Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

อนัตตา

อรรถลักษณะ ๑๙ ข้อ · น.๒๗๘
ตถาตา

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๒อรรถะ

คือ ไม่มีความหมายแห่งความเป็นตัวตน: เป็น สักว่าธาตุตามธรรมชาติ; แต่มีปรากฏการณ์ที่หลอกให้เข้าใจว่า เป็นตัวตน. ๓. ไวพจน์: คือ สุญญตา, ตถาตา

ข้อ ๔องค์ประกอบ

๑. ความไม่เที่ยง, ความเป็นทุกข์, ความบังคับไม่ได้. ๒. ความเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย อย่างไม่ฟังคำขอร้องใคร. ๓. ความที่ใครเป็นเจ้าของไม่ได้. โดยสรุป : ความมิใช่อาตมัน, เจตภูติ, ชีโว, บุรุษ, บุคคลหรือ วิญญาณ ; ที่ถือกันว่า เป็นสิ่งที่ท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสาร อย่าง ไม่รู้จักตาย

ข้อ ๕ลักษณะ

อนัตตา โดยลักษณะ: ๕.๑ มีลักษณะตรงข้ามจากอัตตา. ๕.๒ ไม่เอื้อเฟื้อต่อความประสงค์ของใคร มีแต่จะเป็นไปตามกฎ อิทัปปัจจยตาโดยท่าเดียว. ๕.๓ ไม่มีใครสามารถกระทำไว้ในอำนาจแห่งตน

ข้อ ๖อาการ

๖.๑ มีอาการที่แสดงว่า ใครจะยึดถือเอาเป็นตัวตน หรือของตนไม่ได้. ๖.๒ แต่ก็มีอาการหลอกให้คนโง่หลงว่าเป็นอัตตา

ข้อ ๗ประเภท

มีสอง : นัยที่หนึ่ง: ๑. อนัตตาของมิจฉาทิฏฐิ: คือ อนัตตาของผู้เข้าใจผิด เห็นว่าไม่มี อะไรเสียเลย; เช่น อุจเฉททิฏฐิ ๑ , นัตถิกทิฏฐิ ๒ , และ แม้ สัสสตทิฏฐิต ๓ ที่ถูกเข้าใจว่ามีอัตตา; ทั้งที่มันมิใช่อัตตา. ๒. อนัตตาของสัมมาทิฏฐิ : คือ อนัตตาของผู้เข้าใจถูก : ผู้มีทั้ง สัมมาทิฏฐิและอนัตตานุทิฏฐิ ๔ ; คือเห็นว่า ไม่มีสิ่งใดที่เป็น อัตตาที่แท้จริง ; มีแต่อัตตาที่ถือเอาด้วยความสำคัญผิด แม้ จะเป็นอัตตาโดยสัญชาตญาณ ตามธรรมดาของสัตว์ทั้งหลาย. นัยที่สอง: ๑. อนัตตาของอันธพาล: เพื่อใช้หาเลศในการทำบาป ว่าไม่เป็น บาป เพราะไม่มีตัวตน. ๒. อนัตตาของสัตบุรุษ: อย่างตรงไปตรงมา เป็นบุญหรือบาปได้ ทั้งที่เป็นอนัตตา. นัยที่สาม: ๑. อนัตตาตามความหมายในพุทธศาสนา. ๒. อนัตตาตามความหมายนอกพุทธศาสนา

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ เมื่อเห็นว่าเบญจขันธ์เป็นอนัตตา ก็ต้องเห็นว่า สิ่งใดที่เกี่ยวข้อง กับเบญจขันธ์ ก็ต้องเป็นอนัตตาด้วย; แม้การดับแห่งความ ยึดมั่นถือมั่นในเบญจขันธ์ ที่ถือกันว่าเป็นนิพพาน ก็ต้องเป็น อนัตตา. ______________________________ ๑ อุจเฉททิฏฐิ: แปลว่า ความเห็นว่า ขาดสูญ; ได้แก่ความเห็นว่ามีอัตตาและโลก ซึ่งจะพินาศ ขาดสูญ; คือ ตายแล้วขาดสูญ. ๒ นัตถิกทิฏฐิ: แปลว่า ความเห็นว่าไม่มีอะไรเลย: ได้แก่ความเห็นว่า ไม่มีสัตว์, บุคคล; ไม่มี บุญ, ไม่มีบาป; มารดาไม่มี บิดาไม่มี หรือว่าไม่มีตัวตนโดยประการทั้งปวง. ๓ สัสสตทิฏฐิ: แปลว่า ความเห็นว่าเที่ยง ว่าไม่มีเปลี่ยนแปลง; ได้แก่ ความเห็นว่า อัตตาและ โลกเป็นของเที่ยง; มีตัวตนที่เวียนว่ายตายเกิด ไม่รู้จักดับหรือสิ้นสูญ. ๔ อนัตตานุทิฏฐิ: แปลว่า การตามเห็นซึ่งธรรมหรือส

