Buddhadasa.org

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) ครั้งที่ ๓๐ — ธรรมะ ในฐานะสิ่งที่ต้องรู้ว่า เพียงแต่เกิดมาเป็นคนยังมิใช่มนุษย์

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) — คำบรรยายปาฐกถาพิเศษทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑–๒๕๒๔ (๓๖ ครั้ง ราวเดือนละครั้ง วันอาทิตย์ที่สาม) · วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๒๓

☰ สารบัญ 📅 ดูวันนี้ในปฏิทิน ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.422 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในครั้งนี้ อาตมาก็ยังคงทำไปโดยวัตถุประสงค์ว่า เพื่อ การกลับมาแห่งศีลธรรม. [ปรารภและทบทวน.] มีผู้ท้วงว่า พ้นสมัยที่จะทำให้ศีลธรรมกลับมา อาตมาเห็นว่า ยิ่งเป็น สมัย ที่ควรจะทำให้ศีลธรรมกลับมา ; แม้ว่าในปัจจุบันนี้ ฟังดูแล้ว รู้สึกคล้าย ๆ กับว่า การทำให้ศีลธรรมกลับมานั้น จะเหมือนกับการกลิ้งครกขึ้นภูเขา. แม้จะ รู้สึกอย่างนั้น ก็ไม่เห็นว่าจะต้องท้อใจ ; เพราะว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น, ไม่มีทางหลีก เลี่ยงเป็นอย่างอื่น. ๓๘๖

น.423 ธรรมดาสิ่งที่มีประโยชน์มาก มันก็ต้องลำบากมาก, หรือว่าต้องใช้เวลา นานมาก. ถ้ามาท้อใจในเรื่องอย่างนี้เสียแล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไร. แม้ว่าเราจะต้อง รบกันไปพลาง, ทำความเข้าใจกันไปพลาง ; เราก็ยังต้องพยายาม ทำความ เข้าใจอยู่นั่นเอง. แม้ว่าเราจะต้องปราบปรามอาชญากรรมแก้ปัญหาอื่น ๆ พร้อมกันไปพลาง; เราก็ยังต้องพยายาม ที่จะแก้ปัญหาในทางศีลธรรมอยู่ นั่นเอง. ถ้าศีลธรรมไม่กลับมา โลกาก็วินาศ นี่คือข้อที่อาตมากระทำไว้ในใจ. ที่เป็นส่วนรวมกันทั้งโลกนั้น ก็เห็นได้ว่า มีวิกฤตการณ์อันถาวรอยู่ทั่วไป. สำหรับ ประเทศไทยเรา ก็มีปัญหาอย่างเดียวกัน คือว่า มีวิกฤตการณ์ในภายใน ; โดย เฉพาะอย่างยิ่ง อันธพาลที่รบกวน, และ ปัญหาต่างๆ เช่นปัญหาทางเศรษฐกิจ แก้ไขไม่ได้ ; เพราะว่าประชาชนไม่มีศีลธรรม. เพราะฉะนั้น ก็จะต้องหันหน้าเข้าไปหาปัญหาศีลธรรม อันเป็น ต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งหลาย. การดึงศีลธรรมกลับมาคือการปฏิบัติถูกต้อง ตาม กฎของธรรมชาติเกี่ยวกับสิ่งนี้. ในครั้งที่แล้ว ๆ มา อาตมา ได้กล่าวโดยหัวข้อว่า มีความคงเส้นคงวา ถูกฝาถูกตัว มีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ ขุดตอลงหลัก รู้ว่ากงจักรหรือดอกบัว กิเลสเป็นตัวธรรมะเป็นตน. ครั้งนี้ก็ว่า เพียงแต่เกิดมาเป็นคนยังไม่ใช่มนุษย์.

น.424 เป็นมนุษย์ต้องมีใจสูง, มีศีลธรรม. คนในโลกยิ่งไม่เป็นมนุษย์มากขึ้น โลกจึงต้องเต็มไปด้วยวิกฤตการณ์ ที่คนสร้างขึ้น. ถ้าเป็นมนุษย์จริงไม่สร้างวิกฤตการณ์ ; ดังนั้น การทำคนให้ เป็นมนุษย์ ขึ้นมาให้ได้ นั่นแหละ เป็นใจความสำคัญ ของการแก้ปัญหาทาง ศีลธรรม, หรือแก้ปัญหาทุกปัญหา. มีคนถามว่า มีเหตุผลอย่างไร, รู้ได้อย่างไร ว่าศีลธรรมได้เหือดหายไป ? เรื่องนี้เกือบจะไม่ต้องพูดแล้วทุกคนรู้ได้ สันนิษฐานได้. มองดูให้ทั่วไปทั้งโลก ก็จะพบว่า โลกเต็มไปด้วยสงคราม : สงครามร้อน ทำลายกันด้วยอาวุธ, สงครามเย็น ทำลายกันด้วยสติปัญญา หรือแผนทางการเมือง. นี่มันมีไปทั่วทุกหัวระแหง เป็นสงครามบ้าบออะไรก็ตาม, คือว่ามัน ทำไปอย่าง ไม่มีเหตุผล, ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำ, แล้วไปทำเข้า อย่างนี้. คิดดูเถอะว่า มันเป็นโลกบ้าหรือโลกดี. ในโลก มีแต่เทคโนโลยีในการส่งเสริมกิเลส, ส่งเสริมทางฝ่ายวัตถุ และทางจิตที่มาจากวัตถุ ก็ยังคงเป็นทาสของกิเลส ; จึงมีแต่การเป็นทาสของ วัตถุด้วย, เป็นทาสของกิเลสด้วย; จึงทำลายวัตถุ ซึ่งเป็นทรัพยากรของ ธรรมชาติอย่างมหาศาล. แม้จะดูอย่างแคบ ๆ ในประเทศไทยเรา ก็เห็นได้ว่า ศีลธรรมกำลัง เหือดหายไป. ลองจับคนมาถาม แม้แต่เรื่องศีล ๕ ก็จำได้ไม่ครบ ; แม้พวกที่

น.425 มีการศึกษา เรียนมาจากเมืองนอก ก็ยัง ไม่รู้ว่าศีล ๕ นี้มีอะไรบ้าง ? ก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง. อบายมุขทั้ง ๖ ว่ามีอะไร ? บ้านเราจึงเต็มไปด้วยอบายมุข. ดูที่คอ ที่เขาแขวนพระนั้น. รูปที่เขาเอามาแขวนกันก่อน ๆ นั้น เป็นรูปพระ รูปพระพุทธเจ้า. เดี๋ยวนี้เกือบจะหาไม่ค่อยได้แล้ว ; มันกลาย เป็นรูปคน, รูปคนคนใดคนหนึ่ง, ที่เขารู้สึกว่าขลังว่าศักดิ์สิทธิ์ สมัยก่อนแขวน รูปพระ ; เดี๋ยวนี้แขวนรูปคน มันขึ้นหรือมันลง ? ก็ลองคิดดู. ทีนี้มาดู หนังสือพิมพ์รายวัน ดูที่ ๔ หน้าของแผ่นปก ทุกฉบับ. ท่าน ท่านลองมาเปิดดู สำรวจดู ก็จะเห็นแต่ภาพอาชญากรรม, อนาจาร, เรื่องอาชญากรรม เลวร้าย, เรื่องอนาจาร. สมัยก่อนไม่เป็นเช่นนี้ ; ไปค้นพบดูในพิพิธภัณฑ์ หนังสือพิมพ์รายวันเมื่อ ๕๐ - ๖๐ ปีมาแล้ว แผ่นปก ๔ หน้านั้น เขามีเรื่องอะไร ? หนังสือพิมพ์สยามจีนโน วารศัพท์ หนังสือพิมพ์สยามออฟเซอร์เวอร์, ไปค้นดูใน พิพิธภัณฑ์ ดูแผ่นปก ๔ หน้า ว่ามันมีเรื่องอะไร ? แล้วก็จะรู้ได้เองว่า มันดี ขึ้นหรือเลวลง ? ถ้าจะแก้ตัวว่า คนซื้อหนังสือพิมพ์เขาต้องการอย่างนั้น ; ผู้ทำหนังสือ พิมพ์ก็ต้องอนุโลมตาม นั่นก็หมายความว่าผู้อ่านหนังสือพิมพ์ของเรา เป็น อย่างไรในทางศีลธรรม ; มันดีขึ้นหรือว่าเลวลง ? ที่นี้ก็ดูว่า อะไรมันจะเต็มบ้านเต็มเมืองไปเสียหมด ? ได้ยินเจ้าหน้าที่ ชั้นสูงเขาพูดว่า การเปิดสถานโสเภณี หรืออาบอบนวดนั้น ป้องกันอาชญากรรม

น.426 ทางเพศ อยากจะเปิดให้มาก เพื่อแก้ปัญหาทางเพศ. นี้มันตรงกันข้ามกับความ คิดของเรา. เราคิดว่าจะต้องเปิดชมรมธรรมะ ศึกษาศีลธรรม ปฏิบัติศีลธรรม ให้มากขึ้น จึงจะป้องกันอาชญากรรม. การเปิดสถานกามารมณ์ เพื่อ ป้องกันอาชญากรรมนั้นมองไม่เห็น ; สำหรับอาตมามองไม่เห็น ทีนี้ก็ดูจากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ แล้วก็จะเห็นได้ว่า ความเลวร้ายทาง ศีลธรรมได้มีมากขึ้น อย่างที่แต่ก่อนนี้มันไม่มีคือเกิดมีพ่อ ยุคคอมพิวเตอร์นี้ ข่มขืนลูกสาวของตนเอง ถูกจับไปที่โรงพักก็บอกตำรวจว่า เรียกทุนคืน. เลี้ยง ลูกหญิงมาเสียข้าวสุกมากแล้ว ; เดี๋ยวนี้จะเรียกทุนคืน. ท่านทั้งหลายลองฟังดู ว่ามันเป็นอย่างไร ; นี่ความรู้สึกทางศีลธรรมมันเป็นอย่างไร ? พ่อพาลูกสาวไปดูหนัง ลูกง่วงนอนก็ไล่ให้กลับก่อน แล้วถูกข่มขืน และฆ่าตายกลางทาง. นี่ดูศีลธรรมทั้งของพ่อและของลูก ว่าเป็นอย่างไร ? ทำไมจึงเปิดโอกาสให้เกิดการเลวร้าย ถึงอย่างนั้น ? หนังสือพิมพ์เมื่อวันก่อนนี้ก็ว่า ห นุ่มอายุ ๒๐ ดักข่มขืนแม่เฒ่าอายุ ๗๙ คราวทวด ; ลักษณะอย่างนี้มีไม่ได้ในสมัยที่ศีลธรรมยังมีอยู่ในคน คือคนยัง เป็นมนุษย์. เดี๋ยวนี้ ผู้หญิงถูกแย่งชิงวิ่งราวกลางวันแสกๆ, แล้วก็หาคนช่วยได้ยาก ไม่มีพลเมืองดีจะช่วย ; เขาเห็นว่าธุระไม่ใช่ อย่างดีก็ได้แต่ดู ดูแล้วก็เมินไป.

น.427 นี่ สมัยก่อนจะหาพลเมืองดีมาช่วยได้โดยไม่ยาก. นี่ขอให้คิดดูเถอะว่าศีลธรรม เป็นอย่างไร ? อาตมาคิดว่า เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว สำหรับที่จะสันนิษฐานว่า ศีลธรรม เหือดหายไป, มีความไร้ศีลธรรมเข้ามาแทนที่. ทำคนให้เป็นมนุษย์จะหมดปัญหา. ทีนี้ก็จะพูดกันถึง วิธี ที่จะทำให้ศีลธรรมกลับมา. ถ้าพูดกันอย่าง กว้าง ๆ ทั้งโลก ก็ต้องช่วยกันทำให้โลกรู้ว่า โลกไม่มีทางรอดอย่างอื่น นอก จากศีลธรรมกลับมา ศาสนากลับมา, ศาสนาที่เคยช่วยโลกมาแล้ว จะต้องกลับมา. ใ ห้วงการที่ทรงอำนาจในโลก เป็นเจ้ากี้เจ้าการในการที่จะดึงให้ ศีลธรรมกลับมา. องค์การสหประชาชาติ ก็จะเป็นองค์การพิทักษ์ศีลธรรม ของโลก; ไม่เป็นเพียงสำนักงานทุ่มเถียง เรื่องเกี่ยวกับประโยชน์เท่านั้นเอง. ประเทศไทยเรา ช่วยกันตั้งหน้าตั้งตาทำ สักอย่างเดียวว่า ทำคน ให้เป็นมนุษย์ ; ตามหัวข้อที่กล่าวข้างต้นแล้วว่า เพียงแต่เกิดมาเป็นคน ยัง ไม่เป็นมนุษย์. ถ้าเป็นคนก็สร้างปัญหา ; เป็นมนุษย์ก็ไม่สร้างปัญหา. ช่วย กันทำคนให้เป็นมนุษย์ ถูกต้องบริสุทธิ์ตามแบบของพุทธบริษัทเถิด จะได้ หมดปัญหาทุก ๆ อย่าง, ทุก ๆ ประการ

