Buddhadasa.org
หนังสือในปฏิทินพุทธทาสชุดธรรมโฆษณ์🔎 อรรถานุกรม

ตถตา

อรรถลักษณะ ๑๙ ข้อ · น.๔๐
ธาตุรู้ธรรมชาติดั้งเดิมธรรมชาติของธรรมชาติธัมมัฏฐิตตาธัมมนิยามตาอิทัปปัจจยตา

เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า

อรรถลักษณะ

โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน

ข้อ ๑พยัญชนะ

คือ ความเป็นเช่นนั้นเอง (ไม่อาจจะถูกปรุง แต่งหรือเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น)

ข้อ ๒อรรถะ

เช่นนั้น (ตถา); ความเป็นเช่นนั้น (ตถตา); ความไม่ผิดไปจากความเป็นเช่นนั้น (อวิตถตา); ความไม่เป็นโดย ประการอื่นจากความเป็นอย่างนั้น (อนัญญูถตา). ๓. ไวพจน์: คือ ธัมมัฏฐิตตา (ความตั้งอยู่ตามธรรมดา); ธัมมนิยามตา (ความมีกฎตายตัวเป็นธรรมดา); อิทัปปัจจยตา (ความ ที่ต้องเกิด-ดับ ตามปัจจัยของบรรดาสิ่งที่เป็นสังขตธรรม)

ข้อ ๔องค์ประกอบ

คือ ความไม่ต้องเกิด-ดับตามปัจจัย ของพวกอสังขตธรรม; ความไม่เกิดขึ้น, ความไม่ตั้งอยู่, ความไม่ ดับไป, ความเป็นอยู่ได้โดยตัวมันเอง

ข้อ ๕ลักษณะ

๕.๑ มีลักษณะอย่างเดียวเฉพาะตน (ไม่ว่าจะเป็นสังขตะหรืออสังขตะ). ๕.๒ มีลักษณะที่เห็นแล้วให้เกิดความวางเฉย (อุเบกขา); ให้เกิด ความไม่เปลี่ยนแปลงตามปัจจัย (อตัมมยตา); ให้เกิดความ รู้สึกว่ายึดถือไม่ได้ (อนุปาทานิยะ)

ข้อ ๗ประเภท

๗.๑ แบ่งโดยประเภทสอง: ๑. ตถตาของสังขตธรรม. ๒. ตถตาของอสังขตธรรม. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสาม: ๑. ตถตาที่เป็นเรื่องของการเล่าเรียน. ๒. ตถตาที่เป็นเรื่องของการปฏิบัติ. ๓. ตถตาที่เป็นเรื่องของการได้รับผลของการปฏิบัติแล้ว

ข้อ ๘กฎเกณฑ์

๘.๑ มีกฎเกณฑ์ว่าต้องเห็น "ตถตา" จึงจะมีการปล่อยวางหรือหลุดพ้น (ไม่ว่าสังขตะ หรืออสังขตะ ). ๘.๒ ทุกอย่างต้องมี "ตถตา” ตามแบบของตน (ไม่ว่าจะเป็นสังขตะ หรืออสังขตะ). ๘.๓ มีกฎเกณฑ์ที่มีอยู่ในตัวมันเอง โดยไม่ต้องมีใครบัญญัติขึ้น

ข้อ ๙สัจจะ

๙.๑ สัจจะ คือความจริง, ความเที่ยงแท้, ความไม่เปลี่ยนแปลงมีอยู่ ได้ในตัวมันเอง โดยไม่เกี่ยวกับการที่พระพุทธเจ้าจะเกิดขึ้นหรือ ไม่เกิดขึ้น; ไม่เกี่ยวกับพระเป็นเจ้า หรือเทพเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใด ๆ. ๙.๒ สัจจะของตถตามีอยู่ในทุกสิ่งที่เป็นกฎ: เช่น กฎสามัญลักษณะ ๑ , อริยสัจ หรือปฏิจจสมุปบาท ฯลฯ หรือแม้แต่กฎวิทยาศาสตร์. ๙.๓ ผู้เข้าถึงหรือเห็นตถตาโดยถูกต้องและสมบูรณ์ ย่อมเป็นตถาคต (พระอรหันต์)

ข้อ ๑๐หน้าที่

หน้าที่ของบุคคลต่อตถตา: ๑๐.๑ บุคคลจะต้องรู้, ต้องเข้าใจ, ต้องปฏิบัติ, ต้องเห็นแจ่มแจ้ง ต่อตถตาของสิ่งที่ตนกำลังยึดมั่นถือมั่นอยู่ จนปล่อยวางเสียได้. ๑ กฎสามัญลักษณะ: คือกฎที่เรียกกันว่าไตรลักษณ์; อันทำให้มีอาการที่เรียกว่าอนิจจตา, ทุกขตา, อนัตตตา. แม่บท..ตถตา ๔๒ ๑๐.๒ ต้องมีการเห็น อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา ฯลฯ กระทั่ง สุญญตา เป็นการนำไปสู่การเห็นตถตา. ๑๐.๓ บุคคลต้องมีสติในการเห็นตถตาทุกขณะที่มีการพูด, การทำ, การคิด และการเผชิญหน้ากับอารมณ์; เพื่อไม่ให้ เกิดความยึดมั่นถือมั่นขึ้นมาในสิ่งใด. ๑๐.๔ ผู้ประสงค์จะอยู่เหนือความรู้สึกของความเป็นบวกเป็นลบ ทุกคู่ ต้องมีสติปัญญาในการเห็นตถตาอย่างเพียงพอ

