เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ ไม่เที่ยง, ไม่แน่นอน, ไม่ตายตัว
คือ เปลี่ยนแปลงเรื่อยไปตามเหตุปัจจัยที่อาศัย อยู่: เป็นโอกาสให้เกิดสิ่งใหม่เรื่อยไปอย่างไม่หยุดหย่อน; มีเฉพาะ แก่สิ่งที่เป็นสังขตธรรม หรือสังขารธรรม, ไม่มีแก่อสังขตธรรม หรือ วิสังขาร. ๓. ไวพจน์: คือ อจีรํ, อนิตยํ, อตาทิ, อตถา ฯลฯ เปลี่ยน แปลง, ไหลเรื่อย, ไม่ตายตัว, ไม่แน่นอน ฯลฯ
คือ อาการเกิดขึ้น, ตั้งอยู่, ดับไป; เพราะความเปลี่ยนแปลงของสิ่งซึ่งเป็นปัจจัย. สรุปความว่า ความมี ปัจจัยและความต้องเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัย เป็นสององค์ประกอบ ของอนิจจัง
มีลักษณะ: ๕.๑ คือการเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุตามปัจจัย อันเป็นที่ตั้งอาศัยใน รูปแบบของการเกิดขึ้น, เสื่อมไป, ดับลง. ๕.๒ แห่งความน่าเอือมระอา สำหรับผู้ที่มีสติปัญญามองเห็นความจริง ข้อนี้. ๕.๓ ทำให้หลงผิด ว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่อย่างถาวรไม่ขาดสาย; จนเป็น ที่ตั้งแห่งสัสสตทิฏฐิ คือมีตัวตนถาวรในภายใน มีอาการเปลี่ยน แปลงเรื่อยในภายนอก; มีลักษณะแห่งความหลอกลวงให้คนหลง. ๕.๔ แห่งการบังคับให้เป็นของเที่ยงไม่ได้. แม่บท .. อนิจจัง ๒๘๖
มีอาการ: ๖.๑ เปลี่ยนแปลงเรื่อย: ซึ่งเป็นอาการของสิ่งที่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง. ๖.๒ แห่งความไม่เป็นตัวของตัวเอง; นอกจากของปัจจัยที่ปรุงแต่ง. ๖.๓ หลอกให้คนโง่พอใจ หลงใหลไปตาม; แต่ไม่อาจจะหลอกผู้รู้ ผู้มีปัญญา. ๖.๔ ที่กล่าวได้ว่า เป็นอาการประจำของสังขตธรรมทั้งปวง
มีสอง: กลุ่มที่หนึ่ง: ๑. อนิจจังที่น่ารัก เป็นที่ตั้งแห่งความเอร็ดอร่อยสวยงาม. ๒. อนิจจังที่น่าเกลียด ใคร ๆเห็น ก็สั่นหัว. กลุ่มที่สอง: ๑. อนิจจังที่เปิดเผย คือเห็นได้ง่าย. ๒. อนิจจังที่เร้นลับ คือต้องสังเกตใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง จึงจะเห็น
๘.๑ สังขตธรรมทั้งหลายต้องเป็นอนิจจังโดยกฎของธรรมชาติ. ๘.๒ สิ่งที่เป็นอนิจจังต้องให้เกิดความทุกข์แก่บุคคลที่เข้าไปยึดถือ. ๘.๓ ถ้าไม่เห็นอนิจจัง ก็ไม่มีทางที่จะเห็นวิราคะ
๙.๑ ความเป็นไปตามกฎของอนิจจัง มีอยู่ในทุกปรมาณูของจักรวาล. ๙.๒ แม้มันจะเป็นอนิจจัง ถ้าเราไม่ยึดมั่นถือมั่น มันก็ไม่เป็นปัญหา อะไรแก่เรา. ๙.๓ ถ้าไม่เห็นอนิจจังอย่างเพียงพอ ก็ไม่อาจจะเห็นทุกขังและอนัตตา อย่างเพียงพอที่จะดับทุกข์ได้. ๙.๔ ความหมายของอนิจจัง มีขอบเขตแคบกว่าความหมายของคำว่า อนัตตา; คือไม่สามารถครอบคลุมไปถึงอสังขตธรรมหรือวิสังขาร. ๙.๕ ธรรมชาติทุกอย่างรอบตัวเรา ทั้งแสดงอาการ และทั้งร้องบอก ตลอดเวลาว่ามันเป็นอนิจจัง แต่มนุษย์ไม่มีตาและหู ที่จะเห็น และได้ยิน
