ชีวิตจิตใจ เป็นที่พึ่งมาแล้วแต่โบราณ- กาล, อย่างที่เราไม่ควรจะลืมพระคุณ อย่าได้เนรคุณต่อธรรมะเลย เอาธรรมะมา เป็นตน หรือเป็นที่พึ่งแก่ตน จงทุก ๆ คนเถิด ธรรมะจะต้องกลับมาเป็นที่พึ่ง แก่บุคคล แก่ประเทศชาติ แก่ โลกทั้งมวล, ทั้งโลกมนุษย์ และโลกเทวดา. พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า พระพุทธองค์ทรงอุบัติขึ้นมา เพื่อเป็นประโยชน์ แก่โลก ทั้งเทวดาและมนุษย์. ธรรมวินัย คือ พระศาสนา ของพระองค์นั้น มีอยู่เพื่อเป็นประโยชน์แก่สัตว์โลก ทั้งเทวดาและมนุษย์. ขอให้พุทธบริษัท ช่วยกันรักษาพระธรรมวินัย หรือพระศาสนาไว้ เพื่อประโยชน์แก่โลกทั้งเทวดา และมนุษย์. อย่าทำให้สูญหายไป, ทำให้วิปริตผิดพลาดไป. รวมความว่า เราจะต้องช่วยกันทำให้ธรรมะกลับมา. ถ้าใครกลัว ว่า พุทธศาสนาจะหมดไป เพราะคอมมิวนิสต์มาก็ดี, หรือใครกลัวว่า พุทธศาสนา หมดเพราะเราทำกันเองให้หมด โดยที่คอมมิวนิสต์ไม่ต้องมาก็ดี ; ความกลัวนี้

น.419 เป็นความกลัวที่ถูกต้องแล้ว ก็ควรจะกลัว, แล้วจะแก้ไขกันอย่างไร ? ก็ต้องช่วย กันทำ, รีบทำ ช่วยกันทำ อย่างพร้อมเพรียง ให้ธรรมะกลับมา. อย่ามัวกลัวคอมมิวนิสต์เหมือนกลัวผีกลัวสาง หลอกกันให้กลัวจนทำ อะไรไม่ถูก ; แล้วกลับไปแก้ไขพระธรรมแก้ไขพระศาสนา ให้กลายเป็นอย่าง อื่นไป; เช่นสอนผิด ๆ ปฏิบัติผิด ๆ หวังผลผิด ๆ, แต่งตำราขึ้นมา อย่างตรงกันข้าม กับหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ใช่ตัวตน ก็แต่งให้มีตัวตนกลายเป็นฮินดู, เป็น อุปนิษัทของฮินดูขึ้นมา อย่างนี้ ; ไม่ช่วยให้ธรรมะกลับมา, แล้วช่วยให้ พุทธศาสนาหมดไปโดยที่คอมมิวนิสต์ยังไม่มา, ยังไม่ต้องมา, พุทธศาสนาก็หมด ไปเสียเองแล้ว ด้วยน้ำมือของพุทธบริษัท. ขอพวกเราที่เป็น ชาวพุทธ จงได้รู้จักพระพุทธศาสนาของตน ว่าจะ หมดไปได้อย่างไร? ทำไมพระพุทธเจ้าท่านจึงตรัสว่า จะหมดไปก็ด้วยน้ำมือของ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา นั้นเอง ? ไม่มีสิ่งอื่นใดในภายนอก จะเข้ามาทำ ให้ธรรมวินัยนี้หมดไปได้ เราจงช่วยระวังกันให้ดี เมื่อไม่ต้องการให้พุทธศาสนาหมดแล้ว ก็ ต้องช่วยกันระวัง ในเรื่องนี้, อย่าให้มีการสอนผิดหลัก, อย่าให้มีการปฏิบัติผิด หลัก, อย่าได้หวังผลกันอย่างที่ผิดหลัก, ชักชวนกันไปแต่ในทางที่ผิดหลัก ของ พระพุทธศาสนา. เช่นยั่วให้คนทำบุญ โดยเอาอบายมุขนานาประการ มาล่อ หลอกกันอย่างนี้ ; นั่นแหละระวังให้ดี จะเป็นการช่วยกัน ทำให้พุทธศาสนา หมดไป โดยที่คอมมิวนิสต์ยังไม่มา, หรือไม่ต้องมา, เราก็ทำให้หมดสิ้นไปจาก ประเทศของเราได้, หมดไปจากโลกของเราได้.

