เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
๒.๑ ความปราศจากความรู้ที่ถูกต้อง. ๒.๒ ความไม่รู้เรื่องความทุกข์และความดับทุกข์. ๒.๓ สิ่งที่ไม่อาจจะรู้ได้ หรือไม่ต้องรู้. ๓. ไวพจน์: คือ อญาณะ, อัญญาณะ, มิจฉาญาณะ, โมหะ, มทะ, ปมาทะ, มิจฉาทิฏฐิ ; ความมืดทางวิญญาณ
๑. การปราศจากความรู้ที่ถูกต้อง. ๒. โอกาสที่จะเกิด (ความมีอยู่แห่งนิวรณ์). ๓. อาหารของอวิชชา (นิวรณ์). ๔. มิจฉาทิฏฐิ. ๕. ภาวะที่พร้อมแล้วที่จะให้เกิดความทุกข์
มีลักษณะ: ๕.๑ ความไม่รู้ในสิ่งที่ควรรู้. ๕.๒ ปิดบังความจริง. ๕.๓ เป็นความมืด (แต่เป็นความมืดสีขาว คือหลอกลวง). ๕.๔ เป็นเครื่องห่อหุ้มที่ทั้งหนาและแข็ง. ๕.๕ ห่อหุ้มโลก จนแสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง. ๕.๖ เป็นความมืด ที่ยิ่งกว่าตาบอด
มีอาการ: ๖.๑ ปิดบังความจริง. ๖.๒ หลอกลวงให้หลง. ๖.๓ ห่อหุ้มให้หมดหนทางไป. ๖.๔ มีอาการเหมือนมีฝ้าหนาอยู่ในดวงตา
๗.๑ แบ่งโดยประเภทหนึ่ง : คือ ความไม่รู้ปฏิจจสมุปบาท. ๗.๒ แบ่งโดยประเภทสอง: ๑. อวิชชาที่เป็นธาตุตามธรรมชาติ. ๒. อวิชชาที่ปรุงขึ้นเป็นเจตสิกธรรมในจิตมนุษย์. ๗.๓ แบ่งโดยประเภทสาม: ๑. ไม่รู้อดีต. ๒. ไม่รู้อนาคต. ๓. ไม่รู้ทั้งอดีตและอนาคต. ๗.๔ แบ่งโดยประเภทสี่: คือ ไม่รู้อริยสัจสี่ ได้แก่: ไม่รู้ทุกข์, ไม่รู้เหตุให้เกิดทุกข์, ไม่รู้ความดับทุกข์, ไม่รู้ทางให้ถึงความ ดับทุกข์
๘.๑ อวิชชาเป็นสังขารธรรม ที่มีการเกิดดับ เหมือนสังขารธรรม ทั้งหลาย. ๘.๒ อวิชชาเกิดได้เฉพาะแก่จิต ที่ไม่ได้รับการอบรมให้มีสติ. ๘.๓ อวิชชามีการเกิดดับไปตามอำนาจของเหตุปัจจัย. ๘.๔ เมื่อโมหะเกิดซ้ำ ๆซาก ๆ ก็จะสะสมสิ่งที่เรียกว่าอวิชชานุสัยให้ หนาแน่น และให้ง่ายต่อการเกิดอวิชชาสืบไป
๙.๑ เป็นจุดตั้งต้นของปฏิจจสมุปบาท. ๙.๒ เป็นต้นเหตุของสังขารธรรมทั้งหลายทั้งปวง (อวิชฺชา ปจฺจยา สงฺขารา). แม่บท .. อวิชชา ๓๐๔ ๙.๓ อวิชชาคือสิ่งหุ้มห่อจิตใจสัตว์ หรือโลก (อวิชฺชาย นิวฺโต โลโก). ๙.๔ อวิชชาเป็นสิ่งสุดท้าย (สังโยชน์ข้อสุดท้าย) ที่ต้องตัดด้วยอรหัตต- มรรค. ๙.๕ หมดอวิชชา จิตก็เข้าถึงความว่างนิรันดร
อวิชชาโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): ๑๐.๑ ปรุงแต่งสังขารธรรมทั้งปวง. ๑๐.๒ ปิดบังความจริงของสิ่งทั้งปวง. ๑๐.๓ ตั้งต้นกระแสแห่งปฏิจจสมุปบาท. ๑๐.๔ หลอกลวงสัตว์โลกให้หลง
เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ เปลือกหนาที่หุ้มโลกทั้งหมด. ๑๑.๒ ราตรีของความมืดทางวิญญาณ. ๑๑.๓ คนตาบอด. ๑๑.๔ ความหลับนิรันดร. ๑๑.๕ ลิ่มสลัก (สกรูนอตที่ขันสัตว์ให้ติดอยู่กับวัฏฏะ)