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ สิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ จะเป็นอนัตตาก็จริง; แต่แม้สิ่งที่เที่ยง และเป็นสุข ก็ยังคงเป็นอนัตตาอยู่นั่นเอง. ๙.๒ ถ้าไม่เห็นความเป็นธาตุ ก็ไม่อาจจะเห็นความเป็นอนัตตาของ สิ่งทั้งปวง. ๙.๓ อนัตตาที่เป็นไปตามหลักปฏิจจสมุปบาท ไม่เป็นมิจฉาทิฏฐิ. ๙.๔ ความเป็นอนัตตามีอยู่ในสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ยกเว้นสิ่งใด; ไม่ว่าจะเป็นสังขตะ หรืออสังขตะ สังขารหรือวิสังขาร. ๙.๕ เมื่อเห็นอนัตตา จึงจะเห็นทางแห่งความหมดจด (พระนิพพาน). ๙.๖ การปฏิบัติเพื่อเห็นอนัตตา เป็นการปฏิบัติสูงสุดในพระพุทธ- ศาสนา. ๙.๗ มีลักษณะไม่เหวี่ยงไปสุดโต่งจนเป็นอัตถิตา (ความมี); หรือ นัตถิตา (ความไม่มี). ดังนั้น จึงไม่เป็นสัสสตทิฏฐิว่ามีอัตตา และ ไม่เป็นนัตถิกทิฏฐิหรือนิรัตตา คือความไม่มีอะไรเสียเลย; แต่ ตั้งอยู่ตรงกลาง คือเป็นอัตตาที่มิใ

ข้อ ๑๐หน้าที่

๑๐.๑ หน้าที่ (โดยสมมติ) ของอนัตตา : คือ กำจัดความหมาย ของอัตตา : หรือเป็นปฏิปักษ์ต่ออัตตา. ๑๐.๒ หน้าที่ของมนุษย์ต่อสิ่งที่เรียกว่าอนัตตา: คือ ศึกษาและ ปฏิบัติ จนเห็นความจริงของอนัตตา; แล้วละอุปาทานว่า อัตตา ในสิ่งทั้งหลายทั้งปวงได้

ข้อ ๑๑อุปมา

๑๑.๑ อุปมาของอนัตตาธรรม: เปรียบด้วยกฎบัญญัติอันเฉียบ ขาดของธรรมชาติ หรือโองการของสิ่งสูงสุด. ๑๑.๒ อุปมาของการเห็นอนัตตา: เปรียบเสมือนการเห็นที่แทง ตลอด ทะลุทั่วทั้งจักรวาล และทุกจักรวาล. ๑๑.๓ อุปมาของอานิสงส์แห่งการเห็นอนัตตา: เปรียบเสมือน การได้รับยาบำบัดทุกข์ทุกชนิด อันเกิดมาจากความยึดมั่น ถือมั่นด้วยอุปาทาน

ข้อ ๑๒สมุทัย

๑๒.๑ สมุทัยของอนัตตาธรรม: คือ กฎของธรรมชาติ หรือมาจาก กฎของธรรมชาติ จึงมีอำนาจครอบงำสิ่งทั้งปวง ให้เป็นอนัตตา. ๑๒.๒ สมุทัยของการเห็นอนัตตา: คือ การเห็นอนิจจังและทุกขัง

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

๑๓.๑ กฎแห่งอนัตตาไม่มีอัตถังคมะ. ๑๓.๒ อนัตตลักษณะของสังขตธรรมย่อมดับไป พร้อมกับการดับ ของสังขตธรรมนั้น ๆ. ๑๓.๓ ความเป็นอนัตตาของอสังขตธรรม ย่อมไม่มีการดับเหมือน กับสังขตธรรม

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

๑๔.๑ อนัตตาธรรมไม่มีอัสสาทะ. แม่บท .. อนัตตา ๒๘๒ ๑๔.๒ การเห็นอนัตตา เป็นอัสสาทะของนักปราชญ์ หรือบัณฑิตที่ แท้จริง. ๑๔.๓ การเห็นอนัตตา เป็นการดับลงแห่งอุปาทานที่ยึดมั่นถือมั่นจน เกิดทุกข์

