Buddhadasa.org

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) ครั้งที่ ๓๑ — ธรรมะ ในฐานะสิ่งที่ต้องรู้ว่า ถ้าเป็นชาวพุทธก็จะหมดปัญหา

เทคนิคของการมีธรรมะ (ศีลธรรมกลับมา) — คำบรรยายปาฐกถาพิเศษทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๑–๒๕๒๔ (๓๖ ครั้ง ราวเดือนละครั้ง วันอาทิตย์ที่สาม) · วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๒๔

☰ สารบัญ 📅 ดูวันนี้ในปฏิทิน ℹ️ ข้อมูลเล่ม / รีวิว

น.438 ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรม ทั้งหลาย, การบรรยายปาฐกถาธรรมในวันนี้ อาตมาก็จะได้กล่าวด้วยความมุ่งหมายว่า ศีลธรรม จงกลับมา เหมือนครั้งที่แล้ว ๆ มา. [ปรารภและทบทวน.] ทุกครั้งบรรยายไป ด้วยความหวังการกลับมาแห่งศีลธรรม ไม่สนใจ ที่ใครจะกล่าวหาว่า เพ้อไปคนเดียว และเป็นสิ่งที่นานเกินรอ เพราะว่าที่จริง มันไม่ใช่สิ่งที่นานเกินรอ. มันเป็นความจำเป็นสูงสุด ที่ โลกจะต้องมีศีลธรรมกลับมา; ไม่มี ศีลธรรมแล้ว นักเศรษฐกิจ ของโลกก็ คดโกง จนเศรษฐกิจปั่นป่วนไปทั้ง ๔๐๒

น.439 โลก, นักการเมืองก็คดโกง จนการเมืองของโลกเลวร้ายลงไปทุกที, นักการ ปกครองก็ฉ้อราษฎร์บังหลวง ทุกวิถีทาง, คนผลิต คนขาย คนซื้อ คนกลาง ก็ล้วนแต่คดโกง. อันธพาลจะเพิ่มขึ้น จะเต็มบ้านเต็มเมือง ชุมยิ่งกว่ายุง และ คนก็ ยากจน มากขึ้น เพราะไม่มีศีลธรรมในข้อที่ว่า มีความพากเพียร ; เพราะ ว่าการงานเป็นการปฏิบัติธรรม. คนเห็นแก่ตัว จนไม่มีความรักผู้อื่น การเรียก หาความสมัครสมานสามัคคี ก็เป็นสิ่งเหลวไหล. แม้คนไทยเราก็จะ ไม่รู้จักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดย แท้จริง. พูดกันแต่ปาก : เพราะขาดศีลธรรมในข้อกตัญญู ขาดปัญญา ความ รู้: และจะสูญเสียเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมไทย เพราะว่าศีลธรรม คือ เอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทย. ทุกคนปล่อยไปตามความรู้สึกฝ่ายต่ำไม่มีใครบังคับจิต, บูชาส่วน เกิน ตามทางของวัตถุนิยม ซึ่งเป็นการทำลายโลก หรือทำลายมนุษย์นั่นเอง. เพียงแต่ศีลธรรมกลับมา เท่านั้น มนุษย์ก็มีศีลธรรม โลกก็มีศีล- ธรรม, แล้วเศรษฐกิจ หรือการเมือง หรือการปกครอง ก็จะหมดปัญหา ที่ กำลังมีอยู่อย่างหนาแน่น. ทรัพยากรธรรมชาติจะไม่ถูกทำลาย อย่างสะเพร่า. มันจะมีเหลือใช้, หรือจะใช้ได้ไปอีกนาน มีความรักความเมตตาเต็มไปในโลก แล้วโลกนี้ก็จะเป็นโลกของพระศรีอารย์ หรือพระศรีอารยเมตไตรย. วิกฤตการณ์ ทุกชนิดจะหมดสิ้นไปโดยอัตโนมัติ.