ข้อ ๑๑อุปมา

เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ พระเจ้าผู้มีอำนาจเฉียบขาดสูงสุด ที่สัตว์ทั้งหลายต้อง ปฏิบัติตาม. ๑๑.๒ เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ กันผี, กันความวิบัติฉิบหาย, กันความ ตาย; เป็นผ้าเช็ดน้ำตาของคนมีความทุกข์ทุกชนิด. ๑๑.๓ ยารักษาโรคทางจิตทางวิญญาณ หรือโรคกิเลส อัน อยู่เหนือวิสัย ที่หยูกยาธรรมดา จะรักษาได้ทุกชนิด. ๑๑.๔ เพชรที่ตัดสิ่งซึ่งสิ่งอื่นตัดไม่ได้: เช่น ตัดกิเลส อนุสัย ๑ เป็นต้น; เพชรตัดได้ทุกสิ่ง แต่ไม่มีสิ่งใดตัดเพชรได้. ๑๑.๕ เครื่องป้องกันการสั่นกระเทือน ไม่ให้เกิดการหวั่นไหว ใด ๆ; แม้จากแรงกิเลสหรือแรงระเบิดปรมาณู. ๑๑.๖ เสาหินของธรรมชาติ ที่ปักลงไปแล้วไม่หวั่นไหว ด้วยแรง พายุชนิดใด; หรือ แม้ด้วยแรงระเบิดที่ยิ่งกว่าระเบิด ปรมาณู

ข้อ ๑๒สมุทัย

แม้ไม่มีสมุทัยเพราะเป็นกฎอสังขตะ; แต่ก็มีสิ่งหรือเครื่องมือที่ทำให้ตถตาปรากฏแก่จิต จน ได้ประโยชน์แก่จิต

ข้อ ๑๓อัตถังคมะ

ไม่มี เพราะเป็นกฎอสังขตะ. __________________________________________________ ๑ อนุสัย: ความเคยชินที่จะเกิดกิเลสสามชนิด อันได้สะสมไว้เป็นนิสัย; เรียกว่าราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อวิชชานุสัย

ข้อ ๑๔อัสสาทะ

ในตัวเองไม่มี แต่มีแก่จิตใจของ ผู้ยึดมั่นถือมั่นให้ตถตาเป็นอัตตานิรันดร

ข้อ ๑๕อาทีนวะ

ในตัวเองไม่มี; แต่มีแก่จิตใจของ ผู้ยึดมั่นถือมั่นด้วยอวิชชา ให้ตถตาเป็นอัตตานิรันดร

ข้อ ๑๖นิสสรณะ

ไม่มี เพราะไม่มีอะไรจะต้องออก จากตถตา. มีแต่อะไรที่จะต้องออกจากอวิชชา เพื่อ ให้เข้าถึงตถตา

ข้อ ๑๗ทางปฏิบัติ

ไม่มีแก่ตถตา; มีแต่ทาง ปฏิบัติของผู้ที่ต้องการจะเข้าถึงตถตา: ๑๗.๑ อริยมรรคมีองค์แปด. ๑๗.๒ ความมีสติในขณะแห่งผัสสะหรือเวทนา. ๑๗.๓ โดยการทำธัมมสมาธิ คือมีตถตาหรือนิพพาน เป็นอารมณ์

ข้อ ๑๘อานิสงส์

๑๘.๑ ทำให้เห็นว่าไม่มีอะไรเป็นของแปลกหรือน่า อัศจรรย์. ๑๘.๒ ไม่หลงไปยึดอะไร ๆ ให้เป็นตัวตนแม้แต่ตัว ตถตาเอง. ๑๘.๓ ทำให้เป็นตถาคต (พระอรหันต์). ๑๘.๔ ถ้ามีตถตาในการทำหน้าที่การงาน จะไม่มีสิ่ง ที่เรียกว่าความผิดหวัง; มีแต่ประโยชน์ และ ความสนุกสนาน

ข้อ ๑๙หนทางถลำ

ทางถลำเข้าไปสู่การเห็น ตถตา: มีได้แม้โดยเหตุบังเอิญ ที่เข้ามากระทบจิต; จนทำให้เกิดความรู้สึกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อความสุข, ความพอใจ ที่มีอยู่เป็นประจำ อันนำมาซึ่งความรู้สึก อึดอัดและรบกวน

ข้อ ๒๐สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง

ตถตาโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: ในการเข้า ถึงตถตา: ไม่มีในฝ่ายตถตา; แต่มีในฝ่ายผู้ที่ต้องการ จะรู้และเข้าถึงตถตา; ด้วยการศึกษาเล่าเรียน (พหุสฺสุต) และการทำในใจโดยแยบคาย ในเรื่อง ความจริงของสิ่งทั้งปวง. แม่บท .. ตถตา ๔๔

ข้อ ๒๑ภาษาคน ภาษาธรรม

ภาษาคน: ไม่มีความหมายอะไรเหมือนกับพูดเล่น. ภาษาธรรม: มีความจริงสูงสุด ทำให้บุคคลเป็นพระอรหันต์. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ฟ้าสางฯ ตอน ๑, ๒. สมถวิปัสนาแห่งยุคปรมาณู ๓. อิทัปปัจจยตา

ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓, ๖ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้

📚 เล่มที่พูดถึงเรื่องนี้ ๕ เล่ม

จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้

ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