น.1805 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หมวดที่ ๓ ว่าด้วย เกียรติและลาภสักการะ ๑. ฤทธิเดชของลาภสักการะ ๒. สุนัขขี้เรือน ๓. เต่าติดชนัก ๔. ปลากลืนเบ็ด ๕. ผู้กินคูถ ๖. ผู้ติดเซิงหนาม ๗. ผู้ถูกหลาวอาบยาพิษ ๘. จักรแห่งอสนีบาต ๙. ลมเวรัมภา ๑๐. ลูกสุนัขดุถูกขยี้ด้วยดีสัตว์ ๑๑. ความฉิบหายของผู้หลงสักการะ ๑๒. การออกผลเพื่อฆ่าตนเอง ๕๒
น.1806 ฤทธิเดชของลาภสักการะ ๑ ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรม อื่นยิ่งกว่า. ภิกษุ ท .! สมณพราหมณ์พวกใด ไม่รู้จักความยวนใจ ไม่รู้จักโทษ อันต่ำทราม ไม่รู้จักอุบายเป็นทางพ้น ในกรณีอันเกี่ยวกับลาภสักการะและเสียง เยินยอ ตรงตามที่เป็นจริง; สมณพราหมณ์พวกนั้น จะกระทำให้แจ้งด้วย ปัญญาอันยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความสงบอยู่ หาได้ไม่. ภิกษุ ท .! สมณพราหมณ์พวกใด ไม่รู้จักมูลฐานเป็นที่ตั้งขึ้น ไม่ รู้จักความดับสนิท ไม่รู้จักความยวนใจ ไม่รู้จักโทษอันต่ำทราม ไม่รู้จักอุบาย เป็นทางพ้น ในกรณีอันเกี่ยวกับลาภสักการะและเสียงเยินยอ ตรงตามที่เป็นจริง ; สมณพราหมณ์พวกนั้น จะกระทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความ สงบอยู่ หาได้ไม่. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๗๘-๙/๕๗๓-๕๗๖, ๕๗๙, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่เชตวัน ใกล้นครสาวัตถี. ๕๓
น.1807 ภิกษุ ท. ! สมณพราหมณ์พวกใด ไม่รู้จักลาภสักการะและเสียงเยินยอ ไม่รู้จักมูลฐานเป็นที่ตั้งขึ้นแห่งลาภสักการะและเสียงเยินยอ ไม่รู้จักความดับสนิท แห่งลาภสักการะและเสียงเยินยอ ไม่รู้จักหนทางให้ถึงความดับสนิทแห่งลาภ- สักการะและเสียงเยินยอ; สมณพราหมณ์พวกนั้นจะกระทำให้แจ้งด้วยปัญญา อันยิ่งเอง แล้วเข้าถึงความสงบอยู่ หาได้ไม่. ภิกษุ ท .! เปรียบเหมือนบุรุษผู้ล่ำสัน นำเอาเชือกมีคมอันหยาบมา พันรอบ ๆ แข้ง แล้วสีไปสีมา. เชือกนั้นย่อมบาดผิวหนัง, ครั้นบาดผิวหนังแล้ว ย่อมบาดหนัง, ครั้นบาดหนังแล้ว ย่อมบาดเนื้อ, ครั้นบาดเนื้อแล้ว ย่อม บาดเอ็น, ครั้นบาดเอ็นแล้ว ย่อมบาดกระดูก, ครั้นบาดกระดูกแล้ว ย่อม เข้าจดอยู่ที่เยื่อกระดูก ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอนี้ ก็ฉันนั้น : มันย่อมจะบาดผิวหนัง, ครั้นบาดผิวหนังแล้ว ย่อมจะบาดหนัง, ครั้นบาดหนังแล้ว ย่อมจะบาดเนื้อ, ครั้นบาดเนื้อแล้ว ย่อมจะบาดเอ็น, ครั้น บาดเอ็นแล้ว ย่อมจะบาดกระดูก, ครั้นบาดกระดูกแล้ว ย่อมจะเข้าจดอยู่ที่ เยื่อกระดูก. ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลายพึง สำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้ม อยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท .! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล.