๑๒.๑ สมุทัยของอวิชชาปัจจุบันคือ: อวิชชาสวะ ซึ่งมาจากอวิชชานุสัย ที่สะสมไว้โดยโมหะ ในชีวิตประจำวัน. ๑๒.๒ พอเผลอสติในขณะแห่งผัสสะ อวิชชาสวะก็ไหลออกมา ทำ หน้าที่เป็นอวิชชาปัจจุบัน ในกรณีนั้น ๆ
๑๓.๑ เมื่อมีสติปัญญา มีวิชชา ในขณะผัสสะในกรณีหนึ่ง ๆ อวิชชา ก็ไม่เกิด. ๑๓.๒ สติปัญญา วิชชา ที่เกิดขึ้นในขณะแห่งอวิชชาเกิด แล้วจะ สามารถดับอวิชชานั้นได้
คือ ความไม่รู้ว่าเป็นอวิชชา แล้วก็หลงใหล ไปตามความเพลิดเพลินที่อวิชชามอบให้ แล้วก็ยิ่งชอบอวิชชามากขึ้น และยิ่งมีอวิชชามากก็ยิ่งพอใจ
๑๕.๑ เป็นต้นเหตุให้เกิดความทุกข์ และการท่องเที่ยวไปในวัฏฏ สงสาร. ๑๕.๒ อวิชชาทำให้มีอุปาทานในขันธ์ห้า. ๑๕.๓ อวิชชาทำให้ไม่รู้อริยสัจสี่. ๑๕.๔ อวิชชาทำให้เกิดสังขาร คือการปรุงแต่งอัน ไม่มีที่สิ้นสุด
๑๖.๑ มรรคอันประกอบด้วยองค์แปดอันประเสริฐ เป็นข้อปฏิบัติ ให้ถึงซึ่งความดับไม่เหลือแห่งอวิชชา; ซึ่งบางทีก็เรียกว่า "ไตรสิกขา”. ๑๖.๒ ธรรมปฏิบัติทั้งหลายที่ทำให้เกิดวิชชา. ๑๖.๓ คบสัตบุรุษ
เพื่อเข้าถึงอวิชชา: ไม่มี และไม่จำเป็น ต้องมี
ไม่มีอะไร. นอกจากมีไว้เป็นบทเรียนสำหรับ ศึกษาเรื่องที่ลึกซึ้งที่สุดในการดับทุกข์
เข้าไปสู่ความมีอวิชชา : คือ ๑๙.๑ คบอสัตบุรุษ ไม่ได้ฟังธรรม. ๑๙.๒ มีการศึกษาผิด ๆ. ๑๙.๓ มีการเป็นอยู่อย่างสะเพร่า ปราศจากสติ. ๑๙.๔ หลงใหลบูชาในความเจริญทางวัตถุ. แม่บท .. อวิชชา ๓๐๖
อวิชชาโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: นัยที่หนึ่ง: สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้องในความเจริญของอวิชชา : ๑. นิวรณ์ เป็นอาหารของอวิชชา. ๒. ไสยศาสตร์ คือความไม่อยู่ในอำนาจของเหตุ ผลที่ถูกต้อง. นัยที่สอง: สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้องเพื่อทำลายอวิชชา: ๑. การศึกษาที่ถูกต้องแก่การทำลายอวิชชา. ๒. การคบสัตบุรุษหรือพระอริยเจ้า. ๓. การไม่เพิ่มอาหารของอวิชชา ให้แก่อวิชชา. ๒๑. ภาษาคนภาษาธรรม: ภาษาคน: ความโง่ทั่วไป. ภาษาธรรม: ไม่มีความรู้ที่เป็นเหตุปัจจัยแห่งการดับทุกข์. ☸ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธรรมะเล่มน้อย ๒. ฟ้าสางฯ ตอน ๑ ๓. โมกขธรรมประยุกต์ ๔. อริยสัจจากพระโอษฐ์ ๕. อิทัปปัจจยตา ☸
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๑, ๓, ๒๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