น.440 จึงขอท่านทั้งหลาย จงได้พิจารณาความจริงข้อนี้. อย่าได้มองข้าม ไปเสียเลย. มนุษย์ทุกคนจงช่วยกันสร้างโลกของมนุษย์ คือโลกแห่งศีลธรรม. อย่าปล่อยให้เป็นโลกของอมนุษย์ต่อไปอีกเลย. หนทางเพื่อการกลับมาแห่ง ศีลธรรมนั้น มิใช่หนทางตัน และมิใช่จะต้องนานจนเกินรอ. ขอให้ได้คิดดู เ ท่านั้น มันก็ จะมีทางออก ก็จะมีทางปรับปรุง ให้เกิด ผลได้ในเวลาอันสมควร ; ไม่ใช่นานเกินรอ, ไม่ใช่ว่าคนยุคนี้จัด แล้วคนยุค หลัง ๆ จึงจะได้รับผล จะต้องรอกันตั้งร้อยปี อย่างนี้ก็หามิได้ ถ้าหากว่า วงการที่ทรงอำนาจ หยิบปัญหานี้ขึ้นมาพิจารณาแล้ว ก็ จะต้องเป็นไปได้ ในเวลาอันไม่นานเกินรอ. ขอร้องให้สนใจเป็นพิเศษ เพื่อ ความเป็นมนุษย์ของเราเอง. อาตมาได้กล่าวถึง หนทางแห่งการกลับมาของศีลธรรม มาตามลำดับ ว่า เราจะ ต้องมีความคงเส้นคงวา ถูกฝาถูกตัว มีหัวมีหาง ระวังคางระวังคอ ถอนตอ แล้วลงหลัก รู้ว่ากงจักรหรือดอกบัว กิเลสเป็นตัวธรรมะเป็นตน เป็นแต่เพียงคน ยังไม่ใช่มนุษย์. ส่วนในครั้งนี้จะกล่าวโดยหัวข้อว่า เป็นชาวพุทธปัญหาก็จะ หมดทุกปัญหา. ดังนั้น สิ่งที่จะต้องบรรยายในวันนี้ ก็มีหัวข้อว่า ชาวพุทธนั้นคือ ใคร ? ปัญหานั้นมีอย่างไร ? เป็นชาวพุทธแล้วจะหมดทุกปัญหาได้อย่างไร สืบไป ? และจะขอ แถมด้วยเรื่องอันเกี่ยวกับปีใหม่ และวันเด็ก บ้างตามสมควร เพราะทั้ง ๒ อย่างนี้ ก็เนื่องกับความเป็นชาวพุทธ. ปีใหม่ก็ยังล่วงไปไม่กี่วัน

น.441 ยังมีกลิ่นอาย, วันเด็กก็ได้ล่วงไปสัปดาห์เดียวเท่านั้น ยังมีกลิ่นอายที่ควรจะนำ มาพูดในฐานะที่เป็นเรื่องปีใหม่ของชาวพุทธ พุทธศาสนิกพึงปฏิบัติอย่างชาวพุทธ. ทีนี้ก็จะได้พูดถึงคำว่า ชาวพุทธ. ชาวพุทธมาจากความหมายของ คำว่าพุทธ. พุทธ หรือ พุทธะ แปลว่า ผู้ตื่น ผู้รู้ ผู้เบิกบาน. ผู้ตื่น คือตื่นจาก ความหลับด้วยอวิชชา, หรือ หลับด้วยกิเลส. ผู้รู้ ก็คือ รู้ทุกสิ่งที่ควรรู้ สำหรับ ความเป็นมนุษย์. ผู้เบิกบาน ก็คือ เบิกบานด้วยปัญญา และด้วยความสุข ที่เกิด ขึ้นจากการประพฤติปฏิบัติอย่างชาวพุทธ. ทีนี้ก็พูดถึง ผู้ตื่น, ตื่นจากการหลับ ; หลับในภาษาคน ก็คือ นอนกรนฟี้ ๆ อยู่นั่นเอง; หลับในภาษาธรรม นั้น หลับด้วยความโง่ หลับ ด้วยอวิชชา, วิ่งอยู่ เดินอยู่ ทำงานอยู่ ก็ยังหลับอยู่นั่นเอง เพราะหลับด้วย อวิชชา. ถ้าพูดอย่างหยาบคายก็ว่า โง่อยู่ทุกอิริยาบถ ทำอย่างหลับหูหลับตา อยู่ทุกการงาน ; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มือวิชชาในขณะแห่งผัสสะ : เมื่อตา เห็นรูป, เมื่อ หูได้ยินเสียง, เมื่อ จมูกได้กลิ่น, เมื่อ ลิ้นได้รส, เมื่อ กายได้สัมผัส ผิวหนัง มันก็ เกิดอวิชชา ความโง่ขึ้นมา เพราะความหลอกลวงของสิ่งเหล่านั้น มันก็โง่ไปตามกระแสแห่งความทุกข์, คือไปหาความทุกข์จนได้. นี้เรียกว่า คนหลับอยู่ด้วยอวิชชา.

น.442 ตื่นจากหลับ ก็หมายความว่า รู้ตามที่เป็นจริง ว่ านี้เป็นอะไร, นี้ เพื่ออะไร, เกิดมาทำไม, ที่สุดของมนุษย์จะต้อง ไปถึงไหน, ความเป็นมนุษย์ มีความหมายว่า อย่างไร ? ก็จะ ตื่นจากหลับคืออวิชชา. ทีนี้มาถึงคำว่า ผู้รู้ : รู้ในสิ่งที่ควรรู้. อะไรเป็นสิ่งที่ควรรู้ ? โดย พื้นฐานทั่วไป ก็ รู้สำหรับจะรอดชีวิตอยู่ ไม่ต้องตาย, แล้วก็อยู่อย่างมีอนามัยดี มีสมรรถภาพดี, รู้สำหรับให้เจริญก้าวหน้า ทั้งทางวัตถุและทางจิตใจในหนทาง ที่ควรเจริญ ไม่เกิน ไม่เฟ้อ โดยหลักใหญ่ ท่านระบุไว้ว่า รู้ทุกข์, รู้เหตุแห่งทุกข์, รู้ความดับทุกข์ , รู้ทางให้ถึงความดับทุกข์, อย่างนี้ก็จะหมดปัญหา ทั้งส่วนเอกชน และส่วนโลก เป็นส่วนรวม. และ รู้อย่างละเอียดลึกซึ้ง ลงไปว่า ทุกอย่างมีเหตุมีปัจจัยเป็นไป เช่นนั้นเอง ตามกฎแห่งเหตุและปัจจัย ; จะมามัวรัก มัวเกลียด มัวกลัว มัวอะไรอยู่ทำไม, ระบบแห่ง ความเป็นเช่นนั้นเอง นั้นมีมาแล้วสำหรับทุกคน. บางทีเขาก็ เรียกว่า พรหมลิขิต บ้าง, ตามบุญตามกรรม บ้าง, ที่แท้มัน เป็นระบบ แห่งความเป็นเช่นนั้นเองของธรรมชาติ. เขาจึงรู้ว่า ทุกสิ่งไม่ควรหมายมั่น เอามาเป็นตัวกู - ของกู ; เพราะมันเป็นเช่นนั้นเองตามกฎของธรรมชาติ. รู้จัก ทำการงานทุกชนิดด้วยจิตที่ว่างจากความหมายมันแห่งตัวกู, มีแต่ปัญญาและ สติสมบูรณ์อยู่เสมอ. รู้สิ่งที่ควรรู้ หมายความอย่างนี้

น.443 ทีนี้ ผู้เบิกบาน มันก็ เบิกบานด้วยปัญญาหรือความรู้ อย่าง ที่กล่าวมา แล้ว. ปัญญา คือ ความรู้ที่ทำให้เกิดความแน่ใจ วางใจ ในสิ่งที่จะถือเอาเป็น ที่พึ่ง หรือในหลักประกันทั้งปวง ; เพราะว่าเราได้กระทำไปด้วยปัญญา มีความ แน่ใจ วางใจ ในสิ่งที่เป็น ที่พึ่ง เรียกว่า ศรัทธา. เมื่อเชื่อ แน่ใจ ลงไปใน สิ่งใด ก็เกิดความรู้สึกที่เป็นสุข เพราะเป็นหลักของสัญชาตญาณ คือว่าสิ่งที่มี ชีวิต เมื่อรู้ว่าปลอดภัยแน่ แน่ใจว่าปลอดภัย ก็รู้สึกเป็นสุข ; เหมือนกับว่า เราแน่ใจในบ้านเรือน ประตู หน้าต่าง ลูกกลอน ที่เราอาศัยอยู่ว่าปลอดภัย เราก็นอนหลับ ; มิเช่นนั้นเราก็ผวาและนอนไม่หลับ ชาวพุทธมีศรัทธาที่เกิดมาจากปัญญา ในศาสนาอื่นสมาชิกแห่งศาสนา นั้นก็มีศรัทธา ที่เกิดมาจากความรู้หรือปัญญา ในพระเป็นเจ้าของตน, ถ้ามีพระ เป็นเจ้า; แล้วแต่จะ ถืออะไรเอาเป็นที่พึ่ง ต้องมี ความรู้และปัญญาในสิ่ง นั้น ๆ เพียงพอ จึงจะรู้สึกเป็นสุข ปัญหาของมนุษย์หมด เพราะความเป็นพุทธะ. ทีนี้ก็มาถึงคำว่า ปัญหา . ปัญหา นี้ มีทั้งส่วนบุคคล และ ส่วน สังคม ของโลก. ปัญหาส่วนบุคคล โดยธรรมชาติธรรมดา ก็มี ความทุกข์ เพราะ อำนาจกิเลส : โลภะ โทสะ โมหะ, หรือ ทุกข์ตามธรรมชาติ ก็คือความเกิด

น.444 ความแก่ ความเจ็บ ความตาย โดยทางวัตถุ. สรุปรวมอยู่ที่ปัจจัย ๔ คือ ปัญหา เกี่ยวกับ อาหาร , ปัญหาเกี่ยวกับ เครื่องนุ่งห่ม , ปัญหาเกี่ยวกับ ที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ไม้สอย และปัญหาเกี่ยวกับ การบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ , มีสุขภาพไม่ดี มีอนามัยไม่ดี. อย่างนี้ก็เป็นปัญหายืดยาว จะต้องขจัดออกไป โดยอาศัยพระ- ธรรม โดยเฉพาะในหลักแห่งพุทธศาสนา ซึ่งชาวพุทธทุกคนปฏิบัติกันอยู่ แต่รู้สึกว่ากำลังถอยหลัง กำลังละเลยปล่อยไปตามบุญตามกรรม หรือเหออกไป นอกทางเสียก็มี ; ก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้. ทีนี้ ปัญหาส่วนสังคม ก็คือเรื่อง เศรษฐกิจ เรื่อง การเมือง เรื่อง การทหาร เรื่อง การปกครอง . เรื่องการ สังคม เรื่อง การ สาธารณประโยชน์ ซึ่งกำลังเป็นไปอย่างไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะ ขาดศีลธรรม , ชาวพุทธไม่ควรจะ ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ เพราะรู้ตามที่เป็นจริง และมีศีลธรรมในการที่จะเห็นแก่ ผู้อื่น ; เพราะไม่เห็นแก่ผู้อื่น จึงเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นมา. ถ้ามีความเห็น แก่ผู้อื่น รักผู้อื่น ก็คดโกงไม่ได้ ; ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่มี. เดี๋ยวนี้เต็มไปด้วยอบายมุข ทุกชนิด เป็นปัญหาอย่างยิ่ง : ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านทำการงาน ; ไปจาระไนดูโดยรายละเอียดเถิด จะเห็นว่า ปัญหาเหล่านี้กำลังอยู่ในที่ทั่วไป. ถ้า ไม่มีอบายมุข ซึ่งเป็นผลแห่งความไม่มีศีลธรรม ก็จะหมดปัญหา : ไม่มีใครเสพของมึนเมา หรือเสพติด, ไม่มีใครเที่ยวกลางคืน ให้เสียเงิน เสียเวลา, เสียเนื้อเสียตัว เสียทรัพย์สมบัติ, ไม่มีใครดูการเล่น ที่ทำให้จิตทราม, ไม่มีใคร

น.445 เล่นการพนัน ซึ่งทำให้ถูกผีสิงไม่เป็นผู้เป็นคน, ไม่คบคนชั่วเป็นมิตร คือไม่รวม หัวกัน ทำสิ่งที่ผิดไปจากหลักแห่งความเป็นชาวพุทธ, ไม่เกียจคร้านทำการงาน เพราะถือว่าการงานเป็นการปฏิบัติธรรม. หน้าที่ของมนุษย์คือการปฏิบัติธรรม, ปฏิบัติหน้าที่ของมนุษย์แล้วก็คือปฏิบัติธรรมก็พอใจ เป็นสุข, รู้สึกว่าได้บุญ ในการปฏิบัติหน้าที่ของมนุษย์, ปัญหาสังคมก็หมดไป เพราะความมีศีลธรรม. คำว่า "หมดปัญหา" น หมดปัญหาเพราะเป็นชาวพุทธ โดยลักษณะ ที่กล่าวมา แล้วข้างต้น : เศรษฐกิจดี เพราะมีนักเศรษฐกิจที่ดีเป็นธรรม, การ เมืองดี เพราะมีนักการเมืองที่ดี ที่มีศีลธรรม, ประชาชนดี รัฐบาลดีเพราะมี ศีลธรรมร่วมกัน, มีเพื่อนร่วมโลกทั้งโลกดี เพราะโลกนี้มีศีลธรรม. นี่แหละ ขอให้คิดดูเถอะว่า การกลับมาแห่งศีลธรรมนั้นเป็นอย่างไร. วันปีใหม่ วันเด็ก, ควรต้องทำให้ศีลธรรมกลับมายิ่งขึ้น. ทีนี้อาตมาขอกล่าวถึงการบรรยายครั้งนี้ ว่าจะมี พูดถึงปีใหม่และ วันเด็ก เพราะกำลังมีไปหยก ๆ นี่เอง. คำว่า ปีใหม่ นี้ก็ต้องใหม่ ของชาว พุทธก็ต้องใหม่แบบชาวพุทธ คือมีอะไรดีขึ้น, มีอะไรเพิ่มขึ้น. จะขอยกตัวอย่างกันลืมว่า พืชที่มีหัวซ่อนอยู่ใต้ดิน พอจะถึงฤดูหนาว มันก็ต้นตายไป เก็บหัวไว้ใต้ดิน หัวใหญ่กว่าเดิม. พอถึงฤดูแล้งจะผลิขึ้นมา ใหม่ เพราะมีหัวใหญ่กว่าเดิม, ต้นจึงใหญ่กว่าเดิม. ถ้าถึงฤดูที่จะต้องเก็บหัวไว้

น.446 ต้นตายไป หัวก็ใหญ่กว่าเดิม. พอถึงฤดูที่จะออกมาเป็นต้น ต้นก็ใหญ่กว่าเดิม โตขึ้นทุกปี ๆ. นี้โดยธรรมชาติของพืชพันธุ์ หรือสิ่งที่มีชีวิต มันก็ยังมีอยู่ อย่างนี้; แล้วทำไมคนเราจะเลวไปกว่าพืชที่มีหัวใต้ดิน หมายความว่า เราเกิดครั้งนี้ ด้วยความรู้สึกคิดนึกเป็นตัวเป็นตน อย่างนี้เสร็จแล้ว ก็ควรจะมีผลที่ดีเหลือไว้สำหรับจะมีตัวมีตนที่ดีกว่า; พรุ่งนี้ ก็ดีกว่าวันนี้, เดือนหน้าก็ดีกว่าเดือนนี้, ปีต่อไปก็ดีกว่าปีนี้. นี้คือ วันปีใหม่ของชาวพุทธ มีอะไรเพิ่มขึ้นใหม่ดีกว่าเดิม. ถ้าไม่ ดีกว่าเดิม ก็ไม่ใช่ชาวพุทธ ; เพราะ ชาวพุทธเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ดังนั้นจึงดีกว่าเดิม, ขอให้วันปีใหม่เป็นอย่างนี้ คือดีกว่าเดิม ที่นี้สำหรับ วันเด็ก ก็ต้องเป็นเด็กของชาวพุทธ จะต้องเป็นเด็กที่ดี กว่าปีที่แล้วมา. เด็กต้องสร้างโลกได้ดีกว่าที่แล้วมา. เด็กเป็นผู้สร้างโลก ไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่า "เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ใน วันหน้า ไม่มีความหมายอะไร เด็กต้องเป็นผู้สร้างโลกในอนาคต แล้วโลกนั้นจะ ต้องดีขึ้น ; เพราะว่าโลกประกอบขึ้นมาด้วยคนทุกคนในโลก. ทุกคนในโลก นั้นมาจากความเป็นเด็ก; เมื่อเป็นเด็กสร้างมาดีแล้วก็จะมีโลกที่น่าพอใจใน อนาคต ถ้าหากว่าการศึกษาไม่ด้วน. การศึกษาหางด้วน หัวด้วน ยอดด้วนนี้ เขาไม่สอนเรื่องศีลธรรม สำหรับมนุษย์จะสร้างโลก ; สอนให้รู้แต่หนังสือกับอาชีพ; ไม่มีศีลธรรม

น.447 ก็ใช้ความฉลาดในหนังสือและอาชีพนั้น เอาเปรียบกัน คดโกงกัน; นัก เศรษฐกิจโกง นักการเมืองโกง นักปกครองโกง ก็เกิดขึ้น. อีกอย่างหนึ่ง อย่ามัวมองสั้น ๆ อย่างหลับตาว่า คบเด็กสร้างบ้าน เป็นภาษิตโบราณว่า จะเอาอะไรกับเด็กนักไม่ได้ , คบมาสร้างบ้านมันก็ล้มเหลวหมด นั้นอยู่ที่ผู้ใหญ่ : ถ้าผู้ใหญ่สร้างเด็กมาดี ก็มีโลกที่น่าพอใจในอนาคต. ให้การ ศึกษาให้เพียงพอ; อย่าให้แต่หนังสือกับอาชีพ, ให้ความรู้เรื่องศีลธรรมด้วย เด็กก็โตขึ้น เป็นคนดีในโลก แล้ว โลกนี้มันก็ดี. ผู้ใหญ่นั่นแหละงมงายเสียเอง ไม่เตรียมให้เด็กเป็นผู้สร้างโลก เพียง แต่ “เด็กเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า" มันจะมีความหมายอะไร ; เพราะธรรมชาติ มันก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว. จงเตรียมเด็กให้สร้างโลก. ครู ต่างหาก ที่ยังไม่สามารถเตรียมเด็กให้สร้างโลก. ครูไม่มี ความรู้ที่จะอธิบาย แม้แต่คำว่า กีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน ทำคนให้เป็นคนอย่างไร นี้ ครูยังไม่เคยอธิบาย. อาตมาถามเด็ก ๆดู ก็ไม่รู้ เหมือนกัน; เพราะเป็นคนอยู่แล้ว จะทำคนให้เป็นคนอย่างไรกันอีกเล่า ? เรื่องนี้อาตมาได้บรรยายโดยละเอียดแล้ว ในปาฐกถาธรรมในครั้งที่แล้วมา. บิดามารดาอาจจะถูกเด็กถามว่า พ่อเป็นคนแล้วหรือยัง ? เพราะว่าพ่อ ไม่ได้เล่นกีฬานี่. กีฬาเป็นยาวิเศษแก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน. กีฬาที่แก้กอง

น.448 ๕๑๒ กิเลสนั้นคือศีลธรรม, มีน้ำใจประกอบไปด้วยธรรม ไม่เอาเปรียบใครหมด. นี่เรียกว่า เป็นคนที่สมบูรณ์ คือเป็นมนุษย์ ; ไม่เป็นเพียงคน สักว่าเกิดมา. ครูก็อาจจะถูกถามว่า คุณครูเล่าเป็นคนแล้วหรือยัง ? ครูไม่เคยอธิบายว่า ทำคน ให้เป็นคนนั้นคือทำอย่างไร ? วันเด็กของชาวพุทธ อย่าจัดให้เป็นเพียงได้เล่นหัวกันมากขึ้น. ต้อง พร้อมที่จะให้เด็กมารู้จักตัวเอง, รู้จักบิดามารดา ครูบาอาจารย์, รู้ภาระหน้าที่ ตามธรรมชาติของมนุษย์ ว่าจะต้องช่วยกันสร้างโลกให้น่าพอใจ. นี่เด็กของ ชาวพุทธ ต้องสามารถสร้างโลกในอนาคต ให้เป็นโลกที่น่าพอใจ. ที่อาจจะ เรียกได้ว่าโลกของพระศรีอารยเมตไตรย เพราะรู้จักแต่รักใคร่กัน, เกื้อกูลกัน, บังคับตัวเองไม่ให้กระทบกระทั่งกัน, แล้วก็สนุกสนานในการทำการทำงาน. เมื่อ ได้ทำงานในหน้าที่ก็พอใจ ; ยกมือไหว้ตัวเองได้ว่า ไม่เสียทีที่ได้เป็นมนุษย์, รู้จักธรรมะ คือหน้าที่ แล้วทำหน้าที่ของตน. ขอให้ผู้ใหญ่ทุกคน เตรียมเด็กให้เป็นผู้สามารถ ในการที่จะสร้าง โลกอันน่าพอใจ ในอนาคตเถิด เรื่องของศีลธรรมก็จะหมดปัญหา ปัญหาต่าง ๆ มันรวมอยู่ที่ปัญหาของศีลธรรม, คือไม่มีศีลธรรมแล้ว ปัญหาเศรษฐกิจก็เกิด ขึ้น ปัญหาการเมืองก็เกิดขึ้น ปัญหาการปกครองก็เกิดขึ้น ปัญหาทั้งโลกก็เกิดขึ้น เพราะว่าโลกไม่มีศีลธรรม. เอาละ, เป็นอันว่า วันปีใหม่ ศีลธรรมต้องกลับมามากขึ้น. วันเด็ก เด็กจะต้องมีศีลธรรมมากขึ้น ไม่ใช่เป็นลิงทโมนมากขึ้น. เราจัดให้เด็กได้รับ