น.420 ทุกศาสนามีธรรมะเป็นหลักทั้งนั้น. ไปดูให้ดี ให้ถึงหัวใจของ ศาสนา ที่กล่าวไว้โดยภาษาธรรม ; อย่าไปยึดถือภาษาคน สำหรับลูกเด็ก ๆ. อะไร ๆ มันอยู่ที่การกระทำที่ผิดหรือถูก ในทางจิตทางใจ, มีการกระทำทางจิต ถูกต้องแล้ว ก็เป็นธรรมะขึ้นมาทันที ; จะช่วยคุ้มครองมนุษย์ในโลกนี้ ให้ เป็นมิตรสหาย ให้รักใคร่กัน อย่างที่เรียกว่า เป็นธรรมสหกรณ์, เป็นสหกรณ์ กันทั้งโลก โดยอาศัยสิ่งที่เรียกว่าธรรมะ ในลักษณะที่เป็น ชีวิตสหกรณ์ ชี วิตสหกรณ์ก็เพื่อช่วยกันรักษาชีวิต เป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น : ลงไปถึงสัตว์เดรัจฉาน, ลงไปถึงต้นไม้ต้นไล่, ซึ่งก็มีชีวิต เป็นของโปรดของพระพุทธเจ้า ; เพราะว่าพระพุทธเจ้าประสูติใต้ต้นไม้ ตรัสรู้ใต้ ต้นไม้ ประทับ อยู่ในชีวิตประจำวันทั่วไป ใต้ต้นไม้ แล้วก็ นิพพานใต้ต้นไม้ ต้นไม้เป็นของโปรดของพระพุทธเจ้าอย่างยิ่ง; พุทธบริษัทจะทำ ลายป่าไม้ไม่ได้. เราขอประท้วงไว้อย่างยิ่ง ว่าเป็นการทำลายของโปรดของ พระพุทธเจ้า ทำลายของโปรดของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นประมุขของพุทธบริษัท ใครทำลายป่าไม้ ไม่ชื่อว่าเป็นพุทธบริษัท. ขอได้โปรดสำรวมระวังให้ดี ๆ ถ้าธรรมะกลับมาแล้ว ป่าไม้ทั้งหลาย ก็จะเจริญงอกงาม, สัตว์เดรัจฉานจะอยู่เป็นสุข, มนุษย์ก็อยู่เป็นสุข, เพราะเหตุ ที่มีธรรมะกลับมา. ขอได้สนใจ ในการที่จะ ทำให้ธรรมะกลับมา ด้วยการประพฤติตัว อย่างคงเส้นคงวา ถูกฝาถูกตัว มีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ ถอนตอแล้ว ลงหลัก รู้ว่านี่มันกงจักรหรือดอกบัว ; ดังที่ได้เคยบรรยายมาแล้วแต่หนหลัง.

น.421 และขอย้ำว่า กิเลสเป็นตัว อย่าเอาเป็นที่พึ่งเลย, อย่าเอาเป็นตัว ของตนเลย. ธรรมะนั้นเป็นตน, เอาธรรมะเป็นตน. จิตถึงธรรมะแล้ว ก็เป็นตัวตน ที่ควรจะเรียกว่าตัวตน เป็นอยู่อย่างผาสุกทุกทิพาราตรี. การบรรยายในวันนี้สมควรแก่เวลาแล้ว อาตมาขอยุติการบรรยาย ด้วย ความหวังว่าท่านทั้งหลาย คงจะมีธรรมะเป็นตน. อย่าเอากิเลสมาเป็นตน มีความสุขอยู่ทุก ๆ คน ตามหลักแห่งพระพุทธศาสนาเถิด. ขอยุติการบรรยายในวันนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้. -----------------

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต