เนื้อหาถอดจากภาพสแกนด้วยระบบอัตโนมัติ อาจมีคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — กดปุ่มดูภาพสแกนเพื่อตรวจกับหน้าจริงได้ทุกหน้า
โครงการอธิบายธรรม ๒๑ แง่มุมที่ท่านพุทธทาสวางไว้ — อ่านทีละข้อจะเห็นเรื่องนั้นรอบด้าน
คือ ไร้ความเจริญ, ไร้หนทางแห่งความเจริญ
คือ ภาวะยอดสุดแห่งสิ่งไม่พึงปรารถนา (มิใช่ เมือง, มิใช่โลกอย่างที่พูดกันตามภาษาชาวบ้าน). ๓. ไวพจน์: คือ นิริย, อบายภูมิ, ทุคติ, วินิปาต
มีสี่: ๑ ผลบาป. ๒ การเสวยผลบาป (ถูกลงโทษ). ๓ ความทุกข์. ๔ ความสูญเสียอิสรภาพ
มีลักษณะ: ๕.๑ ไม่น่าปรารถนา น่าเกลียด น่ากลัว เผาลนทนทรมาน. ๕.๒ แห่งการถูกลงโทษหรือเสวยผลบาป. ๕.๓ แห่งความต่ำสุดของโลก ของภพ ของภูมิ. ๕.๔ แห่งการสูญเสียอิสรภาพ
มีอาการ: ๖.๑ แห่งการหยุดเจริญ. ๖.๒ แห่งการตกต่ำ. ๖.๓ แห่งการเผาลน ทนทรมานแก่ผู้มี ผู้เป็น. ๖.๔ แห่งการเกิด-ดับ เช่นเดียวกับสังขตธรรม หรือสังขารธรรมอื่น ๆ. ๖.๕ แห่งการสูญเสียอิสรภาพ คือ การหมดความเป็นตัวของตัวเอง
แบ่งเป็นสอง: นัยที่หนึ่ง: นรกที่กล่าวตามสนันตนธรรม (คำกล่าวของเก่าโบราณ ก่อนพุทธกาลนานไกล) จำแนกตามชนิดของการลงโทษ มีรูปแบบสมตามรูปแบบของบาปที่กระทำ มีหลายสิบ ชนิด. นัยที่สอง: นรกที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ อย่างเป็นสันทิฏฐิโก อกาลิโก เห็นได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้ คือผลแห่งการกระทำที่ผิดหลัก ปฏิจจสมุปบาทฝ่ายดับทุกข์: ปรากฏอยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ในความรู้สึกของผู้กระทำนั่นเอง; ไม่ต้อง รอต่อตายแล้ว. (นรกแห่งศาสนาอื่น ๆ ก็มีอยู่ ตามที่กล่าว ไว้ในคัมภีร์ แห่งศาสนานั้น ๆ)
๘.๑ ต้องไม่ถือว่านรกจะมีต่อเมื่อตายแล้ว แต่ต้องถือว่ามีเมื่อกระทำ ผิดต่อธรรมะ ได้รับผลที่นี่และเดี๋ยวนี้ อย่างเป็นสันทิฏฐิโก อกาลิโก เช่นเดียวกับธรรมะอื่น ๆ (ดังที่กล่าวแล้วว่ามีอยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ). ๘.๒ การตกนรกมิได้เป็นสิ่งนิรันดร แต่เปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุ ตามปัจจัย : อย่างที่กล่าวได้ว่า สลับกันไปกับการขึ้นจากนรก ไปสู่สวรรค์ เพราะนรกก็เป็นเพียงสังขารธรรม หรือสังขตธรรม ชนิดหนึ่งเท่านั้น. ๘.๓ การตกนรกเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะอาจจะตก นรกอยู่แล้วโดยไม่รู้สึกตัวก็ได้
๙.๑ โอกาสที่จะตกนรกมีได้มากมายอย่างนับไม่ถ้วน แม้ในเพียง วันเดียว : คือ โอกาสที่ทำผิดต่อกฎปฏิจจสมุปบาททางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ. ๙.๒ ประตูนรกปิดเสีย ได้ด้วยการควบคุมตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ, ไม่ให้กระทำผิดต่อกฎปฏิจจสมุปบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ขณะแห่งผัสสะ. แม่บท .. นรก ๘๖ ๙.๓ อย่างไรก็ดี; ควรจะถือว่า นรกเป็นบทเรียนสำหรับการกลับตัว จากความชั่ว
นรกโดยหน้าที่ (โดยสมมติ): นรกเปรียบเสมือนสถาบันอันหนึ่ง ซึ่งมียมบาลเป็นผู้จัดการ: มีหน้าที่ลงโทษผู้กระทำความผิดให้สาสม กับความผิดบาป
เปรียบเสมือน: ๑๑.๑ กิจการราชทัณฑ์หรือคุกตาราง ที่มียมบาล หรือกฎแห่งปฏิจจ- สมุปบาท หรือกฎแห่งกรรมเป็นผู้อำนวยการ ให้เป็นไปอย่าง ยุติธรรม ซึ่งไม่มีโอกาสหนีหรือแหกคุก. ๑๑.๒ โรงเรียนดัดสันดานที่มีโอกาสกลับออกมาเป็นมนุษย์ที่ดี หรือ ไปสวรรค์ก็ได้
คือ: ความประมาทและผลบาปที่เกิดจากความ ประมาท เป็นสมุทัยทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่านรก ทั้งในความหมายที่ว่า เป็นสถาบันหรือเป็นสัตว์นรก
นัยที่หนึ่ง: นรกในฐานะสถาบัน: คือ ไม่มีคนทำผิดอีกต่อไป จน ไม่มีใครไปตกนรก. นัยที่สอง: นรกในฐานะสัตว์นรก: คือความสิ้นกรรมแห่งสัตว์นรก
มีเฉพาะผู้ทำผิดและได้รับโทษในนรก
การหลีกจากหนทางที่นำเข้าไปสู่นรก คือ กุศล- กรรมบถสิบ หรืออริยอัฏฐังคิกมรรค
นัยที่หนึ่ง: เพื่อเข้าไปสู่นรก: คือ อกุศลกรรมบถสิบ ๑ . นัยที่สอง: เพื่อออกมาเสียจากนรก: คือ กุศลกรรมบถสิบหรือ อริยมรรคมีองค์แปด
๑๘.๑ มีไว้สำหรับทำให้คนกลัวบาปกล้าบุญ. ๑๘.๒ เป็นโรงเรียนดัดสันดานสัตว์อันธพาล
เข้าไปสู่นรก: ๑๙.๑ การดูหมิ่นบาปว่าเป็นของเล็กน้อย. ๑๙.๒ การเป็นอยู่อย่างสะเพร่าหรือประมาท. ๑๙.๓ การสมาคมคบหากับอันธพาล
นรกโดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: นัยที่หนึ่ง: สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้องในการมีนรก: คือ ความไม่สนใจ, ความไม่มีศรัทธา, ความไม่มีความใคร่ในธรรม. นัยที่สอง: สิ่งที่ต้องเกี่ยวข้องเพื่อการไม่มีนรก: คือ ความสนใจ, ความศรัทธา, และความใคร่ในธรรม. ๒๑. ภาษาคน-ภาษาธรรม: นรกโดยภาษาคน-ภาษาธรรม: ๒๑.๑ ภาษาคน : เมืองนรกที่ถือกันว่าอยู่ใต้บาดาล. ภาษาธรรม : ภาวะแห่งจิตที่ปราศจากความเจริญ เต็มไปด้วย ความทนทุกข์ทรมาน. ๒๑.๒ ภาษาคน : ว่าอยู่ใต้ดิน. ภาษาธรรม : ว่าอยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ. ๒๑.๓ ภาษาคน : ถึงได้ต่อตายแล้ว. ภาษาธรรม : ถึงได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้. ☸ ___________________________________ ๑ อกุศลกรรมบถสิบ: ตรงกันข้ามกับกุศลกรรมบถสิบ. (ดูรายละเอียดที่หมวดธรรม หน้า ๕๕๒ ). แม่บท..นรก ๘๘ ธรรมโฆษณ์ที่แนะนำให้อ่าน ๑. ธร
ข้อที่ยังไม่มีในหน้านี้: ๓, ๑๔, ๒๑ (อาจไม่มีในเล่ม หรือระบบถอดข้อความไม่ได้) — ตรวจกับภาพสแกนได้
จากส่วน “ธรรมโฆษณ์อ้างอิง” ของอรรถานุกรม — รายการที่คณะผู้จัดทำรวบรวมไว้
ที่มา: ธรรมโฆษณ์อรรถานุกรม เล่ม ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๓) · องค์ที่ปรึกษา พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) · จัดทำโดยกลุ่มปฏิบัติงานเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมกับสวนอุศมมูลนิธิ