น.1927 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หมวดที่ ๙ ว่าด้วย การเสียความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ๑. วอดวายเพราะผู้นำ ๒. อุปัชฌายะเสีย ๓. อาจารย์เสีย ๔. เถระเสีย ๕. เถระที่ต้องระวัง ๖. เถระพาล ๗. เถระวิปริต ๘. เถระโลเล (หลายแบบ) ๙. พ่อฆ่าลูก ๑๐. สมภารผิดหลัก ๑๑. สมภารติดถิ่น ๑๒. สมภารติดที่อยู่ ๑๓. นรกของสมภารเจ้าวัด ๑๗๖
น.1928 วอดวายเพราะผู้นำ ๑ ภิกษุ ท .! เรื่องเคยมีมาแล้ว : โคบาลชาวมคธ เป็นคนปัญญาทึบ โดยกำเนิด ไม่คำนึงถึงฤดูสารทในเดือนท้ายฤดูฝน ไม่ตรวจตราดูฝั่งแม่น้ำคงคา ทางฟากนี้ ได้ต้อนฝูงโคให้ข้ามไปฝั่งเหนือแห่งวิเทหรัฐฟากโน้น ตรงที่ที่มิใช่ท่า สำหรับโคข้ามเลย. ภิกษุ ท .! ครั้งนั้นแล ฝูงโคได้ว่ายวกไปเวียนมาใน ท่ามกลางกระแสแม่น้ำคงคา (เพราะไม่อาจขึ้นฝั่งข้างใดได้) ก็พากันถึงความ พินาศวอดวายเสีย ณ กลางกระแสน้ำนั่นเอง ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร ? เพราะ เหตุที่โคบาลชาวมคธ เป็นคนปัญญาทึบโดยกำเนิด ไม่คำนึงถึงฤดูสารทในเดือน ท้ายฤดูฝน ไม่ตรวจตราดูฝั่งแม่น้ำคงคาทางฟากนี้ ได้ต้อนฝูงโคให้ข้ามไปฝั่งเหนือ แห่งวิเทหรัฐฟากโน้น ตรงที่ที่มิใช่ท่าสำหรับโคข้ามเลย นั่นเอง; ภิกษุ ท. ! ฉันใดก็ฉันนั้น : สมณะหรือพราหมณ์พวกใดพวกหนึ่ง เป็นผู้ไม่ฉลาดเรื่อง โลกนี้ ไม่ฉลาดเรื่อง โลกอื่น, เป็นผู้ไม่ฉลาดเรื่อง วัฏฏะ ๑. บาลี พระพุทธภาษิต จูฬโคปาลสูตร มู. ม. ๑๒/๔๑๘/๓๘๙, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา ใกล้เมืองอุกกเวลา, แคว้นวัชชี ๑๗๗
น.1929 อันเป็นที่อยู่ของมาร ไม่ฉลาดเรื่อง วิวัฏฏะ อันไม่เป็นที่อยู่ของมาร, เป็นผู้ไม่ ฉลาดเรื่อง วัฏฏะ อันเป็นที่อยู่ของมฤตยู ไม่ฉลาดเรื่อง วิวัฏฏะ อันไม่เป็นที่อยู่ ของมฤตยู ; ชันเหล่าใดเกิดไปสำคัญว่า ถ้อยคำของสมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ควรฟังควรเชื่อ, ข้อนั้นจักเป็นไปเพื่อความทุกข์ ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล แก่ ชนเหล่านั้นสิ้นกาลนาน. อุปัชฌายะเสีย ๑ ภิกษุ ท .! ในกาลยืดยาวฝ่ายอนาคต จักมี ภิกษุทั้งหลาย ซึ่งมิได้ อบรมกาย มิได้อบรมศีล มิได้อบรมจิต และมิได้อบรมปัญญา, เธอทั้งหลาย ทั้งที่เป็นเช่นนั้นอยู่ จัก เป็นอุปัชฌายะให้อุปสมบทคนอื่น ๆ แล้ว จักไม่อาจ แนะนำฝึกสอนคนเหล่านั้น ในศีลอันยิ่ง ในสมาธิอันยิ่ง และในปัญญาอันยิ่ง. แม้คนบวชแล้วเหล่านั้น ก็จักเป็นผู้มิได้อบรมกาย มิได้อบรมศีล มิได้อบรมจิต และมิได้อบรมปัญญา, เธอทั้งหลาย ทั้งที่เป็นเช่นนั้นอยู่ จัก เป็นอุปัชฌายะ ให้อุปสมบท (ต่อจากอุปัชฌายะแรก) สืบไป ๆ, จักไม่อาจแนะนำฝึกสอนผู้บวช แล้วทั้งหลาย ในศีลอันยิ่ง ในสมาธิอันยิ่ง และในปัญญาอันยิ่งได้; คนที่ บวชแล้วเหล่านั้น ก็จักเป็นผู้มิได้อบรมกาย มิได้อบรมศีล มิได้อบรมจิต และ มิได้อบรมปัญญา อย่างเดียวกัน. ภิกษุ ท .! ด้วยอาการอย่างนี้เอง วินัยมีมลทิน ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๒๑/๗๙, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.