น.1808 สุนัขขี้เรื้อน ๑ ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ภิกษุ ท .! พวกเธอเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวที่อาศัยอยู่เมื่อตอนย่ำรุ่ง แห่ง ราตรีนี้ไหม ? "เห็น พระเจ้าข้า" ภิกษุ ท .! สุนัขจิ้งจอกตัวนั้น เป็นโรคหูชัน (โรคเรื้อนสุนัข) ๒ วิ่งไป บนแผ่นดินก็ไม่สบาย ไปอยู่ที่โคนไม้ก็ไม่สบาย ไปอยู่กลางแจ้งก็ไม่สบาย มันไปในที่ใด มันยืนในที่ใด มันนั่งในที่ใด มันนอนในที่ใด ล้วนแต่ได้รับ ทุกข์ทรมาน ในที่นั้น ๆ. ภิกษุ ท .! ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็เหมือนกัน, ครั้นถูกลาภ สักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ ไปอยู่สุญญาคารก็ไม่สบาย ไปอยู่โคนไม้ก็ไม่สบาย ไปอยู่กลางแจ้งก็ไม่ สบาย. เธอไปในที่ใด เธอยืนในที่ใด เธอนั่งในที่ใด เธอนอนในที่ใด ล้วนแต่ได้รับทุกข์ทรมาน ในที่นั้น ๆ. ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรม ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๗๐/๕๕๓-๔. ๒. ตามอรรถกถากล่าวว่า โรคหูชันเป็นแก่สุนัขในฤดูหนาว. เมื่อเกิดเป็นโรคชนิดนี้ ขนของมันก็ร่วงหลุดหมดทั้งตัว เป็นสัตว์ปราศจากขน เปื่อยเน่าไปทั้งตัว ลมพัดมาถูกต้องร่างกาย ของมัน มันเจ็บปวด ดูน่าเวทนา เหมือนคนที่ถูกสุนัขบ้ากัด ไม่อาจดำรงตนให้เป็นปรกติ หมุนตัว ไป ๆ มา ๆ ฉะนั้น. เมื่อโรคชนิดนี้เกิดเป็นขึ้น มันจะต้องวิ่งวุ่นไม่หยุด และไม่มีที่ไหนจะเป็นที่สบาย แก่มันเลย.
น.1809 อื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้ม อยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท .! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล. เต่าติดชนัก ๑ ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า. ภิกษุ ท. ! เรื่องเคยมีมาแล้วแต่หนหลัง : มีเต่าพันธุ์เดียวกันจำนวน มาก ฝูงหนึ่ง อาศัยอยู่นมนานในห้วงน้ำลึกแห่งหนึ่ง ครั้งนั้นเต่าตัวหนึ่ง ได้เข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งถึงที่อยู่ แล้วพูดว่า "พ่อเต่าเอ๋ย! เจ้าอย่าได้ไปเที่ยว หากินทางถิ่นโน้นเลย". ภิกษุ ท .! เต่า (ตัวที่สอง) ก็ยังขืนไปทางถิ่นนั้น. ชาวประมงได้แทงเต่าตัวนั้นด้วยชนัก กาลต่อมา เต่า (ตัวที่สอง) ได้เข้าไปหา เต่า (ตัวที่หนึ่ง) ถึงที่อยู่. เต่า (ตัวที่หนึ่ง) ได้เห็น เต่า (ตัวที่สอง) มาแต่ไกล, ครั้นเห็นจึงกล่าวทักว่า "พ่อเต่า! เจ้าไม่ได้ไปเที่ยวหากินทางถิ่นโน้นไม่ใช่หรือ ?" "พ่อเต่า! เราได้ไปมาเสียแล้ว" "อย่างไร พ่อเต่า! ก็เจ้าถูกแทงถูกตีมาบ้างไหม ?" ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๖๗/๕๔๒-๕๔๔.
น.1810 ๕๗) หมวดที่ ๓ ว่าด้วยเกียรติและลาภสักการะ "พ่อเต่าเอ๋ย! เราถูกแทงถูกตีเสียแล้ว นี่ เชือกสายชนัก ยังมีติดหลัง เรามาด้วย". "พ่อเต่าเอ๋ย! สมน้ำหน้าแล้วที่ถูกแทง สมน้ำหน้าแล้วที่ถูกตี. พ่อเต่าเอ๋ย! พ่อของเจ้า ปู่ของเจ้า ได้รับทุกข์ถึงความพินาศด้วยเชือกเส้นนี้ เหมือนกัน. เจ้าจงไปเสียเดี๋ยวนี้เถิด. บัดนี้เจ้าไม่ใช่พวกของเราแล้ว". ภิกษุ ท .! คำว่า "ชาวประมง" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "มาร ผู้มีบาป". คำว่า “ชนัก" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "ลาภสักการะและ เสียงเยินยอ". คำว่า "เชือกด้าย" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "นันทิราคะ (ความกำหนัดยินดีเพราะเพลิน)". ภิกษุ ท. ! ก็ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ยังรู้สึกอร่อยติดใจในลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น หรือดิ้นรนใคร่จะ ได้อยู่ : ภิกษุนี้ เราเรียกว่า ภิกษุผู้ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศด้วยชนัก แล้วแต่ มารผู้มีบาป ใคร่จะทำประการใด. ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียง เยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มา ห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้แล.
น.1811 ปลากลืนเบ็ด ๑ ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า. ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนพรานเบ็ด ซัดเบ็ดที่มีเหยื่อลงไปในห้วงน้ำลึก, ปลาที่เห็นแต่จะกินเหยื่อตัวหนึ่ง ได้กลืนเบ็ดนั้นเข้าไป. ปลาที่กลืนเบ็ด ตัวนั้น ย่อมได้รับทุกข์ถึงความพินาศ แล้วแต่พรานเบ็ดผู้นั้น ใคร่จะทำ ประการใด. ภิกษุ ท .! คำว่า "พรานเบ็ด" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "มารผู้ มีบาป" คำว่า "เบ็ด" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "ลาภสักการะและเสียง เยินยอ". ภิกษุ ท .! ก็ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ยังรู้สึกอร่อย ยังติดใจในลาภ สักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น หรือดิ้นรนใคร่จะได้อยู่: ภิกษุนี้ เราเรียกว่า ผู้กลืนเบ็ดของมาร จะได้รับทุกข์ถึงความพินาศ แล้วแต่มารผู้มีบาป ใคร่จะทำ ประการใด. ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียง เยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มา ห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา" ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจ ไว้อย่างนี้แล. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๖๖-๗/๕๓๘-๕๔๑.
น.1812 ผู้กินคูถ ๑ ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ภิกษุ ท. ! เปรียบเหมือนตัวกังสฬกะ ๒ ซึ่งกินคูณเป็นอาหาร อิ่มแล้ว ด้วยคูณ ท้องป่องด้วยคูล; อนึ่ง กองคูถใหญ่ ก็มีอยู่ตรงหน้าของมัน เพราะเหตุนั้นมันจึงนึกดูหมิ่นกังสฬกะตัวอื่นว่า "เราผู้มีคูถเป็นภักษา อิ่มแล้ว ด้วยคูถ ท้องป่องด้วยคูถ. อนึ่ง กองคูถใหญ่ตรงหน้าของเราก็ยังมี กังสพกะตัวอื่น มีบุญน้อย มีเกียรติน้อย ไม่รวยลาภด้วยคูถ" ดังนี้. ภิกษุ ท. ! ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็เหมือนกัน, เป็นผู้ถูกลาภสักการะ และเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ในเวลาเช้า ครองจีวร ถือบาตร เข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน หรือในเมือง, เธอได้ฉัน ตามพอใจจนอิ่มแล้วในที่นั้นด้วย, ทั้งเขาก็นิมนต์เพื่อฉันในวันพรุ่งนี้ด้วย, ของ บิณฑบาตก็เต็มบาตรกลับมาด้วย. ภิกษุนี้ ครั้นกลับมาถึงวัดแล้ว ก็พูดพล่าม (เหมือนตัวกังสฬกะ) ในท่ามกลางหมู่เพื่อนภิกษุว่า "เราได้ฉันตามพอใจจน อิ่มแล้ว ทั้งเขายังนิมนต์เพื่อฉันในวันพรุ่งนี้อีก, ของบิณฑบาตของเรานี้ ก็เต็มบาตรกลับมา, เรารวยลาภด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริการ. ส่วนภิกษุอื่น ๆ เหล่านี้ มีบุญน้อย ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๖๙/๕๔๗-๘. ๒. ตัวกังสพกะ เป็นสัตว์กินคูถชนิดหนึ่ง ซึ่งอรรถกถากล่าวว่า เวลากินคูถนั้น มันเอา สองเท้าหลังยันแผ่นดิน แล้วยกสองเท้าหน้าตั้งไวบนกองคูถ แล้วแหงนหน้ากินไปพลาง.
น.1813 มีอภินิหารน้อย จึงไม่รวยลาภด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริการ" ดังนี้. ภิกษุ ท. ! ภิกษุนั้นถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ ย่อมนึกดูหมื่นภิกษุเหล่าอื่น ผู้มีศีลเป็นที่รัก ภิกษุ ท .! การได้ลาภของโมฆบุรุษชนิดนั้น ย่อมเป็นไปเพื่อทุกข์ ไร้ประโยชน์ เกื้อกูล สิ้นกาลนาน ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้น อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้ม อยู่ที่จิตของเรา" ภิกษุ ท .! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้แล. ผู้ติดเชิงหนาม ๑ ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุนิพพานอันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า. ภิกษุ ท. ! แกะชนิดมีขนยาว เข้าไปสู่เซิงหนาม มันข้องอยู่ในที่นั้น ๆ ติดอยู่ในที่นั้น ๆ พัวพันอยู่ในที่นั้น ๆ ได้รับทุกข์พินาศอยู่ในที่นั้น ๆ, ฉันใด ; ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๖๘/๕๔๕-๖.
น.1814 ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็ฉันนั้น : เธอเป็นผู้ถูกลาภ สักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ในเวลาเช้า ครองจีวร ถือบาตรเข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน หรือในเมือง, เธอข้องอยู่ใน ที่นั้นๆ ติดอยู่ในที่นั้น ๆ พัวพันอยู่ในที่นั้น ๆ ได้รับทุกข์พินาศอยู่ในที่นั้น ๆ. ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มี ธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอ ทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท .! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้แล. ผู้ถูกหลาวอาบยาพิษ ๑ ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรม อื่นยิ่งกว่า. ภิกษุ ท .! หลาวที่อาบยาพิษ จะเสียบใครกันนะ ? ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ จะติดตามภิกษุ ผู้ยังต้องศึกษา ยังไม่ลุถึงขั้นสุดแห่งสิ่งที่ตน จำนงหวัง ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๗๐/๕๕๑-๒.
น.1815 คำว่า "หลาว" เป็นคำชื่อแทนคำว่า "ลาภสักการะ และเสียงเยินยอ". ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มี ธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา" ภิกษุ ท .! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจ ไว้ อย่างนี้แล. จักรแห่งอสนีบาต ๑ ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มี ธรรมอื่นยิ่งกว่า. ภิกษุ ท .! จักรแห่งอสนีบาตอันลุกโพลง ตกลงถูกกระหม่อมของใคร กันนะ ? ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ จะตามติดภิกษุผู้ยังต้องศึกษา ยังไม่ลุถึงขั้นสุดแห่งสิ่งที่ตนจำนงหวัง ภิกษุ ท .! คำว่า "จักรแห่งอสนีบาตอันลุกโพลง" เป็นคำชื่อ แทนคำว่า "ลาภสักการะและเสียงเยินยอ". ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน สํ. ๑๖/๒๗๐/๕๔๙, ๕๕๐.
น.1816 ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้ม อยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท .! พวกเธอทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้แล. ลมเวรัมภา ๑ ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ภิกษุ ท .! ลมชื่อว่า เวรัมภา ๒ พัดอยู่แต่ในอากาศเบื้องบน. นก ตัวใดบินเหินลมขึ้นไปถึงที่นั้น ลมเวรัมภาก็ซัดเอานกตัวนั้นให้ลอยปลิวไป. เมื่อ นกถูกลมเวรัมภาซัดเอาแล้ว เท้าของมันขาดไปทางหนึ่ง ปีกของมันขาดไป ทางหนึ่ง ศีรษะของมันขาดไปทางหนึ่ง ตัวของมันขาดไปทางหนึ่ง. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๗๑/๕๕๕-๖. ๒. ลมเวรัมภา น่าจะได้แก่ลมที่เรียกกันตามภาษาชาวบ้านว่า ลมกรดนั่นเอง. ตามอรรถกถา กล่าวว่า ถ้ามีคนขึ้นไปบนท้องฟ้า ขนาดที่สูงพอมองเห็นทวีปทั้งสี่ เล็กประมาณเท่าใบบัว ระยะสูงประมาณ นี้แหละ เป็นระยะที่ลมเวรัมภาพัด. ยังมีนกชนิดหนึ่งที่บินไปถึงระยะสูงขนาดนั้น เรียกชื่อว่า "วาตสกุณ - นกชอบบินเหินลม" และชอบเที่ยวร้องในเวลาฝนตกแล้วใหม่ ๆ แล้วบินไปในท้องฟ้า สูงขนาดมีลมเวรัมภาพัด จึงถูกซัดเอาเท้า บีก ศีรษะ และตัว ขาดไปคนละทิศละทาง.