๑๐.๑ หน้าที่ (โดยสมมติ) ของอนิจจัง: ในฐานะเป็นกฎธรรมชาติ คือบังคับให้สังขตธรรมทั้งหลาย เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุตาม ปัจจัยที่อาศัยอยู่. ๑๐.๒ หน้าที่ของมนุษย์ต่อกฎอนิจจัง: ๑. การศึกษาให้รู้ แล้วไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใด ๆ ซึ่งเป็น อนิจจังให้เกิดทุกข์. ๒. สอนยุวชนโดยเฉพาะ ให้รู้เรื่องอนิจจัง เพื่อไม่ต้องเป็น ทุกข์ เพราะสิ่งนี้
นัยที่หนึ่ง: ในฐานะที่เป็นกฎ : อุปมาเหมือนพระเจ้าที่ปกครองโลก. นัยที่สอง: ในฐานะที่เป็นกิริยาอาการ : อุปมาเหมือนผีหลอกผีล้อ นัยที่สาม : ในฐานะที่เป็นวัตถุ : อุปมาเหมือนของเทียม, ของปลอม หรือสิ่งพรางตา
คือ ความเป็นอนิจจังของสิ่งที่เป็นผล เกิดมา จากความเป็นอนิจจังของสิ่งที่เป็นเหตุ; ซึ่งเกิดมาจากความที่สังขตธาตุ ทั้งหลายตั้งอยู่ตามลำพังไม่ได้; ต้องอาศัยกันและกัน ปรุงแต่งกัน
๑๓.๑ ดับไปเพราะขาดสิ่งเป็นที่ตั้งแห่งอาการของอนิจจัง. ๑๓.๒ เมื่อเข้าถึงความว่าง หรือถึงนิโรธธาตุ
๑๔.๑ ทำให้สามารถพัฒนาให้เกิดสิ่งใหม่และแก้ไขสิ่งเก่า. ๑๔.๒ ทำให้สามารถมีการสืบต่อแก่ปัจจัยของชีวิต
คือ ความไม่เที่ยง ความเปลี่ยนแปลง อัน เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์และปัญหา. แม่บท .. อนิจจัง ๒๘๘
ไม่มี มีแต่หนทางออกจากอำนาจของอนิจจัง คือ รู้จักความเป็นอนิจจัง จนไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เป็นอนิจจัง; หรือการดำเนินตนอยู่ในอริยอัฏฐังคิกมรรค. กล่าวโดยสรุปว่า การเห็นอนิจจังนั่นแหละ เป็นทางออกจาก อนิจจัง
เพื่อหมดปัญหาทั้งปวงเกี่ยวกับอนิจจัง: คือ สมถะและวิปัสสนาจนเกิดญาณทัสสนะ หรือวิชชา จนไม่เกิด ความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เป็นอนิจจัง
๑๘.๑ อานิสงส์ของอนิจจัง: ๑. ทำให้โลกมีวิวัฒนาการ. ๒. สามารถแก้ไขสิ่งเก่าและสร้างสรรค์สิ่งใหม่. ๓. เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งร้ายให้กลายเป็นดี เช่น การหายจากโรคภัยไข้เจ็บ. ๔. ไม่ให้เกิดการเบื่อในสิ่งที่น่าเบื่อ. ๑๘.๒ อานิสงส์ของการเห็นอนิจจัง: ๑. อนิจจังเป็นครูสอนอยู่ในตัวมันเองให้คนหายโง่; แม้จะ เป็นการสอนที่เจ็บปวดสักหน่อย. ๒. อนิจจังเป็นที่ตั้งแห่งสติปัญญา เครื่องไม่ยึดมั่นถือมั่นใน สังขารทั้งปวง. ๓. ทำผู้เห็นให้บรรลุนิพพานไปตามลำดับ
๑๙.๑ เข้าไปสู่ความเป็นทาสของสิ่งที่เป็นอนิจจัง : คือ เสน่ห์ของ สิ่งที่เป็นอนิจจัง บวกกับความประมาทเลินเล่อของมนุษย์เอง. ๑๙.๒ ออกมาจากอำนาจของอนิจจัง: คือ การได้รับโทษเพราะ ความหลง ในสิ่งที่เป็นอนิจจังอย่างเพียงพอ
อนิจจังโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: เพื่อการออกมาจาก อำนาจของอนิจจัง: คือ การคบสัตบุรุษ, การศึกษา, ความไม่ ประมาท, ความมีสติในการรับอารมณ์
ภาษาคน: คำพูดที่เอาไว้ขู่ หรือหลอกกันเล่น เด็ก ๆก็ไม่เชื่อ ภาษาธรรม: การบอกความจริงอันสูงสุด. ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ไกวัลยธรรม ๒. โอสาเรตัพพธรรม
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