น.428 มนุษย์มีคุณลักษณะต่างกว่าคน. ในชั้นต้นนี้ เราสอน ให้ลูกเด็ก ๆ รู้ว่า มนุษย์กับคนนั้น ต่างกัน อย่างไร เสียก่อน. อาตมาจะพูดความต่างระหว่างมนุษย์กับคน. เด็ก ๆ ได้รับการสั่งสอนอย่างผิด ๆ ในโรงเรียนว่า มนุษย์แปลว่าคน, คนกับมนุษย์เป็นอย่างเดียวกัน มันก็ติดต้นอยู่เพียงเท่านั้น. อาตมาเรียกว่า การศึกษาชนิดหางด้วน ; ถ้าเป็นหมาก็หมาหางด้วน. เด็ก ๆ ไปตันอยู่แต่ เพียงว่า มนุษย์กับคนเป็นอย่างเดียวกัน เขาก็เลื่อนชั้นให้เป็นมนุษย์ไม่ได้. แม้ว่าเดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ของเรา จะ ร้องเพลงว่า กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน. ครูก็ยังไม่ได้สอนอยู่ดีว่า คนในความหมายหลัง นั้นคืออะไร? แก้กองกิเลสแล้วทำคนให้เป็นคน. คนจึงต้องแก้กิเลสนั้น อย่างไร ? คนที่เป็นคน เป็นผลของกีฬานั้นเป็นอย่างไร ? ในการอุปสมบทภิกษุ ในพุทธศาสนานี้ ต้องมีการซักไซ้พิถีพิถันกัน มากกว่า ; เป็นมนุษย์ไหม ? ไม่ได้ถามว่าเป็นคนไหม ? บาลี ใช้คำว่ามนุษย์ ; เห็นอยู่แท้ ๆ ว่าเป็นมนุษย์ ก็ยังต้องถามว่าเป็นมนุษย์ไหม ? นี่เขามีความหมายถึงว่า เป็นมนุษย์, คือเป็นคนที่เป็นมนุษย์ ไม่ใช่สักว่าเกิดมาเป็นคน. ยัง ถามว่า ปุริโสสิ? เป็นบุรุษ คือเป็นผู้ชายไหม ? เพราะว่าคำว่าผู้ชายนั้น ไม่ใช่หมายเพียง แต่ว่าเกิดมาเป็นชาย ; แต่ต้องมีคุณสมบัติเข้มแข็งอย่างผู้ชายจึงจะเรียกว่าเป็น

น.429 ผู้ชาย จึงถามว่า มนุสฺโสสิ - เป็นมนุษย์ไหม ? ปุริโสสิ - เป็นผู้ชายไหม ? นี้มัน ขึ้นอยู่กับความหมาย. เรื่องเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว โสเครตีส ซึ่งคนสมัยนี้นับถือเป็น ปรมาจารย์ทางสติปัญญาทางปรัชญานั้น ; มีเรื่องเล่าว่า โสเครตีสได้จุดคบเพลิง เที่ยวส่องหาอะไรง่วนอยู่กลางถนน, ในกรุงเอเธนส์. ประชาชนเขาถามว่า นี่คุณเที่ยวส่องหาอะไร ? โสเครติสเขาตอบว่า เที่ยวหา ส่องหาคน. นี่คิดดูเถอะว่า ทำไมถึงกับต้องเที่ยวจุดคบ แล้วเที่ยวส่องหาคน เหมือนกับหาเข็ม. ก็เพราะว่า คน ตามความหมายของโสเครตีสนั้น ก็เหมือนกับคน ในความหมายที่ว่า มนุสฺโสสิ นั้นเหมือนกัน. ถ้าเผอิญโสเครติส มาจุดคบเพลิงส่องหาคนที่กรุงเทพฯ นี้ เขาจะพบ คนสักกี่คน ? ขอให้ท่านทั้งหลายลองคิดดู แล้วก็จะรู้เองว่า คำว่า คน กับคำว่า มนุษย์นี้ต่างกันอย่างไร ? ทีนี้พิจารณากันต่อไปอย่างละเอียดสักหน่อยว่า ถ้าเราอย่าอยู่กันอย่าง คน แต่อยู่กันอย่างมนุษย์เถอะ แผ่นดินนี้ยังกว้าง, โลกนี้จะยังหลวม, ยังไม่ต้อง คุมกำเนิดก็ได้, ถ้าเราอยู่กันอย่างมนุษย์. ถ้าอยู่กันอย่างคน คือ เห็นแก่ตัว แล้ว โลกก็แคบ จนว่าจะต้องเป็นอันตราย. อยู่กันอย่างคน โลกแคบ เต็มที่แล้ว แต่ก็น่าแปลกประหลาดที่ว่า ที่ดิน ยังรกร้าง ว่างเปล่ามาก. อาตมาเคยนั่งรถไปยังที่แห่งหนึ่ง รถวิ่งตั้งเกือบชั่วโมง ก็ไม่เห็นมีอะไร มีแต่ป่าละเมาะ. ถามคนข้างเคียงว่า นี่ ทำไมจึงปล่อยให้เป็นป่า

น.430 รกร้าง อย่างนี้ ? เขาบอกว่า ทำอะไรไม่ได้ : เลี้ยงวัว มัน ก็มาลัก ไปฆ่าแกงเสีย หมด. ปลูกสับปะรด มันก็ มาขโมยหมด. ป่านี้ยังต้องทิ้งให้รกร้างอยู่อย่างนี้. นี่เสียเศรษฐกิจของชาติ ไปสักเท่าไร ๆ. ถ้าเรามีมนุษย์ ป่านี้ก็จะเป็นประโยชน์. เดี๋ยวนี้เป็นกันแต่คน ทำ กินไม่ได้ คอยลัก คอยขโมยกัน เพราะไม่มีศีลธรรม ; ถ้าศีลธรรมกลับมา ปัญหานี้จะหมดไป. หรืออาจจะพูดได้ว่า ถ้าเรา เป็นมนุษย์กันจริงๆ แล้ว อาชญากรรม วันละพัน ๆ ราย ทั่วทั้งประเทศ หรือทั่วทั้งโลก มันก็ จะหมดไป, คอร์รัปชั่น จะหมดไป, ฉ้อราษฎร์บังหลวงจะหมดไป. ตำรวจ ศาล เรือนจำ ไม่ต้องมี ; มีนิดเดียวก็พอ. นี่น่าสนใจไหม ? ในปี ๒๕๒๔ ที่จะมาถึงนี้ ว่ากันว่า องค์การโลกก็จะจัดให้เป็นปีเพื่อ คนพิการ เป็นงานของโลก. ไม่คิดดูบ้างหรืออย่างไร ? ว่าการพิการ ความ พิการ มันเกิดขึ้นมาในโลกอย่างไร ? อาตมาเห็นว่า มันเกิดขึ้นมาในโลกเพราะ ความไร้ศีลธรรม ไม่เป็นมนุษย์. ผู้ที่ให้กำเนิด เขาก็ดี, ผู้ที่กำเนิดเอง นั้นก็ดี, สังคม ที่แวดล้อมเขาอยู่ก็ดี, ล้วนแต่ไม่มีศีลธรรม จึงเกิดการพิการขึ้นมา. ถ้าผู้ให้กำเนิดมีศีลธรรม, ผู้กำเนิดเองก็มีศีลธรรม, สังคมแวดล้อมก็มีศีลธรรม, แล้วคนพิการจะหาทำยาหยอดตาก็ยาก

น.431 อยากจะพูดว่า ความไร้ศีลธรรม อยู่ที่ความไม่มีมนุษย์ ; ถ้ามี มนุษย์ ก็จะต้องมีศีลธรรม อยากจะพูดว่า ผู้หญิงนี้เป็นมนุษย์มากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงไปวัดมาก กว่า, ผู้หญิงไหว้พระมากกว่า, ผู้หญิงตักบาตรมากกว่า, ผู้หญิงกลัวบาป กลัวตก นรก มากกว่า; ผู้ชายไม่ค่อยกลัว. พยานมีอยู่ว่า เข้าไปในคุก ในเรือนจำ พบนักโทษชาย ๒ - ๓ พันคน ; นักโทษผู้หญิง ๒ - ๓ คนเท่านั้น, ๒ - ๓ พัน คนต่อ ๒ - ๓ คน คิดดูเถอะว่ามันกี่หมื่นกี่แสนเปอร์เซ็นต์กัน ที่มันต่างกัน ? เอาละ, ลองเทียบโดยหัวข้อใหญ่ ๆ ระหว่างคน กับ มนุษย์. คน เขา หาความสุขจากกามารมณ์. มนุษย์หาความสุขจากธรรม ปีติ เกิดจากทำหน้าที่ที่ถูกต้อง, ได้ทำหน้าที่ที่ถูกต้องของมนุษย์แล้ว ก็ยกมือไหว้ ตัวเองได้ ก็มีความสุข, ไม่ต้องไปหาความสุขจากสถานกามารมณ์เหมือนกับคน. คนเจริญด้วยวัตถุ. มนุษย์เจริญด้วยคุณธรรม. คนทำงานด้วย ความเห็นแก่ตัวกู. มนุษย์ ทำงานด้วยความเห็นแก่ธรรม คนทำงานด้วยอำนาจกระตุ้นของกิเลส. มนุษย์ทำงานด้วยอำนาจ กระตุ้นของสติปัญญา. นี่เป็นการแสดงอย่างเพียงพอแล้ว ว่าคนกับมนุษย์ต่างกันอย่างไร.