น.1930 ราะธรรมมีมลทีน ; ธรรมมีมลทิน เพราะวินัยมีมลทิน. นี้ เป็นอนาคตภัย ที่ยังไม่เกิดขึ้นในบัดนี้ แต่จักเกิดขึ้นในเวลาต่อไป. พวกเธอทั้งหลายพึงสำนึก ไว้ ครั้นได้สำนึกแล้ว ก็พึงพยายามเพื่อกำจัดภัยนั้นเสีย อาจารย์เสีย ๑ ภิกษุ ท .! ในกาลยืดยาวฝ่ายอนาคต จักมีภิกษุทั้งหลาย ซึ่งมิได้อบรม กาย มิได้อบรมศีล มิได้อบรมจิต และมิได้อบรมปัญญา, เธอทั้งหลาย ทั้งที่เป็น เช่นนั้นอยู่ จัก เป็นอาจารย์ให้นิสสัยคนอื่นๆ แล้วจักไม่อาจแนะนำ ฝึกสอนคนเหล่านั้น ในศีลอันยิ่ง ในสมาธิอันยิ่ง และในปัญญาอันยิ่ง. แม้คนบวชแล้วเหล่านั้น ก็จักเป็นผู้มิได้อบรมกาย มิได้อบรมศีล มิได้อบรมจิต และมิได้อบรมปัญญา, เธอทั้งหลาย ทั้งที่เป็นเช่นนั้นอยู่ จัก เป็นอาจารย์ให้ นิสสัยคนอื่น ๆ สืบไป ๆ, จักไม่อาจแนะนำฝึกสอนคนบวชทั้งหลาย ในศีลอันยิ่ง ในสมาธิอันยิ่ง และในปัญญาอันยิ่งได้ ; คนบวชทั้งหลายเหล่านั้น ก็จักเป็นผู้มิได้ อบรมกาย มิได้อบรมศีล มิได้อบรมจิต และมิได้อบรมปัญญา อย่างเดียวกัน. ภิกษุ ท .! ด้วยอาการอย่างนี้เอง วินัยมีมลทิน เพราะธรรมมีมลทิน ; ธรรม มีมลทิน เพราะวินัยมีมลทิน. นี้ เป็นอนาคตภัยที่ยังไม่เกิดขึ้นในบัดนี้ แต่ จักเกิดขึ้นในเวลาต่อไป. พวกเธอทั้งหลายพึงสำนึกไว้ ครั้นได้สำนึกแล้ว ก็พึงพยายามเพื่อกำจัดภัยนั้นเสีย ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๒๑/๗๙, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.
น.1931 เสีย ๑ ภิกษุ ท .! ในกาลยืดยาวฝ่ายอนาคต จักมีภิกษุทั้งหลาย ซึ่งมิได้ อบรมกาย มิได้อบรมศีล มิได้อบรมจิต และมิได้อบรมปัญญา, เธอทั้งหลาย เมื่อเป็นเช่นนั้นอยู่ ทั้งที่ เป็นภิกษุชั้นเถระแล้ว จักเป็นผู้ชอบทำการสะสม บริการ ประพฤติย่อหย่อนในไตรสิกขา เป็นผู้นำในทางทราม ไม่เหลียวแล ในกิจแห่งวิเวกธรรม ไม่ปรารภความเพียรเพื่อถึงสิ่งที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุสิ่งที่ยัง ไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งในสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง. ผู้บวชในภายหลัง ได้เห็น เถระเหล่านั้นทำเป็นแบบแผนเช่นนั้นไว้ ก็ถือเอาไปเป็นแบบอย่าง จึงทำให้เป็น ผู้ชอบทำการสะสมบริการบ้าง ประพฤติย่อหย่อนในไตรสิกขา เป็นผู้นำในทาง ทราม ไม่เหลียวแลในกิจแห่งวิเวกธรรม ไม่ปรารภความเพียรเพื่อถึงสิ่งที่ยังไม่ถึง เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งในสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง, ตาม ๆ กันสืบไป. ภิกษุ ท .! ด้วยอาการอย่างนี้เอง วินัยมีมลทิน เพราะธรรมมีมลทิน ; ธรรมมี มลทีน เพราะวินัยมีมลทิน. นี้ เป็นอนาคตภัยที่ยังไม่เกิดขึ้นในบัดนี้ แต่จัก เกิดขึ้นในเวลาต่อไป. พวกเธอทั้งหลายพึงสำนึกไว้ ครั้นได้สำนึกแล้ว ก็พึง พยายามเพื่อกำจัดภัยนั้นเสีย เถระที่ต้องระวัง ๒ กัสสปะ ! ภิกษุ แม้เป็นเถระแล้ว แต่ไม่เป็นผู้ใคร่ต่อไตรสิกขาด้วย ตนเอง, ไม่สรรเสริญผู้ปฏิบัติในไตรสิกขา, ไม่ชักจูงผู้ไม่รักไตรสิกขา, ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๒๓/๗๙, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย. ๒. บาลี พระพุทธภาษิต ติก. อํ. ๒๐/๓๐๗/๕๓๑, ตรัสแก่ท่านพระมหากัสสปะ ที่นิคมของ ชาวโกศล ชื่อปังกธา.
น.1932 ไม่กล่าวยกย่องผู้รักการปฏิบัติในไตรสิกขา ตามเวลาที่ควรแก่การยกย่องตามที่เป็น จริง ; กัสสปะ ! เราตถาคต ไม่สรรเสริญภิกษุเถระชนิดนี้. ข้อนั้นเพราะอะไร ? เพราะเหตุว่า ภิกษุทั้งหลายจะไปหลงคบภิกษุ เถระชนิดนั้นเข้า ด้วยคิดว่า "พระศาสดา สรรเสริญภิกษุชนิดนี้" ดังนี้. ภิกษุเหล่าใดไปคบหาภิกษุเถระชนิดนั้นเข้า ก็จะถือเอาภิกษุเถระชนิดนั้น เป็น ตัวอย่างสืบไป; การถือเอาภิกษุเถระชนิดนั้น เป็นตัวอย่าง ย่อมเป็นทางให้เกิด สิ่งอันไม่เป็นประโยชน์ และเป็นทุกข์ แก่ภิกษุเหล่านั้นเอง สิ้นกาลนาน. กัสสปะ ! เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่สรรเสริญภิกษุเถระชนิดนี้. เถระพาล ๑ ภิกษุ ท.! คนเราแม้เป็นผู้เฒ่า มีอายุ ๘๐, ๙๐, ๐๐๐ ปี โดยกำเนิด ก็ดี, แต่ เขามีคำพูดไม่เหมาะแก่กาล, พูดไม่จริง, พูดไม่มีประโยชน์, พูดไม่เป็นธรรม, พูดไม่เป็นวินัย, กล่าววาจาไม่มีที่ตั้ง ไม่มีที่อิง ไม่มี ที่สิ้นสุด ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ; คนผู้นั้นย่อมถึงการถูกนับว่าเป็น "เถระ ผู้พาล" โดยแท้ ๑. บาลี พระพุทธภาษิต จตุกฺก. อํ. ๒๑/๒๘/๒๒, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่อชปาลนิโครธ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา.
น.1933 วิปริต ๑ ภิกษุ ท .! ภิกษุเถระที่ประกอบด้วยองค์ประกอบห้าอย่างเหล่านี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำมหาชนให้เสื่อมเสีย ทำมหาชนให้หมดความสุข ทำไป เพื่อความฉิบหายแก่คนเป็นอันมาก ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เป็นไปเพื่อความทุกข์ ทั้งแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย. ห้าอย่างอะไรกันเล่า ? ห้าอย่างคือ :- (๑) ภิกษุเป็นเถระ บวชมานาน มีพรรษายุกาลมาก. (๒) เป็นที่รู้จักกันมาก มีเกียรติยศ มีบริวาร ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิต. (๓) เป็นผู้ร่ำรวยลาภด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลาน- ปัจจัยเภสัชบริการ. (๔) เป็นพหูสูต ทรงจำธรรมที่ฟังแล้ว สั่งสมธรรมที่ฟังแล้วมาก ฯลฯ. (๕) (แต่) เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีทัศนะวิปริต. ภิกษุ ท .! ภิกษุนี้ ทำคนเป็นอันมากให้เลิกละจากพระสัทธรรม, ให้ตั้งอยู่ในอสัทธรรม. ประชาชนทั้งหลาย ย่อมถือเอาแบบอย่างของภิกษุ นั้นไป เพราะคิดว่า เธอเป็นภิกษุเถระ บวชมานาน มีพรรษายุกาลมากบ้าง, เพราะคิดว่า เธอเป็นภิกษุเถระ ที่มหาชนเชื่อถือรู้จักกันมาก มีเกียรติยศ มีบริวาร มาก ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตบ้าง, เพราะคิดว่า เธอเป็นภิกษุเถระ ที่ร่ำรวย ลาภด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริการบ้าง, เพราะ คิดว่า เธอเป็นภิกษุเถระ ที่เป็นพหูสูต ทรงจำธรรมที่ฟังแล้ว สั่งสมธรรมที่ ฟังแล้วได้บ้าง, ดังนี้. ภิกษุ ท .! ภิกษุเถระ ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบห้าอย่างเหล่านี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำมหาชนให้เสื่อมเสีย ทำมหาชนให้หมดความสุข ทำไป ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๒๔/๘๘, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.
น.1934 เพื่อความฉิบหายแก่คนเป็นอันมาก ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เป็นไปเพื่อความ ทุกข์ ทั้งแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย และ เถระโลเล (หลายแบบ) ๑ ภิกษุ ท .! ภิกษุเถระ ที่ประกอบด้วยเหตุห้าอย่าง (ห้าหมวด) เหล่านี้ แล้ว ย่อม ไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ไว้วางใจ ไม่น่าเคารพ ไม่น่ายกย่องสรรเสริญ ของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ร่วมกัน. ห้าอย่างอะไรกันเล่า? ห้าอย่างคือ :- (๑) ภิกษุชั้นเถระนั้น ยังกำหนัดในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด, ยังขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง, ยังหลงใหลในอารมณ์เป็นที่ตั้ง แห่งความหลงใหล, ยังตื่นเต้นในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความตื่นเต้น, ยังมัวเมา ในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา. (๒) ภิกษุชั้นเถระนั้น ยังเป็นผู้ไม่ปราศจากราคะ, ยังเป็นผู้ไม่ ปราศจากโทสะ, ยังเป็นผู้ไม่ปราศจากโมหะ, ยังลบหลู่คุณท่าน, ยังตีตน เสมอท่าน. (๓) ภิกษุชั้นเถระนั้น เป็นคนหลอกลวงเก่งด้วย, เป็นคนพูดพิธี พิไรเก่งด้วย, เป็นคนพูดหว่านล้อมเก่งด้วย, เป็นคนปลูกคำท้าทายให้เกิด มานะเจ็บใจเก่งด้วย, เป็นคนหากำไรทำนองเอาลาภต่อลาภเก่งด้วย. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๑๒๖-๘/๘๑-๕, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.