น.1817 ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ก็เหมือนกัน : เธอถูกลาภสักการะ และเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ ในเวลาเช้า ครองจีวร ถือบาตรเข้าไปบิณฑบาตในหมู่บ้าน หรือในเมือง, ไม่รักษากาย, ไม่รักษาวาจา, ไม่รักษาจิต, ไม่กำหนดสติ, ไม่สำรวมอินทรีย์ทั้งหลาย ; ภิกษุนั้น เห็นมาตุคามในที่นั้น ๆ ที่นุ่งชั่วห่มชั่ว, ครั้นเห็นมาตุคามผู้นุ่งชั่ว ห่มชั่วแล้ว ความกำหนัดก็เสียบแทงจิตของเธอ เธอนั้น ครั้นจิตถูกความ กำหนัดเสียบแทงแล้ว ก็บอกคืนสิกขา (สึก) กลับคืนไปสู่เพศต่ำแห่งคฤหัสถ์ ภิกษุพวกหนึ่ง เอาจีวรของเธอไป ภิกษุพวกหนึ่ง เอาบาตรของเธอไป ภิกษุพวกหนึ่ง เอาผ้านิสีทนะของเธอไป ภิกษุพวกหนึ่ง เอากล่องเข็ม ของเธอไป เช่นเดียวกับอวัยวะของนก ซึ่งถูกลมเวรัมภาซัดเสียกระจัด กระจายแล้ว ฉะนั้น. ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่น ยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลายจักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้ม อยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท .! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล. ลูกสุนัขดุถูกขยี้ด้วยดีสัตว์ ๑ ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย อย่านึกกระหยิ่มต่อลาภสักการะและเสียง เยินยอ ที่เกิดแก่พระเทวทัตเลย. ตลอดเวลา ที่พระเจ้าอชาตสัตตุกุมารยังไป ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๘๙/๕๙๓, ๕๙๔.
น.1818 บำรุงพระเทวทัตด้วยรถ ๕๐๐ คัน ทั้งเช้าทั้งเย็น, และอาหารที่นำไปมีจำนวนถึง ๕๐๐ สำรับ๑ อยู่เพียงใด ; ตลอดเวลาเพียงนั้น, พระเทวทัตหวังได้แต่ความ เสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย อย่างเดียว, หวังความเจริญไม่ได้. ภิกษุ ท .! ใครขายดีสัตว์เข้าที่จมูกของลูกสุนัขตัวดุร้าย, ลูกสุนัข ตัวนั้นจะกลับดูยิ่งกว่าเดิม ด้วยการกระทำอย่างนี้. ข้อนี้ฉันใด ; ภิกษุ ท. ! ตลอดเวลาที่พระเจ้าอชาตสัตตุกุมารยังไปบำรุงพระเทวทัต ด้วยรถ ๕๐๐ คัน ทั้งเช้าทั้งเย็น, และอาหารที่นำไปมีจำนวนถึง ๕๐๐ สำรับ อยู่เพียงใด ; ตลอดเวลาเพียงนั้น, พระเทวทัตหวังได้แต่ความเสื่อมในกุศลธรรมทั้งหลาย อย่างเดียว, หวังความเจริญไม่ได้, ฉันนั้น. ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มี ธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอ ทั้งหลายพึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้อง ไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้แล. ๑. สำรับในที่นี้ ตรงกับบาลีที่ว่า "ถาลิปากะ". ถาลิปากะหนึ่ง ๆ นั้น ตามอรรถกถาว่า จุอาหารพอแก่จำนวนคน ๑๐ คน รับประทาน
น.1819 ความฉิบหายของผู้หลงสักการะ ๑ ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรม อื่นยิ่งกว่า ภิกษุ ท .! พระเทวทัตถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำเอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ จึง ทำลายสงฆ์ ภิกษุ ท .! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำ เอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, รากเง่าแห่งธรรมอันเป็นกุศลของเธอจึงถึง ความขาดสูญ. ภิกษุ ท .! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำ เอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ธรรมอันเป็นตัวกุศลของเธอ จึงถึงความ ขาดสูญ. ภิกษุ ท .! เมื่อพระเทวทัตถูกลาภสักการะและเสียงเยินยอครอบงำ เอาแล้ว มีจิตติดแน่นอยู่ในสิ่งนั้น ๆ, ธรรมอันขาวสะอาดของเธอ จึงถึงความ ขาดสูญ. ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มีธรรม อื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะและเสียงเยินยอ ที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท .! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้ แล. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๘๒/๕๘๒-๕๘๕.
น.1820 การออกผลเพื่อฆ่าตนเอง ๑ ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ภิกษุ ท .! กล้วยเมื่อจะออกผล ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อ ความฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ ก็ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! ไผ่เมื่อจะออกผล ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความ ฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท. ! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ ก็ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! ไม้อ้อเมื่อจะออกผล ก็ออกผลเพื่อฆ่าตนเอง เพื่อ ความฉิบหายของมันเอง ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ ก็ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! นางม้าอัสดร ย่อมตั้งครรภ์ เพื่อความตายของตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ฉันใด; ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียง เยินยอ เกิดขึ้นแล้วแก่พระเทวทัต เพื่อฆ่าตนเอง เพื่อความฉิบหายของตนเอง ข้อนี้ก็ฉันนั้น. ภิกษุ ท .! ลาภสักการะและเสียงเยินยอ เป็นอันตรายที่ทารุณแสบเผ็ด หยาบคาย ต่อการบรรลุพระนิพพาน อันเป็นธรรมเกษมจากโยคะ ไม่มี ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๘๓-๔/๕๘๖-๕๙๑.
น.1821 ธรรมอื่นยิ่งกว่า ด้วยอาการอย่างนี้. เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้ พวกเธอ ทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ดังนี้ว่า "เราทั้งหลาย จักไม่เยื่อใยในลาภสักการะ และเสียงเยินยอที่เกิดขึ้น. อนึ่ง ลาภสักการะและเสียงเยินยอที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องไม่มาห่อหุ้มอยู่ที่จิตของเรา". ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้ อย่างนี้ แล. พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสความข้อนั้นแล้ว ผู้สุคตศาสดา ได้ตรัส นิคมวจนะนี้อีกว่า :- "สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่ว เหมือนผลกล้วยฆ่า ต้นกล้วย ผลไผ่ฆ่าต้นไผ่ ขุยอ้อฆ่าต้นอ้อ และสัตว์ ที่เกิดในครรภ์ฆ่านางม้าอัสดร ฉะนั้น" ดังนี้ แล. หมวดที่สาม จบ.
น.1822 ผู้ชี้ขุมทรัพย์ ! น เต อหํ อานนฺท ตถา ปรกฺกมิสฺสามิ อานนท์ ! เราไม่พยายามทำกะพวกเธอ อย่างทะนุถนอม ยถา กุมฺภกาโร อามเก อามกมฺเต เหมือนพวกช่างหม้อ ทำแก่หม้อ ที่ยังเปียก ยังดิบอยู่ นิคฺคยฺหนิคฺคยฺหาหํ อานนฺท วกฺขามี อานนท์ ! เราจักขนาบแล้ว ขนาบอีก ไม่มีหยุด ปวยฺหปวยุหาหํ อานนฺท วกฺขามิ อานนท์ ! เราจักชี้โทษแล้ว ชี้โทษอีก ไม่มีหยุด โย สาโร, โส ฐสฺสติ ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้. (มหาสุญฺญตสุตฺต อุปริ. ม. ๑๔/๒๔๕/๓๕๖) นิธีนํว ปวฺตตารํ ยํ ปสฺเส วชฺชทสฺสินํ นิคฺคยฺหวาทึ เมธาวึ ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช คนเรา ควรมองผู้มีปัญญาใด ๆ ที่คอยชี้โทษ คอยกล่าว คำขนาบอยู่เสมอไป ว่าคนนั้นแหละ คือผู้ชี้ขุมทรัพย์ละ, ควรคบบัณฑิตที่เป็นเช่นนั้น, ตาทิสํ ภชมานสฺส เสยฺโย โหติ น ปาปิโย เมื่อคบหากับบัณฑิตชนิดนั้นอยู่ ย่อมมีแต่ดีท่าเดียว ไม่มีเลวเลย. (ปณฺฑิตวคฺค ธ. ขุ. ๒๕/๒๕/๑๖) ๖๙
Buddhadasa