น.449 ความสนุกสนานจนเกินพอดี เหมือนกับลิงทโมนมากขึ้น ไปกว่าวันธรรมดา ; จัดวันเด็กอย่างนี้มันไม่ถูกแน่ เพราะแทนที่จะมีศีลธรรมมากขึ้น ก็จะกลายเป็น ลิงทโมนมากขึ้น. ประชาชนชาวไทย ทั้งหลาย ก็ต้อง มีศีลธรรมกลับมามาก ขึ้น จนหมดปัญหาอันร้ายกาจโดยประการทั้งปวง สรุปความว่า วันปีใหม่มีศีลธรรมมากขึ้น, วันเด็ก เด็กมีศีลธรรม มากขึ้น, ประชาชนชาวไทยมีศีลธรรมเพิ่มขึ้น ๆ . นี้เรียกว่าหน้าที่ทางศีล ธรรมในวันปีใหม่และวันเด็ก อาตมาขอ ทบทวนวิธีปฏิบัติเพื่อการกลับมาแห่งศีลธรรม. ตาม ที่ได้กล่าวมาแล้วว่า : เราต้อง มีความคงเส้นคงวา : ยึดหลักธรรมะ ยึดหลัก ศาสนา ถือความถูกต้อง ตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมากขึ้น มีความถูกฝาถูกตัว : มีหน้าที่การงานอย่างไรเนื่องกันอย่างไร ล้วน แต่ทำถูกต้องอย่างถูกฝาถูกตัว. ต้อง มีความมีหัวมีหาง คือบังคับบัญชากันได้ เคารพนับถือกันตาม ลดหลั่น ; ไม่ใช่ประชาธิปไตยเพ้อเจ้อ ไม่มีใครเคารพใคร เอามาล้อเล่นอย่าง ไม่มีความหมายกันไปเสียทุกระดับ. นี้ไม่มีหัวไม่มีหาง แล้วจะต้อง ระวังคางระวังคอ คืออย่าคอร์รัปชั่น. ระวังคางระวังคอ คืออย่าคอร์รัปชั่น ; คนต่อคนก็ไม่คอร์รัปชั่น, ชาวนาต่อชาวนาก็ไม่คอร์รัปชั่น

น.450 ต่อกัน, ชาวสวน ชาวบ้านร้านตลาด พ่อค้า ก็ไม่คอร์รัปชั่นต่อกัน, ไม่เห็นแก่ได้ ไม่เห็นแก่ความเอร็ดอร่อย ก็ไม่ต้องคอร์รัปชั่น. นี้เรียกว่าระวังคางระวังคอ. ถอนตอแล้วลงหลัก : ตอ คือความคิดผิด การกระทำผิดเป็นอุปสรรค แห่งความเจริญ ถอนมันออกเสีย; แล้วก็ ลงหลัก คือหลักแห่งพระธรรม, หลักแห่ง ศีลธรรม, ก็เรียกว่ามีความมั่นคง. ให้มีความรู้ว่า อะไรเป็นกงจักร อะไรเป็นดอกบัว. เราไปตาม ก้นวัฒนธรรมตะวันตก จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นกงจักร อะไรเป็นดอกบัว ก็จะต้องได้ รับผลอันสมน้ำหน้ากันเป็นแน่นอน. ต้องรู้ว่า กิเลสเป็นตัวธรรมะเป็นตน ที่ว่าตัว, ตัวกู ๆ อยู่ทั่วไปก้องไป ทั้งโลกนั้น ตัวของกิเลสทั้งนั้น ; ตนที่แท้จริงคือตนของพระธรรม หรือของ พระเป็นเจ้า. อย่าไปเห็นแก่ตัวของกิเลส; แต่เห็นแก่ตนของพระธรรม หรือของพระเป็นเจ้า. เป็นเพียงคนนั้นยังไม่ใช่มนุษย์ เพราะจิตใจยังไม่สูง แก้กองกิเลส ให้มาก ๆ แล้วคนก็จะเป็นคน. กีฬา ๆ นี้คือการประพฤติธรรม อย่างมีศีล- ธรรม. อย่างมีความเป็นมนุษย์ ก็แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน. คนคำแรก เป็น สัตว์ เกิดตามธรรมดา ซึ่งสัตว์เดรัจฉานก็ทำเป็น ; คนคำหลังคือมนุษย์มีความ เต็มเปี่ยมแห่งมนุษยธรรม, เป็นมนุษย์แล้วก็คือเป็นชาวพุทธ, เป็นผู้รู้ เป็นผู้ตื่น เป็นผู้เบิกบาน เป็นชาวพุทธแล้วก็หมดปัญหา โดยประการทั้งปวง ปัญหาเกิดมา จากการไม่เป็นชาวพุทธ, ไม่เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน. ไม่เป็นชาวพุทธ ก็คือยัง ไม่เป็นมนุษย์ ยังเป็นแต่เพียงคน.

น.451 เราจะต้องนึกถึงความเป็นคน "ทำคนให้เป็นคน". ถ้าคนเป็นคน เป็นมนุษย์แล้ว นักเศรษฐกิจคดโกงก็ตายไปหมดจากโลก, นักการเมืองเลวร้าย ก็ตายไปจากโลก, นักปกครองฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะหมดไปจากโลก. ประชาชน ก็เป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย แก่กันและกันอย่างที่สุด หรือถึงที่สุด. รัฐบาล ก็ปกครองคนได้ ถ้าประชาชนมีศีลธรรม. ถ้าประชาชนไม่มีศีลธรรมแล้ว ต่อให้สิบรัฐบาลก็ปกครองบ้านเมือง ไม่ได้, สิบรัฐบาลปกครองพร้อม ๆ กัน ก็ปกครองบ้านเมืองที่ไม่มีศีลธรรมให้ สงบเรียบร้อยไม่ได้. ปัญหาอันแท้จริงจึงอยู่ที่ความไม่มีศีลธรรม; ศีลธรรม กลับมาแล้วก็หมดปัญหา ขอให้เราหวังได้ว่า ศีลธรรมเป็นสิ่งที่กลับมาได้ ไม่นานเกินรอและ ไม่เหลือวิสัย; ขอแต่ให้เราสนใจ, เดี๋ยวนี้เราไปสนใจเรื่องประโยชน์ : เรื่อง ปากเรื่องท้อง, บูชาลัทธิประโยชน์ จนเรียกว่า ลัทธิปโยชนาธิปไตย; ถึงแม้ที่ จะเรียกว่าประชาธิปไตย ก็ยังบูชาประโยชน์อยู่เป็นส่วนใหญ่. เลิกบูชาประโยชน์ มา บูชาธรรมะ หรือศีลธรรมแล้ว ก็จะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง คือ ประโยชน์ของมนุษย์ทุกคน เพื่ออยู่กันอย่างผาสุก. เวลาสำหรับการบรรยายก็หมดแล้ว อาตมาขอยุติการบรรยายนี้ ด้วย ความ หวังว่า ศีลธรรมจะกลับมา. ปีใหม่ของชาวพุทธมีอะไรเพิ่มขึ้น น่าดีใจ น่าสนใจ น่าพอใจ. วันเด็ก เด็กก็เป็นผู้ที่พร้อมที่จะสร้างโลกในอนาคต อย่าง เป็นที่น่าพอใจ และเราก็จะนอนตาหลับด้วยกันทั้งโลก ขอยุติการบรรยายในวันนี้ ไว้แต่เพียงเท่านี้.

ถอดความจากไฟล์สแกน OCR ของต้นฉบับ อาจมีคำคลาดเคลื่อนจากการอ่านอักขระ — ตรวจสอบกับสแกนต้นฉบับที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้ทุกตำแหน่งผ่านลิงก์เลขหน้า (น.xx) · เผยแพร่เพื่อการศึกษาโดยได้รับอนุญาต