น.1935 ) ภิกษุชั้นเถระนั้น เป็นคนไม่มีศรัทธา, ไม่มีความละอายบาป, ไม่มีความเกรงกลัวบาป, เป็นคนเกียจคร้าน, เป็นคนมีปัญญาทราม. (๕) ภิกษุชั้นเถระนั้น เป็นคนไม่อดใจในรูปทั้งหลาย, ไม่อดใจใน เสียงทั้งหลาย, ไม่อดใจในกลิ่นทั้งหลาย, ไม่อดใจในรสทั้งหลาย, ไม่อดใจใน สัมผัสทางกายทั้งหลาย. ภิกษุ ท .! ภิกษุเถระ ที่ประกอบด้วยเหตุห้าอย่าง (ห้าหมวด) เหล่านี้ แล้ว ย่อมไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ไว้วางใจ ไม่น่าเคารพ ไม่น่ายกย่องสรรเสริญ ของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ร่วมกันเลย. พ่อฆ่าลูก ๑ กัสสปะ ! ก็ในเวลานี้ พวกภิกษุชั้นเถระ ไม่สมาทานการอยู่ป่าเป็น วัตร และทั้งไม่กล่าวสรรเสริญการกระทำเช่นนั้น, ไม่สมาทานการบิณฑบาต เป็นวัตร และไม่กล่าวสรรเสริญการกระทำเช่นนั้น, ไม่สมาทานการใช้ผ้า บังสุกุลเป็นวัตร และไม่กล่าวสรรเสริญการกระทำเช่นนั้น, ไม่สมาทานการใช้ จีวรเพียงสามผืนเป็นวัตร และไม่กล่าวสรรเสริญการกระทำเช่นนั้น, ไม่จำกัด ความต้องการให้มีแต่น้อย และไม่กล่าวสรรเสริญการกระทำเช่นนั้น, ไม่สันโดษ และไม่กล่าวสรรเสริญการกระทำเช่นนั้น, ไม่อยู่สงบ และไม่กล่าวสรรเสริญ การกระทำเช่นนั้น, ไม่เป็นผู้อยู่อย่างไม่คลุกคลีกัน และไม่กล่าวสรรเสริญ ๑. บาลี พระพุทธภาษิต นิทาน. สํ. ๑๖/๒๔๗/๔๙๖, ตรัสแก่ท่านพระมหากัสสปะ ที่เวฬุวัน.
น.1936 การกระทำเช่นนั้น, ไม่ปรารภความเพียร และไม่กล่าวสรรเสริญการกระทำ เช่นนั้น. บรรดาภิกษุชั้นเถระเหล่านั้น, ภิกษุรูปใด เป็นคนมีชื่อเสียงคน รู้จักมาก มีเกียรติยศ มีลาภด้วยบริการคือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และ คิลานปัจจัยเภสัช, พวกภิกษุชั้นเถระด้วยกันก็เชื้อเชิญให้นั่งเฉพาะภิกษุรูปนั้น ด้วยคำเป็นต้นว่า “มาเถิดภิกษุ! ภิกษุรูปนี้ชื่อไร ? ภิกษุนี้ช่างมีวาสนาจริง ! ภิกษุรูปนี้เป็นที่รักของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ร่วมกัน มาเถิดภิกษุ ! นิมนต์ท่าน จงนั่งอาสนะนี้" ดังนี้. กัสสปะ ! ครั้นภิกษุชั้นเถระประพฤติกันอยู่ดังนี้, ความคิดก็เกิดขึ้น แก่พวกภิกษุผู้บวชใหม่ว่า ได้ยินว่า ภิกษุรูปใด มีชื่อเสียงคนรู้จักมาก มีเกียรติยศ มีลาภด้วยบริการคือจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัช, พระเถระ ทั้งหลาย ย่อมนิมนต์เธอนั้นด้วยอาสนะด้วยคำเป็นต้นว่า "มาเถิดภิกษุ! ภิกษุนี้ ชื่อไร ? ภิกษุนี้ช่างมีวาสนาจริง! ภิกษุนี้เป็นที่รักของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ด้วยกัน มาเถิดภิกษุ ! นิมนต์ท่านจงนั่งอาสนะนี้" ดังนี้. พวกภิกษุผู้บวช ใหม่เหล่านั้น ก็พากันประพฤติเพื่อให้เป็นเช่นนั้น ; และข้อนั้น ย่อมเป็นไป เพื่อความทุกข์ ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่พวกภิกษุเหล่านั้นเองสิ้นกาลนาน. กัสสปะ ! จริงทีเดียว เมื่อใดใครจะกล่าวคำนี้ ให้ถูกต้องแก่กาละเทศะ และบุคคล ว่า "พรหมจารี ถูกย่ำยีเสียแล้ว ด้วยอันตรายอย่างของพรหมจารี ; พรหมจารี ถูกร้อยรัดเสียแล้ว ด้วยเครื่องร้อยรัดอันยิ่งใหญ่อย่างของพรหมจารี" ดังนี้แล้ว เขาพึงกล่าวข้อความนั้นในกาลบัดนี้แล.