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

๑๕.๑ อนัตตาไม่มีอาทีนวะ. ๑๕.๒ การไม่รู้ ไม่เห็นอนัตตา เป็นอาทีนวะอย่างยิ่ง

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

๑๖.๑ นิสสรณะจากอนัตตาไม่มี. ๑๖.๒ การรู้การเห็นอนัตตา เป็นหนทางออกจากความทุกข์ทั้งหลาย ที่เกิดจากการไม่เห็นอนัตตา. ๑๖.๓ การเห็นอนัตตา เป็นหนทางออกจากโลกิยะสู่โลกุตตระ

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

๑๗.๑ การที่จะมีความสะดวกรวดเร็วในการเห็นอนัตตา สำเร็จ ด้วยการอธิษฐานจิต หกประการ: ๑. อธิษฐานว่า เราจักเป็นอตัมมโยในโลกทั้งปวง (อตัมมโย คือ: ผู้ที่ไม่อยู่ใต้อำนาจปรุงแต่ง ของสิ่งอะไร ๆ ใน โลก). ๒. อธิษฐานว่า อหังการทั้งหลายของเรา จักเข้าถึงการดับ. ๓. อธิษฐานว่า มมังการทั้งหลายของเรา จักเข้าถึงการดับ. ๔. อธิษฐานว่า เราจักเป็นผู้ประกอบด้วยอสาธารณญาณ (ญาณพิเศษเฉพาะตน ไม่สาธารณะแก่คนทั่วไป). ๕. อธิษฐานว่า ธรรมอันเป็นเหตุ จักเป็นสิ่งที่เราเห็นแล้ว ด้วยดี (เราจักเห็นธรรมที่เป็นเหตุ แห่งธรรมทั้งปวง). ๖. อธิษฐานว่า ธรรมทั้งหลายอันเกิดแต่เหตุ จักเป็นสิ่งที่ เราเห็นแล้วด้วยดี (เราจักเห็นธรรมทั้งปวงประเภทที่เป็น ผล อันเกิดมาแต่เหตุ). ๑๗.๒ การรู้, การเห็น, การเข้าถึงอนัตตา, ต้องผ่านไปทางการรู้, การเห็นอน

ข้อ ๑๘อานิสงส์

๑๘.๑ อานิสงส์ของอนัตตา : คือ การกำจัดอัตตา. ๑๘.๒ อานิสงส์ของการเห็นอนัตตา : ๑. การเริ่มเห็นอนัตตา เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นอริยบุคคล. ๒. การเห็นอนัตตา เป็นจุดตั้งต้นของ นิพพิทา วิราคะ วิมุตติ กระทั่งนิพพาน. ๓. ความหลุดพ้นมีได้ เพราะการเห็นอนัตตาในสิ่งที่ตนยึดถือ. แม่บท .. อนัตตา ๒๘๔ ๔. ความสิ้นกรรมมีได้ เพราะการเห็นอนัตตาของสิ่งที่เรียกว่า กรรม; ของผู้กระทำกรรม; และของการกระทำกรรม. ๕. ความสุขที่แท้จริงและสูงสุด ปรากฏแก่จิตที่ไม่มีความ รู้สึกว่าตัวตน หรือของตน; เพราะอิทธิพลของการเห็น อนัตตา. ๖. อานุภาพแห่งการเห็นอนัตตา ย่อมทำลายอาณาจักรแห่ง ความกลัวทุกชนิด; แม้แต่การกลัวผีของลูกเด็ก ๆ

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

๑๙.๑ เข้าไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของสิ่งที่เป็นอนัตตา : เพราะถูก ครอบงำด้วยอวิชชา ตัณหา อุปาทาน. ๑๙.๒ ออกจากอิทธิพลของสิ่งที่เป็นอนัตตา : คือ เป็นอิสระจาก การครอบงำของอวิชชา ตัณหา อุปาทาน; เพราะมีวิชชา นิพพิทา วิราคะ

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

อนัตตาโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง : ในการออกจากอัตตามาสู่ อนัตตา : คือ การเห็นสิ่งทั้งปวง โดยความเป็นธาตุตาม ธรรมชาติ มิใช่เป็นอัตตา หรือควรจะเป็นอัตตา

ข้อ ๒๑ภาษาคน ภาษาธรรม

๒๑.๑ ภาษาคน: ไม่มีประโยชน์ ไม่มีแก่นสาร. ภาษาธรรม: ไม่ควรยึดถือว่าตัวตน. ๒๑.๒ ภาษาคน: ถือคำพูดที่มนุษย์บัญญัติ. ภาษาธรรม: ความจริงของธรรมชาติหรือธรรมชาติกำหนด. ☸ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. กบ กกา ของการศึกษาพุทธศาสนา ๒. ไกวัลยธรรม ๓. อาสาฬหบูชาเทศนา เล่ม ๑ ๔. โอสาเรตัพพธรรม ☸

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๑๒ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