น.432 ทำคนเป็นมนุษย์แล้วก็หมดปัญหา. ทีนี้มาพูดถึงเรื่อง ทำคนให้เป็นมนุษย์กันต่อไป. อย่าลืมว่า มันมี เหตุผลเฉียบขาดว่า ถ้าทำคนเป็นมนุษย์กันได้แล้ว ปัญหาหมดทุกปัญหา. ปัจจัยข้อแรก ที่จะทำคนให้เป็นมนุษย์ ก็คือการศึกษา ซึ่งหาง ไม่ด้วน. การศึกษาที่หางไม่ด้วน จึงจะทำคนให้เป็นคนได้. กีฬาที่ว่าเป็นยา วิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน นี้มันก็ รวมอยู่ในคำว่า "ศึกษา". การ ศึกษาจึงแก้ปัญหา เดี๋ยวนี้ ไม่มีองค์การสากลในโลก ที่จะจัดโลกให้มีศีลธรรม ; มี แต่จะช่วยกันให้ฉลาด ในการหาประโยชน์เพื่อตน และเพื่อพวกของตน การ แพทย์ที่ดีช่วยให้คนตายน้อย มีคนมากจนต้องคุมกำเนิด ; แต่ก็ไม่รับประกันว่า คนที่เกิดมานั้นจะสมบูรณ์ดี มีศีลธรรมได้ ; ยังมีปัญหาเหลืออยู่ ที่จะต้องจัด การกันต่อไป; ยิ่งคนยิ่งมาก มันก็ยิ่งมีปัญหามาก. การคุมกำเนิด มีผลทำให้ พลเมืองมีความสมประกอบ หรือมีศีลธรรมหรือไม่ ? หรือจะเพิ่มความไม่มี ศีลธรรมมากขึ้นเสียอีก ? การศึกษาไม่ถูกต้อง ทำให้เรามีนักการเมืองที่จะต่อสู้เพื่อกิเลส, ต่อสู้ เพื่อตัวเอง, ต่อสู้เพื่อตัวกู, ต่อสู้เพื่อพรรคการเมืองของกู, ไม่มีการต่อสู้เพื่อ เห็นแก่ศีลธรรม. นี่การศึกษาไม่พอ. การศึกษาไม่ถูกต้อง พลเมืองไม่มีศีลธรรมแล้วประชาธิปไตยมี ไม่ได้. เขามีแต่ประโยชน์ของพรรคการเมือง, ไม่ใช่ประโยชน์ของประชาชน เป็นใหญ่. ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น ประโยชน์ของประชาชนเป็นใหญ่ ;

น.433 ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้. ขอให้จัดไปในทางว่า ประโยชน์ ของประชาชนเป็นใหญ่ นั่นแหละคือประชาธิปไตย. การศึกษาไม่พอ ; พลเมืองก็มีแต่อยากจะเป็นใหญ่, ไม่เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเองเป็น ใหญ่. การศึกษาที่แท้จริงคืออย่างไร ? การศึกษาที่แท้จริงนั้น อาตมา อยากจะพูดว่า คือการทำให้มีการเกิดใหม่, ให้คนเกิดเสียใหม่ มาเกิดเป็น มนุษย์, จึงพูดได้อีกทีว่า การศึกษานั้น เพื่อทำคนให้เป็นมนุษย์. ขอให้ดูให้ดี คนเรานี้เกิดได้หลาย ๆ หน อย่างน้อยที่สุดเกิดได้ ๒ หน : การเกิดหนที่ ๑ เกิดทางร่างกาย จากบิดามารดา นี้เป็นได้แต่เพียงคน ; เช่น เดียวกับสัตว์ก็เกิดเป็นสัตว์ คนก็เกิดเป็นคน. ทีนี้ เกิดหนที่ ๒ เกิดทาง วิญญาณ. นี้มีพระพุทธเจ้าเป็นพ่อ, มีพระธรรมเป็นแม่ มีพระสงฆ์เป็นพี่ ; เกิดแล้วก็เป็นมนุษย์ คือ ละความเลวทรามของคนเสีย, เกิดใหม่เป็นมนุษย์ ด้วยอำนาจของพระพุทธเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์เป็นพี่ ; ยังจะ มีการเกิดใหม่ทางวิญญาณ ครั้งต่อ ๆ ไปเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี และพระอรหันต์. ขอให้ดูให้ดีเถิด ว่า ศาสนาไหนก็ตาม ล้วนแต่ต้องการให้คนเกิด ใหม่ทั้งนั้น. ทั้งนี้ก็ เพื่อให้เหมาะสำหรับจะไปอยู่กับสิ่งสูงสุด คือพระเจ้า หรือพระนิพพานก็ตาม. คนต้องเกิดใหม่จึงจะไปอยู่ที่นั่นได้. ศาสนาไหนก็ล้วน แต่ต้องการให้คนเกิดใหม่.