น.1937 สมภารผิดหลัก ๑ ภิกษุ ท .! ภิกษุที่ประกอบด้วยองค์ประกอบห้าอย่างเหล่านี้แล้ว ไม่ควร ได้รับการยกย่องให้เป็นเจ้าอาวาส. ห้าอย่างอะไรกันเล่า ? ห้าอย่างคือ :- (๑) เจ้าอาวาส ไม่สมบูรณ์ด้วยมรรยาท ไม่สมบูรณ์ด้วยวัตร. (๒) เจ้าอาวาส ไม่เป็นพหูสูต ไม่เป็นเจ้าตำรับ (๓) เจ้าอาวาส ไม่ปฏิบัติขัดเกลากิเลส ไม่ยินดีในการหลีกเร้น ไม่ ยินดีในกัลยาณธรรม. ๒ (๔) เจ้าอาวาส มีวาจาไม่อ่อนหวาน ไม่เพราะหู. (๕) เจ้าอาวาส มีปัญญาน้อย โง่เขลา เงอะงะ. ภิกษุ ท .! ภิกษุที่ประกอบด้วยองค์ประกอบห้าอย่างเหล่านี้แล ไม่ควร ได้รับการยกย่องให้เป็นเจ้าอาวาส. สมภารติดถื่น ๓ ภิกษุ ท .! โทษในการติดถิ่น ห้าอย่างเหล่านี้มีอยู่ ห้าอย่างอะไร กันเล่า ? ห้าอย่างคือ :- (๑) เธอ ย่อมมีความตระหนี่ที่อยู่ (คือหวงเสนาสนะที่สบาย ๆ เมื่อมีผู้อื่นมา อยู่ด้วยก็ต้องแบ่งกัน หรือถึงกับสูญเสียเสนาสนะเช่นนั้น ถ้าหากว่าตนด้อยกว่าด้วย). ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๙๐/๒๓๑. ๒. ฉบับยุโรป และฉบับพม่า ไม่มีคำว่า ไม่ยินดีในกัลยาณธรรม. ๓. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๘๖/๒๒๔, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.
น.1938 (๒) เธอ ย่อมมีความตระหนี่สกุลอุปัฏฐาก (คือกันท่า ไม่ให้ภิกษุอื่นรู้จัก มักคุ้นด้วยอุปัฏฐากของตน โดยกลัวว่าจะถูกแบ่งลาภ หรือถึงกับสูญเสียอุปัฏฐากไป). (๓) เธอ ย่อมมีการหวงลาภ (คือการอยู่ติดถิ่น ทำให้เกิดความคิดสะสมสิ่งของ จึงหวงสิ่งของต่าง ๆ เพื่อการสะสม). (๔) เธอ ย่อมมีการหวงชื่อเสียง เกียรติยศ (คือไม่ต้องการให้ใครมีชื่อเท่า ฅนในถิ่นนั้น). (๕) เธอ ย่อมมีการหวงคุณธรรม (คือการกันท่า ไม่ให้ผู้อื่นเจริญด้วยปริยัติ- ธรรม ปฏิบัตติธรรม และปฏิเวธธรรม เพราะจะเป็นคู่แข่งที่ครอบงำตน). ภิกษุ ท .! โทษในการติดถิ่น มีห้าอย่างเหล่านี้และ สมภารติดที่อยู่ ๑ ภิกษุ ท .! โทษในการติดที่อยู่ ห้าอย่างเหล่านี้มีอยู่. ห้าอย่างอะไร กันเล่า ? ห้าอย่างคือ :- (๑) ภิกษุติดที่อยู่ ย่อมมีภัณฑะสิ่งของมาก เป็นผู้ชอบสะสมสิ่งของ ไว้มาก. (๒) ภิกษุติดที่อยู่ ย่อมมีเภสัชมาก เป็นผู้ชอบสะสมเภสัชไว้มาก. (๓) ภิกษุติดที่อยู่ ย่อมมีกิจมาก มีการงานที่ต้องจัดต้องทำมาก เลย เอาดีในหน้าที่ของสมณะโดยตรงไม่ได้. (๔) ภิกษุติดที่อยู่ ย่อมจะคลุกคลีกับคฤหัสถ์และบรรพชิต ด้วยการ คลุกคลีกันอย่างแบบคฤหัสถ์อันเป็นสิ่งไม่สมควรแก่สมณะ. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๘๖/๒๒๓.
น.1939 ) ภิกษุติดที่อยู่ จะจากถิ่นที่อยู่นั้นไป เธอ ย่อมจากไปด้วยจิต ที่ห่วงใย. ภิกษุ ท .! โทษในการติดที่อยู่ มีห้าอย่างเหล่านี้และ นรกของสมภารเจ้าวัด ๑ ภิกษุ ท .! ภิกษุเจ้าอาวาสที่ประกอบด้วยองค์ประกอบห้าอย่าง ย่อมจะ เดือดร้อนเหมือนถูกลากตัวไป เก็บไว้ในนรกในปัจจุบันนี้ (ตกนรกทั้งเป็น), ฉะนั้น. องค์ประกอบห้าอย่างอะไรกันเล่า ? ห้าอย่างคือ :- (๑) ภิกษุเจ้าอาวาส ไม่ใคร่ครวญ ไม่ไต่สวนให้รอบคอบเสียก่อน กล่าวยกย่อง คนที่ควรตำหนิ. (๒) ภิกษุเจ้าอาวาส ไม่ใคร่ครวญ ไม่ไต่สวนให้รอบคอบเสียก่อน กล่าวตำหนิ คนที่ควรยกย่อง. (๓) ภิกษุเจ้าอาวาส ไม่ใคร่ครวญ ไม่ไต่สวนให้รอบคอบเสียก่อน แสดงความเลื่อมใสให้ปรากฏ ในฐานะอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส. (๔) ภิกษุเจ้าอาวาส ไม่ใคร่ครวญ ไม่ไต่สวนให้รอบคอบเสียก่อน แสดงความไม่เลื่อมใสให้ปรากฏ ในฐานะอันเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส. (๕) ภิกษุเจ้าอาวาส ทำไทยทานที่ทายกถวายด้วยศรัทธาให้ตกเสียไป. ภิกษุ ท. ! ภิกษุเจ้าอาวาสที่ประกอบด้วยองค์ประกอบห้าอย่างเหล่านี้แล ย่อมจะเดือดร้อนเหมือนถูกลากตัวไปเก็บไว้ในนรก ในปัจจุบันนี้ ฉะนั้น. หมวดที่เก้า จบ. ๑. บาลี พระพุทธภาษิต ปญฺจก. อํ. ๒๒/๒๙๓/๒๓๖, ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย.
น.1940 ภาค ๒ ปัคคหพจน์ - คำชี้ชวนวิงวอน
น.1941 หมวดที่ ๑๐ ว่าด้วยการมีศีล หมวดที่ ๑๑ ว่าด้วยการมีสังวร หมวดที่ ๑๒ ว่าด้วยการเป็นอยู่ชอบ หมวดที่ ๑๓ ว่าด้วยการไม่ทำไปตามอำนาจกิเลส หมวดที่ ๑๔ ว่าด้วยการไม่เป็นทาสตัณหา หมวดที่ ๑๕ ว่าด้วยการไม่หละหลวมในธรรม หมวดที่ ๑๖ ว่าด้วยการไม่ลืมคำปฏิญาณ หมวดที่ ๑๗ ว่าด้วยการหมดพิษสงทางใจ หมวดที่ ๑๘ ว่าด้วยการไม่เสียความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ หมวดที่ ๑๙ ว่าด้วยเนื้อนาบุญของโลก
น.1942 ผู้ชี้ชวนวิงวอน ! ยํ ภิกฺขเว สตฺถารา กรณียํ สาวกานํ หิเตสินา อนุกมฺปเกน อนุกมฺปํ อุปาทาย กตํ โว ตํ มยา ภิกษุ ท. ! กิจอันใด ที่ศาสดาผู้เอ็นดูแสวงหาประโยชน์ เกื้อกูล อาศัยความเอ็นดูแล้ว จะพึงทำแก่สาวกทั้งหลาย, กิจอันนั้น เราได้ทำแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย. เอตานิ ภิกฺขเว รุกฺชมูลานิ เอตานิ สุญฺญาคารานิ ภิกษุ ท. ! นั้น โคนไม้ทั้งหลาย, นั่น เรือนว่างทั้งหลาย. ฌายถ ภิกฺขเว มา ปมาทตฺถ ภิกษุ ท. ! พวกเธอทั้งหลายจงเพียรเผากิเลส, อย่าได้ประมาท. มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ พวกเธอทั้งหลาย อย่าได้เป็นผู้ที่ต้องร้อนใจ ในภายหลังเลย. อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนี นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอนพวกเธอทั้งหลายของเรา. (สหายตนวคฺค สํ. ๑๘/๔๔๑/๖๗๔) ๑๘๙
Buddhadasa