เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
๒.๑ การกระทำที่ทำให้เกิดความปกติหรือสงบ. ๒.๒ ภาวะแห่งความปกติ. ๓. ไวพจน์: คือ สันติ
๑. เจตนาแห่งการกระทำ. ๒. ความรู้ที่ถูกต้องในการที่จะกระทำ หรือสัมมาทิฏฐิ. ๓. ความพยายามกระทำตามที่เจตนานั้น
มีลักษณะ: ๕.๑ ปกติหรือสงบ. ๕.๒ แห่งปัจจัยของความสุข. ๕.๓ แห่งปัจจัยของสมาธิ
นัยที่หนึ่ง: อาการของศีล (โดยสมมติ): ๑. มีอาการแห่งความไม่กระทบกระทั่งเบียดเบียน. ๒. มีอาการสร้างสรรค์ความสงบ. ๓. มีอาการระงับความวุ่นวาย . นัยที่สอง: อาการของความมีศีล: อนุโลมตามอาการของศีล. แม่บท .. ศีล ๒๑๒
แบ่งเป็นประเภทสอง: นัยที่หนึ่ง: โดยเจตนา: ๑. ศีลที่สมาทานรักษาไว้ด้วยเจตนา ของผู้ที่ยังไม่จบ พรหมจรรย์ คือ ยังไม่เป็นพระอรหันต์. ๒. ศีลที่มีโดยปกติไม่ต้องมีเจตนา ของผู้จบพรหมจรรย์ แล้ว คือ พระอรหันต์. นัยที่สอง: โดยผลที่ได้รับ: ๑. มีผลเป็นไปเพื่อการเวียนว่ายในวัฏฏะ. ๒. มีผลเป็นไปเพื่อออกจากวัฏฏะ คือเป็นไปเพื่อสมาธิ และปัญญา. นัยที่สาม: โดยมูลเหตุ: ๑. ศีลที่เป็นทาสของตัณหา: ที่รักษาศีลจนตายก็ไม่มี ศีล. ๒. ไม่เป็นทาสของตัณหา แม้ไม่รักษาก็มีศีลสมบูรณ์. นัยที่สี่: โดยความบริสุทธิ์: ๑. ศีลปลอม: เป็นศีลที่รักษาอวดคนเพื่อผลทางวัตถุ. ๒. ศีลจริงหรือศีลแท้: เป็นศีลที่รักษาโดยไม่อยากให้ ใครรู้ใครเห็นเพื่อผลสุดท้าย คือนิพพาน. นัยที่ห้า: โดยสมาทาน: ๑. โลกิยศีล: ปุถุชนรักษา. ๒. โลกุตตรศีล: พระอริยเจ้ามีโด
๘.๑ กฎเกณฑ์ของศีล: ๑. ต้องประกอบด้วยเจตนา. ๒. ต้องเป็นไปเพื่อความปกติ. ๓. ต้องส่งเสริมความเป็นสมาธิ. ๔. ต้องคุ้มครองผู้ปฏิบัติ. ๘.๒ กฎเกณฑ์ของความมีศีล : อนุโลมตามกฎเกณฑ์ของ ศีล
๙.๑ เป็นกฎของธรรมชาติ เกี่ยวกับความปกติสุขทางวัตถุ หรือทางกายของบุคคลและสังคม. ๙.๒ มีสัจจะ (ความเที่ยงแท้แน่นอน): ต่อการสร้างสรรค์ ภาวะปกติของสังคม (การอยู่ร่วมกันเป็นหมู่). ๙.๓ มีสัจจะ (ความเที่ยงแท้แน่นอน): ในการเป็นพื้นฐาน (ที่เกิด, ที่ตั้ง, ที่เจริญ) ของสมาธิ. ๙.๔ จำเป็นสำหรับสังคมของปุถุชน
ศีลโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): ๑๐.๑ ทำความปกติให้กาย วาจา. ๑๐.๒ กำจัดโทษชั้นหยาบของกิเลส. ๑๐.๓ เป็นหน้าที่ขั้นต้นของการควบคุมและกำจัดความเห็น แก่ตัว
๑๑.๑ อุปมาทางวัตถุ: เหมือนก้อนศิลาในลำธารที่ร่มเย็น. ๑๑.๒ อุปมาทางจิตใจ: เป็นบันไดขั้นแรกของพรหมจรรย์
๑๒.๑ โทษ: คือความปราศจากปกติภาวะของสังคม. ๑๒.๒ ปัญญาที่เห็นโทษของความปราศจากศีล และเห็น อานิสงส์ของความมีศีล. ๑๒.๓ การทนไม่ได้ต่อสภาวะที่ปราศจากศีล. แม่บท .. ศีล ๒๑๔
คือความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งศีล : ได้แก่: ๑๓.๑ ความประมาทขาดสติสัมปชัญญะ; ปราศจากหิริ โอตตัปปะ; มีความเห็นแก่ตัว. ๑๓.๒ ความลุอำนาจแก่กิเลส
๑๔.๑ ภาวะของความสงบเย็นเป็นปกติของสังคม. ๑๔.๒ เป็นที่ตั้งแห่งความเคารพนับถือ รักใคร่ ไว้วางใจ ของผู้อื่น. ๑๔.๓ การเคารพตัวเองได้
อาทีนวะของศีลโดยตรงไม่มี มีแต่โดย อ้อม: ๑๕.๑ เมื่อถูกใช้เป็นเครื่องตบตาสังคม ให้หลงบูชาบุคคล ซึ่งแท้จริงไม่มีศีล. ๑๕.๒ อาจจะกลายเป็นสีลัพพตปรามาส ๑ ของคนบ้าศีล เมาศีลและหลงศีล. ๑๕.๓ ศีลที่ถูกตัณหาและทิฏฐิลูบคลำ
ทางออกจาก ๑๖.๑ ต้องพยายามออกจากโลกิยศีล ไปสู่โลกุตตรศีล ด้วยอำนาจของปัญญาและสัจจะ. ๑๖.๒ ออกจากสีลัพพตปรามาสด้วยยถาภูตสัมมัปปัญญา ๒
๑๗.๑ มีสัมมาทิฏฐิหรือปัญญานำหน้าความมีศีล. ๑๗.๒ มีสัจจะและหิริโอตตัปปะเป็นรากฐานของศีล มี สติสัมปชัญญะเป็นเครื่องประคับประคองศีล มีการสำรวม และความอดกลั้นอดทน ความว่าง่าย สอนง่าย เป็นอาหาร ของศีล. ๑ สีลัพพตปรามาส: การถือเอาความหมายของศีลและพรต ผิดไปจากความ หมายที่แท้จริงของศีลและพรตนั้น ๆ. (ดูรายละเอียดที่ หมวดธรรม "สังโยชน์สิบ" หน้า๕๕๘ ). ๒ ยถาภูตสัมมัปปัญญา: แปลว่า ปัญญาที่รู้เห็นถูกต้องตามเป็นจริงในธรรมทั้ง ปวง. แม่บท .. ศีล ๒๑๕ กผพ. ๑๗.๓ มีการกำหนดวันพระวันศีลไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อสะดวกแก่ การปฏิบัติ
๑๘.๑ เป็นบันไดขั้นต้นของพรหมจรรย์: คือส่งเสริมสมาธิและ ปัญญา; กระทั่ง มรรค ผล นิพพาน. ๑๘.๒ ป้องกันและกำจัดวิปฏิสาร (ความเดือดเนื้อร้อนใจ) ของ บุคคลโดยรอบด้าน. ๑๘.๓ มีอานิสงส์ตามชนิดของศีล แบ่งเป็นคู่: คู่ที่หนึ่ง : โลกิยศีล : ให้สันติสุข สันติภาพแก่บุคคล แก่สังคม. โลกุตตรศีล : ให้ความรอดทางด้านจิตใจ. คู่ที่สอง : ศีลหลัก : ให้ผลตามวัตถุประสงค์. ศีลประกอบ: ให้ความงดงามชักจูงความเลื่อมใส รอบด้าน
เข้าไปสู่ความมีศีล: ๑๙.๑ คบหาสมาคมกับคนมีศีลเป็นปกติ และเว้นจากการคบคนทุศีล. ๑๙.๒ กำหนดวันพระวันศีลอย่างเคร่งครัด เพื่อสะดวกแก่การปฏิบัติ
ศีลโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง : กับการมีศีล : ๒๐.๑ ธรรมเป็นเครื่องบังคับตัว: เช่น ทมะ, สังวร, สัจจะ ๒๐.๒ ธรรมเป็นเครื่องละเว้น: เช่น ปหานะ, เวรมณี ๒๐.๓ ธรรมเป็นเครื่องสร้างสรรค์: เช่น วิริยะ, วายามะ ฯลฯ
ภาษาคน: หมายถึงตัวสิกขาบท. ภาษาธรรม: หมายถึงภาวะปกติ ไม่มีปัญหายุ่งยาก. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. การกลับมาแห่งศีลธรรม ๒. เตกิจฉกธรรม ๓. โอสาเรตัพพธรรม
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