น.434 เรามาขวนขวาย ชักชวนกัน หาเครื่องมือ และโอกาส ที่ให้คน ได้เกิดใหม่ ได้เป็นมนุษย์ กันให้สุดเหวี่ยงเถิด; แม้จะเป็นการกลิ้งครกขึ้น ภูเขาก็ไม่เป็นไร. เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมีมาก การกลิ้งครกขึ้นภูเขาเป็นของง่าย นิดเดียว ไม่เหมือนสมัยโบราณ. อย่าไปดึงคนแบบเก่ามาเป็นคนแบบใหม่ อย่างหลับหูหลับตาผลีผลาม, คือหลงความนิยมแผนใหม่ ที่เรียกว่าตามก้นฝรั่ง อย่าดึงคนแบบเก่ามาเป็นคน แบบใหม่ หลงใหลในวัตถุเลย. ขอให้ผลิตศูนย์ศึกษาธรรม อบรมธรรม ปฏิบัติ ธรรม, แทนการเพิ่มสถานกามารมณ์ สโมสรกินเหล้า ยกแก้วเหล้าข้ามหัวพระ ที่แขวนอยู่ที่คอ ให้มันมากขึ้นไปอีกเลย. พระราชพิธี ๑๒ เดือน อย่างที่มีอยู่ในคัมภีร์นั้น หนังสือเล่มนั้น ควรได้รับการปรับปรุงใหม่, เอามาประพฤติปฏิบัติ ให้ผดุงศีลธรรมประจำ เดือนทั้ง ๑๒ เดือน ไม่ใช่เพียงเพื่อสนุกสนานเท่านั้น แม้อย่างว่า ลอยกระทง เมื่อไม่กี่วันนี้ ต้องทำไปในลักษณะที่ส่งเสริมศีลธรรม ; ไม่ใช่ส่งเสริมกิเลส แผ่นกระดานหินของพ่อขุนรามคำแหง ที่เอามาเก็บไว้อย่างวัตถุพิพิธ- ภัณฑ์นั้น ดึงออกมาใหม่เถิด, ดึงออกมาใช้อย่างสมัยสุโขทัย. แผ่นกระดานหิน แผ่นนั้นใช้อย่างไรในสมัยสุโขทัย ขอให้เอามาใช้กันเต็มที่ในยุคนี้อีกเถิด. อย่า เก็บไว้เป็นวัตถุพพิธภัณฑ์เลย. ขอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาดูว่า นี้จะเป็นหนทางที่จะแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ได้หรือไม่ ? คือทำให้ศีลธรรมกลับมา การศึกษาที่แท้จริงนั้น คือทำให้

น.435 คนกลายเป็นมนุษย์. การศึกษาที่แท้จริงนั้น ทำให้มีโอกาสได้เกิดใหม่ ในทาง จิตทางวิญญาณ. การเกิดแต่ทางร่างกายอย่างเดียวนั้น มันก็เป็นได้แต่เพียงคน ; ไม่ ผิดแปลกแตกต่างจากสัตว์เดรัจฉาน มันเกิดมามันก็เป็นสัตว์เดรัจฉาน ; คน เกิดมาก็เป็นคน. ต้องเกิดทางจิตทางวิญญาณอีกครั้งหนึ่ง จึงจะได้เป็น มนุษย์ ; มีวิธีการอย่างที่กล่าวมาแล้ว. ทำคนให้เป็นมนุษย์ได้ วิกฤตการณ์ก็หมด. สรุปความว่า พอคนได้เป็นมนุษย์แล้ว ปัญหาหมด, วิกฤตการณ์ ต่างๆ ก็หมด ; เพราะว่าโลกนี้มีศีลธรรมคุ้มครอง. พวกเราก็ ไม่เสียทีที่ได้ เกิดมาเป็นมนุษย์ และได้พบพระพุทธศาสนา. ขอวิงวอนว่า ท่านทั้งหลาย จงได้พิจารณาสิ่งนี้อย่างตั้งอกตั้งใจ. ขอ ให้มองให้เห็น เพราะมันออกจะมองเห็นยาก; จะมองเห็นกันไปแต่ในทางว่า มันพ้นสมัยแล้วมันยากเกินไป หรือมันนานเกินไป. ยกเอาปัญหาว่า กว่าถั่วจะ สุกงาก็ไหม้นี้ ขึ้นมาเป็นเครื่องขัดขวาง ; นั้นมันคนละเรื่องกัน. เดี๋ยวนี้มันเป็นเรื่องที่ ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น จะต้องพยายามทำให้ ศีลธรรมกลับมา. มองเห็นตามที่เป็นจริง เพื่อประโยชน์แก่คนทั้งโลก, เมื่อคน

น.436 ในโลกเห็นด้วย โลกนี้มันก็เปลี่ยนเป็นโลกอย่างอื่น. ถ้าคนยังยึดมั่นในวัตถุ ; ความเจริญทางวัตถุ ที่เป็นเหยื่อของกิเลสแล้ว ; โลกนี้ก็ยังเป็นเหยื่อของ กิเลสสืบต่อไป; ไม่มีทางที่จะ หายใจอย่างบริสุทธิ์สะอาด ปราศจากความ ทุกข์ร้อน และวิกฤตการณ์ทั้งหลาย. ขอให้ท่านทั้งหลายทุกคน มองเห็นด้วยตนเอง, แล้วก็ เชื่อตนเอง, แล้วก็ แน่ใจด้วยตนเอง จึงจะเกิดความกล้าหาญขึ้นมา ; กลิ้งครกขึ้นภูเขา สักสิบลูกร้อยลูกก็ทำได้ เพราะว่าก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากแล้ว. ทีนี้ก็บากบั่น ที่จะทำให้เกิดมนุษย์ขึ้นมาในโลกให้จนได้ ขอได้มีความแน่ใจ เชื่อตัวเอง กล้าหาญบากบั่น อย่างนี้กันทุกคนเถิด. ขอให้ระลึกนึกถึง ข้อความ ที่อาตมาได้เคยกล่าวมาแล้วแต่หนหลัง ว่า เราจะต้องสร้าง ความคงเส้นคงวา ถูกฝา ถูกตัว มีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ ถอนตอแล้วลงหลัก รู้จักว่าอะไรเป็นกงจักรหรือดอกบัว กิเลสเป็นตัว ธรรมะเป็น ตน เกิดมาเป็นคนนี้ยังไม่เป็นมนุษย์. ขอให้สร้างโลกแห่งมนุษย์ เพื่อจะแก้ปัญหาทางศีลธรรม. เป็น มนุษย์ แปลว่ามีใจสูง หรือเป็นเหล่ากอของมนู ผู้มีใจสูง จะสร้างปัญหาได้ อย่างไร ; เพราะมีจิตใจสูง อยู่เหนือกิเลส ย่อมอยู่เหนือปัญหาโดยประการ ทั้งปวง. หวังว่า ท่านทั้งหลาย คงจะให้ความสนใจ ด้วยเห็นแก่มนุษย์ เห็นแก่ความเป็นมนุษย์ ที่หายไป ซึ่งจะเหลือแต่ความเป็นคน ล้วนแต่จะ สร้างปัญหา. และ ขอให้ทุกคนนี้ ได้เกิดเป็นมนุษย์กันเสียโดยเร็วเถิด.

น.437 อาตมาขอแสดงความหวังว่า เราจะได้เป็นมนุษย์กันเพิ่มขึ้น ๆ แล้วก็ มีความเป็นอยู่อย่างผาสุก ทุกทิพาราตรีกาล ตามแบบที่ได้เป็นมนุษย์ และ ได้พบพระพุทธศาสนา ; อาศัยพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่มีความหมาย อย่างเดียวกัน เป็นเครื่องนำทาง คือไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นลักษณะของคน. เห็น แก่สัตว์ทั้งหลาย เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันหมดทั้งสิ้น ซึ่ง เป็นลักษณะของมนุษย์ รุ่งเรืองอยู่ด้วยความเป็นมนุษย์ ทั้งโดยส่วนตัวและส่วน รวม ทุกทิพาราตรีกาลเถิด. อาตมาขอยุติปาฐกถาธรรมในวันนี้ ไว้แต่เพียงเท่านี้.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต